• St.Pamok
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : buisness_ps@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-23
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 90471
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
blog ของ blogger มือใหม่(ช่วยกันเข้ามา post หน่อยนะคร้าบ)
สวัสดี blogger ทุกท่านนะครับช่วยๆกัน post นะคร้บ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/curcuitpamok
วันจันทร์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by St.Pamok , ผู้อ่าน : 9256 , 09:41:29 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สัมภาษณ์อย่างไรจึงได้งานและได้ทุน

ทุกท่านคงเคยไปสัมภาษณ์กันหลายคนก็ประสบความสำเร็จอีกจำนวนหนึ่งก็ไม่ blog นี้จึงได้รวบรวมสุดยอดยุทธวิธีในการสัมภาษณ์งานหรือสอบชิงทุนการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวในภาพรวมภายนอก การเตรียมตัวในรายละเอียดระหว่างการสัมภาษณ์ และการพูดโน้มน้าวจิตใจคนฟัง


1. การเตรียมตัวในภาพรวมภายนอก


1.  การแต่งกาย


แต่งกายให้ถูกต้องตามกาละเทศะทั้งเสื้อผ้าและทรงผม แต่งออกมาแล้วต้องดูดี ดูน่าเชื่อถือ เหมาะสมกับสายงานหรือองค์กรที่เราสมัคร เช่น ถ้าสมัครงานเป็นครีเอทีฟ ควรแต่งตัวให้ดูทันสมัย หรือสมัครงานบริษัทเอกชนใหญ่ ๆ ควรแต่งตัวให้ดูดี มีระดับ เป็นต้น ดังนั้น การแต่งกายใด ๆ ก็ตามไม่ใช่แค่แต่งตัวให้เรียบร้อยเท่านั้น แต่ควรพิจารณาความเหมาะสมตามกาละเทศะด้วย


2. บุคลิกภาพ


บุคลิกภาพที่ดีจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อผู้สัมภาษณ์จะต้องมีความรู้เนื้อรู้ตัวอยู่เสมอ และหัดพูดทีละคำฟังทีละเสียงเพราะการพูดทีละคำจะเป็นการสร้างสมาธิทำให้จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่เรากำลังพูด และการฟังทีละเสียงจะเป็นการใช้สติกำกับน้ำเสียง การแสดงอารมณ์ และความชัดเจนของเนื้อหาที่เราพูด เมื่อได้ยินเสียงเราจึงจะสามารถปรับคำพูดให้ออกมางดงาม ชัดถ้อยชัดคำ และถูกต้องตามกาละเทศะได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนั้น เมื่อเราเข้าใจอารมณ์ของตัวเองแล้วจะทำให้เราเข้าใจอารมณ์ของผู้สัมภาษณ์ได้ว่า อีกฝ่ายถามคำถามนี้เพื่ออะไรและเราควรตอบกลับไปเช่นไร เป็นต้น


3. เตรียมบทพูด


ควรตระเตรียมไปก่อนว่าผู้สัมภาษณ์จะถามอะไรเราบ้าง และในการตอบไม่ควรตอบแบบบรรยายโวหาร แต่ควรตอบอย่างมีเหตุมีผล มีหลักการ ฟังแล้วน่าสนใจ น่าติดตาม และต้องชี้ให้เห็นว่าประวัติการศึกษาหรือหน้าที่การงานของเรา มีความเชื่อมโยงและเอื้อประโยชน์ต่อตำแหน่งหรือองค์กรที่เราสมัครอย่างไร และตัวเรามีความเหมาะสมอย่างไรที่จะรับทุนหรือตำแหน่งดังกล่าวด้วย ดังนั้น เราจึงควรศึกษาเกี่ยวกับทุนหรือตำแหน่งที่เราสมัครก่อนว่าเป็นตำแหน่งอะไร รับผิดชอบในเรื่องอะไร และเขาต้องการบุคคลประเภทไหน และที่สำคัญคือตัวเราจะต้องถามตัวเองก่อนว่า เรามีความเหมาะสมกับงานหรือทุนนั้นจริงหรือไม่ เราชอบงานในตำแหน่งนั้นจริงหรือเปล่า และในฐานะกรรมการ คิดว่าเขาจะเลือกเราหรือไม่ ถ้าเลือกเพราะอะไรและไม่เลือกเพราะอะไร เป็นต้น เมื่อรู้จักตนเองอย่างถ่องแท้ บุคลิก คำพูด และสายตา จะเต็มไปด้วยมั่นใจ ดูน่าเชื่อถือ สิ่งนี้สำคัญมากเพราะถ้าตัวเราเองยังไม่เชื่อมั่นตัวเองเลย แล้วใครจะเชื่อถือและไว้วางใจให้ตำแหน่งหรือทุนแก่เรา


2. การเตรียมตัวในรายละเอียดระหว่างการสัมภาษณ์


1.  กิริยาท่าทางในระหว่างการสัมภาษณ์


ก้าวเดินเข้าไปในห้องสัมภาษณ์ด้วยความมั่นใจ กิริยาสุภาพ หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส และไม่ควรหัวเราะเพราะจะเป็นการไม่สุภาพ และควรสบตาคณะกรรมการทุกท่าน หลังจากนั้นให้ตั้งจิตเจริญเมตตาขอให้คณะกรรมการให้ความเมตตาแก่เรา เห็นความสำคัญของเรา และให้ตำแหน่งหรือทุนนั้น ๆ แก่เรา


2. สำรวมกิริยา ได้แก่


- ดวงตาจะต้องมีรอยยิ้ม ใบหน้ายิ้มแย้ม และต้องสบตากับผู้พูด ทำใจให้สงบ และต้องสังเกตว่าคณะกรรมการคนใด ให้ความสนใจเราเป็นพิเศษและถามคำถามเพื่อช่วยเราทางอ้อมหรือไม่ ถ้าใช่ให้พุ่งความสนใจไปที่กรรมการคนนั้นมากเป็นพิเศษ เพราะคน ๆ นี้จะช่วยสนับสนุนเราได้ในภายหลัง


- ตั้งใจฟังทุก ๆ คำพูด อย่าใจลอย และไม่ควรขอให้กรรมการช่วยทวนคำถามซ้ำอีกครั้ง นอกเสียจากว่าคำถามนั้นยากจริง ๆ เราจำเป็นจะต้องถ่วงเวลาเพื่อคิดหาคำตอบโดยการให้อีกฝ่ายทวนคำถาม แต่วิธีนี้ใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะถ้าใช้บ่อยครั้งจนเกินไปจะทำให้เสียบุคลิกภาพ นอกจากนั้น ในขณะที่พูดจะต้องไม่ลืมที่จะพูดทีละคำ ฟังทีละเสียง และคำพูดทุก ๆ คำจะต้องออกมาจากความรู้สึกล้วน ๆ (Speak from your heart , not your head) คำพูดจึงจะน่าฟัง และมีพลังโน้มน้าวจิตใจคนได้


- หายใจลึก ๆ เวลาเครียดให้หายใจลึก ๆ จิตใจจึงจะสงบ


- พูดแต่สิ่งที่สร้างสรรค์ พูดแต่สิ่งที่ดี และพูดจามีเหตุมีผล ดังนั้น ในชีวิตประจำวัน เราจะต้องฝึกฝนตนเองให้เป็นคนที่คิดดี พูดดี ทำดี และฝึกเป็นคนมีเหตุมีผลไม่ใช้อารมณ์เป็นหลัก จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยของเรา เมื่อสอบสัมภาษณ์สิ่งต่าง ๆ ที่ดีก็จะออกมาเองตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องเสแสร้งหรือแกล้งทำ


-  รู้เนื้อรู้ตัวตลอดเวลาว่ากำลังทำอะไรอยู่ และห้ามแสดงกิริยาก้าวร้าวหรืออวดดี โดยเด็ดขาด


3. พูดโน้มน้าวจิตใจคนฟัง


1. พูดเชื่อมโยงคุณสมบัติของเราเข้ากับผลประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับหรือเราสามารถสร้างประโยชน์อะไรให้กับองค์กรได้บ้าง หากได้รับตำแหน่งหรือทุนดังกล่าว


2. ลองถามตัวเองว่ามีจุดไหนที่เขาจะสงสัยในความสามารถของ เราบ้าง ให้เตรียมตอบคำถามตรงจุดนั้นไปก่อน หรือในกรณีที่เขาสงสัยว่าเราจะทำงานกับองค์กรได้จริงหรือไม่ โดยเขาอาจจะพาเราไปตามแผนกต่างๆ เพื่อดูการตอบรับจากพนักงานหรือหัวหน้าของแต่ละแผนก ในกรณีนี้เราควรแสดงความมีมนุษยสัมพันธ์อันดีและพูดจา ยิ้มแย้มแจ่มใส


3. พูดให้เกียรติองค์กรหรือสถาบันนั้น ๆ ซึ่งเราจะพูดได้นั้น เราจะต้องรู้ซึ้งถึงผลงานหรือความสำคัญขององค์กรนั้นก่อนเป็นอย่างดี


4. พูดมีหลักการและหนักแน่นด้วยเหตุผล แต่แสดงออกด้วยน้ำเสียงและกิริยาท่าทางที่แสดงถึงความอ่อนน้อมถ่อมตน


5. จดจำและนำคำคมต่าง ๆ มาพูดเพื่อสร้างความประทับใจแก่คณะกรรมการ ตัวอย่างคำคมดังกล่าว ได้แก่ "There is nothing that perseverance cannot win : ไม่มีสิ่งใด ๆ ในโลกที่จะเป็นไปไม่ได้ หากเรามีความบากบั่นและพยายาม" คำคมเหล่านี้จะหาได้จากการอ่านหนังสือมาก ๆ นั่นเอง


6. แสดงให้กรรมการเห็นถึงความกระตือรือร้นและรู้จักศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา


7. พูดกล่าวถึงหลักการสากลที่เกี่ยวข้องกับคุณธรรมและศีลธรรมจรรยา เช่น การทำงานเป็นทีม ความกตัญญูกตเวทีต่อองค์กร และความซื่อสัตย์สุจริต เป็นต้น

>From: kulrapak thiramongkolchai
>To: jengy_kulrapak@hotmail.com
>Date: Wed, 8 Aug 2007 09:21:23 -0700 (PDT)

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน