*/
  • ก้อนหินยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nen..noi_th@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 156802
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
  • โหวต 73 คน
<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม 2551
Posted by ก้อนหินยิ้ม , ผู้อ่าน : 1366 , 15:10:51 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ไดอะรี่ธรรมของก้อนหินยิ้ม     เรื่องของท่านพระรัฐปาละ

ที่มา: พระไตรปิฏก พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ 

ราชวรรค รัฐปาลสูตร เล่มที่ ๑๓

 

ความไพเราะงดงามของพระสูตรนี้

เป็นเรื่องราวเลยนะคะ เป็นเรื่องของท่านพระรัฐปาละ  ซึ่งกว่าท่านจะได้บวช ก็แสนยากเย็นแสนเข็ญ....

อยากให้พี่ๆเพื่อนๆ ค่อยอ่านๆ ไปเรื่อยๆ ค่ะ 

ก้อนหินบันทึกไดอะรี่ธรรม ให้อ่านกันแล้วนะคะ

 

บันทึกไดอะรี่ธรรม ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ถึง ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๒๙ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  รัฐปาลกุลบุตรขอบวช

 

                                 (๑)    รัฐปาลกุลบุตรขอบวช

 

........กิตติศัพท์อันงามของ ท่านพระสมณโคดมพระองค์นั้น ขจรไป..... พระผู้มีพระภาค
 พระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ ทั้งหลาย เป็นผู้เบิกบานแล้ว เป็นผู้จำแนกพระธรรม พระองค์ทรงทำโลกนี้พร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ให้แจ้งชัดด้วยพระปัญญาอันยิ่งของพระองค์เองแล้ว ทรงสอนหมู่สัตว์ พร้อมทั้งสมณะ พราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ให้รู้ตาม ทรงแสดงธรรมมีคุณอันงามในเบื้องต้น มีคุณอันงามในท่ามกลาง มีคุณอันงามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถพร้อมทั้ง พยัญชนะบริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ก็การเห็นพระอรหันต์ทั้งหลายเห็นปานนั้น เป็นการดี ดังนี้.

 

[๔๒๕] สมัยนั้น กุลบุตรชื่อรัฐปาละ เป็นบุตรของสกุลเลิศ ในถุลลโกฏฐิตนิคมนั้น
 นั่งอยู่ในหมู่บริษัทนั้นด้วย. รัฐปาลกุลบุตร มีความคิดเห็นว่าด้วยประการอย่างไรๆ แล 
 เราจึงจะรู้ ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว …. 

…………. รัฐปาลกุลบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง  ที่ควรส่วน.......รัฐปาลกุลบุตร  กล่าวทูลขอ.......บรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาค........

 พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรรัฐปาละ ท่าน เป็นผู้ที่มารดาบิดาอนุญาตให้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้วหรือ?
      รัฐปาลกุลบุตรกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระพุทธเจ้า เป็นผู้ที่มารดาบิดายัง มิได้อนุญาตให้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเลย พระเจ้าข้า.
พระพุทธเจ้า... ดูกรรัฐปาละ 
พระตถาคตทั้งหลาย
 ย่อมไม่บวชบุตรที่มารดาบิดามิได้อนุญาต.
รัฐปาลกุล...... ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มารดาบิดาจักอนุญาตให้ข้าพระพุทธเจ้าออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิต ด้วยประการใด ข้าพระพุทธเจ้าจักกระทำด้วยประการนั้น.

                                                          บันทึกวันที่ ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๓๐ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม    มารดาบิดาไม่อนุญาตให้บวช

 

                            (๒)     มารดาบิดาไม่อนุญาตให้บวช

 [๔๒๖] ครั้งนั้น รัฐปาลกุลบุตรลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณแล้วเข้าไปหามารดาบิดาถึงที่อยู่ แล้วได้กล่าวว่า ข้าแต่คุณแม่คุณพ่อ ด้วยประการ อย่างไรๆ แล ฉันจึงจะรู้ทั่วถึงธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้ว การที่บุคคลผู้ครองเรือนจะ ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริบูรณ์ ให้บริสุทธิ์ โดยส่วนเดียวดุจสังข์ขัด ไม่ใช่ทำได้ง่าย ฉันปรารถนา จะปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ขอคุณแม่คุณพ่อจง อนุญาตให้ฉันออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด. 

 

Note myself:

รัฐปาลกุลบุตร  ขออนุญาต จากพ่อแม่จะขอบวช  ซึ่งพ่อแม่ไม่ยอมให้บวช  ก็เนื่องจากว่ารัฐปาลกุลบุตร เป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูล  เป็นที่รักของพ่อแม่ ความห่วงลูกกลัวจะทุกข์ลำบาก  เพราะเลี้ยงลูกมาอย่างดี ยังไงเสียก็ไม่ยอมอนุญาตให้บวช

รัฐปาลกุลบุตร  ขออนุญาตจากพ่อแม่จะขอบวช  ถึงสามครั้ง  ซึ่งก็ได้รับการปฎิเสธ

ตลอด

 

[๔๒๘] ครั้งนั้น รัฐปาลกุลบุตรน้อยใจว่า มารดาบิดาไม่อนุญาตให้เราออกจาก
 เรือนบวชเป็นบรรพชิต ดังนี้ จึงนอนอยู่บนพื้นอันปราศจากเครื่องลาด  ที่นั้นเอง ด้วยตั้งใจว่า ที่นี้จักเป็นที่ตาย หรือที่บวชของเรา. ไม่บริโภคอาหารตั้งแต่  วัน  วัน 
 วัน  วัน  วัน  วัน ตลอดถึง  วัน.

                                                      บันทึกวันที่ ๒๔ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๓๑ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม   เพื่อนช่วยอ้อนวอนขอให้อนุญาตให้บวช 

 

                         (๓)     เพื่อนช่วยอ้อนวอนขอให้อนุญาตให้บวช

........ข้าแต่คุณแม่คุณพ่อ รัฐปาลกุลบุตรนี้ นอนอยู่ที่พื้นอันปราศจากเครื่องลาด  ที่นั้นเอง ด้วย ตั้งใจว่าที่นี้จักเป็นที่ตายหรือที่บวชของเรา ถ้าคุณแม่คุณพ่อจะไม่อนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต ก็จักตายเสียในที่นั้นเอง

          แต่ถ้าคุณแม่คุณพ่อจะอนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตร ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต คุณแม่คุณพ่อก็จักได้เห็นเขาแม้บวชแล้ว หากรัฐปาลกุลบุตร จักยินดีในการบวชเป็นบรรพชิตไม่ได้ เขาจะไปไหนอื่น ก็จักลับมาที่นี่เอง ขอคุณแม่คุณพ่อ
 อนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตเถิด.

 

                        (๔)   มารดาบิดาอนุญาตให้บวช

      [๔๓๑] มารดาบิดากล่าวว่า ดูกรพ่อทั้งหลาย เราอนุญาตให้รัฐปาลกุลบุตรออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิต แต่เมื่อเขาบวชแล้วพึงมาเยี่ยมมารดาบิดาบ้าง. ครั้งนั้น สหายทั้งหลาย พากันเข้าไปหารัฐปาลกุลบุตรถึงที่อยู่ แล้วได้กล่าวว่า คุณแม่คุณพ่ออนุญาตให้ท่านออกจาก เรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว แต่เมื่อท่านบวชแล้ว พึงมาเยี่ยมคุณแม่คุณพ่อบ้าง.

                                                             บันทึกวันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๓๒ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม   รัฐปาละบวชและบรรลุพระอรหันต์

 

                         (๕)     รัฐปาละบวชและบรรลุพระอรหันต์

[๔๓๒] ครั้งนั้น รัฐปาลกุลบุตรลุกขึ้น บำรุงกายให้เกิดกำลังแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มี พระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้วนั่ง  ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง. แล้วได้ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มารดาบิดาอนุญาตให้ข้าพระพุทธเจ้าออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตแล้ว ขอพระผู้มีพระภาคให้ข้าพระพุทธเจ้าบวชเถิด รัฐปาลกุลบุตรได้บรรพชา ได้อุปสมบทในสำนัก พระผู้มีพระภาค. ครั้นเมื่อท่านรัฐปาละอุปสมบทแล้วไม่นาน พอได้กึ่งเดือน พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ในถุลลโกฏฐิตนิคมตามควรแล้ว เสด็จจาริกไปทางนครสาวัตถี เสด็จจาริกไปโดยลำดับ ได้เสด็จถึงพระนครสาวัตถีแล้ว.

 

Note myself:

จากเดิมนั้น เมื่อรัฐปาลกุลบุตร  ขอบวชถึง 3 ครั้ง  พ่อแม่ไม่ให้บวช  รัฐปาลกุลบุตร จึงทรมานตัวเองด้วยการไม่กินอาหารและนอนในที่ไม่สะดวกสบาย  ร้อนจนกระทั่งสหายเพื่อนๆ ของรัฐปาลกุลบุตร  ต้องมาขอร้องพ่อแม่อีกแรงหนึ่งและท้ายที่สุด  พ่อแม่ก็ยอมให้บวช

ครั้นบวชแล้ว  ท่านพระรัฐปาละ ทำความเพียรอย่างรีบเร่งไปอยู่แต่ผู้เดียว เป็น
ผู้ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปแล้ว ไม่ช้านานเท่าไร ก็ทำให้แจ้งซึ่งที่สุดพรหมจรรย์ ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า ที่กุลบุตรทั้งหลายผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตโดยชอบต้องการ ด้วย ปัญญาอันยิ่งด้วยตนเองในปัจจุบันเข้าถึงอยู่ รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ ควรทำ ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ท่านพระรัฐปาละได้เป็นพระอรหันต์ รูปหนึ่ง ในจำนวนพระอรหันต์ทั้งหลาย.

 

                                                                 บันทึกวันที่ ๒๖ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๓๓ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม   พระรัฐปาละแสดงธรรม

 

                          (๖)     พระรัฐปาละแสดงธรรม

 

พระรัฐปาละแสดงธรรม โปรดพ่อแม่และบริวาร

      “   จงมาดูอัตภาพอันวิจิตร มีกายเป็นแผล อันคุมกันอยู่
      แล้ว  กระสับกระส่าย     เป็นที่ดำริของชนเป็นอันมาก ไม่มี
      ความยั่งยืนมั่นคง จงมาดูรูปอันวิจิตรด้วยแก้วมณีและกุณฑล
      มีกระดูกอันหนังหุ้มห่อไว้ งามพร้อมด้วยผ้า (ของหญิง)
 เท้า
      ที่ย้อมด้วยสีแดงสด หน้าที่ไล้ทาด้วยจุรณ พอจะหลอกคนโง่
      ให้หลงได้ 
แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้

      ผมที่แต่งงาม ตาที่เยิ้มด้วยยาหยอด พอจะหลอกคนให้หลง
      ได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้ กายเน่า

      อันประดับด้วยเครื่องอลังการ ประดุจทนานยาหยอดอันใหม่
      วิจิตร พอจะหลอกคนโง่ให้หลงได้
 แต่จะหลอกคนผู้แสวงหา
      ฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้ ท่านเป็นดังพรานเนื้อวางบ่วงไว้ แต่
      เนื้อไม่ติดบ่วง เมื่อพรานเนื้อกำลังคร่ำครวญอยู่ เรากินแต่
      อาหารแล้วก็ไป. ”


      ครั้นท่านพระรัฐปาละยืนกล่าวคาถาเหล่านี้แล้ว จึงเข้าไปยังพระราชอุทยานมิคาจีระของ พระเจ้าโกรัพยะ แล้วนั่งพักกลางวันอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง.

 

                                                             บันทึกวันที่ ๒๗ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๓๔ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม    พระเจ้าโกรัพยะ สนทนาธรรม

 

 [๔๔๐] ครั้งนั้น พระเจ้าโกรัพยะ ตรัสเรียกพนักงานรักษาพระราชอุทยานมาว่า ดูกรมิควะ ท่านจงชำระพื้นสวนมิคาจีระให้หมดจดสะอาด เราจะไปดูพื้นสวนอันดี. นายมิควะทูลรับ พระเจ้าโกรัพยะว่า อย่างนั้น 

           ขอเดชะ แล้วชำระพระราชอุทยานมิคาจีระอยู่ ได้เห็นพระรัฐปาละ ซึ่งนั่งพักกลางวันอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง จึงเข้าไปเฝ้าพระเจ้าโกรัพยะ แล้วได้กราบทูลว่า ขอเดชะ พระราชอุทยานมิคาจีระของพระองค์หมดจดแล้ว และในพระราชอุทยานนี้มีกุลบุตรชื่อ รัฐปาละ ผู้เป็นบุตรแห่งตระกูลเลิศในถุลลโกฏฐิตนิคมนี้ ที่พระองค์ทรงสรรเสริญอยู่เสมอๆ นั้น เธอนั่ง พักกลางวันอยู่ที่โคนไม้แห่งหนึ่ง.
      พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า ดูกรเพื่อนมิควะ ถ้าเช่นนั้น ควรจะไปยังพื้นสวนเดี๋ยวนี้
 เราทั้งสองจักเข้าไปหารัฐปาละผู้เจริญนั้นในบัดนี้.

 

                                                        บันทึกวันที่ ๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

วันที่ ๑๓๕ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม    พระรัฐปาละแสดงธรรม  อันวิจิตร

 

Note myself:

พระรัฐปาละแสดงธรรม  อันวิจิตรจริงๆค่ะ

เท้าที่ย้อมด้วยสีแดงสด หน้าที่ไล้ทาด้วยจุรณ พอจะหลอกคนโง่ให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้
ผมที่แต่งงาม ตาที่เยิ้มด้วยยาหยอด พอจะหลอกคนให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้

กายเน่า อันประดับด้วยเครื่องอลังการ ประดุจทนานยาหยอดอันใหม่ วิจิตร  พอจะหลอกคนโง่ให้หลงได้ แต่จะหลอกคนผู้แสวงหาฝั่งคือพระนิพพานไม่ได้ 

......ซึ้งใจจริงๆ ค่ะ......

                                                           บันทึกวันที่ ๒๙ กรกฏาคม ๒๕๕๑

 

ความไพเราะงดงามของพระสูตรนี้

เป็นเรื่องราวเลยนะคะ

อยากให้พี่ๆเพื่อนๆ ค่อยอ่านๆ ไปเรื่อยๆ

และ ยังไม่จบค่ะ

ท่านพระรัฐปาละ  ยังแสดงธรรมอันเกี่ยวกับความเสื่อมอีก ๔ ประการ

ถวายแด่พระเจ้าโกรัพยะ  แล้วก้อนหินจะสรุปย่อ มาให้อ่านกันนะคะ

 

ก้อนหินคิดถึงไดอะรี่ธรรม มากๆ เลยค่ะ   แล้วติดตามอ่านไดอะรี่ธรรม ต่อไปนะคะ

ก้อนหินค่ะ

๓๑ กรกฏาคม ๒๕๕๑


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
rakmananya วันที่ : 02/08/2008 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rakmananya

มาอนุโมทนาธรรมด้วย

แม้จะล่าช้า แต่ดีกว่าไม่มา จริงไหม...

.............

ก้อนหินยิ้มนำเรื่องนี้มาเผยแผ่ได้อย่างดี

แถมเสนอความเห็นจากจิตตัวเอง

เป็นระยะ เหมือนเตือนตนเองไปด้วย..

แต่ผู้มาอ่านก็รับรู้ไปด้วย...

..........

สาธุครับ.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

ยังตามอ่านอยู่นะครับ
แม้จะหายหัวไปบ้างในบางช่วงเวลา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
TaTee วันที่ : 01/08/2008 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

สาธุ...เพราะไม่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง...จึงหลงติดข้องในรูป....ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

สาธุค่ะ คุณก้อนหิน
ไม่เคยอ่านเรื่องนี้เลยค่ะ
คุณก้อนหินได้ FW mail เรื่องรับอาสาสมัคร
ตรวจทานพยัญชนะในพระไตรปิฏกไหมคะ
เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจนะคะ ถ้ายังจะเมล์ไปให้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
spyone วันที่ : 31/07/2008 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน