• ย่าดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suda57@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 387
  • จำนวนผู้ชม : 1080425
  • จำนวนผู้โหวต : 4085
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4085 คน
Tak from Xiamen

http://www.oknation.net/blog/freesoultofly/2007/04/04/entry-1
ดูได้จากลิงค์นี้ค่ะ


View All
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 ตุลาคม 2555
Posted by ย่าดา , ผู้อ่าน : 4530 , 10:48:49 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 12 คน

แล้วก็ถึงสำนักสงฆ์พุหางนาค ชมป้ายก่อน
--------
แปลกแต่จริง พบลานหิน อายุนับล้านปี วางเรียงรายซ้อนกันตามธรรมชาติ อย่างน่าอัศจรรย์
พิสูจน์ความจริงด้วยตาของคุณเองได้แล้ววันนี้
ที่สำนักสงฆ์ถ้ำพุหางนาค อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

เปิดให้เข้าชมเวลา 9.00น.ติดต่อสอบถาม 087-811-7890


มัคคุเทศก์น้อยรอพวกเราอยู่แล้ว น่ารักจริงๆ



หนูชื่อแคท ยินดีต้อนรับสู่พุหางนาคค่ะ



มีน้ำสมุนไพรกำลังวัวเฉลิมให้ดื่ม สนใจหาซื้อไปต้มทานที่บ้านได้ ย่าลองทานแล้วมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ดื่มแล้วชื่นใจจริงๆค่ะ
*****
หญ้ากำลังวัวเฉลิม
พืชสมุนไพรในพื้นที่ ที่นำมาต้ม กลิ่นหอม และรสชาดคล้ายน้ำใบเตย แต่สรรพคุณ น่าสนใจ แก้ปวดเมื่อย
ปวดข้อ ขับพิษต่างๆ บำรุงกำลัง ฯลฯ
****

http://www.suphan.biz/puhangnak.htm



สำนักสงฆ์ถ้ำพุหางนาค อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี



สองหนูน้อยกำลังสนใจภาพจากพุหางนาค



คุณชาลี ตัวแทนชาวโอเค.มอบเงินสนับสนุนให้ทางสำนักสงฆ์ถ้ำพุหางนาค



อ.เจี๊ยบตัวแทนมอบน้ำดื่ม



จากนั้นก็เตรียมลุยกันเลยค่ะ



คุณชาลีชี้ให้ดูโพรงนกแก๊ก มีหลายโพรงจัง ต้นนี้คงอายุเป็นร้อยปีได้มัง



'พุหางนาค'แห่งเมืองอู่ทอง
'พุหางนาค'แห่งเมืองอู่ทอง ความงดงามบนปากเหวแห่ง 'หายนะ' จากสัมปทานระเบิดหิน : คอลัมน์ชวนเที่ยว
ชื่อของ “พุหางนาค” สวนหินล้านปีแห่งจังหวัดสุพรรณบุรี เริ่มเป็นที่รู้จักกันดีในช่วงปีที่ผ่านมา ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว
บุกเบิกใหม่ที่มีความงดงามโดดเด่น มีความหลากหลายทางธรรมชาติ มีแหล่งวัฒนธรรมเก่าแก่ บนเทือกเขาเตี้ยๆ ใกล้กับตัวเมือง
อู่ทองทางทิศตะวันตก
พุหางนาค เป็นพื้นที่ภูเขาในเขตการดูแลของวนอุทยานพุม่วง เริ่มมีการพัฒนาปรับปรุงให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่
โดยกลุ่มผู้คนในท้องถิ่นที่เห็นความสำคัญ ต้องการอนุรักษ์ผืนป่าและปกป้องพรรณไม้หายากที่พบดาษดื่นอย่างจันผา ปรง กระเจียวป่า
สลัดได ผกากรอง สุพรรณิการ์ มะค่า สมุนไพรพื้นเมือง รวมไปถึงสัตว์ขนาดเล็กที่ถูกไล่ล่าจนเกือบจะสูญพันธุ์อย่างไก่ป่ามิให้ถูกทำลาย
ไป โดยมีคุณภาคภูมิ จิตต์โสภณ และสำนักสงฆ์พุหางนาคเป็นแกนนำสำคัญ

ในช่วงแรกของการเริ่มต้นอนุรักษ์ อาสาสมัครที่เป็นคนในพื้นที่ได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม ”ชมรมอาสาสมัครนำเที่ยวสำนัก
สงฆ์ถ้ำพุหางนาค” จัดเวรยามออกเดินเท้าเป็นหูเป็นตาขับไล่คนมักง่ายที่แอบลักลอบขึ้นมาตัดพรรณไม้หายาก ล่าสัตว์และเก็บหินที่
มีความสวยงามลงไปขาย แต่ผลพลอยได้จากความตั้งใจเดิม ได้ขยายมาเป็นการสำรวจเส้นทางเดินเพื่อสร้างการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
และความต้องการที่จะพัฒนาสภาพแวดล้อมบนเขาพุหางนาคที่แปลกตาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของท้องถิ่นอู่ทองในอนาคต

ความโดดเด่นของพุหางนาค นอกจากความหลากหลายของพันธุ์ไม้หายาก ยังมีโขดหินรูปร่างแปลกตาของภูเขา “หินปูนโดโลไมต์”
ที่มีอายุราว 450-500 ล้านปี ในยุคออร์โดวิเชียน พื้นผิวบนสุดของภูเขาเป็นชั้นหินแปร เรียกว่า “หินแคลซิลิเกต” มีลักษณะของ
เนื้อหินดูเป็นริ้วแนว (Foliation) คดโค้ง (Fold) คล้ายเปลือกไม้ และลายแถบเป็นชั้นแผ่นบาง (Lamina)
สีอ่อนสลับสีเข้มในชั้นหิน

เมื่อกระบวนการทางธรณีวิทยาของเปลือกโลกได้ยกเค้นดันให้เกิดเป็นเทือกเขาสูงขึ้นจากที่เคยอยู่ใต้ทะเล เกิดการกัดเซาะและ
การแปรสภาพเป็นสนิมหินผุพังจากน้ำฝน ลมพายุ รวมไปถึงการชอนไชของรากไม้และการสะสมของกรดตะกอนดิน ได้ก่อให้เกิดสวน
หินรูปร่างแปลกตา ที่กลายมาเป็นจินตนาการของผู้คนที่มาเยือน ทั้ง เต่ายักษ์ ปลาวาฬ และลูก จระเข้ หินรูปหัวใจ ในสวนหินพุหางนาค

ในช่วงปีแรกของการ “ปกป้องและพัฒนา” ที่เริ่มต้นโดย “ภาคประชาชน” ในท้องถิ่น หน่วยงานรัฐหลายแห่งก็ได้ช่วย
อำนวยความสะดวกและให้แนวทางการพัฒนาแก่กลุ่มผู้นำในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา วนอุทยานพุม่วง
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยงานราชการผู้ดูแลพื้นที่ ได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มอาสาสมัคร ให้มีการสำรวจขยาย
พื้นที่เส้นทางท่องเที่ยวจากสวนหินของพุหางนาคเดิมออกไปทางเขารางกระปิด เขาทำเทียมและเขาคอก ซึ่งในช่วงเดือนกรกฎาคม
ที่ผ่านมา กลุ่มอาสาสมัครได้มีการพบสิ่งก่อสร้างเก่าแก่บนยอดเขามากกว่า 15-20 จุด เป็น “อาคารหินเทิน” สัณฐานรูปทรงกลม
ที่มีการนำหินแคลซิลิเกตสกัดเป็นก้อน ขนาดที่แรงมนุษย์สามารถยกได้เพียงคนเดียวมาเรียงซ้อนขึ้นเป็นอาคารรูปทรงกระบอก
หากสมบูรณ์จะมีความสูงประมาณ 3-4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 5 เมตร ด้านหลังอาคารถูกปรับพื้นที่เป็นลานดินราบเสมอ
เฉพาะอาคารหินบนยอดเขาสูงสุด 2 ยอดของเทือกเขา ก็พบอาคารหินที่มีการปรับพื้นด้านหลังเป็นลานกว้าง ชิ้นส่วนของหินศิลาแลงที่
มีลวดลายปูนปั้นทำเป็นยอดสถูปและเศษอิฐแบบวัฒนธรรมทวารวดีที่มีการผสมแกลบข้าวอ้วนป้อมอยู่ในเนื้อ ถูกขุดรื้อเพื่อหาวัตถุโบราณ
กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณยอดเขา

อาจารย์วรณัย พงศาชลากร นักวิชาการอิสระทางมานุษยวิทยา ให้ความเห็นที่น่าสนใจไว้ว่า รูปแบบของอาคารหินใกล้พุหางนาค
ในครั้งแรกสร้างนั้น ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคติความเชื่อและศาสนาพื้นเมือง แบบที่เรียกว่า “หินตั้ง” ที่จะปรากฏหินรูปแบบต่างๆ ล้อม
รอบพื้นที่หรือศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ แต่เป็นอาคารหอคอยหิน หรือ “หอหินเทิน” (Stone Tower) ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้
ประโยชน์เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ ในการ “ตามไฟ” (Illuminations) จากหลักฐานที่จะพบจุดที่ตั้งของหอ
หินเทินบนยอดเนินเขาลดหลั่น เฉพาะทางฝั่งทิศตะวันออกของเทือกเขาที่หันหน้าไปทางแม่น้ำจระเข้สามพัน และแนวฝั่งทะเลตมโบราณ
(ป่าโกงกาง) ของเมืองอู่ทองในยุค 1,800-2,000 ปี ก่อนการเกิดของเมืองรูปวงกลมในยุคทวารวดีเท่านั้น

การสร้างหอหินตามไฟ เฉพาะทางฝั่งเขาทิศตะวันออกที่รับกับแนวฝั่งทะเลโบราณ ก็เพื่อใช้เป็นจุดสังเกต (Landmark)
ของการเดินทางโดยทางน้ำเข้าสู่ที่ตั้งของชุมชนโบราณในยุคแรกเริ่มที่เทคโนโลยียังต้องพึ่งพาธรรมชาติ ไม่ทันสมัยเหมือนในปัจจุบัน
จากป่าโกงกางที่มีคลองซับซ้อนห่างไกล เมื่อมองมายังแนวเขาทอดตัวยาว กลางวันก็จะเห็นควัน กลางคืนจะเห็นไฟ เป็นหลักฐานสำคัญ
ในช่วงแรกแห่งการปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมในภูมิภาค (ชนพื้นเมือง) กับวัฒนธรรม-ผู้คนภายนอก (จากอินเดีย) ก่อนจะ
พัฒนาเข้าสู่วัฒนธรรมทวารวดีในช่วงต่อมา

จนเมื่อน้ำทะเลงวดลงในหลายร้อยปีต่อมา เส้นการเดินทางทั้งทางน้ำและทางบกเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น หอหินเทินบนยอด
เขาจึงหมดความสำคัญลง จนผู้คนในยุควัฒนธรรมทวารวดีในช่วง 1,100-1,300 ปีที่แล้ว ได้กลับขึ้นมาบนยอดเขาและ
ได้ดัดแปลงส่วนบนของหอหินเทิน ให้กลายมาเป็นสถูปเจดีย์บน “พระสุเมรุ” สมมุติ สถาปนาให้เป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตามคติความ
เชื่อทางพุทธศาสนาในยุคนั้น

การสำรวจพบหอหินเทิน บนเทือกเขาที่มีความงดงามทางธรรมชาติและความหลากหลายของพืชพรรณที่เขาพุหางนาค ได้สร้าง
ปรากฏการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวให้กับเมืองอู่ทอง ที่มีทั้งแหล่งโบราณคดีเก่าแก่มากมาย พืชพันธุ์สมุนไพรที่น่าสนใจอย่าง กำลังวัวเฉลิม,
ว่านสามสิบ (สาวร้อยผัว), จันผาป่าปรง และสวนหิน 500 ล้านปี แถมยังมีการจัดการท่องเที่ยวแบบมี “จิตสำนึก” โดยภาค
ประชาชนที่เข้มแข็งในท้องถิ่น

ถึงในวันนี้จะได้หมดอายุสัมปทานไปแล้ว แต่ร่องรอยแนวหน้าผาหินสีขาวสะดุดตาที่เกิดจากการระเบิดหินก็ยังคงเป็นความกังวล
ใจของผู้คนในท้องถิ่น เกรงว่าผู้มีอำนาจรัฐหันจะกลับไปต่อสัมปทานบัตรให้อีก ซึ่งนั้นก็หมายความว่า หลักฐานของอาคารหินยุคเริ่มแรก
แห่งสุวรรณภูมิ ที่ในวันนี้หลายแห่งก็ตั้งชิดติดกับปากเหวของหน้าผา และหลายแห่งก็ได้อันตรธานหายไปแล้วกับการระเบิดหินในอดีต

หากในวันใดช่วงก่อนเที่ยง ชาวเมืองอู่ทองยังคงได้ยินเสียง “ตูม” ขึ้นอีกเพียงครั้ง เท่ากับหายนะมาเยือนสถานที่แห่งนี้
อีกครั้ง และนั่นก็แสดงว่า ความงดงาม ความหลากหลายและหลักฐานเก่าแก่บนเทือกเขาและที่พุหางนาค ไม่ได้มีความสำคัญใดๆ กับ
เมืองสุพรรณบุรีเลย

การเดินทาง : จากวงเวียนหอนาฬิกา อ.อู่ทอง เลี้ยวไปตามเส้นทางไปวัดเขาพระ แยกซ้ายมีป้ายเล็กๆ บอกทางไปสำนักสงฆ์ถ้ำพุหางนาค
เลี้ยวไปตามเส้นทางจะมีป้ายบอกทางตลอด จนไปสิ้นสุดที่สำนักสงฆ์

....................
('พุหางนาค'แห่งเมืองอู่ทอง ความงดงามบนปากเหวแห่ง 'หายนะ' จากสัมปทานระเบิดหิน : คอลัมน์ชวนเที่ยว)

http://www.komchadluek.net/detail/20120819/137977/%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87.html#.UHI1Ia6ECb8
ชมอ.วรนัย เล่าที่พุหางนาค ที่่ช่องระวังภัย ได้รายละเอียดเยอะดีค่ะ

http://www.rawangpai.com/home/program/ok-social/20120804/4525/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%84-4-%E0%B8%AA%E0%B8%84-55--%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87-2/


ต้นไม้เติบโตอย่างทรหดบนหิน



ชมสวนหิน



การให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

ป้ายคติธรรมมีอยู่ทั่วไปในสำนักสงฆ์ถ้ำพุหางนาคแห่งนี้
ในภาพคือเสาอโศกจำลองของพระเจ้าอโศกมหาราช



แค่เริ่มต้นก็ต้องปีนป่ายบันไดทางขึ้นเสียก่อน



จากนั้นก็เข้าสู่โซน หินลับแล
หินรูปหัวลิง



เหมือนปลาซักเกอร์



ต้นสลัดไดที่นี่มีอยู่มากมาย ตอนไปไม่ใช่ช่วงออกดอก



แนวหินสูงใหญ่ระหว่างทาง



หินรูปหัวใจ



รากไม้เหนี่ยวรัดตามซอกหิน



เส้นสายศิลป์จากรากไม้



หินรูปช้างสามเศียร



ตรงนี้เหมือนช้างทั้งตัวไหมคะ



แม้แต่หินที่ซ้อนกันลวดลายยังไม่เหมือนกัน คงเป็นที่ปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ต่างกัน



ความมหัศจรรย์ของหินรายทาง



สำรวจเนื้อหินที่มีลวดลายแตกต่างกันในแต่ละจุด

แต่ละก้อนที่เรียงซ้อนกันใหญ่มหึมา



และแล้วเราก็มาถึงจุดชมวิว สามารถมองเห็นได้ทั้งเมืองสุพรรณเลยทีเดียว



ท้องฟ้าที่มืดคลึ้มไปด้วยเมฆหมอก จึงทำให้ได้ภาพที่ไม่แจ่มนัก



หินงาม,ป่างาม นางแบบก็งาม



ความอ่อนโยนบนความแข็งแกร่ง



ต้นกล้วยไม้บนคาคบ และเหล่าบรรดานักเก็บเกี่ยวความงามของธรรมชาติ



ลวดลายคล้ายเกลียวคลื่น แม้หินผาอันแข็งแกร่งยังเกิดลวดลายพริ้วไหวได้
ปรึศนาที่จะต้องค้นหาความจริงกันต่อไป



เหล่าสมาชิกเก็บความงามของดอกไม้จิ๋วๆ
เนื่องจากบล๊อกนี้ย่าหลงหินซะแล้ว ดอกไม้ของทริปนี้ย่าขอยกยอดไปรวมกันไว้ที่บล๊อกหน้านะคะ



ป่าไผ่อันอุดมสมบูรณ์ แทงยอดอ่อน



แลลอดชมเมืองผ่านจันผา,กอไผ่ และเหล่าไม้ใหญ่



เก็บภาพเบื้องหลังคุณนิดถ่ายคลิบร้องเพลง พุหางนาค ของน้องใบเฟริน
ชมคลิปได้จากลิงค์นี้ค่ะ

http://www.oknation.net/blog/pasalarksee/2012/09/27/entry-1



หินในดงต้นตีนตุ๊กแก ที่มีอยู่มากมายในป่าแห่งนี้



กองหินมหัศจรรย์  ตรงจุดขาวเหลืองที่หินก้อนบน น้องเฟรินชี้ให้ดูลวดลายเหมือนพญานาค
ภาพระยะใกล้ดูได้ที่บล๊อกคุณนิดค่ะ




จันผาสัญญารัก



หินเทินกับจันผา จุดไฮไลท์ของที่นี่



มีต้นไผ่ขอเอี่ยวเข้ามาในเฟรมด้วย



ถ่ายเจาะลายหิน ตรงโซนนี้สีหินออกสีสนิมเหล็ก ริ้วหินเป็นคลื่นอ่อนพริ้วเหมือนยามน้ำพัดซัดสาด



เดิมที อ.ศุภศรุต อยากให้ย่าไปถ่ายที่แนวหินตั้งปริศนา แต่ถามน้องเฟริน มัุคคุเทศก์น้อยของเราเธอบอกว่าต้องเดินอีกไกลเลยทีเดียว
พวกเราจึงตัดสินในเดินกลับ มีเวลาน้อยค่ะเพราะจะเดินทางกลับเย็นนี้กันเลย ไม่ได้ค้าง ขากลับจึงขอถ่ายรูปกับรากไม้ลายศิลป์เป็น
ที่ระลึกสักหน่อย ผลัดกันถ่ายกับคุณนิดด้วยกล้องของตัวเองค่ะ



ในดงไม้(สลัดได,จันผา) ถึงจะมีต้นไม้รายล้อมดูร่มรื่นอยู่ แต่พวกเราชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ



กลับลงมาระหว่างทางเต็มไปด้วยจันผา



แลลอดจันผา



ย่าไปแค่หินเมืองลับแล และจุดชมเมืองแล้วก็เดินย้อนกลับ ขอเอาแผนที่สวนหินธรรมชาติเขาพุหางนาคมาให้ดู
เผื่อท่านที่สนใจจะไปเที่ยวชม ยังมีจุดที่น่าชมอีกมากมาย เรียกว่าหากขึ้นเขาตั้งแต่เช้า เดินสำรวจทั้งวันก็ไม่รู้ว่า
จะครบทุกจุดหรือเปล่า ย่าจึงฝากท่านผู้อ่านหากไปเที่ยวที่นี่อย่าลืมถ่ายภาพมาให้ชมกันบ้างนะคะ


ต่อไปเป็นตอนที่ 3 ดอกไม้จากทริปนี้และเก็บตกอีกเล็กน้อยค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26
Ae^ วันที่ : 21/12/2012 เวลา : 15.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

(0)
ธรรมชาติสร้างสรรค์ตามมาชมด้วยคนค่ะ
ความคิดเห็นที่ 25
ย่าดา วันที่ : 08/10/2012 เวลา : 09.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
คุณนิดนรี,คุณมะอึก และลุงหนอน ขอบคุณค่ะย่าแวะไปดูสมุนไพรของบ้านคงบังเห็นว่าใบของกำลังวัวเถลิงใบใหญ่มาก ตัดปัญหาไปได้เลยว่าเป็นคนละตัวกัน ส่วนกำลังวัวเฉลิม ย่ายังหาข้อมูลไม่พบ เดี๋ยวมีเวลาเมื่อไหร่จะลองค้นตำราดูว่ามีชื่อนี้อยู่หรือไม่ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 24
ย่าดา วันที่ : 08/10/2012 เวลา : 09.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
อ.ศุภศรุต ย่าเปลี่ยนเนื้อหาใหม่ให้ไปในทิศทางเดียวกันแล้วนะคะ เดิมทีตั้งใจจะลงเพิ่มแตกลัวว่าผู้อ่านอาจจะสับสนจึงเปลี่ยนไปเลยดีกว่า และลงลิงค์ของช่องระวังภัยเกี่ยวกับพุหางนาคเอาไว้ด้วยค่ะ เผื่อคนสนใจเนื้อหาทั้งหมด ขอบคุณที่แวะมาตรวจสอบค่ะ
ความคิดเห็นที่ 23
ศุภศรุต วันที่ : 07/10/2012 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

(0)
เพื่อความ "เข้าใจ" สำหรับผู้ที่เข้ามาใน Entry นี้ของย่าดา

ก็เลยจะขออธิบายเรื่องราวของ "หินตั้ง" ที่มีความ"พยายาม" "อุปโลกน์" ขึ้นมาใหม่ที่แนวเขาทำเทียม - เขารางกะปิดและพุหางนาค อาจจะเลยเถิดไปถึงด้านหลังเขาพระ เขาชานหมาก ที่ล้วนแต่ "ร่องรอย" ของการเรียงหิน เป็น "ซากอาคาร" ปริศนา ครับ

จากบทความที่ย่าดายกมาประกอบ เป็นเพียง "แนวความคิด" ของนักวิชาการบางคน ที่เพียงแต่ "พยายาม" จะจุดพลุ" ให้กับโบราณคดี ของเมืองโบราณอู่ทอง ที่ยังไม่มีจุดเด่น จุดขายอะไรมากนัก

จึงเกิดการสร้างแนวคิดและการรวบรวมข้อมูลแบบ เปรียบเทียบ "อาคารเรียงหินปริศนา" ที่พุหางนางและบนแนวเขาทิศตะวันตกของเมืองโบราณอู่ทองและแม่น้ำจรเข้สามพัน ที่อาจมีมากกว่า 30 แห่ง ว่า เป็น "หินตั้ง" ตามแบบที่ "อ้างบลอย ๆ " ว่าเหมือนกับที่ ลาวเหนือ และลาวใต้ เหมือนในอีสาน (ที่เป็นเพียงเสมาทวสารวดีล้อมรอบกองหินศักดิ์สิทธิ์) และพยายามโยงไปจนถึงในยุโรป อินโดนิเชีย

เรียกกันว่า เป็นเพียงเทคนิคทางการตลาด ที่พยายามสรา้งภาพของตนเองว่า เป็น "ผู้รู้ - ผู้ศึกษา - ผู้เข้าใจ" แบบผูกขาดเพียงกลุ่ม (คน) เดียว

เมื่อผมมีโอกาสขึ้นไ-ปสำรวจตามแนวทางของหินตั้ง และเอกสารการสำรวจของกรมศิลปากร

ผมก็พบ ศึกษา และละเลียดกับสภาพแวดล้อม การปรับพื้นที่ และบริบทอื่น ๆ

จึงสรุปไว่ใน Entry พุหางนาค ว่า " อาคารหินเหล่านี้ ไม่ใช่การเรียงหินในวัฒนธรรมหินใหญ่ หรือ หินตั้งแบบใด ๆ ที่มีความพยายามา "อุปโลกน์" โดยนำการเปรียบเทียบแบบ "โยงสุ่ม" เข้าหากันทันที

แล้วบอกอายุว่า ที่อู่ทองเป็นหินตั้ง 2,000 ปี

ซึ่งเป็นความน่าขบขันและน่า "โต้แย้งอย่างไม่น่ายอมรับ"
เพราะเป็นพยายามในการ "สร้าง" ความจอมปลอม ให้กับโบราราณคดีและประวัติศาสตร์ยัดเยียดเข้าสู่เมืองโบราณอู่ทองอีกครั้ง

อายุของวัฒนธรรมหินตั้ง อาจมากกว่า 3,000 ปีขึ้นไป
แต่ อายุ 2,000 ปี ตามที่อ้าง มันเป็นช่วงเวลาที่วัฒนธรรมและเทคโนโลยีจากภายนอกเข้ามาสู่อู่ทอง จนอาจเรียกได้ว่า เป็นช่วงเวลาที่ สุวรรณภูมิ "ทันสมัย" มากที่สุด

แล้วจะมาสร้าง มามีหินตั้งไว้เพื่อบูชาศาสนาผี ที่นิยมกันในยุคก่อนหน้าการเข้ามาของ "วัฒนธรรม คติความเชื่อ จากภายนอก" ได้อย่างไรครับ

ประวัติของพุหางนาค กับเรื่องหินตั้ง เรียงกันอย่างนี้ เอาง่าย ๆ

กรกฏาคม
- มีรายงานว่าพบอาคารหินปริศนา
- กรมศิลปลปากร ส่งคุณนกและเจ้าหน้าที่ขึ้นพิสูจน์
- นักวิชาการกลุ่มหนึ่ง รีบชิงซีน ประกาศว่าเป็นหินตั้ง
- อ. ศรีศักร ยืนยันว่าไม่ใช่หินตั้ง แต่เป็นอาคารทางศาสนาพราหมณ์

สิงหาคม
- วรณัย ลงในคมชัดลึก จากการสำรวจ และยืนยันว่า ไม่ใช่หินตั้ง และให้จินตนาการว่า อาจเป็น "หอคอยหิน" ให้สัญญาณหน้าเข้าฝั่งตะวันออก ที่หันไปสู่จรเข้สามพันและปากทะเลโบราณ
- มีความพยายามโดยกลุ่มเดิม ที่จะยัดเยียด ความเป็นหินตั้ง ด้วยการ "ช่วยกัน" เขียนบทความเผยแพร่ในสื่อของตน และยกตัวอย่างหอคอย Talayot มาเป็นแบบของหินตั้งของพุหางนาค ทั้ง ๆ ที่ รูปแบบ Talayot คือ รูปแบบของอาคารเรียงหินเป็น Tower หรือ หอคอย ไม่ใช่หินตั้ง

- กรมศิลปากร ออกเอกสาร ชี้ชัดว่า อาคารเรียงหินที่พบ เป็นอาคารที่มีอายุในยุคทวารวดี ไม่ใช่ "หินตั้ง" ดังข้อมูลการขุดค้นที่คอกช้างดิน (ทางทิศใต้)ที่มีการค้นพบอาคารเรียงหินจำนวนหนึ่ง

กันยายน
- กลุ่มเดิม ขึ้นไปสำรวจเพื่อที่จะยัดเยียดและสร้างกลุ่มหินบนยอดเขา ให้เป็น "หินตั้ง" ให้ได้ แต่ก็ได้ไปพบกับ ฐานอาคารและสิ่งก่อสร้างอีกมากมายที่แถบเขาทำเทียม

- เสียงขอหินตั้งเริ่ม "อ่อย" ลง แต่ก็ยังไม่ให้เสียฟอร์ม นักวิชาการ "เด็กปั้น" ก็ยังพยายามออกเอกสารและยัดเยียด กลุ่มหินตั้งแบบสุสานที่พบในอินโดนิเชียมาเป็นต้นแบบ แล้วพยายามฟันธงว่า เป็น "หินตั้งแบบเรียงเป็นสุสาน"

- ปลายเดือนกันยา มีการสร้าง Event ทางวิชาการแบบ "อัด" ข้อมูลสู่ท้องถิ่น ด้วยความพยายามเอาคำว่า "ป่าหินตั้ง" ไปบัดเยียดให้กับชุมชนและท้องถิ่น ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่ง

- ในขณะที่ อ.ศรีศักร กรมศืิลปากร และวรณัย พยายามโต้แย้ง วิธีการ "เหมาโหล" สร้างประวัติศาสตร์เทียม และพยายามอธิบายว่า หากเมื่อมีการขุดค้นและมีการศึกษาโดยนักวิชาการด้านหินตั้งจากต่างประเทศแล้ว "อาคารหินเหล่านั้น" ไม่ใช่หินตั้งอย่างที่พยายามยัดเยียดแล้ว

กลุ่มที่อ้างว่าเป็น "ผู้รู้ผูกขาดของอู่ทอง" จะหลงเหลือความน่าเชื่อถืออยู่ไหม

ตุลาคม
- ใน Facebook ของอาจารย์สุจิตต์ ได้แสดงข้อความ "ยอมรับ" ว่ามีความ "ขัดแย้ง" ทางวิชาการเรื่องหินตั้งบนภูเขา แล้ว

แต่ ก็ยังคงพยายามผลักดัน คำว่า "ป่าหินตั้ง" สอดใส่ให้กับอู่ทองและประชาชนในท้องถิ่น

ถามจริง ๆ เถิดครับ คำว่า "ป่าหินตั้ง" มันเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องน่าสนใจจนน่าท่องเที่ยวมากหรือครับ

และทำไมไม่พยายามอธิบาย ซากสถูปทวารวดีที่ตั้งอยู่บนซากอาคารหินให้ชัด ๆ บ้างล่ะครับ

ผม "กัด" เรื่องนี้ไม่ปล่อยแน่
เรื่อง "อุปโลกน์" โดยคนที่อ้างตัวว่า "รู้จริง"

อยากเจอกันซักตั้งเหมือนกัน




ความคิดเห็นที่ 22
ภาษาหลากสี วันที่ : 07/10/2012 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

(0)
แวะมาเก็บตกบ้านย่า

ขอแสดงความคิดเห็นเรื่องสมุนไพร กำลังวัวเฉลิมค่ะ
ดูในภาพ จะเป็นภาพลักษณะดอกต้นเป็นหญ้า กำลังวัวเฉลิม ซึ่งเป็นสมุนไพรท้องถิ่นที่ชาวบ้านใช้ดื่มบำรุงกำลัง

ดูจากกูเกิล กำลังวัวเถลิง มีลักษณะ ต้นและดอก แตกต่างกันค่ะ รู้สึกจะเป็นสมุนไพรที่ใช้ส่วนต้น

รู้สึกว่าย่าก็จะถามชาวบ้านในประเด็นนี้ ชาวบ้านก็ยืนยันว่าเป็นคนละตัวกันค่ะ ที่เราทานกันคือ กำลังวัวเฉลิม แม้จะไม่ชอบชื่อส่วนหลัง แต่ขอบอกว่า น้ำกำลังวัวเฉลิม ดื่มง่ายอร่อย เสริมสุขภาพได้ดีจริงๆคะ
ความคิดเห็นที่ 21
มะอึก วันที่ : 07/10/2012 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

(0)
.ความคิดเห็นที่ 20 ...driftworm
จริงด้วยซีลุงหนอน......กลังวัวเถลิง...ไม่ใช่กำลังวัวเฉลิม...
วันนั้นผมเห็นป้ายก็ให้รู้สึกทะแม่งอยู่เหมือนกัน
.
.
ชื่อพื้นเมือง ชะแมบ (ตราด) ช้าวัว-เถลิง (ประจวบคีรีขันธ์) ปุนทา (นราธิวาส) ปูน (สุราษฎร์ธานี)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Anaxagorea luzonensis A.Gray
ชื่อวงศ์ ANNONACEAE

ลักษณะ ...เป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ใบเดี่ยว เรียงสลับ ดอกสีขาว เกสรเพศผู้สีเหลือง ผลกลม เมื่อแก่สีดำ



.
ประโยชน์ของกำลังวัวเถลิง
ส่วนที่ใช้และสรรพคุณ:


เนื้อ : บำรุงโลหิต ทำธาตุให้บริบูรณ์ บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงกระดูกให้แข็งแรง เป็นยาอายุวัฒนะ ,


ราก : บำรุงโลหิต ทำธาตุให้บริบูรณ์ บำรุงเส้นเอ็น แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย บำรุงกำลัง บำรุงกระดูกให้แข็งแรง เป็นยาอายุวัฒนะ

.
ความคิดเห็นที่ 20
driftworm วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 22.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

(0)
ลุงมะอึก ป้ามะยง กิน "กำลังวัวเถลิง" พอดีไม่ต้องนอนกัน
เห็นป้ายเขียนว่า กำลังวัวเฉลิม ไม่นานคงจำกันต่อไปแบบนี้ มันไม่ใช่
ความคิดเห็นที่ 19
ย่าดา วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
คุณดงละดอน น่าไปค่ะสถานที่ใกล้กรุงเทพฯออกเดินทางแต่เช้า ไปกฃีลงียเดียวก็ยังไหว
คุณchailasalle ย่าก็ท้วงอยู่ค่ะว่าน่าจะเป็นกำลังวัวเถลิง แต่ทางเจ้าบ้านเขายืนยันว่าคนละตัวกันก็คงต้องเชื่อเขาไปก่อนแหล่ะค่ะ ถ้าหากทราบแน่จชัดว่าใช่หรือไม่ใช่อย่างไรจะมาแจ้งให้ทราบอีกทีค่ะ
คุณพิซซ่า คอยตามข่าวจากอ.เจี๊ยบ หรือคุณชาลีนะคะ หากมีจัดทริปหน้า คงจะมีการบอกกล่าวกันอีกทีค่ะ
คุณอะหนึ่ง ไม่ไปด้วย อดมีนายแบบคมขำ ประชันกับนางแบบงามขำ ฮิฮิ
คุณคนปทุมฯ ยินดีค่ะที่ทราบว่าาบล๊อกย่ามีประโยชน์อยู่บ้าง ภาพของคุณไม่แย่หรอกค่ะ คิดมากไปเองจ้า
คุณหนุ่ย หันไปถ่ายแมลงแล้วหรอคะ ยินดีด้วยค่ะ
คุณยามเสาร์ เดี๋ยวย่าจะอับบล๊อกดอกไม้ใบหญ้าและเก็บตกทริปนะคะ
คุณเหล่าซือฯ ขอบคุณค่ะ
คุณชาลี เตรียมโปรเจ็คใหม่แล้วหรอคะ แอ๊คทีฟจริงๆ
คุณเฟื่อง ไว้ไปด้วยกันนะ
ความคิดเห็นที่ 18
ดงละดอน วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yaya2508

(0)
ขอบคุณครับย่าดาสำหรับทริปนี้
มีโอกาสต้องแวะไปชมบ้างแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 17
chailasalle วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

(0)
จันผาสวยมากครับ ปล.คงต้องฝากผู้รู้ในสายดอกไม้ว่า "กำลังวัวเฉลิม" นี่ น่าจะเป้นกำลังวัวเถลิง หรือเปล่า เพราะสมุนไพรนี้ เป้นสมุนไพร พื้นฐาน ทานบำรุงทั่วไปในบ้านเรา ชื่อที่ทางวัดเขียนนี่เพิ่งเห็นนี่แหละครับ
ความคิดเห็นที่ 16
พิชช่า วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 06.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelearnlife

(0)
จากกำแพงแสนไปอู่ทองแป๊บเดียวเองค่ะย่าดา
ต้องหาโอกาสไปสักครั้ง
แว่วว่าทริปหน้าจะไปอู่ทองกันอีก อย่าลืมชวนกันบ้างนะคะ
ความคิดเห็นที่ 15
อะหนึ่ง วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 01.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

(0)
ตามมาเที่ยว แลลายหินงาม

นางแบบก็งามขำ^^
ความคิดเห็นที่ 14
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 06/10/2012 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

(0)
bg คุณภาพทุกคนของ ok ได้ออกไป trip นี้ ได้ความรู้กันเพียบ เลยนะครับ - เข้ามาทีไรย่าดาภาพก็ยังแหล่มทุกครั้งเลย - ส่วนผมภาพก็ยังแย่เหมือนเดิม จะตั้งใจพัฒนาฝีมือกันต่อไปครับ
ความคิดเห็นที่ 13
มัชฌิมาปกร วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

(0)

สวัสดีครับ
เรื่องราวของ ย่าดา ยังคงคุณภาพล้ำเลิศทั้งเรื่องและภาพนะครับ

ขอบคุณมากครับ
http://www.oknation.net/blog/KINTARO2/2012/10/05/entry-1
ความคิดเห็นที่ 12
ยามเสาร์ วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

(0)
ย่าดาเล่าไว้ตอนแรก...ผมยังสองจิตสองใจ
ติดตามย่าดาในตอนที่สองนี้...มีอาการอยากรู้อยากเห็นอะไรๆ ที่นี่ให้มากกว่านี้...
...จะติดตามตอนต่อไป....ไม่พลาดแน่...
ความคิดเห็นที่ 11
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 22.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

(0)
โพรงนกแก๊ก กเจาะไว้เก๋ดีค่ะ ชอบหิน ชอบรากไม้ลายศิลป์ ชอบคำบรรยาย มุมกล้องของคุณย่าดาทำให้หินก็ดูสวยแปลกค่ะ
ความคิดเห็นที่ 10
สำรวจฟ้า วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

(0)
ได้ความรู้พร้อมภาพสวยๆ..สุดยอด
ความคิดเห็นที่ 9
BlueHill วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 21.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
วันหน้าให้อาจารย์เจี๊ยบพาไปเที่ยวอู่ทองอีกครั้งหนึ่งครับย่า
แว่วว่ากำลังเตรียมการโปรเจ็กต์ใหม่อยู่
ความคิดเห็นที่ 8
เฟื่อง วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 20.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

(0)
น่าไปด้วยจัง

ความคิดเห็นที่ 7
ย่าดา วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
ป้ารุ แล้วมองอะไรอยู่คะที่ว่างมองซู้งงง..สูง หน่ะ
คุณมะอึก หมดแรงเพราะเป็นลิงซนก่อนมาพุหางนาคใช่ไหมคะ ฮา..
หนูวันศุกร์ ในภาพหน่ะรากไม้สวยค่ะแต่นางแบบไม่สวยพุงพลุ้ยเชียว ไม่น่าหันข้างอวดพุงเล้ย
อ.วิลาสินี ใช่ค่ะธรรมชาติงดงามเสมอ จะมีมนุษย์นี่แหละที่จ้องจะหาผลประโยชน์จากธรรมชาติ พวกนี้ต้องให้ธรรมชาติลงโทษสักวันนะคะ
แม่หมี ขอบคุณค่ะที่ชอบ เอนทรี่หน้าจะเอาดอกไม้ที่พุหางนาคมากำนัน
คุณชายสามหยด จันผาเป็นต้นไม้ที่รูปทรงสวยประหลาดดีนะคะ
ความคิดเห็นที่ 6
ป้ารุ วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

(0)
ย่าดาคะ ป้ารุว่า 4 คนในรูปที่มีคนกางร่มอยู่ด้วยนั่นไม่ได้กำลังชมสวนหินหรอกค่ะ มองซู้งงงง..สูง
ความคิดเห็นที่ 5
มะอึก วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

(0)
ย่าดาแข็งแรงมาก....เดินชมได้อึดจริง ๆ

วันนั้นผมและแม่มะยง ดื่มกำลังวัวเฉลิมหลายแก้ว...ยังหมดแรงเลยครับ
.
ความคิดเห็นที่ 4
wansuk วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

(0)

ชอบภาพย่ากับรากไม้เป็นพิเศษค่ะ

ตั้งตารอภาพดอกไม้นะคะ
ความคิดเห็นที่ 3
อาจารย์วิลาสินี วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 12.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilasinee
ของดีอาชีวะชลบุรี...ห่อหมกทะเลรวมมิตร 24/8/2011

(0)
ธรรมชาติรังสรรค์ได้งดงามเสมอ
ความคิดเห็นที่ 2
แม่หมี วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

(0)
ภาพของย่างดงาม...

ก้อนหินที่เรียงกันอย่างสวยงาม

ก้อนหินที่มีรูปร่างแปลกตา คล้ายคลึงกับชื่อที่มนุษย์ตั้งให้

รากไม้ของต้นไม้ที่พันกัน...แต่งดงาม

ภาพของย่าดูแล้วมีความสุข มีชีวิต...
ความคิดเห็นที่ 1
ชายสามหยด วันที่ : 05/10/2012 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chartsiam
เรื่องเล่าธรรมด๊า...ธรรมดา ของผู้ชายธรรมดา

(0)
ควรค่าแก่ อนุรักษ์ และน่าศึกษามากครับ
จันผา ที่ขึ้นบน กลุ่มก้อนหินสวยงามจริงๆครับ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน