*/
  • พันธุ์สังหยด
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-10-30
  • จำนวนเรื่อง : 27
  • จำนวนผู้ชม : 108812
  • จำนวนผู้โหวต : 75
  • ส่ง msg :
  • โหวต 75 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 23 มิถุนายน 2555
Posted by พันธุ์สังหยด , ผู้อ่าน : 13655 , 15:08:27 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน ni_gul , อิมกุดั่น และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

ขวัญสงฆ์

วรรณกรรมดี ๆ แบบนี้ควรได้รางวัลซีไรซ์




เคยตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ถูกทิ้งเอาไว้ที่หน้าวัด และพระกับญาติโยมข้างวัดเก็บมาเลี้ยง  บอกเล่าเรื่องราวการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง ภายใต้การกล่อมเกลาของพระธรรมและพระสงฆ์ในวัด แต่พล็อตเรื่องต้องสะดุดชะงักและเก็บเข้าลิ้นชัก เลิกใช้  เพราะว่าได้อ่านเจอเรื่องราวของขวัญสงฆ์ เข้าเสียก่อน และพบว่า พล็อตนี้เลิกเขียนไปเลยดีกว่า เพราะถึงข้าพเจ้าจะเขียนออกมา ก็รู้ฝีมือเลยว่าคงจะไม่ดีเท่าที่คุณชมัยพร แสงกระจ่าง เขียนเรื่องขวัญสงฆ์เล่มนี้ ตามความรู้สึกที่ได้อ่าน เหมือนได้เห็นเรื่องราวชีวิตของเด็กกำพร้าคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นในวัด จากฉากแรกจนฉากสุดท้ายเป็นฉาก ๆ บางส่วนก็ตรงกับเรื่องราวในชีวิตของข้าพเจ้าเอง ยิ่งซึ้งจนน้ำตาไหล  ได้สัมผัสกับหลวงตาเจ้าอาวาสผู้ เปี่ยมเมตตา อุตส่าห์เก็บเด็กชายผู้ถูกทอดทิ้งตั้งแต่แบเบาะคนหนึ่งมาฝากตาส่งกับยายหนูข้างวัดเลี้ยง จนพอวิ่งเล่นได้จึงให้เข้ามาอยู่ในวัด คอยอบรมบ่มนิสัย เด็กน้อยซุกซนไปตามประสา ผู้เขียนเดินเรื่องได้ฉับไวไม่เยิ่นเย้อ รื่นไหลไม่มีสะดุด เหมือนได้ดูภาพยนตร์ฉายผ่านหน้าไปเป็นฉาก ๆ

 ตอนหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่านในตอนแรกก็ไม่นึกว่าจะมีความพิเศษอะไร แต่พอเปิดอ่านย่อหน้าแรก กลับวางไม่ลง (บอกตัวเองว่า เกือบพลาดวรรณกรรมชิ้นเยี่ยมชิ้นหนึ่งไปแล้วไหมเล่า )

หนูเป็นเด็กกำพร้าน่าสงสาร ไม่มีบ้านไม่มีพ่อไม่มีแม่ ใครคนหนึ่งรำคาญหนูร้องงอแง จึงเอาหนูวางแบไว้หน้าวัด หลวงตาเดินออกมาหน้ากุฏิ ได้ยินเสียงฉุฉิ- เหมือนเป็นหวัด แท้เป็นหนูกระแด่วกระแด่วเพราะถูกรัด หมาจะฟัดแมวจะฟ้อนหนูก่อนใคร...

 

แค่เปิดเรื่องมาก็พบว่าไม่ธรรมดา เรื่องนี้เขียนด้วยท่วงทำนองของ บทกวี มีจังหวะจะโคนและทอดเสียง แต่เขียนต่อกันเป็นนิยาย ไม่จัดวรรคแบบกวี เรียกว่าการเล่าเรื่องที่ผสมผสานได้ลงตัวอย่างมืออาชีพ พออ่านออกเสียงแล้วพบว่าได้อรรถรสวรรณกรรมอย่างมาก จนต้องอ่านต่อเนื่องให้จบ และหยิบมาอ่านอีกหลายครั้ง จนต้องตัดสินใจบอกเล่าให้คนอื่นได้หามาอ่านด้วย(มีครูภาษาไทยกับนักเรียน หลงคารมข้าพเจ้าเจ้าจนได้รู้จักกับขวัญสงฆ์ไปหลายคน)

อีกฉากที่เขียนได้ดีมากจนซึ้ง คือตอนขวัญสงฆ์หายไปหลวงตาและตากับยายตามหากันจนเหนื่อยมาพบ ขวัญสงฆ์ไปแอบนอนกับแม่หมาและกองลูกหมาวัด

...ณ เบื้องหน้าคือใต้ถุนกุฏิเตี้ย มีจีวรเหลืองเรี่ยกองยับย่น หลวงตานั่งยองยองลงมองคน ตายองก้นลงปรับ ระดับตา

ณ ใต้ถุนแสงมัวสลัวลาง มีร่างเจ้าแสนรักอยู่ตรงหน้า เจ้านอนหลับสนิทนิ่งนิทรา อกเจ้าไหวไปมายามหายใจ ณ ข้างข้างเจ้านั้นหรือคือแม่หมา มีลูกเล็กก่ายไปมานับไม่ไหว ต่างหลับกันถ้วนทั่วทุกตัวไป ตาส่งเห็นน้ำไหลใจตื้นตัน

พอโตขึ้น เด็กชายขวัญสงฆ์ก็วิ่งเล่นซุนซนอยู่ในวัดจากสามขวบเป็นห้าขวบ และเข้าโรงเรียน เห็นคนอื่นมาทำบุญที่วัด เห็นครอบครัวอยู่พร้อมหน้า ก็อดคิดไม่ได้ครอบครัวตนเองอยู่ที่ไหน  จนถามหลวงตาหลวงตาก็บอกไม่ได้ บอกได้แค่พบขวัญสงฆ์ถูกทิ้งไว้หน้าวัด เด็กชายขาดความอบอุ่นของคำว่าครอบครัวและพ่อแม่ จนคิดเพ้อฝันไปว่าตนอาจเป็นลูกเศรษฐีสักคน ที่วันหนึ่งเขาอาจจะมารับกลับบ้าน แต่ฝันนั้นไม่เคยเป็นจริง

ระหว่างบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของขวัญสงฆ์อยู่นั้น ก็มีภาพของประกายธรรมสอดแทรกเข้ามาเป็นระยะ ตั้งแต่เริ่มรู้ความ มาเข้าโรงเรียน จนไปอยู่กับครูสุดาแม่เลี้ยง เป็นภาพสะท้อนสังคมที่เกิดขึ้นจริง ๆ และยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน เช่น ตาส่งกับยายหนูที่แก่ชราลง กระท่อมหลังคาโหว่กับภาพชีวิตอันแสนยากจนของยายกับดำ เพื่อนที่โรงเรียนของขวัญสงฆ์ ตาน้อมซึ่งเป็นญาติแท้ ๆ ของครูสุดาที่ต้องอยู่คนเดียวในวัยชรา โดยไม่มีใครเหลียวแล ในขณะที่งานแต่งงานครูสุดาจัดอย่างใหญ่โตหรูหราฟุ่มเฟือยมีคนเมามายเสียดังวุ่นวาย จนขวัญสงฆ์สงสัยกับเรื่องราวในชีวิต ทำไมโลกจึงไม่ยุติธรรมกันหนอ ตาน้อมจึงต้องลำบากคนเดียวตอนแก่ และผิวหนังที่เหี่ยวย่นบอกว่า นับวันหลวงตาจะแก่ชราลง และวันหนึ่งคงจะจากขวัญสงฆ์ไป เรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้ผ่านพบทำให้เด็กน้อยได้คิดเรื่องราวชีวิต

ตอนเริ่มเปลี่ยนแปลงจากเด็กชายเป็นหนุ่มน้อย ก็ได้ไปอยู่กับครอบครัวของครูสุดาครูสาวที่ยังโสด ยอมอุปการะเลี้ยงดูสอนสั่งขวัญสงฆ์ด้วยความสงสารจนเหมือนแม่กับลูกแท้ ๆ กันเลย แต่พอครูสุดาแต่งงานมีครอบครัวมีลูกของตัวเอง เห็นภาพเลยครับว่าขวัญสงฆ์ต้องเจอกับมรสุมชีวิตตั้งแต่เริ่มหนุ่มในบ้านของแม่เลี้ยงพ่อเลี้ยง

ระหว่างนั้นก็ยังดีที่ยังมีหลวงตา มีวัด มีป่าช้า มีกัมมัฏฐานให้แอบไปนั่งภาวนา หลีกหนีจากความวุ่นวายความทุกข์ยากต่าง ๆ นานาในชีวิตที่พานพบ

 ทั้งครูสุดาที่เคยดีแสนดีก็ไม่ใช่คนดีอย่างภาพที่เห็น พอครูสุดามีลูกของตัวเองเขาต้องให้ความสำคัญกับลูกแท้ ๆ มากกว่าเด็กที่รับมาเลี้ยงแน่นอนอยู่แล้ว แต่คุณชมัยพรเขียนได้สะเทือนใจ เพราะว่าขวัญสงฆ์ไม่มีครอบครัวไร้ที่พึ่ง ก็หวังพึ่งครูสุดาเหมือนแม่ เมื่อวันหนึ่งความรักที่เขามีให้เปลี่ยนแปลงไปเทให้สามีและลูกที่เกิดใหม่ เลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง ขวัญสงฆ์จะรู้สึกอย่างไร

(นึกถึงชีวิตข้าพเจ้าเองตอนหนุ่มที่เติบโตในบ้านคนอื่นเลยครับ) ไม่ใช่ลูก แท้ ๆ ของเขา เขาจะเลี้ยงให้ดีได้ยังไง

เริ่มจากห้องที่เคยนอนต้องสละให้น้องที่เกิดใหม่ ส่วนตัวเองย้ายออกไปนอนในครัว แล้วฉากชีวิตของครอบครัวที่ต้องเลี้ยงเด็กทารกก็ผ่านเข้ามา ฉากนี้ถ้าใครเคยอยู่ในสถานะเดียวกับขวัญสงฆ์จะพบว่ามันน่าอึดอัดและลำบากใจมาก

...ทุกอย่างดูเปลี่ยนไปไม่คงที่ แม่สุดาหน้ายู่ยี่ไม่มีสิ้น เสียงน้องร้องทั้งคืนให้ได้ยิน เสียงพ่อแม่ติฉินกันไปมา ขวัญต้องย้ายมานอนอยู่ในครัว ก็ลุกขึ้นเนื้อตัวคันหนักหนา มีตัวเลือดริ้นไรคอยบีฑา ขวัญเป็นแผลทายาไม่ทุเลา

จะเห็นภาพว่าจากลูกรักที่ครูสุดาเคยดูแล ตอนนี้ไปทุ่มเทให้กับลูกคนใหม่จนไม่สนใจดูแลลูกเลี้ยงอย่างขวัญ ลูกคนใหม่นอนในห้องสุขสบาย แต่ขวัญต้องมานอนผจญริ้นไรอยู่ในครัวแทน

ระหว่างนั้นยังมีเรื่องราวเรียกน้ำตาอีกเยอะ เมื่อขวัญต้องทำงานทุกอย่างในบ้านช่วยพ่อแม่เลี้ยงน้อง ซึ่งตัวเองรักราวกับน้องแท้ ๆ ของตัว ต้องรบกวนหาอ่านกันเอาเองไม่อยากสปอยมาก(นี่ก็สปอยมาเยอะแล้วละ กลัวนักเขียนจะว่าเอาเรื่องไปบอกเขาเสียหมด)

จนมาถึงตอนที่เรียกน้ำตาได้อีกตอนคือตอนที่ครูสุดากับสามีรีบพาลูกคนใหม่ นั่งรถคันใหม่ไปฝากเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาล

...  เนอสเซอรี่อยู่ไปไกลจากบ้าน เช้าแม่ก็ลนลานเตรียมตัวใหญ่ น้องยิ่งร้องงอแงแง้แง้ไป แม่ยิ่งโกรธเขวี้ยงของใส่เจ้าขวัญน้อย หยิบโน่นนี่ไม่ได้ดังใจแม่ อ้าปากแค่จะบอกกันเสียงนั้นค่อย แม่ก็หยิกทุบตีจนมีรอย พ่อก็คอยถมทับกำชับตาม

พ่อแม่ไปหมดแล้ว...เจ้าขวัญกล้า ค่อยกินข้าวกับน้ำตาไม่อาจห้าม แต่งตัวไปคิดไปเหมือนไฟลาม คิดถึงยามอยู่วัดกับหลวงตา...

เรื่องมาลงตัวเมื่อบทที่ ๒๘ เกิดเหตุ ทำให้ขวัญต้องออกจากบ้านครูสุดาจนไม่อยากกลับไปอีก ที่พึ่งสุดท้ายก็คือ หลวงตาที่วัด ตอนนี้เรียกน้ำตาได้อีกแล้วครับ เมื่อขวัญต้องไปสอบที่โรงเรียนมัธยมแต่แม่สุดาให้ดูแลน้องที่บ้าน ขณะตนเองกับสามีไปธุระข้างนอก รู้ทั้งรู้ว่าขวัญต้องไปสอบที่โรงเรียนวันนั้น ขวัญเลยพาน้องไปโรงเรียนด้วย  ระหว่างสอบนั้นน้องก็เดินหายไปไหนก็ไม่รู้ แต่พอรู้ตัวว่าน้องหายไปก็ตามหา ด้วยความห่วงใยน้องเที่ยวร้องหา ตามหาจนเหนื่อย พบพ่อกับแม่อุ้มน้อง จึงถูกหาว่าไม่ดูแล ปล่อยให้น้องเกือบถูกรถชนตาย ขวัญถูกตีถูกด่ายกใหญ่เหมือนไม่เคยรักกันมาก่อน ตอนนี้เขียนได้อารมณ์มากครับ เพราะเขียนด้วยท่วงทำนองของบทกวี เลยกระชากอารมณ์ได้ทุกตอน ถ้าบอกเล่าแบบนิยายปกติคงไม่ได้อารมณ์มากเท่านี้ แบบแทบจะเห็นเลยว่าที่คุณชมัยพรเคยบอกว่าเขียนไปน้ำตาซึมไปนั้นเป็นอย่างไร

...พ่อตีจนพอใจไม่ฟังขวัญ แม่ด่าจนตัวสั่น

 มึงแสนชั่ว

ขวัญน้ำตารินไหลใจแสนกลัว ล้มลงนอนใจระรัวตัวระบม

เขาผลักขวัญทิ้งออกไว้นอกบ้าน ราตรีผ่านทนฝืนแสนขื่นขม ขวัญจับไข้สั่นหนาวร้าวระทม เจ้าจ่อมจมอยู่ในทุกข์ขุกเข็ญใจ....

นอกจากให้นอนนอกบ้านจนจับไข้แล้วยังมีต่อครับ ยังกระชากอารมณ์คนอ่านไม่พอ

เมื่อพ่อกับแม่ออกมาตอนเช้าไม่สนใจดูแลอาการขวัญแถมยังไล่ออกจากบ้านด้วย

เช้ารุ่งขึ้นตะวันเยือนมาเตือนขวัญ ให้ลุกขึ้นเร็วพลันพบวันใหม่ ขวัญเจ็บร้าวทั้งตัวทั้งไข้ไอ เจ้าตั้งใจพบแม่พ่อขอแค่ดี เขาออกมาไม่มองขวัญกันทั้งหมด เจ้าแก้วน้อยพลอยอดสบตาพี่ เขาแบกน้องผ่านไปในนาที ปล่อยขวัญนี้ยืนงงอยู่ตรงลาน

...พ่อตะโกนก่อนขึ้นรถ ไปให้พ้น เก็บข้าวของของตนให้พ้นบ้าน อยู่ต่อไปหนักหนาน่ารำคาญ บ้านนี้ไม่ต้องการ...สันดานเลว

น้ำตาขวัญคราวไข้ลงไหลพราก มองพ่อแม่ลาจากใจแหลกเหลว สิ้นรักสิ้นอาลัยสิ้นไฟเปลว ขวัญแสนเลวในสายตาบุพการี

เพราะอยากมีพ่อแม่เหมือนเขาอื่น เพราะอยากจะรักชื่นรื่นเหลือที่ เพราะอยากจะทำอะไรให้ดีดี เพราะเหตุใดสิ่งเหล่านี้จึงเป็นทุกข์ ขวัญเก็บผ้าน้ำตาไหลคิดไม่ออก ใจกระฉอกจิตกระเซ็นไม่เป็นสุข พอคิดได้ต้องไปสอบจึงเร่งรุก ใจกระตุกตัวสั่นร้าวเป็นเช้าร้าย...

 ยังไม่พอนะครับเกิดอะไรขึ้นอีกหลังขวัญถูกไล่ออกจากบ้าน ต้องหาอ่านแล้วครับ ไม่สปอยต่อ แต่อ่านแล้วเข้าถึงอารมณ์เลยครับ ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าเอาอยู่เลยทีเดียว

ยังมีเรื่องราวอีกหลายช่วงที่ขอฝากให้ไปหาอ่านกัน อย่างความน่ารักของหลวงตาที่เข้าข้างลูกศิษย์ อย่างขวัญสงฆ์ พูดอะไรแต่ละทีชวนให้คิด จับจิตอย่างนิ่งนิ่งเลยทีเดียว อย่า ตอนครูสุดากับครูสมเดชสามีตามมารับขวัญกลับบ้านหลังจากไล่ออกมาแล้ว หลวงตาจึงเอ่ยนิ่ม ๆ ว่า

หลวงตายิ้ม ทำหน้าใสเหมือนไม่รู้ บอกว่า ครู...คงติวให้ได้เต็มที่ จบม.สามคะแนนขวัญมันไม่มี เพราะสอบแต่ละทีมัวเลี้ยงน้อง”…

 ไม่ติดใจตรงไหน ติดใจตรง คำว่า คะแนนขวัญมันไม่มี มองอีกมุมคือ โยมทำเอาลูกศิษย์ของท่านขวัญหายขวัญกระเจิง ด้วยการไล่ออกจากบ้าน ท่านพูดน่าคิดนะครับคนฟังถึงกับสะอึกแบบนิ่ม ๆ เลยทีเดียว จนเมื่อไม่ยอมคืนลูกศิษย์ให้ไปลำบากอีก ก็ให้พิจารณาแนวทางในอนาคต ตรงนี้งามมากครับ

... ตาอยากให้เจ้านั้นบวชเรียนต่อ เรื่องทางโลกมากน้อยเหมือนรอยล้อ มาเกิดก่อมาวนเวียนให้เจียนตาย ก้าวทางธรรมจำไว้คือทางถูก เจ้าเหมือนลูกพระพุทธสู่จุดหมาย อีกไม่นานตาจะจากจะพรากตาย อยากให้ขวัญสบายได้ทางทอง...

แต่ตอนจบนี่สิไม่เล่าไม่ได้ เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตขวัญบีบคั้นจนไม่อยากอยู่ในโลกของฆราวาสแล้ว ขวัญสงฆ์ไปบวชเป็นสามเณรและได้บวชเป็นพระเมื่ออายุครบบวช ออกธุดงค์จนได้วัตรปฏิบัติอันงดงาม คุณชมัยพรเขียนตอนนี้ไว้งามมากครับ น่านับถือทีเดียว

...พระขวัญสงฆ์ธุดงค์อยู่หลายปี เป็นพระดีอยู่ป่าเป็นพระป่า เป็นพระงามยึดมั่นในจรรยาเป็นพระสงฆ์ของสัมมาพระพุทธองค์

พระสงฆ์ดีคือผู้ที่สืบปฏิบัติ คือมีวัตรจริยาต้องประสงค์ ห่มจีวรเหลืองงามอร่ามลง ก็ต้องคงธรรมได้ใต้จีวร ปฏิบัติภาวนาหาธรรมใน ไม่หลงใหลลาภยศอนุสรณ์ ไม่ติดข้องอวิชชาเฝ้าอาวรณ์ ไม่เร่าร้อนในมายาสารพัน ต้องต่อสู้ในฐานะเป็นมนุษย์ ต้องทำจิตบริสุทธิ์ต้องห้ำหั่น จะมีมารสักเท่าใดไม่สำคัญ ต้องฝ่าฟันไปให้พ้นอกุศลใด

พระสงฆ์เป็นทายาทพระพุทธเจ้า เป็นผู้มุ่งกล่อมเกลายุคสมัย พาผู้คนสู่วิมุตติสุดแสนไกล เผยแผ่ธรรมะให้ขจรขจาย

จากเด็กน้อยที่น่ารักตั้งแต่ฉากแรกที่นอนหลับอยู่กับแม่หมา จนถึงฉากเป็นพระดีให้คนกราบไหว้ด้วยใจศรัทธา เขียนได้งดงามลงตัวมาก เป็นอย่างที่คุณชมัยพรเขียนไว้ในคำนำว่า ตนเองเขียนไปน้ำตาซึมไปเพราะอินกับเรื่องราวของเด็กชายขวัญสงฆ์ ข้าพเจ้าในฐานะคนอ่าน อยากบอกว่า น้ำตาไหลไปหลายรอบเหมือนกันกว่าจะอ่านจบ จนในใจบอกเลยว่าเล่มนี้ดีกว่า ความสุขของกะทิ (งานเขียนของคุณ อำพรรณ เวชชาชีวะ)ด้วยซ้ำ ถ้าจะให้รางวัลเล่มนี้ควรได้รางวัลซีไรซ์ และทุกรางวัลสำหรับรางวัลวรรณกรรมเยาวชนในประเทศไทยยุคนี้ แต่พอนึกถึงชื่อของผู้เขียนแล้วรู้เลยว่า รางวัลซีไรซ์คงไม่มีความหมายสำหรับคุณชมัยพรไปแล้ว เพราะเธอเป็นถึงอดีตกรรมการรางวัลซีไรซ์ ทั้งฝีมือการเขียนของคุณชมัยพรเป็นมืออาชีพที่สร้างสรรค์งานได้อย่างต่อเนื่องจนไม่ต้องอาศัยรางวัลอีกแล้ว   

ถ้าจะถามว่าทำไมถึงได้ยกย่องขวัญสงฆ์เสียมากมายปานนี้ ก็ต้องขอบอกว่าเพราะนี่เป็นวรรณกรรมสร้างสรรค์ที่ไม่ใช่ใคร ๆก็ทำได้  มันลงตัวและพิเศษมาก ๆ  เนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยท่วงทำนองแบบกวี ถ้าอ่านออกเสียงจะได้อรรถรสของเรื่องราวและจังหวะที่ตรึงใจผู้อ่านอย่างมาก บางช่วงของอารมณ์นิยายธรรมดาทำไมได้ ตรึงอารมณ์ไม่อยู่ แต่ด้วยท่วงทำนองแบบกวีจึงโดนใจเต็ม ๆ  น่าจะมีการพูดถึงในวงกว้างและสนับสนุนให้มีการอ่านอย่างกว้างขวาง กล้าพูดว่าเป็นวรรณกรรมไทยอีกชิ้นที่แนะนำให้ใคร ๆ อ่านได้ ไม่ผิดหวัง

ทั้งการเล่าเรื่องก็แฝงธัมมะไว้อย่างแยบยลในหลาย ๆ ช่างสมกับที่คุณชมัยพรเคยบอกไว้ว่าเรื่องนี้ถอดหัวใจเขียน ข้าพเจ้าก็ถอดหัวใจอ่านเหมือนกัน กล้าบอกเลยว่าไม่มีวรรณกรรมเยาวชนเรื่องไหนเรียกน้ำตาข้าพเจ้าได้มากเท่าเรื่องนี้

สุดท้ายมาโดนใจตรงกวีท้ายบทนี่แหละ

 เมื่อจะเกิดเลือกไม่ได้มิใช่หรือ

 แต่เกิดแล้วนั่นคือต้องสานต่อ

หากเลือกทำเลือกเป็นเห็นเพียงพอ

กรรมย่อมก่อกรรมให้ได้กรรมดี

เมื่อจะเป็นเลือกได้มิใช่หรือ

มีสองมือสรรค์สร้างไปให้เต็มที่

เมื่อเลือกเป็นแล้วเป็นเต็มชีวี

ทุกนาทีคือชีวิตลิขิตคน

ใครมิได้อ่านบอกเลยว่าน่าเสียดาย

อย่าแปลกใจถ้าต้นฉบับนี้ เปื้อนหยดน้ำตา เพราะข้าพเจ้าก็น้ำตาไหลปลื้มประทับใจกับขวัญสงฆ์วรรณกรรมสร้างสรรค์ชิ้นนี้เช่นกัน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
driftworm วันที่ : 25/06/2012 เวลา : 16.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เมื่อคืนอ่านจบแล้ว พอจะเขียน คห. เหน็ตดันเดี้ยง
เพิ่งแก้ได้เมื่อเช้านี้

เรื่องนี้ท่านพันธุ์เขียนซะรู้สึกเหมือนอ่านเอง แต่ยังไม่อิ่ม
เห็นจะต้องตามหามาอ่าน

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 25/06/2012 เวลา : 04.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

ดีมากจริงๆ ค่ะ สาธุค่ะ ที่กรุณาบอกเล่าให้ฟัง จะไปหามาไว้ให้คนอื่นๆ ได้อ่านด้วย เมื่อได้กลับบ้านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
iamcraft วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amcraft

สวัสดีค่ะ

ขอขอบคุณที่แนะนำ ต้องรีบหามาอ่าน แค่แนะนำก็ทำให้ต่อมน้ำตาก็ทำงานกันแล้วละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

หาอ่านที่ไหนไม่ได้ติดต่อสำนักพิมพ์ หรือขอมา
อาตมาจะส่งให้ยืมอ่านอิอิ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พี่โบเดีย วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline



ความคิดเห็นที่ 11 (0)
อ้อยดอยหล่อ วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doilor

เท่าที่อ่านมาตั้งแต่ต้นเหมือนได้อ่านทั้งฉบับแล้วครับ บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตเด็กน้อยตั้งแต่แรกเกิดจนกระทั่งได้บวชเป็นพระ แบบมามืดไปสว่าง แบบนี้ขออนุโมทนาครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
hayyana วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

โห..แค่ประโยคตัวอย่างที่ยกมาก็เหลือกินแล้วครับ ภาษางดงามมาก

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 24/06/2012 เวลา : 00.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ท่านรีวิวหนังสือเล่มนี้จนละเอียด แม่มดไม่ต้องอ่านเล่มจริงก็ได้

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
pierra วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

ซึ้ง..กินใจมากมายครับ
พระคุณเจ้า..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
เด็กชาย-เด็กหญิง วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boy-girl
จงเลิกยึดติดในวัตถุนิยม...และกลับมาเป็นจิตนิยม...โดยการอบรมรักษาจิตใจให้ตั้งมั่นในทางที่ดี...ที่ประเสริฐ.......โลกอันจิตย่อมนำไป...อันจิตย่อมเสือกไสไป...โลกทั้งหมดเป็นไปตามอำนาจของธรรมอันหนึ่ง...คือ..."จิต"...

ขอบพระคุณครับ...ท่าน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Augustman วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Augustman
• มอบทุกสิ่ง ด้วยใจ ใสพิสุทธิ์

☺ มีเวลาจะลองหามาอ่าน ครับ

☺ขอบพระคุณ ครับ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ชบาตานี วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เพียงแค่ตัวอย่างก็เล่นเอาน้ำตาชบาตานีแย่งกันออกมากลบหนวยตาเลยเจ้าค่ะท่านพันธุ์ขา

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

อาตมาเขียนไป อ่านไป ร้องให้ไปด้วยครับ ซึ้ง เขียนดีมากมาย อ่านความสุขของกะที ยังไม่ซึ้งเท่านี้เลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
toondee วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

กราบนมัสการค่ะ ขนาดตัวอย่างนะคะ น้ำตารื้นเลย ต้องหามาอ่านค่ะ

โหวตให้กับการปริทัศน์หนังสือ ที่แยบยลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi


วันนี้โอเคไม่โอเคอีกแล้วครับใส่รูปประกอบไม่ได้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 23/06/2012 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ส่งไปตีพิมพ์ที่ขวัญเรือนมาแล้วครับ(ได้ ๒๐๐๐ บาท ทำบุญหมดแล้ว) เลยเอามาแชร์ให้อ่านกันทั่ว ๆ แนะนำหนังสือ ๆ ดีให้พี่น้องชาวโอเคได้รู้จักกันครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน