• เงินตรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 33
  • จำนวนผู้ชม : 201495
  • ส่ง msg :
  • โหวต 38 คน
เงินตรา ( Currency ) เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร
สะสม เหรียญ ธนบัตร เงินตราโบราณ เงินพดด้วง ฯลฯ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/currency
วันอาทิตย์ ที่ 1 มิถุนายน 2551
Posted by เงินตรา , ผู้อ่าน : 5296 , 20:03:12 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยกรุงธนบุรี เรื่อยมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เงินตราที่ใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้านั้น เป็นเงินกลมที่เรียกกันว่า “เงินพดด้วง” และมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาโดยตลอด จะแตกต่างกันบ้างในรายละเอียดและตราประจำรัชกาลเท่านั้น ครั้นพอถึงในสมัยรัชกาลที่ 4 จึงเริ่มมีการผลิตเหรียญกษาปณ์แบบมาตรฐานสากลขึ้น เนื่องจากมีการขยายตัวทางการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จึงมีการนำเหรียญแบนเข้ามา และได้รับความนิยมในระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ประกอบกับเงินพดด้วงผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการกับทั้งมีการปลอมแปลงกันมาก จึงทำให้การผลิตเงินพดด้วงลดน้อยลงเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็มีประกาศเลิกใช้อย่างถาวรในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากที่ใช้กันมาเป็นเวลากว่า 600 ปี

         การผลิตเหรียญกษาปณ์ตามแบบมาตรฐานสากลนี้โดยพระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้ทดลองผลิตเหรียญกษาปณ์ซึ่งทำด้วยมือขึ้น ด้วยวิธีทำให้โลหะเงินให้เป็นแผ่นแบน ตัดเป็นชิ้นกลมให้ได้ขนาดและน้ำหนัก แล้วตีตราประทับ (ระหว่างรอเครื่องจักรผลิตเหรียญจากประเทศอังกฤษ) แต่ผลิตจำนวนไม่มากและไม่ค่อยเรียบร้อยจึงยุติลง หลังจากเครื่องจักรผลิตเหรียญส่งมาถึง ได้มีการจัดตั้งโรงงานผลิตเหรียญด้วยเครื่องจุกรขึ้น โดยได้รับพระราชทานนามว่า “โรงกสาปน์สิทธิการ” และเริ่มผลิตเหรียญกษาปณ์ด้วยเครื่องจักรขึ้น เหรียญแรกคือ “เหรียญบรรณาการ” แต่ก็เลิกเสียเพราะผลิตในแต่ละวันได้ไม่มากและไม่เพียงพอ

 

 

         ต่อมาใน พ.ศ. 2405 มีการผลิตกระแปะขึ้นใช้อีกอย่างหนึ่ง โดยเลียนแบบกระแปะของชาวจีนและญวน เป็นเหรียญดีบุกผสมทองแดง ลักษณะกลมแบน ผิวเกลี้ยง กระแปะนี้มีตัวเลขและตัวหนังสือบอกราคาอยู่ถึง 3 ภาษา คือ ไทย จีน โรมัน จึงอาจจะกล่าวได้ว่ากระแปะสมัยนี้จัดเป็นเงินตรานานาชาติ เพราะมีถึง 3 ภาษา นอกจากนี้ยังมีการใช้ทองคำเป็นสื่อกลางในการแปลงเปลี่ยนสินค้าอีกด้วย มีการผลิตทองแปหรือเหรียญทองคำ ราคาทศ (แปดบาท) พิศ (สี่บาท) พัดดึงส์ (สิบสลึง) เป็นต้น และยังมีการผลิตเหรียญกษาปณ์ ทองคำ เงิน ทองแดง ตราพระมหามงกุฎ พระแสงจักร อีกหลายครั้ง หลายราคาด้วย

 

         ใน ปี พ.ศ. 2407 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้ผลิตเหรียญตรา “พระมหาพิชัยมงกุฎ” ขึ้น เป็นเหรียญทองคำและเงินจเพื่อพระราชทานแก่กระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ ซึ่งอาจจะนับว่าเหรียญตราฯ นี้ ผลิตขึ้นเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเหรียญแรกก็ว่าได้

         ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ได้โปรดฯ ให้ผลิตเงินเหรียญขึ้นใช้ใน พ.ศ. 2411 เป็นเหรียญดีบุกราคาโสฬส นอกจากนี้ยังมีการผลิตเหรียญเงินตราพระเกี่ยวยอด เหรียญเงินตราแผ่นดิน (ตราอาร์ม) ราคาบาท สลิง และเฟื้อง เหรียญทองแดง จปร. เหรียญทองแดงตราพระรูป (พระสยามเทวาธิราช) ราคาซีก เสี้ยว อัฐ และโสฬส

 

          พ.ศ.2451 มีการผลิตเหรียญสตางค์ทองขาว (นิกเกิล) และทองแดง ซึ่งมีลักษณะแปลกไป คือ เป็นเหรียญกลมแบนที่มีรูตรงกลาง หรือที่มักเรียกกันว่า “สตางค์รู” โดยมีลักษณะด้านหน้าเป็นลายอุณาโลมมีคำว่าสยามรัฐ และตัวเลขบอกราคา ด้านหลังเป็นรูปจักร 8 แฉก และบอกปีที่ผลิต 

 

          พ.ศ. 2452 พระองค์ทรงสั่งเหรียญเงินบาทจากโรงกษาปณ์ปารีส ประเทศผรั่งเศส เรียกว่า “เหรียญเงินบาทจุฬาลงกรณ์สยามินทร์” ซึ่งโปรดให้ทำขึ้นเพื่อเตรียมใช้ตามพระราชบัญญัติทองคำ แต่ยังมิทันออกใช้ พระองค์ก็ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน จึงนำเหรียญนี้มาพระราชทานเป็นที่ระลึกในงานพระเมรุพระบรมศพของพระองค์แทน

         นอกจากนี้ยังมีเงินที่ใช้ในโรงบ่อนอีกด้วย คือ เหรียญเงินรูปถ้วยหรือเหรียญเงินงอ เป็นเหรียญสลึงกับเฟื้องที่นายบ่อนนำมาทุบให้งอ เพื่อสะดวกในการใช้ขอเกี่ยว และอีกชนิดคือเงินปี้
 


         ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ตอนต้น ยังคงใช้เหรียญกษาปณ์ที่ผลิตขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งยังคงมีมากเพียงพอ จนถึง พ.ศ. 2456 พระองค์จึงโปรดแกล้าฯ ให้ออกแบบเหรียญเงินขึ้นใหม่ นอกจากนี้มีการผลิตเหรียญสตางค์ทองขาวแบบมีรูตรงกลางขึ้นอีก โดยมีลักษณะเช่นเดียวกับในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่ก็จะแตกต่างกันในรายละเอียดเล็กน้อย เช่น เปลี่ยนปีที่ผลิตจากรัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) มาเป็นพุทธศักราช (พ.ศ.)

         ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงโปรดฯ ให้ผลิตเหรียญสตางค์ ทองขาวขึ้นใน พ.ศ. 2469 ตามแบบสตางค์รูเหมือนในสมัยรัชกาลที่ 5 แต่แตกต่างกันในรายละเอียดบ้างเช่น ลักษณะของจักรนี้จะมีแฉกแบบแปลกออกไป ใน พ.ศ. 2472 โปรดเกล้าฯ ให้ผลิตเหรียญเงิน 5 ส.ต. และ 20 ส.ต. ขึ้น โดยมีด้านหน้าเป็นพระบรมรูปครึ่งพระองค์ ด้านหลังเป็นรูปช้างเฝือก

  

         ในสมัยพระบาทสามเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ตอนต้น ยังคงมีการผลิตเหรียญสตางค์รูทองขาว (นิกเกิล) ใช้ โดยมีลักษณะใกล้เคียงกับสมัยก่อน ๆ แต่ต่อมากการผลิตสตางค์รูจะมีลวดลายแตกต่างออกไปเช่น ด้านหน้าเปลี่ยนจากลายอุณาโลม มาเป็นลายกนกไทย และลายกระหนกแบบลายบัว กระหนกแข้งสิงห์ และเปลี่ยนคำว่าสยามรัฐมาเป็นรัฐบาลไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการผลิตเหรียญสตางค์ทองแดงราคาครึ่งสตางค์ขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ไม่เป็นที่นิยมของประชาชน

         พ.ศ. 2489 มีการผลิตเหรียญดีบุกราคาสตางค์แบบลักษณะไม่มีรูตรงกลาง ด้านหน้าเป็นพระบรมรูปเมื่อทรงพระเยาว์ ด้านหลังเป็นรูปพระครุฑพ่าห์ ซึ่งจะแตกต่างจากสมัยก่อนที่เป็นรูปช้าง


 

          ในสมัยพระราบสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เริ่มมีการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในรัชสมัยของพระองค์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2493 เป็นเหรียญสตางค์ทองแดงและดีบุก ลักษณะกลมแบนโดยไม่มีรูตรงกลางด้านหน้าเป็นพระรมรูป ด้านหลังเป็นตราแผ่นดิน พ.ศ. 2515 มีการผลิตเหรียญกษาปณ์นิเกิลราคา 5 บาท ออกใช้หมุนเวียนแทนธนบัตรชนิดราคา 5 บาท มีลักษณะเป็น 9 เหลี่ยม และได้ผลิตออกใช้จนถึง พ.ศ. 2520 จึงเลิกผลิตเพราะมีการปลอมแปลงกันมาก จึงได้มีการผลิตเหรียญทองขาวสอดไส้ทองแดงราคา 5 บาทขึ้นแทน และเป็นเหรียญแบบแรกที่ใช้โลหะอันเป็นชั้น ขอบเหรียญมีคำว่า “กองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง” ลักษณะส่วนใหญ่ของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนในสมัยนี้ จะเป็นเหรียญกลมไม่มีรูตรงกลาง ด้านหน้าเป็นพระบรมรูป ส่วนหลังมีหลายรูปแบบ เช่น ตราแผ่นดิน ตราพระครุฑพ่าห์ ตราเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ ตรางรวงข้าว เป็นต้น 
 


         นอกจากนี้ในรัชสมัยปัจจุบันยังได้มีการผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลุกขึ้น โดยเหรียญแรกผลิตเมื่อปี 2504 ผลิตขึ้นเป็นที่ระลึกเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จกลับจากการเยือนประเทศต่าง ๆ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยผลิตเป็นเหรียญทองขาวชนิดราคา 1 บาท ต่อจากนั้นมาจึงได้มีการผลิตเหรียญกาษปณ์ที่ระลึกขึ้นอีกหลาย ๆ โอกาส 

         พ.ศ. 2525 กรมธนารักษ์ได้ทดลองผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกประเภทขัดเงา (proof coin) ขึ้นเป็นครั้งแรก เนื่องในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี เพื่อทูลเกล้าถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศาสุวงศ์เท่านั้น เหรียญประเภทขัดเงานี้ แม้จะมีราคาสูงกว่าหน้าเหรียญ แต่ก็มีความสวยงามมากและได้รับความนิยมสูง ดังนั้น เมื่อผลิตเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกคราวใดก็มักจะผลิตเหรียญประเภทขัดเงาด้วยเกือบทุกคราวไป


**ที่มาจาก Website คลังปัญญาไทย

http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%8D%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%9B%E0%B8%93%E0%B9%8C

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ZeeZezz วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/currency
เงินตรา ( Currency ) เหรียญ กษาปณ์ ธนบัตร เงินโบราณ  เงินพดด้วง

ครับผมเงินพดด้วง เรียกได้ว่าเป็นเงินตราของไทยโดยแท้ นอกจากรูปทรงแล้วที่แปลกแล้ว ยังเป็นเนื้อเงินบริสุทธิค่อนข้างสูง เรียกได้ว่ามีค่าในตัวเอง พดด้วงหนึ่งบาทเท่ากับเนื้อเงินหนักหนึ่งบาทหรือประมาณ 15 กรัม เหมือนทองคำครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "พลาดไม่ได้เด็ดขาด...รวมข้อคิดดีๆ จากเจ้าสัวธนินท์ถึงนักธุรกิจไทย !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

แวะมาอ่านตำนานเหรียญกษาปณ์ไทย
ได้ความรู้มากขึ้นครับ เงินพดด้วงของไทย
น่าจะคิดขึ้นมาเอง ไม่ซ้ำกับประเทศอื่น
ที่ใช้เงินกลมแบน ใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ZeeZezz วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/currency
เงินตรา ( Currency ) เหรียญ กษาปณ์ ธนบัตร เงินโบราณ  เงินพดด้วง


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
arekoy วันที่ : 01/06/2008 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arekoy
อนาคตและอดีตไม่สำคัญ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

เจิมค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รายการแกล้งคน ฮาๆ ตอน ช่วยบังคับหน่อย

* * * *

View All
<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]


ของสะสมของเพื่อนๆ
พระเครื่อง
9 คน
เหรียญ
40 คน
ธนบัตร
7 คน
แสตมป์
8 คน
ของโบราณ
3 คน
ตุกตา โมเดล
0 คน
วีดีโอ เพลง หนัง ภาพ
3 คน
ของเล่น
0 คน
การ์ดต่างๆ
3 คน
อื่นๆ
3 คน

  โหวต 76 คน