*/
  • ก้อนหินยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nen..noi_th@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 156802
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
  • โหวต 73 คน
<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 5 กันยายน 2551
Posted by ก้อนหินยิ้ม , ผู้อ่าน : 1257 , 13:46:52 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ที่มา: พระไตรปิฏก พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์

สุนักขัตตสูตร เล่มที่ ๑๔

 

บันทึกไดอะรี่ธรรม ตั้งแต่วันที่ ๔ ถึง ๕ กันยายน  ๒๕๕๑

 

 

[๗๐] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรสุนักขัตตะ กามคุณนี้มี ๕

อย่างแล ๕ อย่างเป็นไฉน คือ

             (๑) รูปที่รู้ได้ด้วยจักษุ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก

ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

             (๒) เสียงที่รู้ได้ด้วยโสต อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก

ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

             (๓) กลิ่นที่รู้ได้ด้วยฆานะ อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก

ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

             (๔) รสที่รู้ได้ด้วยชิวหา อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก

ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

             (๕) โผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกาย อันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ

เป็นที่รัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด

 

พระพุทธเจ้า ทรงตรัสสอนพระสูตรนี้ พระสุนักขัตตะ ลิจฉวีบุตร 

ในป่ามหาวัน เขตพระนครเวสาลี.......เกี่ยวกามคุณ ๕ อย่าง  

โดยทรงตรัสสอนเปรียบเทียบได้อย่างงดงามเจ้าค่ะ......ดังนี้

 

......บุรุษถูกลูกศรที่มียาพิษอาบไว้อย่างหนาแล้ว มิตรอำมาตย์

ญาติสาโลหิตของเขาให้หมอผ่าตัดรักษา หมอผ่าตัดใช้ศาตราชำแหล

ะปากแผลของเขา ครั้นแล้วใช้เครื่องตรวจค้นหาลูกศร แล้วถอนลูกศรออก

กำจัดโทษคือพิษที่ยังมีเชื้อเหลือติดอยู่ จนรู้ว่าไม่มีเชื้อเหลือติดอยู่

        จึงบอกอย่างนี้ว่า ดูกรพ่อมหาจำเริญ เราถอนลูกศรให้ท่านเสร็จแล้ว

โทษคือพิษเราก็กำจัดจนไม่มีเชื้อเหลือติดอยู่แล้ว ท่านหมดอันตราย

และพึงบริโภคโภชนะที่สบายได้ เมื่อท่านจะบริโภคโภชนะที่แสลง

ก็อย่าให้แผลต้องกำเริบและท่านต้องชะแผลทุกเวลา ทายาสมานปากแผล

ทุกเวลา เมื่อท่านชะแผลทุกเวลา ทายาสมานปากแผลทุกเวลา   อย่าให้

น้ำเหลืองและเลือดรัดปากแผลได้และท่านอย่าเที่ยวตากลมตากแดดไปเนืองๆ

 เมื่อท่านเที่ยวตากลม ตากแดดไปเนืองๆ แล้วก็อย่าให้ละอองและของโสโครก

ติดตามทำลายปากแผลได้ 

         ดูกรพ่อมหาจำเริญ ท่านต้องคอยรักษาแผลอยู่จนกว่าแผลจะประสานกัน

บุรุษนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า หมอถอนลูกศรให้เราเสร็จแล้ว โทษคือพิษ 

หมอก็กำจัดจนไม่มีเชื้อเหลือติดอยู่แล้ว เราหมดอันตราย เขาจึงบริโภคโภชนะ

ที่แสลง เมื่อบริโภคโภชนะที่แสลงอยู่ แผลก็กำเริบ และไม่ชะแผลทุกเวลา

ไม่ทายาสมานปากแผลทุกเวลา เมื่อเขาไม่ชะแผลทุกเวลา ไม่ทายาสมาน

ปากแผลทุกเวลา น้ำเหลืองและเลือดก็รัดปากแผล และเขาเที่ยวตากลม

ตากแดด ไปเนืองๆ เมื่อเขาเที่ยวตากลม ตากแดดไปเนืองๆ แล้ว ปล่อยให้

ละอองและของโสโครกติดตามทำลายปากแผลได้ ไม่คอยรักษาแผลอยู่

จนแผลประสานกันไม่ได้ เพราะเขาทำสิ่งที่แสลงนี้แล แผลจึงถึงความบวมได้

ด้วยเหตุ ๒ ประการคือ ไม่กำจัดของไม่สะอาดและโทษคือพิษอันยังมีเชื้อเหลือ

ติดอยู่ เขามีแผลถึงความบวมแล้ว พึงเข้าถึงความตาย หรือทุกข์ปางตายได้

ฉันใด

          ดูกรสุนักขัตตะ ฉันนั้นเหมือนกันแล ข้อที่ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้

พึงมีความดำริอย่างนี้ว่า

           พระสมณะตรัส  ลูกศรคือตัณหา ไว้แล โทษอันเป็นพิษคืออวิชชาย่อม

งอกงามได้ด้วยฉันทราคะและพยาบาท เราละลูกศรคือตัณหานั้นได้แล้ว

กำจัดโทษอันเป็นพิษคืออวิชชาได้แล้ว  จึงเป็นผู้มีใจน้อมไปในนิพพานโดยชอบ

นั่นเป็นฐานะที่มีได้ สิ่งที่เป็นผลเบื้องต้นพึงมีได้อย่างนี้ คือ เธอประกอบเนืองๆ

ซึ่งอารมณ์อันไม่เป็นที่สบายของใจอันน้อมไปในนิพพานโดยชอบ 

           ได้แก่ประกอบเนืองๆ ซึ่งทัสสนะคือ

1.รูป  อันไม่เป็นที่สบายด้วยจักษุ

2.เสียง อันไม่เป็นที่สบายด้วยโสต

3.กลิ่นอันไม่เป็นที่สบายด้วยฆานะ

4.รสอันไม่เป็นที่สบายด้วยชิวหา

5.โผฏฐัพพะอันไม่เป็นที่สบายด้วยกาย

6.ธรรมารมณ์อันไม่เป็นที่สบายด้วยมโน

เมื่อเธอประกอบเนืองๆ แล้วราคะพึงตามกำจัดจิต

เธอมีจิตถูกราคะตามกำจัดแล้ว พึงเข้าถึงความตาย หรือทุกข์ปางตาย

 

…….เราอุปมาเปรียบเทียบดังนี้ เพื่อให้รู้เนื้อความ เนื้อความ

ในอุปมานี้

คำว่าแผล เป็นชื่อของอายตนะภายใน ๖ 

โทษคือพิษ เป็นชื่อของอวิชชา 

ลูกศร เป็นชื่อของตัณหา 

เครื่องตรวจเป็นชื่อของสติ ศาตรา เป็นชื่อของ

ปัญญาของพระอริยะ 

หมอผ่าตัดเป็นชื่อของตถาคตผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้เองโดยชอบแล้ว

 

ด้วยความเคารพในพระองค์และพระธรรมคำสอนของพระองค์

ด้วยเศียรเกล้าเจ้าค่ะ

ก้อนหินยิ้ม

๕ สิงหาคม ๒๕๕๑


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 21/10/2008 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

คุณพี่พระจันทร์แดง
คงไม่ได้สาระวน กับเหตุการณ์ในช่วงนั้นอย่างจริงจังมั้งนะคะ อ่านๆ ดู คิดว่าคุณพี่ฯ น่าจะปฏิบัติมานานแล้ว..รวมทั้งศึกษาเล่าเรียนด้านพุทธธรรมมาอย่างดีเสียด้วยสิเจ้าค่ะ....ก้อนหินไม่ได้พิจารณาให้ถ่องแท้ จึงเป็นห่วง.....และคงมีบุญมาทางแสดงอิทธิฯ อาจเป็นแนวท่านฤาษี...หรือเล่นพลังจิต อะไรบ้างอย่าง??? ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ
และคิดว่าคงแนวสมถะ มาทาง "มะโนมะยิทิ" สายหลวงพ่อปาน และท่านฤาษีลิงดำ

เป็นคุณพี่ที่ดี..ของก้อนหินยิ้ม..ล่ะกันนะคะ
ช่วยจรรโลงต่อยอดพุทธธรรม ในใจซึ่งกันและกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 21/10/2008 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

ขึ้นชื่อว่าบ่วงกรรมย่อมทำให้ใจอยู่ไม่เป็นสุข หวาดระแวง เข้าใจที่คุณก้อนหินอธิบายนะครับ แต่ใจมันก็ยังรู้สึกอยู่ แต่ว่าผมก็รู้สึกอีกเหมือนกันครับว่า กรรมดีที่ทำเิริ่มส่งผลแล้วเหมือนกัน แต่ยังมีกรรมเก่าขวางไว้อยู่ เรียกว่าบุญมีแต่กรรมบัง คงจะได้ แล้วที่ความรู้สึกตอนเด็กที่พูดถึงผมถือว่าเป็นสัญญาณบอกเหตุว่ากรรมใหญ่ที่เคยทำมันยังอยู่หรือมันจางคลายออกไปแล้วเท่านั้นครับ ไม่ได้คิดจะยึดติด ประสบการณ์ที่เจอในวัยเด็ก ผมถือว่าประสบการณ์ของผมมันธรรมดามากเลยครับ ผมคิดว่าผู้ที่ได้ฌาณแรกหรือสภาวะที่เฉียดฌาณ ก็คงรู้สึกได้ ไม่ได้เป็นความวิเศษณ์อะไร แต่มันเป็นสัญญาณบอกได้ว่า กำลังสมาธิเราเพียงพอในการที่จะภาวนา เพื่อฃำระล้างจิตใจหรือไม่ ซึ่งในอินทรีย์ 5 และ พละ 5 ผมยัีงอ่อนเรื่อง สมาธิ และสติ ต้องสร้างเสริมอีกนาน ซึ่งกำลังสมาธิ กำลังสติ จะช่วยให้การภาวนาก้าวหน้าได้ แต่ในตอนนี้ผมก็พยายามทำตามที่คุณก้อนหินบอกครับ ขอบคุณในไมตรีและความหวังดีนะครับ ขอน้อมรับด้วยใจจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 21/10/2008 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

คุณพี่พระจันทร์แดง เจ้าค่ะ

ก้อนหินเคยอ่านพบในพระไตรปิฏก ที่พระพุทธองค์สอนพรหมณ์เกี่ยวกับคนทำกรรมหนักมากๆ แล้วปฏิบัติตัวอย่างไร
ตอนที่อ่านก็เข้าใจและจำได้ว่า กรรมที่เป็นบาปนั้น เมื่อเราระลึกและจะทำความดีแล้ว สามารถปฏิบัติภาวนาตัดกรรมได้ ค่ะ
ก้อนหินรู้ปฏิบัติของท่านพระอาจารย์จรัญ เจ้าค่ะ รวมทั้งหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ด้วย

หากตอนนี้ ก้อนหินคิดว่าคุณพี่ กังวลอะไรบ้างอย่างอยู่นะเจ้าค่ะ คุณพี่ลองพิจารณาตั้งสติ นะเจ้าค่ะ เก่าๆ แล้วไป ตั้งหน้าทำความดี ทำบุญ
แต่ก้อนหิน..กำลังจะบอกว่า การทำบุญ นั้นอย่าโลภ นะเจ้าค่ะ ทำบุญแบบ สบายๆ ใจใสๆ ใจสบายๆ

อย่าไปนึกถึงเรื่องอดีตเลยเจ้าค่ะ มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย การได้อะไรมาแล้วยึดสิ่งนั้นไม่เห็นจะได้อะไรนะเจ้าค่ะ นอกจากความเศร้าที่เกาะกินใจที่อยากได้สิ่งนั้นกลับมาอีกหนหนึ่ง หรือคิดถังกรรมที่เราทำไว้ มันเกาะกินใจเราค่ะ หากเราถอนความคิดนี้ไม่ได้ การปฏิบัติภาวนาไม่ก้าวหน้าค่ะ เพราะใจขุ่นมัว..นั้นเอง

สร้างสิ่งใหม่ๆ นะเจ้าค่ะ งดงามกว่าเจ้าค่ะ
งดงาม สวยงาม กว่าเจ้าค่ะ
วางนะเจ้าค่ะ

ก้อนหินไม่เห็นอยากได้แสงสว่างในครั้งนั้นกลับมาเลย...มันไม่มีประโยชน์เลยแหละ....

กรรมอะไรหนอ...ถึงทำให้คุณพี่...ติดอยู่กับบ่วงของความผิดขนาดนี้

กรรมแรงที่สุด..ฆ่าพระพุทธเจ้า ทำร้ายพระพุทธเจ้า...พระเทวทัต คิดร้ายพระองค์ พยายามฆ่าก็จริง แต่ทำได้เพียงทำร้ายพระองค์เท่านั้น......กรรมนี้ใหญ่หลวงนัก...แต่เพราะความระลึกถึงพระองค์ ขอรับพระองค์เป็นสรณะ...พระเทวทัต ยังได้รับการพยากรณ์ว่าจะได้เป็นพระศาสดาในอนาคตกาลโน้นนนนนน เลยนะคะ

เห็นมั๊ยเจ้าค่ะ...กรรมอะไรหนอ...ที่คุณพี่ ยังติดข้องอยู่..

เชื่อในความดี ของตัวคุณพี่..นับตั้งแต่บัดนี้นะเจ้าค่ะ......

ปล.แปลกนะเจ้าค่ะ คุณพี่ ตอบกระทู้ธรรมเก่งมากนะเจ้าค่ะ (ไม่อยากบอกเล๊ย...)

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 21/10/2008 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

คุณก้อนหินครับ ก่ิอนอื่นไปอ่านลิงค์นี้ก่อนนะครับ http://board.palungjit.com/showthread.php?t=154409 คือความจริงแล้วถึงผมจะไม่ได้อ่านบทความนี้ผมก็รู้สึกสัมผัสได้ด้วยตัวเองครับ แต่บทความนี้ช่วยยืนยันความคิดของผมอีกทีนึง แต่ตอนนี้มันเป็นปัญหาตรงที่ว่าผมทำกรรมเอาไว้มากมาย หลายอย่าง หลายเหตุการณ์ หลายบุคคล ... มากมายเหลือเกิน ไม่รู้จะอโหสิกรรมยังไงกับใครดีน่ะสิครับ แต่ตอนนี้ผมก็พยายามทำบุญ ทำกุศล ให้มาก ก็ได้ผลพอควรครับ แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้การภาวนาของผมก้าวหน้าได้ ที่คุณก้อนหินเคยแนะนำมาว่าผมเอาอะไรมาวัดว่า ภาวนาได้ผลมากน้อยเท่าไร คือผมวัดจากประสบการณ์ตัวเองตอนเด็กน่ะครับ ซึ่งอันที่จริงคนว่ายน้ำเป็นแล้ว แม้จะไม่ได้ว่ายเลยนานๆ ก็ไม่น่าจะกลับไปเป็นเหมือนกับว่ายไม่เป็นเลย ซึ่งในกรณีผม อย่างที่ผมบอกเหมือนความสามารถที่เคยมี มันหายไป ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ก็หวังว่ากรรมขาวที่ทำขึ้นมาใหม่ จะช่วยละลายความเค็มดุจเกลือของกรรมดำ ให้ความเค็มจางลงไป และเมื่อวันนั้นมาถึงผมเชื่อว่าแรงกรรมจะทำให้ผมได้พบครูอาจารย์เหมือนอย่างคุณก้อนหินนะครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ถึงคุณพี่พระจันทร์แดง เจ้าค่ะ

ดีใจที่คุณพี่ไม่ถือสา..ก้อนหิน
โดยปกติแล้วจะไม่เล่าเรื่องเล่านี้ให้ใครฟังเท่าไร แต่ในหมู่เพื่อนๆ เราจะเล่าสู่กันฟังเสมอ...

คิดอยู่เหมือนกันว่า คุณพี่ จะต้องเคยฝึกกสินหรือไม่ก็จะอยากฝึกในอนาคต ดีใจค่ะที่คุณไมเดินทางนั้น ความจริงกสินนั้นไม่เสียหายอะไร เป็นสมถะอย่างหนึ่งได้และมีคุณพอควรคือจะใช้ในเวลาเจ็บป่วยเจ็บไข้ กสินช่วยดูแลรักษาได้(แต่ต้องขึ้นอยู่กับกรรมของตัวเองด้วยนะคะ) แต่คนได้กสินแล้ว จะหลงง่ายและบางครั้งอาจเอาไปทำร้ายคได้ ซึ่งเป็นการก่อกรรม

คุณพี่ค่ะ...เรื่องในอดีตที่ว่าเปนถึงพวกกากเดนสังคม ขอให้คุณพี่ คิดแต่เพียงว่า มันผ่านไปแล้ว เราจะไม่ทำใหม่ เราจะเดินเส้นทางที่เราเคยเดินมาในสมัยภพอดีตชาติ..ให้ทำกรรมดีเรียกว่ากรรมขาว ทำไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดช่องว่างห่างจากกรรมดำที่เราได้ทำไว้ในอดีต...ศึกษาภาวนาเพื่อนทิ้งห่างจากวิบากกรรมนั้นนะคะ เพราะเมื่อผลกรรมชั่วนั้นมาแสดงผล...เราก็ได้แต่หวังว่ากรรมขาวจะพอช่วยให้เรารับผลกรรมชั่วนั้นเพียงเบาบาง...ตั้งสติให้หมั่นคงนะเจ้าค่ะ แล้วเดินตามทางนั้น.....เพื่อนๆเข้าใจช่วยเจ้าค่ะ

ความจริงแล้ว การที่เราเจริญภาวนาแล้วบอกว่าไม่ได้ผล...คุณพี่พระจันทร์แดง..เอาอะไรมาวัดเจ้าค่ะ.....ใครบอกไม่ได้หรอกเจ้าค่ะว่าได้ผลมากน้อยเท่าไร...อยู่ที่ตัวเราเอง.....สิ่งที่จะบอกเราได้ก็คือ...กิเลส โลภ โกรธ หลง ที่เรามีอยู่มันลดลงหรือไม่..นะเจ้าค่ะ

นอกนั้นเช่นตัวลอย ตัวเบา เห็นสวรรค์ นรก เห็นเลขเห็นเบอร์ เห็นโครงกระดูก ไปเที่ยวสวรรค์มา เห็นอนาคต อะไรทำนองนี้...เดินทางผิดเจ้าค่ะ...ก้อนหินคิดเองนะเจ้าค่ะ
เพราะการปฏิบัติในขึ้นวิปัสสนา...ต้องเกิดปัญญา เจ้าค่ะปัญญาจะเกิดเองโดยการฝึกฝนสติที่ไปตามกำกับ...

อย่าท้อนะเจ้าค่ะ...ก้อนหินอยากให้คุณพี่ฯ มองหาครูบาอาจารย์ช่วยแนะนำนะเจ้าค่ะ..อย่าเดินเดี่ยวเลยเจ้าค่ะ..การปฏิบัตจะได้ผลมากกว่านี้เจ้าค่ะ.....อาทิเช่นพระอาจารย์คึกฤทธิ์ วัดหนองป่าพง เห็นคุณพี่ดับจิต ท่านเคยพูดถึงนะคะ ก้อนหินก็เคยไปทำบุญมาแล้วค่ะ..ดีมากนะคะ

พระอาจารย์อำนาจ พระอาจารย์ปราโมทย์ ครูบาอาจารย์ท่านทั้งหมดนี้เป็นลูกศิษย์สายพระป่า เช่นหลวงปู่ดุลย์ หลวงพ่อชา เจ้าค่ะ

เอานะเจ้าค่ะ ก้อนหินดีใจที่คุณพี่ สนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ก้อนหินขอตัวก่อนนะคะ เพราะพรุ่งนี้จะสอบ
สอบเสร็จจะไปเดินหาหนังสือให้นะคะ
วิชาที่หนักใจก็..พระอภิธรรม นั้นแหละค่ะ ...แต่นักปฏิบัติสู้อยู่แล้วเจ้าค่ะ
ก็ถ้า..ทำข้อสอบไม่ได้...ก้อนหินจะโทร.ออกมาถามหลวงตาชัยยัสสุ...ให้ท่านช่วยทำข้อสอบให้..อิ..อิ..เขาเรียกว่าทุจริตข้อสอบ..แง..แง..
ไปนะเจ้าค่ะ

ก้อนหินยิ้มค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

อ้ออีกอย่างครับ แล้วเรื่องสร้างพระให้ตัวเอง หรือ นั่งสมาธิไปพบพระพุทธเจ้านี่ ผมต้องขอบอกเลยว่า สบายใจได้ครับ เพราะผมไม่ไปทางนั้นอยู่แล้วครับ การได้มาเจอะเจอ คุณดับจิต คุณก้อนหิน ก็แสดงได้ว่ามีอัธยาศัย ที่ใกล้เคียงกัน เชื่อว่าผมและคุณทั้งสองอาจจะเคยทำกุศลร่วมกันมา แต่เรื่องฝึกกสิณเคยคิดจะฝึกครับ เคยอ่านหนังสือเรื่องการฝึกกสิณ ลองเพ่งกสิณสี และก็เพ่งเทียน ฝึกกสิณไฟ ปรากฎว่า ไม่ได้อะไรเลยครับ สมาธิก็ไม่ได้ ปวดตาอีกต่างหาก ก็เลยเลิกครับ แล้วก็ตรงนี้อีกแหละครับที่ผมก็รู้สึกว่าทำไมผมฝึกอะไรแล้วมันก็ไม่ได้เรื่องเลย คือเทียบกับตัวเองตอนเด็กน่ะครับ แค่มองต้นไม้ผมก็รู้สึกได้สมาธิแล้ว ไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย แต่เดี๋ยวนี้ทำอะไรเกี่ยวกับภาวนามันดูยากเย็นแสนเข็ญ แต่ตอนนี้ผมก็ค่อยๆดีขึ้นทีละนิดแล้วครับ สังเกตุตัวเองระยะหลังนี่ เริ่มมีสมาธิดีขึ้นแต่ก็ยังไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าที่ควร ตอนนี้เลยอยากเิริ่มฝึกสติ ฝึกเฝ้าดูกาย ซึ่งน่าจะเป็นหนทางที่ ผมดูแล้วเข้าท่าที่สุดสำหรับผม ผมระลึกไปถึงตอนเด็กๆที่ผมวิ่งแล้วตัวลอยน่ะครับ น่าจะใกล้เคียงกับการฝึกดูกาย ผมอาจจะเหมาะกับวิธีนี้ก็ได้แต่ต้องลองพยายามดู เอาไว้ผลเป็นไงจะคอยรายงานนะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

ขอบคุณครับ คุณก้อนหิน ที่ช่วยเตือนสติ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นความวิเศษอะไร แต่ที่ผมสงสัย ก็เพราะว่าทำไมผมถึงทำอย่างนั้นไม่ได้อีก นั่นเป็นประเด็นที่ผมสงสัย คือถ้าจะให้เล่าต่อมันคงยาว เพราะมีอยู่ช่วงนึงของวัยที่คะนองทำบาปทำกรรมไว้มาก จึงสงสัยว่าเพราะเหตุแห่งบาปนี้รึเปล่า ที่ได้ปิดกั้นสิ่งที่ผมได้พบได้เจอเมื่อตอนเด็กหรือไม่ เพราะจะว่าไปแล้วผมเพิ่งกลับตัว กลับใจ ศึกษาพระศาสนาเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วนี้ ซึ่งก่อนหน้านั้นผมจัดได้ว่าเป็นพวกกากเดนสังคมเลยแหละ แต่ก็เอาเถอะครับ เก็บไว้เป็นอดีตไป ผมจะทำตามที่คุณก้อนหินบอก หมั่นสร้างกุศล เจริญภาวนา และก็ีดีใจที่ตอนนี้ผม เริ่มมีกัลยาณมิตรแล้ว หลังจากต้องศึกษาอย่างโดด เดี่ยว ลำพัง ลองผิดลองถูกเอาเอง แสดงให้เห็นว่า บาปกรรมที่ผมได้ก่อเอาไว้เริ่มคลายตัวลงแล้ว ก็รู้สึกอดดีใจไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
spyone วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

สาธุค่ะคุณก้อนหิน
พิษของแผลเก่าที่สะสมมา
ยังแนบแน่นอยู่เยอะค่ะ
ตอนนี้พยายามจะรักษาความสะอาด
ของแผลเก่าแผลใหม่ที่ถูกลูกศรอยู่เรื่อยๆ
ใช้เครื่องตรวจบ่อยๆถ้าไม่ลืม
จนกว่าจะได้เวลามีศาตรามาใช้กะเขาบ้างค่ะ
บุญรักษาคุณก้อนหินนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สายธาร วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

สุขสวัสดีครับ...แวะมาดูบ้านหรือครับ...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 17/10/2008 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

สำหรับ คุณพี่พระจันทร์แดง เจ้าค่ะ

ก้อนหินยังละอ่อนเรื่องการเจริญวิปัสสนาภาวนาอยู่เลยเจ้าค่ะ เรื่องของคุณพี่ นั้น ก้อนหินไม่กล้าพูดหรือพิเคราะห์นะเจ้าค่ะ

เอาเป็นว่าสิ่งที่ก้อนหินจะเล่า ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดกับก้อนหินมาแล้ว และได้มีครูบาอาจารย์ช่วยชี้แนะมาแล้วนะคะ

ในวัยเด็ก อายุน่าจะราวๆ คุณพี่ ในวัยเด็ก
แม่มักจะพาลูกๆ ไปวัดเสมอ และครั้งหนึ่งครูบา...ได้จับก้อนหินมานั่งภาวนา โดยให้บริการว่า “นะมะพะทะ” ก้อนหินในวันนั้นยังเด็กเล็ก ก็ท่องบ่นไปตามผู้ใหญ่สอนค่ะ คิดว่าจิตสงบลงเอง แล้วมีลำแสงสว่างออกมาจากตัวตรงกลางหน้าอก มันวิ่งออกไปหน้าต่างของโบสถ์ ขณะนั้นไม่รู้สึกตัว แต่แม่มากอดสัมผัสตัวเรา ทำให้เรารู้ตัว ก็ลืมตาขึ้น ก็นึกเอ..ทำไมเราร้องไห้ ครูบา บอกว่านั้นคือปีติ อันเกิดจากการได้พบเส้นทางสายเดิมที่เคยทำเคยปฏิบัติมาใจอดีตชาติ สิ่งนี้จึงปรากฏ

จากนั้น ก็ห่างหายไปบ้างตามกาลเวลาเพราะต้องเรียนหนังสือ แต่แม่และครูบา ก็ยังสอนภาวนาให้เสมอ

มีอยู่วันหนึ่ง เมื่อโตขึ้นมาแล้ว ไปปฏิบัติธรรมที่วัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย นั่งภาวนาในโบสถ์ สิ่งนี้ก็เกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ก้อนหินจำได้ ลำแสงนี้มันเกิดขึ้นอีก ออกจากตัวอีกตรงกลางใจ วิ่งออกไปทางช่องหน้าต่างของโบสถ์ คราวนี้จำได้ติดตาเพราะอายุมากขึ้นแล้ว(และมาเกิดอีกตามโอกาสของมัน) ลืมตาขึ้นก็เห็นหลวงปู่มองดูอยู่

ก้อนหินคิดในใจเข้าข้างตัวเอง ว่า......
“นั่นๆ มันวิเศษแท้จริงๆ เรา เพราะหลงลำพองกับปรากฏการณ์นั้น
ความกระยิ่มมีมากในจิตใจ เรียกว่าลำพองเลยล่ะค่ะ”

แต่มันผิด ค่ะ
หลวงปู่ ท่านเตือนสติว่า
“สิ่งที่ปรากฏเป็นจริง เกิดเฉพาะตัว แต่ยึดแล้วไม่ดี เป็นผลเสียมากมาย เพราะมันไม่เกิดปัญญา มันหลอกลวง”

“มันหลอกลวง มันจะทำให้หลง และจะเดินทางผิด น่าเสียดายหากเป็นเช่นนั้น”

เราผู้เป็นศิษย์ เดินกลับที่พักด้วยอาการซึมเลยค่ะ จากความลำพองว่าตัวเองวิเศษ กว่าใครเขา กลายเป็นเถ้าธุลีดิน ในบัดดล

จากนั้นก้อนหินก็ตั้งสติใหม่ ในเย็นๆ ไม่สนใจอดีตหรือสิ่งไร ที่ข้องแวะ ที่จะทำให้เราสาระวนติดกับมัน เพราะจะทำให้หลงง่าย

ก้อนหินถูกสอนมาว่า…….
ให้วางเฉยๆ ต่อสิ่งรบกวนไม่ว่าสิ่งนั้นเป็นนิมิตจะปรากฏ ให้เศร้าหมองหรือปีติ มันเกิดขึ้นได้ทุกอย่าง หากอยู่ในช่วงเจริญภาวนา ซึ่งเรียกว่านิมิตมาปรากฏ
ขอให้มีสติ รู้ รู้ ตามจิต ตามอารมณ์ไปเรื่อยๆ หากเผลอบ้างก็ดึงกลับมาใหม่ ให้คิดในลักษณะ เกิด....ดับ เกิด....ดับ ไปเรื่อยๆ ค่ะ

หากมีอาการปีติสุขกลับมาใหม่ ให้นึกแต่เพียง มันสุขหรือก็เท่านั้นเอง มันปีติสุขหรือ...แล้วดับวางอารมณ์นั้นเสีย อย่าไปยินดียินร้ายไปกะมันมาก เพราะจะติดสุข การติดสุขจะติดนานเสียด้วยนะคะ เพราะสุขแล้ว....มันไม่อยากละวาง ปล่อยวาง ไม่เหมือนทุกข์ ที่ทุกคนอยากจะวาง ดังนั้นคนมักจะติดสุขมากและ หากยังหลงอยู่จะหาทางออกไม่ได้เลยค่ะ

และจริงๆ แล้วการปฏิบัติธรรม ไม่ควรรีบเร่ง รีบร้อน หากทำสบายๆ ดูจิต ให้มีสติอยู่เนืองๆ รู้เท่าทันจิตอกุศล แล้วการเดินเข้าสู่สมาธิวิปัสสนามันจะมาเองค่ะ

การหมั่นพินิจพิเคาระห์โดยรู้จักการใช้ความคิดที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ เป็นถูกแนวทางที่สุด เราผู้ปฏิบัติจะผ่านจากสมถะ ไปสู่วิปัสสนาได้ง่ายกว่า ค่ะ

คุณพี่พระจันทร์แดง..ค่อยๆ เริ่มศึกษานะเจ้าค่ะ สบายๆ นะคะ คิดถึงธรรมชาติให้มากที่สุด ทางไหนที่ผิดธรรมชาติ..นั่นผิดทางค่ะ เช่นสร้างพระให้ตัวเองอะไรทำนองเนี่ย...แล้วจะไปพบพระพุทธเจ้า ต้องคิดให้ดีนะเจ้าค่ะ..อย่าหลงนะคะ และไม่อยากให้คุณพี่หันไปฝึกกสิน..นะเจ้าค่ะ ห้ามเด็ดขาด....นะ..นะคะ หากจะฝึกกสินเมื่อไร...ขอสงวนสิทธิ์ของความเป็นเพื่อนทางธรรม..ขอให้เข้ามาถามก้อนหินก่อนนะเจ้าค่ะ..อันนี้ก้อนหินขอร้องเลยเจ้าค่ะ

คุณพี่ค่ะ...หลวงปู่....มักสอนให้ก้อนหิน ตามดูสติ นะคะ และเราควรมีเพื่อนที่เป็นกัลยาณมิตรทางธรรม ช่วยชี้แนะค่ะเช่น ครูบาอาจารย์ เพื่อชี้แนะเราก่อน จนกว่าเราตั้งจิตไว้มั่นคงแล้ว...ค่อยว่ากันไป....

ก้อนหิน ดีใจและยินใจ ที่ได้เพื่อนผู้เป็นกัลยาณมิตรทางธรรม เช่นคุณพี่พระจันทร์ และคุณพี่ดับจิต และอีกหลายๆ ท่าน ที่พานพบใน oknation net แห่งนี้

กัลยาณมิตรทางธรรม อีกหลายท่านค่ะ คือ หลวงตาชัยยัสสุ ครูธัชชะ คุณพ่อโสดาบัน อาโป คุณ forgive คุณป้าอักษราภรณ์ ภูผาน้ำฝน spyone ฯลฯ

แต่ที่สุด..ถึงที่สุด...คือพระพุทธองค์ พระพุทธบิดา ผู้เป็นบรมครู ของพวกเราชาวพุทธะ

ด้วยความเคารพคุณพี่พระจันทร์แดง เจ้าค่ะ

ก้อนหินยิ้ม
๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๑

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 19/09/2008 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

สบายดีแล้วขอบคุณในน้ำใจไมตรี
แวะมาอ่านธรรม ให้ชื่นใจก่อนพักผ่อน
ให้ผ่านรัตติกาลอันเย็นฉ่ำด้วยน้ำฝน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ปลาชมพู วันที่ : 18/09/2008 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovebooks

แวะ เข้ามาศึกษาธรรมะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chaiyassu วันที่ : 10/09/2008 เวลา : 06.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

จะมีปัญหาก็ตรงที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
จะหมดปัญหาก็ตรงที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ใครมองเห็นต้นตอของปัญหา
และเพียรพยายามดับปัญหา ก็จะหมดปัญหา
มีแต่ผัสสะ แต่ไม่ปรุงแต่งต่อ ทุกอย่างก็จบ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
spyone วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ซันญ่า วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  


โทษคือพิษ เป็นชื่อของอวิชชา


ลูกศร เป็นชื่อของตัณหา


เครื่องตรวจเป็นชื่อของสติ ศาตรา เป็นชื่อของ


ปัญญาของพระอริยะ


หมอผ่าตัดเป็นชื่อของตถาคตผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้เองโดยชอบแล้ว


ธรรมะสวัสดีค่ะ คนดี อาหารใจที่อิ่มเอมเมื่อกระทำ ตามค่ะ
ไม่มีความกระหายหิวอยู่เลย มีแต่อิ่มใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 05/09/2008 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ก้อนหิน..อ่านพบพระสูตรนี้..ดีใจมากมายค่ะ

ไม่น่าเชื่อ...งดงามมากๆ ค่ะ

และจากพระสูตรนี้ ก้อนหินก็เคยเห็นนักเขียน ทั้งหลายนำบทความของพระสูตรนี้..ไปแต่งเป็นเรื่องราว..ก้อนหินยังนึกชมเลยว่า..เก่งจัง..เข้าใจเปรียบเทียบ

หารู้ไม่ว่า....พระพุทธบิดา..ทรงตรัสสอนยกตัวอย่างไว้ มาตั้ง 2500 ปีมาแล้ว...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน