*/
  • ก้อนหินยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nen..noi_th@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 156901
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
  • โหวต 73 คน
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 22 กรกฎาคม 2551
Posted by ก้อนหินยิ้ม , ผู้อ่าน : 1117 , 16:01:47 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การบันทึกไดอะรี่ธรรม ของก้อนหินจะเปลี่ยนเป็นเขียนไปเรื่อยๆ ทุกวันเช่นเดิม บันทึกโดยสม่ำเสมอ  นั้นคือความตั้งใจที่ตั้งแล้ว  มาตลอดนับตั้งแต่เริ่มอ่านพระไตรปฎก    โดยบันทึกลงสมุดของตัวเอง   แต่จะคัดลอกมาลงเป็นช่วงๆ ค่ะ


ไดอะรี่ธรรมของก้อนหินยิ้ม

ที่มา: พระไตรปิฏก พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ 

มหาสกุลุทายิสูตร เล่มที่ ๑๓

 


บันทึกไดอะรี่ธรรม ตั้งแต่วันที่ ๑๗ ถึง ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๒๓ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  เจริญสัมมัปปธานเพื่อละอกุศล

 [๓๓๔] …… สาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญสัมมัปปธานสี่…..

....... ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ยังความพอใจให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคองจิตไว้เริ่มตั้งความเพียร เพื่อยัง อกุศลธรรมอันลามกที่ยังไม่เกิดมิให้เกิดขึ้น เพื่อละอกุศลธรรมอันลามกที่เกิดขึ้นแล้ว เพื่อยัง กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เพื่อความตั้งมั่น เพื่อความไม่เลือนหาย เพื่อความมียิ่ง เพื่อความไพบูลย์ เพื่อความเจริญ เพื่อความสมบูรณ์แห่งกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว. ก็เพราะ สาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามปฏิปทาที่เราบอก แล้วเจริญสัมมัปปธานสี่นั้นแล สาวกของเรา เป็นอันมาก จึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่.

 

                                              บันทึกวันที่ ๑๗ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๒๔ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  เจริญอิทธิบาทสี่เพื่อการบรรลุแห่งที่สุดอภิญญา 

 

 [๓๓๕] ดูกรอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้ว สาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญอิทธิบาทสี่. ดูกรอุทายี ภิกษุในธรรมวินัยนี้
           เจริญอิทธิบาท  อันประกอบด้วย  ฉันทสมาธิ และปธานสังขาร 

           เจริญอิทธิบาท  อันประกอบด้วย  วิริยสมาธิ และปธานสังขาร 

           เจริญอิทธิบาท  อันประกอบด้วย  จิตสมาธิ และปธานสังขาร 

           เจริญอิทธิบาท  อันประกอบด้วย  วิมังสาสมาธิ และปธานสังขาร. 

ก็เพราะสาวกทั้งหลายของเรา ปฏิบัติตามปฏิปทาที่เราบอก แล้วเจริญอิทธิบาทสี่นั้นแล สาวกของเราเป็นอันมากจึงได้บรรลุ บารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่.

 

Note myself:

อิทธิบาทสี่  เป็นเครื่องคุณให้สำเร็จตามความประสงค์  มีอะไรบ้าง

๑.     ฉันทะ    ความพอใจรักใคร่ในสิ่งนั้นๆ

๒.    วิริยะ     เพียรหมั่น ประกอบในสิ่งนั้นๆ

๓.    จิตตะ    เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ

๔.    วิมังสะ  หมั่นตริตรองพิจารณาเหตุผลในสิ่งนั้นๆ

                                       บันทึกวันที่ ๑๘ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๒๕ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม   เจริญอินทรีย์ห้าเพื่อการบรรลุแห่งที่สุดอภิญญา 

 

 [๓๓๖] …. สาวก ทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญอินทรีย์ห้า. 

ดูกรอุทายี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ 

            เจริญสัทธินทรีย์    ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ 

            เจริญวิริยินทรีย์     ที่จะให้ถึงความสงบ ระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ 

            เจริญสตินทรีย์      ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ 

            เจริญสมาธินทรีย์  ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ 

            เจริญปัญญินทรีย์  ที่จะให้ถึงความ สงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้. 

ก็เพราะสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามปฏิปทาที่เราบอก แล้ว เจริญอินทรีย์ห้านั้นแล สาวกของเราเป็นอันมากจึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญา.

 

Note myself:

อินทรีย์ห้า มีอะไรบ้าง

๑.     ศรัทธา   ความเชื่อ

๒.    วิริยะ    ความเพียร

๓.    สติ      ความระลึกได้

๔.    สมาธิ   ความตั้งจิตมั่น

๕.    ปัญญา  ความรู้ทั่วชัด

อินทรีย์ห้า เกือบเป็นตัวเดียวกับพละ 5  แต่ อินทรีย์ 5 เน้นในส่วนที่เป็นสังขาร หรือกาย

                                             บันทึกวันที่ ๑๙ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๒๖ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  เจริญพละห้าให้ถึงความสงบระงับ 

 

 [๓๓๗] ดูกรอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้ว สาวก ทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญพละห้า. 

           ดูกรอุทายี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญสัทธาพละ ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ เจริญวิริยพละ ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึง ความตรัสรู้ เจริญสติพละ ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ เจริญสมาธิพละ ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ เจริญปัญญาพละ ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้ เจริญปัญญาพละ ที่จะให้ถึงความสงบระงับ ให้ถึงความตรัสรู้. ก็เพราะ สาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามปฏิปทาที่เราบอก แล้วเจริญพละห้านั้นแล สาวกของเราเป็น อันมากจึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่.

 

Note myself:

พละห้า เป็นธรรมที่เป็นกำลัง  มีอะไรบ้าง

       พละห้า เน้นเป็นในส่วนที่เป็นพลังหนุนนำกาย  เป็นการสร้างพลังภายใน  เพื่อพาให้งานสำเร็จ  มี 5 ตัว ดังนี้                                              

 

 ๑.ศรัทธา   ความเชื่อ ที่มิได้เป็นการเชื่ออย่างมงาย  เป็นการเชื่อที่ได้รับการ

พิจารณาด้วยเหตุผล ด้วยปัญญา

      ๒.วิริยะ      ความเพียร  เป็นพลังใจทำให้เกิดความขยันหมั่นเพียร เกิดความพอใจและศรัทธา  จะเกิดจากการที่มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี  แล้วเกิดพลังขึ้นมาทำให้เป็นคนขยันขันแข็ง

 ๓.สติ        ความระลึกได้   เป็นพลังสำคัญที่คอยถือคันบังคบ มิให้กระทำชั่ว

      ๔.สมาธิ     ความตั้งจิตมั่น  เป็นพลังที่เกิดจากการเพ่งอยู่กับที่ทำขณะใดขณะหนึ่ง เพียงสิ่งเดียว  จะมีพลังสูงมาก 

๕.ปัญญา   ความรู้ทั่วชัด   จะถือคับบังคับ มิให้ทำชั่วเช่นกัน  เป็นพลังที่ให้เกิดสติมีปัญญา ที่ทำให้คนเหนือกว่าสัตว์ทั้งปวง  เพราะเปผ้นปัญญาที่คิดอ่านเป็น

                                             บันทึกวันที่ ๒๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๒๗ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม   การปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญโพชฌงค์เจ็ด. 

 

  [๓๓๘] ดูกรอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้ว สาวก ทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญโพชฌงค์เจ็ด.ดูกรอุทายี ภิกษุในธรรมวินัยนี้เจริญ สติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละคืนเจริญธรรม วิจยสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวกอาศัยวิราคะอาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละคืนเจริญวิริยสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละคืนเจริญปีติสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละคืน เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละคืนเจริญสมาธิสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละคืน 

เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละคืน. ก็เพราะสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตามปฏิปทาที่เราบอกแล้ว เจริญโพชฌงค์เจ็ดนั้นแล สาวก ของเราเป็นอันมากจึงได้บรรลุบารมีอันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่

 

Note myself:

โพชฌงค์เจ็ด มีอะไรบ้าง

๑.สติ    คือความระลึกได้   สำนึกพร้อมอยู่ใจกิจ  จิตอยู่กับเรื่องไม่ไปไหน

๒.ธัมมวิจยะ คือความสอดส่องธรรม  เป็นความเฟ้นธรรม

๓.วิริยะ  คือความเพียร 

๔.ปิติ    คือความอิ่มใจ  ความดื่อมดำในใจ  บางท่านอาจมีปิติจนน้ำตาไหล  รู้สึกแปลบๆ ดุจฟ้าแลบ   ขนลุก  ใจปิติใจฟูตัวเบา  เป็นต้น

๕.ปัสสัทธิ คือความสงบและอารมณ์  ความสงบเย็น  ผ่อนคลาย

๖.สมาธิ    คือความตั้งใจมั่น   มีจิตแน่วแน่ในอารมณ์

๗.อุเบกขา คือความวางเฉย  มีใจเป็นกลางเพราะเห็นตามเป็นจริง

 

                                            บันทึกวันที่ ๒๑ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๒๘ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  ปฏิปทาเจริญอริยมรรคมีองค์แปด. 

 

 [๓๓๙] ดูกรอุทายี อีกประการหนึ่ง เราได้บอกปฏิปทาแก่สาวกทั้งหลายแล้ว สาวก ทั้งหลายของเราปฏิบัติตามแล้ว ย่อมเจริญอริยมรรคมีองค์แปด. ดูกรอุทายี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญสัมมาทิฏฐิ เจริญสัมมาสังกัปปะ เจริญสัมมาวาจา เจริญสัมมากัมมันตะ  เจริญสัมมาอาชีวะ   เจริญสัมมาวายามะ เจริญสัมมาสติ เจริญสัมมาสมาธิ. ก็เพราะสาวกทั้งหลายของเราปฏิบัติตาม   ปฏิปทาที่เราบอก แล้วเจริญอริยมรรคมีองค์  นั้นแล สาวกของเราเป็นอันมากจึงได้บรรลุบารมี อันเป็นที่สุดแห่งอภิญญาอยู่.

 

Note myself:

องค์มรรถ คือธรรมส่วนย่อยที่รวมกันเป็นองค์ประกอบของมรรค ซึ่งเป็นข้อหนึ่งในอริยสัจ ๔ (ทุกข์ สมุทัย นิโรจ มรรค) มี ๘ อย่างคือ

๑. สัมมาทิฐิ         ความเห็นที่ถูกต้อง  (รู้จักคิด คิดเป็น คิดถูกวิธี)

๒. สัมมาสังกัปปะ    ความดำริที่ถูกต้อง (ดำริออกจากกาม ไม่พยาบาท ไม่เบียดเบียน)

๓.สัมมาวาจา          วาจาที่ถูกต้อง     (เว้นจากวจีทุจริต)

๔. สัมมากัมมันตะ    การงานที่ถูกต้อง (เว้นจากการทุจริต)

๕. สัมมาอาชีวะ       การเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง (ไม่คดโกงหลอกลวง ไม่ค่าน้ำเมายาพิษ)

๖. สัมมาวายามะ      ความพยายามที่ถูกต้อง

๗. สัมมาสติ           สติที่ถูกต้อง(ไม่เผลอ ไม่ฟั่นเฟือน ไม่เลื่อนลอย)

๘. สัมมาสมาธิ        สมาธิที่ถูกต้อง (ภาวะจิตแน่วแน่ มีสติ มีอุเบกขา ไม่วิตกวิจาร)

                                                  บันทึกวันที่ ๒๒ กรกฏาคม ๒๕๕๑

บันทึกไดอะรี่ธรรม รายวัน

ก้อนหิน

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๑

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 25/07/2008 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

อนุโมทนา สาธุ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
chaiyassu วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

ขออนุญาตก้อนหินเพิ่มเติมอย่างนี้
อธิบายศัพท์
๑.พุทธธรรม
> หมายถึง พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ซึ่งมีทั้งส่วนที่เป็นโลกิยธรรม และโลกุตรธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การดับทุกข์ และกิเลสทั้งปวง ประกอบด้วยความงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด ซึ่งควรน้อมเข้ามาใส่ตัวเพื่อให้เกิดเกิดประโยชน์สูงสุดตามสมควรแก่ฐานะของตน ๆ
หมายเหตุ. การอธิบายอย่างนี้จะครอบคลุมหลักธรรมคำสั่งสอนทั้งหมด เพราะเวลาเราพูดถึงพุทธธรรมนั้น เราไม่ได้แยกเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่เป็นการพูดถึงภาพรวมทั้งหมด การนิยาม หรืออธิบายความ จึงต้องพยายามให้ครบถ้วนกระบวนความ
๒.มนุษย์
> มนุษย์เป็นสัตว์โลกประเภทหนึ่งในบรรดาสัตว์โลกทั้งหลาย แต่มนุษย์จัดเป็นสัตว์ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย เพราะมนุษย์มีศักยภาพในการพัฒนาตนเองได้ดีกว่าสัตว์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในโลก ไม่ว่าจะในแง่ของวัตถุ หรือในแง่ของจิตใจ
หมายเหตุ. การอธิบายว่า มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ดูเหมือนจะไม่ให้ความหมายอะไร เพราะเราก็รู้อยู่แล้วว่ามนุษย์มีชีวิต และการอธิบายว่า จัดเป็นประเภทเดียวกับสัตว์ ก็ดูจะแย้งกับข้อเท็จจริงในคำสอนของพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนาไม่ได้จัดมนุษย์เป็นสัตว์ แต่มองมนุษย์เป็นสัตว์โลก เหมือนกับสัตว์โลกอื่น ๆ โดยไม่ต้องจัดให้เป็น
๓.ปรมัตถสัจจะ
> หมายถึงความจริงขั้นสูงสุด เพราะความจริงดังกล่าวอยู่เหนือการสมมติทั้งปวง อยู่เหนือดี ชั่ว กุศล อกุศล บาป บุญ เป็นการแสดงความจริงล้วน ๆ ไม่มีความรู้สึกเป็นตัว ตน เรา เขา เข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น แสดงความจริงเกี่ยวกับชีวิตว่า ชีวิตเป็นประกอบด้วยส่วนประกอบอย่างนี้ ๆ(รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) มีลักษณะอย่างนี้ ๆ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) เป็นต้น
> นิพพานก็เป็นหนึ่งในปรมัตถธรรม และเป็นปรมัตถสัจจะ เพราะแสดงภาวะความเป็นจริงของชีวิตอีกลักษณะหนึ่งที่ปราศจากทุกข์ และนิพพานก็อยู่เหนือการสมมติ อยู่เหนือดี ชั่ว กุศล อกุศล บาป และบุญทั้งปวง

หมายเหตุ. อย่าพยายามอธิบายปรมัตถสัจจะโดยการนำไปผูกติดกับเรื่องดี ชั่ว กุศล อกุศล บาป บุญ ประโยชน์ มิใช่ประโยชน์ เพราะปรมัตถสัจจะไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ ปรมัตถสัจจะเป็นความจริงชนิดที่เรียกว่า แม้ไม่มีพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ความจริงเหล่านั้นก็มีอยู่แล้ว พระพุทธเจ้าเป็นแต่เพียงผู้ค้นพบ ซึ่งเราเรียกว่า ตรัสรู้ จากนั้นก็นำมาแจกแจง นำมาแสดงแก่โลก
๔.สมมติสัจจะ
> หมายถึงความจริงขั้นสมมติ หรือจริงโดยการสมมติ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการสื่อสาร ทำความเข้าใจ มนุษย์อยู่บนโลกเป็นสังคม ต้องอาศัยการสื่อสารเพื่อความเข้าใจกัน ภาษาจึงเป็นเครื่องมือเพื่อการนี้ ภาษาที่ใช้เรียกขานจึงเป็นเรื่องของการสมมติ และมนุษย์ก็สมมติเรียกชื่อสรรพสิ่งแตกต่างกันออกไป
๕.ปรมัตถธรรม
> หมายถึงธรรมอันเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุด ซึ่งในที่นี้หมายถึงพระนิพพาน อย่างไรก็ตาม ธรรมใดก็ตามที่แสดงเพื่อเป็นไป หรือเพื่อประโยชน์แก่การบรรลุพระนิพพาน ธรรมนั้นก็นับเข้าในปรมัตถธรรมทั้งสิ้น เช่น ปฏิจจสมุปบาท อริยสัจ ๔ ไตรลักษณ์ เป็นต้น
หมายเหตุ. อย่าอธิบายไปในทำนองที่จะทำให้คนตีความว่า มีเพียงพระอภิธรรมเท่านั้นเป็นปรมัตถธรรม เพราะถ้าอธิบายแบบนี้ จะทำให้เนื้อความของปรมัตถธรรมเสียหาย และคลาดเคลื่อนไป
๖.ไตรลักษณ์
> หมายถึง หมายถึงลักษณะความจริงแท้ ซึ่งมีอยู่ในสรรพสิ่งทั้งหลาย ไม่ว่าจะมีชีวิตก็ตาม ไม่มีชีวิตก็ตาม สิ่งที่เป็นรูปธรรมก็ตาม สิ่งที่เป็นนามธรรมก็ตาม บางครั้งท่านจึงเรียกว่า สามัญญลักษณะ คือลักษณะที่มีเหมือนกัน หรือมีเสมอกันไม่มียกเว้น มี ๓ ประการ คือ.............

ปล. วันนี้เอาแค่นี้ก่อน ประเด็นการอธิบายเชื่อมโยง (๑) แนวปฏิจจสมุปบาท (๒) แนวที่ก้อนหินอธิบาย จะ นำเสนอวันหลัง....วันนี้ขอตัว...

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
spyone วันที่ : 23/07/2008 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อักษราภรณ์ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

อนุโมทนาสาธุค่ะ.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อาโป วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป


สาธุ.......ขอรับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 16.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ยกนิ้วให้เลยครับ พี่ก้อนหิน
128 วันนี่ก็ 4 เดือนกว่าๆ แล้ว
ข้าน้อยขอคารวะ +1

ยังไงก็ต้องขอบคุณสำหรับการสนับสนุนช่วยเหลือที่พี่มีให้กับทีมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลานเทวา วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

สาธุ
สาธุ
สาธุ

ในความตั้งใจดี

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
officemom วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

รู้สึกว่าตัวเองต้องมีอิทธิบาทสี่ ให้มากๆ ในการทำงาน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kunlek วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง

แวะมาอ่านธรรมะ ตั้งสติให้แน่วแน่ทุกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
roselobster วันที่ : 22/07/2008 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

สัจจะโอวาทแห่งพระพุทธองค์
ให้เราได้รำลึกรู้สึกตน ว่า.....

.

.

ทุกสรรพสิ่ง หามีสิ่งใดจะจีรังตั้งมั่น ดำรงคงอยู่ได้ไปนิจนิรันดร์ก็หาไม่
จะมีก็เพียง แ ส ง ธ ร ร ม ใ น ใ จ ที่จะฉายฉานส่องนำทางให้ดวงจิตสว่างไสว
ได้พรายพร่าง สร้างสะสมเสบียงบุญ ให้ดวงใจเราหอมกรุ่นด้วย กุ ศ ล ก ร ร ม

http://www.oknation.net/blog/Memyself/2008/07/22/entry-1


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน