• St.Pamok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buisness_ps@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-23
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 89792
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
blog ของ blogger มือใหม่(ช่วยกันเข้ามา post หน่อยนะคร้าบ)
สวัสดี blogger ทุกท่านนะครับช่วยๆกัน post นะคร้บ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/curcuitpamok
วันจันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by St.Pamok , ผู้อ่าน : 9728 , 09:33:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

How to Manage Your Boss  หนังสือที่จะนำเสนอคือ How to Manage Your Boss แต่งโดย Ros Jay

 

 

      ว่าด้วยเรื่องวิธีการปฏิบัติตนและการวางตัวที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้านาย การปรับตัวให้เข้ากับเจ้านายทำได้อย่างไร วิธีการเหล่านี้ จะทำให้เรากลายเป็นบุคลากรที่มีค่า ได้รับการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข กลวิธีดังกล่าว มีดังต่อไปนี้


ต้องรู้จักที่จะเข้าใจเจ้านา


1. อย่ามองเจ้านายเป็นดั่งเทวดาที่จะทำผิดไม่เป็น เพราะเจ้านายก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกับเรา  นอกจากนั้น ต้องมองให้ออกว่าว่าเจ้านายเป็นบุคคลประเภทไหนด้วย เพื่อที่จะสามารถปรับตัวเข้าหาเจ้านายได้อย่างถูกวิธี  โดยผู้แต่งแบ่งประเภทของเจ้านายไว้ ดังนี้


          1) เจ้านายที่มีลักษณะเป็นแบบข้าราชการ คืออนุรักษ์นิยม ทำงานตามกฎระเบียบทุกขั้นตอน ห้ามข้ามขั้นตอน และไม่ชอบความเสี่ยง เมื่อเจอเจ้านายประเภทนี้ ไม่ควรเสนองานที่มีความเสี่ยง หรือนอกกรอบ หรืองานที่ต้องให้เจ้านายตัดสินใจในสถานการณ์ที่ไม่มีอะไรแน่ชัด ต้องคาดเดา เพราะท่านจะไม่ชอบและอึดอัด และในฐานะลูกน้องจะต้องทำตัวเรียบร้อย มีสัมมาคารวะ รู้จักที่ต่ำที่สูง เพราะเจ้านายประเภทนี้จะหัวโบราณ จะรับไม่ได้ถ้าลูกน้องทำตัวปีนเกลียว หรือข้ามหน้าข้ามตา
          2) เจ้านายที่ทำตัวสบาย ๆ ไม่เคร่งเครียด หากเราทำตัวเคร่งเครียดจนเกินไปเจ้านายจะไม่ชอบ
          3) เจ้านายที่ชอบให้ลูกน้องมาขอปรึกษาและขอคำชี้แนะบ่อย ๆ
          4) เจ้านายที่ชอบให้ลูกน้องรู้จักคิด รู้จักทำงานเอง ไม่ชอบให้มาถามบ่อย ๆ ขอเป็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์มานำเสนอก็พอ
          5) เจ้านายที่ชอบลงรายละเอียดปลีกย่อยในทุก ๆ จุด การนำเสนอต้องรอบคอบครบถ้วน ไม่ขาดตกบกพร่อง (สนใจระดับ micro)
          6) เจ้านายที่ชอบมองภาพรวม การนำเสนองานต้องสั้น กระชับ และไม่เยิ่นเย้อ  (สนใจระดับ macro)
          7) เจ้านายที่ชอบให้นำเสนอแนวความคิดใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาโดยไม่สนใจว่างานเก่าจะทำเสร็จแล้วหรือยัง (proactive)
          8) เจ้านายที่ชอบให้งานเสร็จสิ้นทีละงาน ๆ จะไม่สนใจโครงการใหม่จนกว่างานเก่าจะเสร็จสมบูรณ์ (reactive)


2. ทราบถึงจุดอ่อน จุดแข็งของเจ้านาย ในส่วนที่เป็นจุดแข็งนั้นเราสามารถนำมาเป็นแบบอย่างได้ และจุดด้อยเราควรที่จะหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว   เมื่อรู้ว่าจุดนี้คือจุดด้อยของเขา เราก็จะไม่คาดหวัง เมื่อไม่คาดหวังก็ไม่มีความผิดหวัง ดังนั้น จะทำให้เราทำงานกับเจ้านายได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น และจะลดอคติต่อเจ้านายได้


3. ทราบถึงสิ่งที่ทำให้เจ้านายพอใจ เมื่อเราทำในสิ่งที่เจ้านายต้องการ อาการที่ว่า ทำไมทำงานตั้งหลายปี ตั้งใจทำงานหามรุ่งหามค่ำ แต่ก็ยังไม่ได้รับการชื่นชมหรือเลื่อนขั้น คงจะไม่เกิดขึ้น จงอย่าคิดว่าเราขยันทำงาน ซื่อสัตย์ต่อองค์กร ยังไงเจ้านายก็ต้องเห็น สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเสมอไป เพราะผู้บริหารมีงานมากมาย ไม่มีเวลาสนใจเรื่องปลีกย่อยมากนัก ดังนั้น ผลงานที่เจ้านายต้องการเท่านั้น จึงจะเป็นสิ่งที่แสดงถึงศักยภาพของคุณให้เจ้านายได้เห็น


4. ทราบถึงสิ่งที่ทำให้เจ้านายไม่พอใจ หรือเคร่งเครียด เช่น เจ้านายไม่ชอบเห็นลูกน้องทะเลาะกัน เจ้านายที่ไม่ชอบเสียงเอะอะโวยวายในที่ทำงาน เป็นต้น จุดเล็กน้อยเหล่านี้เป็นสิ่งไม่ควรมองข้ามไป เพราะอาจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คุณไม่เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน


5. เมื่อมองเห็นภาพรวมทั้งหมดของเจ้านายแล้ว ก็ต้องรู้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่เจ้านายรับไม่ได้ เช่น เจ้านายเป็นคนที่ถือยศถือศักดิ์ ถือเนื้อถือตัว เมื่อเราเป็นลูกน้องก็ต้องรู้จักที่สูงที่ต่ำ มีสัมมาคารวะ  มีกาลเทศะ หรือเจ้านายกลัวที่จะโดนต่อว่าจากผู้บังคับบัญชาระดับสูง เราก็ต้องขยันผลิตผลงานและเสนองานให้ตรงเวลา  เป็นต้น ในการทำงานหากเราแหกกฎตรงจุดนี้การเจริญรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน คงเป็นไปได้ยาก


ลูกน้องในแบบที่เจ้านายชอบ


         1. บุคลิกท่าทางลักษณะภายนอก และการแต่งตัวต้องให้เหมาะสม และเข้ากันได้กับเจ้านาย เช่น เจ้านายเป็นคนแต่งตัวประณีต เรียบร้อย เป็นทางการ เราซึ่งเป็นลูกน้องก็ไม่ควรแต่งตัว ลำลองจนเกินไป จนดูไม่ให้ความเคารพต่อเจ้านาย และในทางกลับกันหากเจ้านายแต่งตัวธรรมดา สบาย ๆ เราก็ไม่ควรแต่งแบบหรูเลิศอลังการ จนเกินหน้าเกินตาเจ้านาย เพราะจะทำให้เกิดความแปลกแยก และที่สำคัญมนุษย์เรามักชอบคนที่คิดเหมือนตนเอง ชอบอะไรที่คล้ายกับตนเอง ซึ่งเป็นธรรมดาของมนุษย์ และหากเจ้านายมองเราว่า ไม่เข้าพวก แล้วนั้น การทำงานให้เข้าตาเจ้านายคงต้องอาศัยความพยายามอย่างมาก


          2. ต้องมีความมั่นใจในตนเอง เมื่อเจ้านายมอบหมายงาน ต้องมีความกล้าที่จะรับอาสา แต่ที่สำคัญเราต้องรู้ศักยภาพของตนเองอย่างแท้จริงด้วยว่า อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ทำไม่ได้ อะไรคือสิ่งที่ควรทำไม่ควรทำ และผลที่ออกมานั้นตรงกับความต้องการขององค์กรหรือไม่ เมื่อเราเห็นตัวเองชัดเจน ความมั่นใจจะเกิดขึ้น และเมื่อรวมกับความกล้าที่จะคว้าโอกาสที่เจ้านายมอบให้ เมื่อมีผลงานเจ้านายก็จะไว้วางใจ และมอบหมายงานให้ทำมากขึ้น เมื่อนั้นแล้วเส้นทางแห่งความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกล


          3. มีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา  สิ่งเหล่านี้จะทำให้เรามีความมั่นใจ และดูน่าเชื่อถือในสายตาของคนรอบข้าง


          4. มองโลกในแง่ดี รู้จักแก้ปัญหา มากกว่าสร้างปัญหา ไม่ตีโพยตีพาย มองปัญหาเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องเผชิญ มีความใจเย็น  ควบคุมการแสดงออกทางอารมณ์ได้ดี


          5. เป็นที่ชื่นชอบของผู้อื่น ไม่เป็นคนเจ้าปัญหา ถึงแม้ว่าต่อหน้าเจ้านายเราจะทำดีทุกอย่าง แต่ถ้าลับหลัง ไปก่อเรื่องจนร้อนถึงหูเจ้านายอยู่บ่อย ๆ เจ้านายคงรับไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น การทำตัวให้เป็นที่รักของผู้อื่น ทำได้ดังนี้


               1) มีอารมณ์ขัน
               2) ไม่นินทาว่าร้ายผู้อื่น
               3) ไม่เย่อหยิ่งจองหอง
               4) ไม่ดูถูกผู้อื่น
               5) เป็นผู้ฟังที่ดี


          6. เป็นที่ไว้วางใจ คือต้องสามารถเก็บความลับของผู้อื่นได้ มีความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย และต้องมีสัจจะ พูดแล้วต้องทำให้ได้อย่างที่พูด หากไม่แน่ใจว่าจะทำได้ก็อย่าพูดเสียดีกว่า


          7. ต้องมีการบริหารจัดการเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตรงต่อเวลา เสนอผลงานได้ทันตามเวลาที่กำหนด


การสร้างความประทับใจและมีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับเจ้านาย


          1. ต้องทำตัวให้เป็นที่รู้จักและชื่นชอบในที่ทำงาน มีภาพพจน์ของคนที่ตั้งใจทำงาน เห็นงานสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว มีน้ำใจกับเพื่อนร่วมงาน  มีความเสียสละและช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานอย่างเต็มที่ และเท่าเทียมกัน


          2. มีความใจกว้าง รู้จักอาสา หรือแสดงน้ำใจที่จะทำงาน นอกเหนือจากที่ได้รับมอบหมาย


          3. มีความสามารถในการเรียบเรียงข้อมูล คือมีทักษะในด้านการเขียน และการใช้ภาษา เช่นความสามารถในการเขียนรายงานการประชุม การเขียนของบประมาณ  เป็นต้น


          4. สามารถยอมรับความเป็นจริงและรับฟังข้อวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นได้  การที่ผู้อื่นตักเตือนเราแสดงว่า เขาอยากให้เราดี อยากให้เราปรับปรุง แต่ถ้าเราไม่ยอมรับ ในความผิดพลาดของตัวเอง และต่อว่าอาละวาดกลับไป ก็จะไม่มีใครกล้าที่จะตักเตือนและสอนสั่งเราอีก เมื่อนั้นแล้ว เส้นทางแห่งความสำเร็จของเราก็จะจมดิ่งและดักดานอยู่ที่จุดเดิม เมื่อเราเองยังไม่ยอมแก้ไขแล้วใครเล่าจะแก้ให้เราได้


          5. ยกย่อง ชื่นชมเจ้านาย แต่อย่าประจบประแจง การจะชมเจ้านายต้องมาจากจิตใจและความรู้สึกว่า เจ้านายนั้นเก่งจริงดีจริง หากไม่รู้สึกชื่นชมก็ไม่ต้องชม เพราะจะเป็นการเสแสร้งไม่จริงใจ  และการชมต้องให้ถูกกาลเทศะด้วย ไม่ใช่ชมตลอดเวลาถึงแม้ว่าเจ้านายจะเก่งอย่างที่ชมก็ตาม มิฉะนั้นแล้ว จะกลายเป็นการประจบสอพลอไป


          6. มีความซื่อสัตย์มีน้ำใจกับเจ้านาย ไม่นินทา หรือใส่ร้ายเจ้านายลับหลัง






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ครูเอ วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/larnpikul

บุคลิกเจ้านายผมจัดอยู่ได้ทั้ง8ประเภทเลย ขึ้นอยู่กับว่าท่านกำลังใช้ลูกน้องคนไหนอยู่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฝาแฝด วันที่ : 04/02/2008 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wetwin

บางทีก็เข้าใจยากเหมือนกันนะคะ เพราะเจ้านายบางคนเอาแต่ใจมาก ยากที่จะเข้าใจ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีดีนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน