*/
  • พันธุ์สังหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 108859
  • จำนวนผู้โหวต : 75
  • ส่ง msg :
  • โหวต 75 คน
<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 3 ธันวาคม 2554
Posted by พันธุ์สังหยด , ผู้อ่าน : 6115 , 15:52:08 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน เฒ่าไผ่เขียว , ลูกแม่ลำดวน และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

เคยตั้งใจมาก่อนน้ำแล้วว่า หลังน้ำท่วม จะนำเสนอโครงการดี ให้เป็นที่รู้จักกันครับ

จึงใส่ไว้ในรายการ รอจนข่าวน้ำท่วมซาลง

โอกาสเหมาะขอแนะนำโครงการนี้ให้พี่น้องโอเคได้ร่วมบุญกันครับ

(ปล่าวมิได้เรี่ยไรผ้าป่า อย่าเพิ่งตกใจ)


      




  

วันก่อนเปิดไปเจอ โครงการเกี่ยวกับการอนุรักษ์หนังสือการ์ตูนฝีมือคนไทยสมัยเก่า

จึงอยากเอาเรื่องราวดีที่ควรสนับสนุนนี้มาเผยแผ่ให้รู้กัน

ในวงกว้างครับ ช่วย ๆ กันกระจายข่าว ฝันจึงจะได้เป็นจริงครับ


ชมรมสุขสม ของ สุชาติ เกียรติชัยพิพัฒน์ ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับ ห้องสมุดการ์ตูนไทย ของ

วรวิชญ เวชนุเคราะห์ ร่วมกันจัดตั้งหอสมุดการ์ตูนไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เผยแพร่

ให้เด็กและเยาวชนไทย เกิดความรัก เชิดชู และภาคภูมิใจ

สนับสนุนการใช้ภาษาไทยผ่านสื่อการ์ตูนและช่วยเหลือสังคม

โดยมีเป้าหมายหลัก 4 ประการ คือ
1 - รวบรวม อนุรักษ์ การ์ตูนไทยในอดีตให้คงอยู่สืบต่อไปถึงลูกหลานไทย
2- เผยแพร่ และจัดกิจกรรมต่างๆ ให้เด็กและเยาวชนไทย
เกิดความรัก เชิดชู และภาคภูมิใจในการ์ตูนไทยและศิลปินในอดีต
3- สนับสนุนการใช้ภาษาไทยไทยผ่านสื่อการ์ตูน
4- ช่วยเหลือสังคม ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กยากจน และวิชาชีพการเขียนวาดภาพการ์ตูนไทย

เราจะจัดตั้งหอสมุดการ์ตูนไทยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เราจะโชว์การ์ตูนไทยฉบับพิมพ์ครั้งแรกเล่มจริง ในอดีตตั้งแต่ปี 2490-2520 มากกว่า 10,000 เล่ม
หรือ 800 เรื่อง
เราจะให้บริการท่านได้ชมการ์ตูนทุกเล่ม
ท่านสามารถถ่ายเอกสารและขอปกสีการ์ตูนฉบับพิมพ์ครั้งแรกได้ทุกเล่ม
เราจะจัดห้องเกียรติยศ เพื่อเชิดชูวีรบุรุษการ์ตูนไทยในอดีต
ที่สร้างตำนานอันยิ่งใหญ่น ี้ให้แผ่นดินไทย
เราจะจัดให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศเข้าชม
และหยิบอ่านการ์ตูนเล่มไหนก็ได้ ฟรีตลอดปี
เราจะแจกจ่ายเผยแพร่การ์ตูนไทยให้โรงเรียนตัวอย่างทั่วประเทศฟรี
เราจะแจกทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่โดดเด่น
ทางการเขียนภาพกา ร์ตูนไทย
เราจะเปิดเว็บการ์ตูนไทยและ Facebook
เพื่อสร้างโครงข่ายสังคมการ์ตูนไทยในโลก Online
เราจะเปิดห้องสโมสรเพื่อสร้างสังคมการ์ตูนไทย
ใช้เป็นที่พบปะสังสรรของพวกเราที่รักและชอบสะสมหนังสือเก่า

จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
ด้วยความนับถือ
 

สุชาติ เกียรติชัยพิพัฒน์ โทร 085-043-8334 http://www.cartoonthai2500.co.cc



วันก่อนข้าน้อยได้ โทรศัพท์ไปคุยกับคุณสุชาติ เจ้าของโครงการ

เขาใจดีมาก ยังซีร็อกการ์ตูนสิงห์ดำ ของราช เลอสรวง มาให้อ่านตั้งสองสามเล่ม

 เพราะปัจจุบันนี้หาอ่านที่ไหนไม่ได้แล้ว  จึงอยากประชาสัมพันธ์ข่าวนี้ให้ทราบทั่ว ๆ กันว่า
ตอนนี้โครงการกำลังอยู่ในขั้นตอนดำเนินงาน เพื่อให้หลายฝ่าย
สนับสนุนให้เป็นความจริง แต่ที่น่าทึ่งก็คือ นานหลายปีแล้ว
ที่ยังไม่มีใครคิดทำ ในขณะที่เมื่อเวลาผ่านไปหนังสือที่กระจัดกระจาย
นับวันจะสูญหายไปทุกที  ตอนนี้ดีใจที่มีคนคิดทำแล้ว
แต่ขั้นตอนล่าช้าเหลือเกิน(สงสัยว่าเพราะน้ำท่วมด้วยนั่นแหละ)
จึงยังไม่ได้เปิดเป็นทางการเสียที


ตอนนี้มีคนคิดทำแล้วรอคนสนับสนุนครับ ใครมีความเห็นยังไงช่วยกระซิบกันหน่อย

ในต่างประเทศนั้น เขามีการอนุรักษ์บ้านนักเขียน

ผลงานของนักเขียน และผู้มีคุณต่อบ้านเมืองเขา

จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เปิดให้บริการให้คนรุ่นหลังที่สนใจ

ได้ศึกษา ส่วนหนึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจว่าคนบ้านเมืองเขา

มีความสามารถ มีผลงาน ทำรายได้ให้ชุมชนเพราะ

บริการแก่ผู้เข้าชมมีนักท่องเที่ยวสนใจไปชม 

หันมาดูบ้านเรากันบ้าง เรื่องที่ควรทำดันกลับตรงกันข้าม

ไปหมด พิพิธภัณฑ์ยกย่องเชิดชูคนดี มีความสามารถ

มีผลงาน เป็นเพียงสถานที่เก่า ๆ ไร้คนสนใจเข้าไปชม

ไปศึกษา ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ผู้คนรับรู้กันในวงแคบ

ไม่ได้รับการให้ความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์ ทั้ง ๆ ที่

ทุกเรื่องต่างมีนัยยะสำคัญต่อสังคมให้ศึกษากันทั้งนั้น 

ผู้มีอำนาจ มีงบประมาณควรให้ความสนใจกัน มากกว่านี้ครับ

 

ที่กล่าวมาก็เพื่อจะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทย

หรือหอสมุดการ์ตูนไทย

ไว้ให้คนไทยรุ่นหลังได้อ่านได้ศึกษา เพราะปัจจุบัน

แวดวงการ์ตูนไทยเสียเอกราชให้การ์ตูนญี่ปุ่นกับฮ่องกงไปหมดแล้ว

เคยสงสัยเหมือนกันว่า การ์ตูนฝีมือคนไทยสมัยก่อน

ที่เคยอ่าน หายไปไหนหมด จะมีใครเก็บเอาไว้บ้างไหมนะ

พอทราบข่าวว่ามีคนเก็บเอาไว้มากนับหมื่น ๆ เล่ม(ไม่น้อยเลย)

และคิดจะนำออกมาให้สาธารณะชนได้อ่าน

ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ไอเดียบรรเจิดเลยครับ เป็นเรื่องที่

ควรให้เกิดอย่างยิ่ง ถ้าข้าพเจ้ามีเงินสักสี่ห้าแสนหรือ

สักล้านบาทจะมอบให้ไปเลยสนับสนุนให้เกิดขึ้นให้ได้

วันนึงจะได้นำพาลูกศิษย์ลูกหาให้ไปศึกษาและชมดู

เป็นความรู้ เป็นประสบการณ์ชีวิต ตอนนี้ ทราบว่า

ผู้ริเริ่มโครงการยังคงตั้งตาลุ้นว่าที่ของบสนับสนุนจากบริษัทใหญ่

ทั้งหลายจะได้รับการตอบรับหรือไม่

ยังไงก็อยากให้คนไทยช่วยกันให้เกิดมีขึ้นครับ





การ์ตูนไทย

ประวัติจากคำบอกเล่า เริ่มต้นจากเป็นการ์ตูนแนวนิยายพื้นบ้าน ผี และแนวจักร ๆ วงศ์ ๆ ราคาเล่มละหนึ่งบาท นักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียงสมัยนั้น เช่น จุก เบี้ยวสกุล ต่อมาเริ่มมีการ์ตูนแนวตลกสั้น ๆ ในลักษณะ การ์ตูน 3 ช่องจบ ออกมาเพิ่ม เช่น เบบี้หนูจ๋า ขายหัวเราะ และ มหาสนุก

ส่วนการ์ตูนไทยในลักษณะมังงะอย่างที่พบเห็นทั่วไปในปัจจุบันนั้น น่าจะมีมาไม่ถึงยี่สิบปี โดยนิตยสารการ์ตูนไทยในแนวมังงะยุคบุกเบิกได้แก่ ไทคอมมิค (Thai Comic) ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ และ เอ-คอมมิค (a-comic) และ cartoon thai studio ของ สยามอินเตอร์คอมมิค









ประวัติการ์ตูนไทย


ประวัติศาสตร์การ์ตูนไทยเริ่มจากการเข้ามาของวิทยาการเขียนภาพแบบตะวันตก ซึ่งขรัวอินโข่ง จิตรกรในสมัยรัชกาลที่ 3 - รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้นำมาใช้เป็นคนแรกในการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังลักษณะเหมือนจริง หลายคนจึงถือกันว่าท่านเป็นนักเขียนการ์ตูนไทยคนแรกต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ภาพล้อหรือการ์ตูนในเมืองไทยเป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะแนวการ์ตูนล้อการเมือง ยุคนี้ได้มีนักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองคนแรกเกิดขึ้น คือ ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต (เปล่ง ไตรปิ่น) แม้รัชกาลที่ 6 เองก็ทรงโปรดการ์ตูนลักษณะดังกล่าว ดังปรากฏหลักฐานว่า มีภาพวาดฝีพระหัตถ์ล้อเหล่าเสนาบดีและข้าราชบริพารในพระองค์อยู่เสมอๆ ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ดุสิตสมัย

ถึงสมัยรัชกาลที่ 7 วงการการ์ตูนซบเซาลงเนื่องจากพิษเศรษฐกิจ จนถึง พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้นักเขียนการ์ตูนมีเสรีภาพในการเสนอความคิดเห็นมากขึ้น จึงมีนักเขียนการ์ตูนดังๆ เกิดขึ้นในยุคนี้หลายคน อาทิ สวัสดิ์ จุฑะรพ ผู้นำเรื่องสังข์ทองมาวาดเป็นการ์ตูนเรื่องยาวเรื่องแรกของประเทศไทย ลงในหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ และเจ้าของตัวการ์ตูน "ขุนหมื่น" ซึ่งดัดแปลงมาจากป๊อบอายและมิกกี้ เมาส์ โดยเป็นตัวตลกแทรกอยู่ในการ์ตูนจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องต่างๆ ต่อมานักเขียนการ์ตูนคนอื่นๆ จึงสร้างการ์ตูนตัวหลักของตัวเองขึ้นมาบ้าง นอกจากนี้ยังมีนักเขียนการ์ตูนแนวเดียวกับ สวัสดิ์ จุฑะรพ คนอื่นๆ เช่น วิตต์ สุทธิเสถียร จำนงค์ รอดอริ ส่วนนักเขียนในยุคเดียวกันแต่วาดคนละแนวก็มีเช่นกัน เป็นต้นว่า ฉันท์ สุวรรณบุณย์ ผู้บุกเบิกการ์ตูนสำหรับเด็กเป็นคนแรกของประเทศไทย



ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 การ์ตูนไทยซบเซาลงจากภัยสงครามเช่นเดียวกับวงการวรรณกรรม เมื่อสิ้นสงครามแล้ว วงการการ์ตูนไทยจึงฟื้นตัวอีกครั้ง ในยุคนี้ปรากฏนักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียงหลายคน เช่น ประยูร จรรยาวงษ์ นักเขียนการ์ตูนเจ้าของฉายา "ราชาการ์ตูนไทย" ซึ่งวาดทั้งการ์ตูนตลกและการ์ตูนการเมือง ในยุคเดียวกันนี้ก็มีนักวาดภาพประกอบผู้โด่งดังซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป คือ เหม เวชกร ซึ่งน้อยคนนักจะรู้ว่าท่านก็วาดการ์ตูนด้วยเหมือนกัน พ.ศ. 2495 ได้มีการ์ตูนสำหรับเด็กเกิดขึ้นเป็นเล่มแรก คือ หนังสือการ์ตูน "ตุ๊กตา" อันเป็นผลงานของพิมล กาฬสีห์ มีตัวละครหลักสี่คน คือ หนูไก่ หนูนิด หนูหน่อย และหนูแจ๋ว และประสบความสำเร็จอย่างสูง (เลิกออกประมาณ พ.ศ. 2530 เนื่องจากพิมล กาฬสีห์ เสียชีวิต) หลังจากนั้นจึงมีการ์ตูนสำหรับเด็กออกมาอีกหลายเล่ม เช่น การ์ตูน "หนูจ๋า" ของ จุ๋มจิ๋ม (จำนูญ เล็กสมทิศ) ซึ่งเริ่มวางแผงเล่มแรกเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2500 และที่ได้รับความนิยมตามมาอีกเล่มก็คือการ์ตูน "เบบี้" ของ วัฒนา เพ็ชรสุวรรณ ซึ่งเริ่มวางแผงฉบับแรกเมื่อ พ.ศ. 2504 ตัวการ์ตูนหลักของเบบี้นั้นมีมากถึงสิบกว่าคน บางตัวก็มีการนำไปแสดงหนังโฆษณาก็มี คือคุณโฉลงและคุณเต๋ว หนังสือทั้งสองเล่มนี้อยู่ในเครือสำนักพิมพ์บรรลือสาส์น และยังคงออกมาต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้แล้วก็ยังมีหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กที่แฝงสาระมากอีกเล่มหนึ่งก็คือ ชัยพฤกษ์การ์ตูน ซึ่งมี ทาร์ซานกับเจ้าจุ่น เป็นตัวชูโรง ผู้วาดก็คือ รงค์ นักเขียนการ์ตูนนิยายภาพที่สร้างชื่อเสียงในชัยพฤกษ์การ์ตูน อย่างเช่น เตรียม ชาชุมพร ที่เขียนเรื่อง "เพื่อน" โอม รัชเวทย์ สมชาย ปานประชา พล พิทยกุล เฉลิม อัคภู ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้ได้ปิดตัวไปแล้วนักเขียนคนอื่นที่มีชื่อเสียงร่วม สมัยได้แก่ พ.บางพลี (เจ้าของผลงานเรื่อง อัศวินสายฟ้า และศรีธนญชัย) , ราช เลอสรวง, จุก เบี้ยวสกุล ฯลฯ ซึ่งในยุคนี้ส่วนมากจะนิยมวาดการ์ตูนเรื่อง บางเรื่องยาวเป็นร้อยๆ หน้า นับว่าเป็นยุคทองของการ์ตูนเรื่องทีเดียว(ประวัติย่อจากวิกกี้พิเดีย)

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่วิกกี้พิเดีย





ประวัติคุณจุก เบี้ยวสกุล อ่านได้ที่นี่เลยครับ

http://www.kartoon-discovery.com/history/jook.html



ติดตามรายละเอียดโครงการได้ที่นี่ครับ


Waraporn Srifa
โทร 085-043-8334

 

สำนักการ์ตูนไทย อนุรักษ์ ส่งเสริม เผยแพร่ มรดกไทยนี้ ให้อยู่คู่แผ่นดินไทยตลอดกาล
สุชาติ เกียรติชัยพิพัฒน์
โทร 085-043-8334
http://www.cartoonthai2500.co.cc
http://wsrifa.blogspot.com/


email : pornwara10@yahoo.com

http://wsrifa.blogspot.com/


รายชื่อการ์ตูนบางส่วนที่มีอยู่ในหอสมุดการ์ตูนไทย

กบทองคำ(2502)ภาพโดย ประนอม และเรื่องโดยเกิดใหม่
การ์ตูนคุณหนู(2502)ภาพและเรื่องโดย ฉลอง ธาราพรรค์
การ์ตูนแจ๋วแหวว(2506)ภาพและเรื่องโดย แจ๋วแหวว
การ์ตูนตุ๊กตา(2498)
การ์ตูนเบบี้(2505)
การ์ตูนยิ้ม(2501)ภาพโดย วิเชียร ศุภสมุทร
การ์ตูนรวมรสสำราญ(2510)
การ์ตูนหนูจ๋า(2502)
การ์ตูนหนูน้อยร้อยชั่ง(2505)ภาพและเรื่องโดย พ.บางพลี
การ์ตูนหรรษา(2502)ภาพและเรื่องโดย วัฒนา
เกือกทองคณโฑทิพย์(2504)ภาพโดย จ.บางพลัด และเรื่องโดย เสรี เปรมฤทัย
แก้วหน้าม้า(2507) ภาพและเรื่องโดย ทวี วิษณุกร
โกมินทร์กุมาร(2506) ภาพและเรื่องโดย ทวี วิษณุกร
ขวานฟ้าหน้าดำ(2502)ภาพโดย เทพา และเรื่องโดย เสรี เปรมฤทัย
ขุนขวานทมิฬ(2505)ภาพและเรื่องโดย พ.บางพลี
ขุนช้างขุนแผน(2500)ภาพและเรื่องโดย นกกระทา
จอมประจัญบาน(2507) ภาพและเรื่องโดย ราชันย์
จิ้งจอกขาว(2506) ภาพและเรื่องโดย ราชันย์
จิ้งจอกล่องหน(2510) ภาพและเรื่องโดย ราชันย์
เจ้าชายกาลี(2500)ภาพโดย ฉลอง และเรื่องโดย ป.อินทรปาลิต
เจ้าชายผมทอง(2502) ภาพและเรื่องโดย จุก เบี้ยวสกุล
เจ้าชายลิ้นดำ(2503)ภาพและเรื่องโดย พ.บางพลี
เจ้าหญิงกำไลมุกข์(2503)ภาพและเรื่องโดย ฉลอง ธาราพรรค์
เจ้าหญิงมัคคลี(2504) ภาพและเรื่องโดย สมควร
แจ๋วแหวว’96 (2496) ภาพและเรื่องโดย แจ๋วแหวว
ซุปเปอร์แมน(2498)ภาพและเรื่องโดย หลังฉาก
ซุปเปอร์แมนแกละ (2500)ภาพโดย ปรีชา และเรื่องโดย ป.อินทรปาลิต
ดาบเจ็ดสี(2502)ภาพโดย เทพา และเรื่องโดย เสรี เปรมฤทัย
ปลาบู่ทอง(2508) ภาพและเรื่องโดย ระย้า
ผมทองคะนองศึก(2511) ภาพและเรื่องโดย จุก เบี้ยวสกุล
พระอภัยมณี(2506) ภาพและเรื่องโดย จั๊กจั่น
เพื่อนแก้ว(2510) ภาพและเรื่องโดย จุก เบี้ยวสกุล
เพื่อนรัก(2507)ภาพและเรื่องโดย พ.บางพลี
มณีเจ็ดแสง(2502)ภาพโดย วิรัช และเรื่องโดย เสรี เปรมฤทัย
มณีโสภา(2502) ภาพโดย ธารา และเรื่องโดย เสรี เปรมฤทัย
มังกรสามหัว(2504) ภาพและเรื่องโดย จุก เบี้ยวสกุล
ลูกคนยาก(2502)ภาพโดย วิษณุ และเรื่องโดย จ.ไตรปิ่น
เล็บครุฑ(2500)ภาพโดยธารา และเรื่องโดย พนมเทียน
เวียงฮ่อ(2498)ภาพโดย ตุ๊กตา และเรื่องโดย ยโสธร
ศรีธนนชัย(2505) ภาพและเรื่องโดย จั๊กจั่น
สามยมทูต(2510) ภาพและเรื่องโดย วิเชียร ชายทวีป
สามสิงห์(2504) ภาพและเรื่องโดย ราช เลอสรวง
สามเกลอ พล นิกร กิมหงวน เรื่องโดย ป.อินทรปาลิต
สิงขรผู้ทรงพลัง(2503)ภาพและเรื่องโดย วินธัย
สิงห์ดำ(2509) ภาพและเรื่องโดย ราช เลอสรวง
เสือขาว(2505) ภาพและเรื่องโดย ราช เลอสรวง
โสนน้อยเรือนงาม(2511) ภาพและเรื่องโดย ตะวัน
หนูเล็กลุงโกร่ง(2498)ภาพและเรื่องโดย อดิเรก
เหยี่ยวเงิน(2510) ภาพและเรื่องโดย ราเชนทร์
อภินิหารแพรแดง(2500)ภาพโดย วิรัช และเรื่องโดย เสรี เปรมฤทัย
อัศวินลมกลด(2507)ภาพและเรื่องโดย พ.บางพลี
อัศวินสายฟ้า(2500)ภาพและเรื่องโดย พ.บางพลี










วีรบุรุษการ์ตูนไทยผู้เคยยิ่งยงมาก่อนการ์ตูนญี่ปุ่น

ความฝันของคนคนหนึ่งที่จะทำหอสมุดหนังสือการ์ตูนเอาไว้ให้คนรุ่นลูกหลานเหลนได้ดูในภายภาคหน้า
และเพื่อรวมรวมการ์ตูนฝีมือคนไทยไว้ให้มิให้สูญหายไปกับกาลเวลา ถ้าโครงการดี ๆ แบบนี้ไม่ได้รับการสนับสนุน
เืมืองไทยคงพัฒนาไปได้ยากครับ
พันธุ์สังหยด ขอช่วยกระจายข่าวสาร
ให้หอสมุดการ์ตูนไทยได้ทำฝนให้เป็นจริงครับ




แถมรูปปกหนังสือให้ชมกันครับ

เผื่อใครคิดถึงวันเก่า ๆ










ใครสนใจอ่านหรือต้องการศึกษา ติดต่อโดยตรง
สุชาติ เกียรติชัยพิพัฒน์ โทร 085-043-8334 http://www.cartoonthai2500.co.cc

ได้เลยครับ ข้อน้อยขออนุญาตมาแล้วเรียบร้อย ขอเชิญพี่น้องชาวโอเคทุกท่านสนับสนุนครับ
ในอนาคตเราจะได้มีหอสมุดการ์ตูน ให้นักเรียนตัวน้อย ๆ ได้เข้าไปอ่านกันครับ










อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 28/12/2011 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์


สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕

“เพิ่มปีไม่เพิ่มวัย ปีเปลี่ยนไปไม่มีทุกข์
เปลี่ยนปีไปใจยิ่งสุข ลดความทุกข์ สุขสำราญ”

ขอให้มีชัยชนะในชีวิตและการงานครับ

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เฒ่าไผ่เขียว วันที่ : 04/12/2011 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/okokbaby

นมัสการครับ...

...ผมก็คนหนึ่งที่ติดตามผลงานและเก็บสะสมการ์ตูนไทยเหมือนกันครับ...แต่เป็นงานเขียนการ์ตูนไทยรุ่นใหม่ๆ แต่ก็ชอบลายเส้นนักเขียนรุ่นเก่าๆ เหมือนกันครับ...แต่หาชมได้ยากมากแล้ว...เวลาที่อ่านการ์ตูนไทยดีๆ จะรู้สึกอินกับบรรยากาศ เนื้อหาได้ลึกซึ้งกว่า การ์ตูนมังงะมากมายครับ
...นับว่าเป็นโครงการที่น่าสนับสนุนมากเลยครับ...ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

มากมายจริงๆ ค่ะพระอาจารย์คะ

น่าสนใจมากๆๆ

+1 โหวตค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ทำพิพิธภัณฑ์การ์ตูนไทย
ให้มีชีวิต
แบบหอสมุดการ์ตูนไทย

สนับสนุนครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
คนขายปุ๋ย วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 19.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kpm

ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 18.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ความคิดเห็นที่ 11
ลองโทรไปติดต่อขอเบอร์กันสิครับจะได้พบเจอกัน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Strawb วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 18.29 น.

ดีใจและยินดีครับที่มีคนเห็นคุณค่างานของเขา
สุชาติ (คนเสื้อขาวซ้ายมือ) เขาจบวิศวะโยธา ที่ มช. (รุ่นเดียวกับผม) ตอนเรียนก็เป็นว๊ากเกอร์มาด้วยกัน (ที่คณะจะมีระบบ SOTUS) แต่ไม่รู้ว่าเขาสนใจการ์ตูน ไม่ได้เจอเขานานมาก แต่ก็ตามงานของเขาอยู่จากที่เพื่อนๆ เล่าให้ฟัง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ลูกแมวหน้าโรงหนังลุง วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 18.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sri

การ์ตูนเล่มบาท

เด็กบ้านนอกอย่างพ้มได้หนังสือพวกนี้แหละครับเป็นแหล่งบันเทิง

เวียนยืมญาติ ๆ อ่านกันจนปกขาด ใช้กาวทำจากน้ำยางผสมน้ำมันกีาด ปะอย่าให้ขาดมาก

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 18.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

อนาคตเขาคงจะทำนั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ประยูร วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/StayFoolish

ดีจังครับ เป็นความดที่ดีครับ
หากแปลงเก็บเป็นเอกสารอิเล็กตรอนิกส์ได้
ก็จะยิ่งยอดเยี่ยมครับ
ขอบคุณที่นำมาแนะนำ
โหวตตตตตตตตตตต

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ตอนเล็ก ๆ อ่านเยอะเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ไม่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ซันญ่า วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

ของดีมีอยู่จริง
จะเข้าไป ชมณ.บัดนี้
และจะมา บอกนะคะ
.
.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

"หนังสือการ์ตูนไม่เคยหายไปจากแผงหนังสือ" พี่อาจินต์ ปัญจพรรค์ กล่าว ประโยคนี้เมื่อกาลครั้งหนึ่งเกือบนานมาแล้ว และดูเหมือนจะเสริมด้วยว่านักอ่านมักเริ่มเพาะนิสัยการอ่านตั้งแต่ยังเยาว์ ในวัยเด็กก็อ่านหนังสือการ์ตูนเท่าที่พอจะหาอ่านได้ พอเติบใหญ่ขึ้นจึงพัฒนามาอ่าน นวนิยายเริงรมย์ประโลมโลก,เรื่องสั่น ฯลฯ ว่ากันไปตามอัตภาพ ครั้งหนึ่งหนังสือการ์ตูนเคยครองพื้นที่บนแผงหนังสือเกือบครึ่งหนึ่งของทั้ง แผง ส่วนมากเป็นเรื่องยาวหลายเล่มจบ มีทั้งการ์ตูนและนิยายภาพ (สมัยนั้นดูเหมือนเรียกว่า ภาพวิจิตร) เรื่องราวมีทั้งประเภท จักรๆ วงศ์ ๆ เจ้าหญิงเจ้าชาย นิทานพื้นบ้าน นิทานชาดก รวมทั้งที่ดัดแปลงจาก Comic book ของฝรั่ง ประเภท ซุปเปอร์ฮีโร่ คาวบอย ผจญภัยตื่นเต้น ซึ่งล้วนขายดิบขายดี เขียนและพิมพ์ไม่ทันใจคนอ่านกันเลย หนังสือการ์ตูนยุคนี้ ส่วนใหญ่เขียนใหม่ทั้งหมด ต่างจากยุคก่อนหน้านี้ (คือก่อนหน้าปี พ.ศ. 2490)ที่ส่วนมากเป็นการ์ตูนรวมเล่ม หลังจากที่ได้ตีพิมพ์ให้ติดตามอ่านกันในหนังสือพิมพ์รายวันหรือนิตยสารอื่น ๆ ผู้เขียนประกอบอาชีพเขียนการ์ตูนและนิยายภาพมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2499 ตราบจนปัจจุบัน ได้พยายามศึกษาหารากฐานวิชาชีพของตนเองตลอดมาเท่าที่จะมีข้อมูลเอกสารสิ่ง พิมพ์ให้ค้นหาได้ และแล้วก็พบว่าการ์ตูนมีความเป็นมาก่อนหน้านั้นนานพอสมควรทีเดียว คือช่วงก่อนปี พ.ศ.2460 โดยประมาณ วงการการ์ตูนเริ่มจุดประกายขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงสนพระทัยเป็นอย่างมากในเรื่องศิลปะการเขียนภาพล้อ และโปรดเกล้าพระราชทานคำว่า Cartoon เป็นภาษาไทยว่า "ภาพล้อ" ในปี พ.ศ.2463 ขณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับณ พระราชวังพญาไทใหม่ ๆ โปรดเกล้าฯ ให้ย้าย "สวนดุสิตธานี" ไปจากพระราชวังดุสิตด้วย และในบริเวณดุสิตธานีสโมสรของพรรคการเมือง "โบว์สีน้ำเงิน" อันเป็นพรรคของพระองค์ ที่สโมสรแห่งนี้มีบริการของสโมสรอย่างสมบูรณ์เหมือนสโมสรทั้งหลาย และในปีเดียวกันโปรดเกล้าฯ ให้มีการประกวดภาพเขียนสมัครเล่นเป็นการภายในโดยแบ่งการประกวดออกเป็น 3 ประเภทคือ
1. ภาพล้อ (Cartoon)
2. ภาพนึกเขียน คือภาพที่เขียนจากความนึกคิด
3. ภาพเหมือน คือ ภาพที่เขียนเหมือนของจริง
มีข้าราชบริพานทั้งผู้ใหญ่ผู้น้อยส่งภาพเข้าประกวดกันมากเมื่อถึงกำหนดจึงนำ ภาพไปติดตั้งแสดง มีดนตรีบรรเลงให้ฟังทั้งไทยและสากล ไทยจริงๆ เทศจริงๆ ไม่มีดนตรีแบบครึ่งชาติ เก็บ ค่าผ่านประตูค่อนข้างสูง อย่างต่ำสุด 10 บาท ผู้เข้าชมต้องแต่งกายสุภาพ งานแบบนี้เคยจัดที่พระราชวังบางประอินมาแล้วครั้งหนึ่ง ในการประกวดภาพทั้ง 2 คราวนั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงวาดภาพล้อมากมายหลายภาพหลายชุดหลายบทว่าถึงฝีพระหัตถ์แล้วก็ไม่ถึงขั้น เป็นนักเขียนแต่พระราชดำริในทางประดิษฐ์แล้ว หาตัวจับได้ยาก คือเมื่อทรงเขียนภาพล้อผู้ใด ไม่ต้องบอกว่าเป็นใครหรืออะไร ก็รู้ได้ว่าเป็นผู้นั้น สิ่งนั้น ภาพฝีพระหัตถ์เหล่านี้ ถ้าเป็นภาพล้อท่านผู้ใด เจ้าของมักซื้อไว้ด้วยราคาสูง บางภาพขายได้เป็นหมื่น ๆ ก็มี เงินที่ได้จากการขายภาพเหล่านี้นำไปสมทบทุนซื้อปืนเสือป่าเป็นสาธารณะกุศล และภาพฝีพระหัตถ์ส่วนมากนำลงพิมพ์ในหนังสือ ดุสิตสมิต ปัจจุบันภาพฝีพระหัตถ์ยังคงเหลืออย่างน้อย 2 ภาพ ผู้เขียนได้ไปชมมาเมื่อเร็วๆ นี้ (พ.ศ.2542 ) ที่สถานที่ส่วนตัวของนักสะสมผู้หนึ่ง หนังสือพิมพ์สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเริ่มมีภาพ ประกอบข่าวหนังสือพิมพ์ หลายฉบับนำรูปภาพมาประกอบข่าว เฉพาะข่าวที่สำคัญเท่านั้น และเริ่มมีการเขียนภาพล้อการเมืองในหนังสือพิมพ์ตัวอย่างภาพล้อการเมืองใน หนังสือพิมพ์สมัยแรกๆ พอจะหาดูได้ใน จำอวด (2458) ซึ่ง เป็นหนังสือสัพเพเหระคดี ภาพที่น่าสนใจได้แก่การ์ตูนสามช่อง จากนั้นเป็นต้นมาก็ค่อย มีภาพการ์ตูนปรากฏตามหนังสือพิมพ์มากขึ้น นักเขียนภาพล้อการ์ตูนคนแรกของไทย คือ เปล่ง ไตรปิ่น (ขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต) ถ้าไม่ได้นาย เปล่ง ไตรปิ่น ผู้นี้แล้ว วงการหนังสือพิมพ์และหนังสือการ์ตูนจะเริ่มรุ่งเรื่องและเฟืองฟูเมือใดก็ไม่ รู้เพราะก่อนหน้านั้นการพิมพ์ภาพลงในหน้าหนังสือจะต้องส่งภาพต้นแบบไปทำแม่ พิมพ์ (บล็อก) โลหะที่ประเทศอินเดีย กว่าจะแล้วเสร็จกินเวลานานโข แม่พิมพ์ที่ทำได้ในเมืองไทยเป็นแม่พิมพ์ไม้ คุณภาพงานต่ำคงย่ำแย่เต็มที นายเปล่งซึ่งได้หนีบิดาไปกับเรือสินค้า (กรุงเทพธุรกิจ/จุดประกายวรรณกรรม 12 ก.ค. 41 ) นานกว่ายี่สิบปี ได้เดินทางกลับสู่ประเทศไทยพร้อมกับนำวิชาการทำแม่พิมพ์ (บล็อก)โลหะเข้ามาเผยแพร่ในเมืองไทยด้วย โดยเปิดร้าน "ฮาล์ฟโทน" รับทำบล็อกขึ้นเป็นแห่งแรก และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในวงการหนังสือพิมพ์และโรงพิมพ์ นับว่าเป็นมิติใหม่ในกิจการการพิมพ์ที่มีความหมายอย่างยิ่งหนังสือการ์ตูน ยุคนั้นใช้บล็อกเป็นแม่พิมพ์ทั้งสิ้น เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นเพลทเมื่อราวๆ 30 ปีที่ผ่านมา ด้วยคุณูปการ ในฐานะผู้นำมาซึ่งแม่พิมพ์โลหะคนแรก ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 6 จึงโปรดเกล้าฯ ให้นายเปล่ง ไตรปิ่น เป็นขุนปฏิภาคพิมพ์ลิขิต จากเอกสารสิ่งพิมพ์ที่มีอยู่ การ์ตูนในยุคแรกมีลักษณะเป็นภาพล้อทางการเมืองบ้าง,เป็นการ์ตูนตลก 3 ช่องบ้าง 8 ช่องบ้าง และเป็นแผนกหนึ่งในหนังสือพิมพ์ ยังไม่ใช่หนังสือการ์ตูนทั้งเล่มโดยเฉพาะทว่าในยุคสมัยที่ใกล้เคียงกันนั้น มีรูปเขียนอีกประเภทหนึ่งซึ่งไม่ใช่การ์ตูนตลกแต่เป็นลักษณะภาพแทรกหรือภาพ ประกอบเรื่องปรากฏประปรายอยู่ในหนังสือเล่ม ตัวอย่างเช่น ในหนังสือปกแข็งเล่มหนึ่งชื่อ ฮุนจึงเหลา เป็นเรื่องทำนองพงศวดารจีน ในแผ่นดินไต้ถัง เคยพิมพ์มาก่อนในหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ แล้วจึงนำมารวมเล่มเป็นปกแข็ง พิมพ์ครั้งที่ 1 โดยโรงพิมพ์ศรีกรุง พ.ศ. 2464 หนา 700 น่า (หน้า - ภาษาเดิม) ไม่ปรากฏชื่อผู้เขียน ในหนังสือเล่มนี้ มีภาพแทรกหรือภาพประกอบเรื่อง 4 ภาพ ในหน้า 19-21-39-53 แสดงให้เห็นว่าเริ่มมีการให้ความสำคัญกับรูปเขียนกันบ้างแล้ว ชื่อ "ฟื้น" ที่มุมซ้ายด้านล่างบ่งบอกว่าภาพแทรกนี้เป็นฝีมือของ ฟื้น รอดอริห์ นักเขียนการ์ตูนผู้บุกเบิกผู้หนึ่ง กรุงเทพฯแมกกาซีนรายเดือนฉบับเดือนมกราคม 2497 บอกว่าฟื้น รอดอริห์ ใช้นามปากกา "เดช ณ บางโคล่" สำหรับเขียนการ์ตูน ภาพแทรก หรือภาพประกอบเรื่องในยุคต่อมา ซึ่งดูละม้ายคล้ายกับการ์ตูนในแนวนิยายภาพ ได้แก่ภาพแรกในหนังสืออ่านเล่นเริงรมย์ชุด ยุวชน ในคลังหนังสือเก่าของคุณมนู พีระพันธุ์ มีหนังสือชุดนี้อยู่หลายเล่ม แต่ละเล่มใช้ชื่อเรืองนำหน้าว่า ยุวชน ทั้งนั้น เช่น ยุวชนช่วยสืบ,ยุวชนแนวหน้า ฯลฯ แต่ผู้ประพันธ์กับมีนามปากกาต่าง ๆ กันคือ ยุวชนช่วยสืบ เขียนโดย "บุศย์น้ำเพ็ชร์" และยุวชนแนวหน้า เขียนโดย "วนิดา" เป็นต้น หนังสืออ่านเล่นเริงรมย์ดังกล่าวมาแล้วนี้ มีขนาด 16 หน้ายกธรรมดา (หรือ 13 คูณ 18.5 ซม. โดยประมาณ) หนา 48 หน้า ไม่รวมปกราคา 5 สตางค์ จัดพิมพ์โดย คณะวัฒนากูล ซึ่งมีนายผล วัฒนะ เป็นเจ้าของและผู้จัดการ ฉบับวันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ.2480 เหตุที่หนังสือแนวนี้มีราคาย่อมเยา เพียงเล่มละ 5 สตางค์เท่านั้นคงเพื่อผลทางยอดจำหน่ายและขยายวงผู้อ่าน คนเบี้ยน้อยหอยน้อยก็สามารถควักกระเป๋าซื้อได้สบายๆ อีกส่วนหนึ่งก็คงเพื่อผลทาง "ปลูกนิยม" สำนวนสมัยก่อนความหมายใกล้เคียงกับโปรโมท ในสมัยนี้นั่นเอง

ขอเอาบทความของเว้บอื่นมาแจมเสริมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ขอบคุณครับ ยังไงช่วย ๆ กันกระจายข่าวครับ เขาจะได้ประสบผลสำเร็จ บางครั้ง คนมีเงินทุนก็ไม่เห็นคุณค่าของสิ่งเหล่านี้ คนเห็นคุณค่ากลับไม่มีทุนซะนี่

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
chailasalle วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ดีมากๆเลย เขามีการ์ตูนภาพ ของ อา ประยูร (ศุภเล็ก) ไหมครับ หาชมมานานมากแล้ว

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ราช เลอสรวง....สุดยอดนักวาดการ์ตูน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชบาตานี วันที่ : 03/12/2011 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ดีจังเลยค่ะท่าน
นับเป็นความฝันที่เป็นจริงของเด้กไทยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน