*/
  • ก้อนหินยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nen..noi_th@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 156802
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
  • โหวต 73 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 2 พฤศจิกายน 2551
Posted by ก้อนหินยิ้ม , ผู้อ่าน : 1068 , 19:51:45 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันที่ ๑๕๖ ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  มูลเหตุแห่งปุปาทานขันธ์ ๕ ประการ

 

        สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ ปราสาทของมิคารมาตา ในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี 

         ลำดับนั้น ภิกษุรูปหนึ่ง  ได้ทูลถามปัญหาขึ้นว่า “อุปาทานขันธ์ ๕ ปราการนี้ มีอะไรเป็นมูลเหตุพระพุทธเจ้าข้า”

         พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า  “ภิกษุ อุปาทานขันธ์ ๕ ประการนี้ มี ฉันทะ เป็นมูลเหตุ”

 

ขอขยายความนะคะ  “ฉันทะ” ในที่นี้หมายถึงมีตัณหาเป็นมูลเหตุ

 

วันที่ ๑๕๗  ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  เหตุที่ชื่อว่าขันธ์

 

           ภิกษุนั้นได้ทูลภามว่า  “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  ด้วยเหตุเพียงเท่าไรขันธ์จึงชื่อว่าขันธ์”

         พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า “ภิกษุ รูปอย่างในอย่างหนึ่ง  ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน  เป็นไปในภายในหรือภายนอก  หยาบหรือละเอียด  เลวหรือประณีต  ไกลหรือใกล้ก็ตาม  นี้เรียกว่ารูปขันธ์

เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง...

สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง...

สังขารอย่างใดอย่างหนึ่ง...

วิญญาณอย่างใดอย่างหนึ่ง  ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน  เป็นไปในภายในหรือภายนอก  หยาบหรือละเอียด  เลวหรือประณีต ไกลหรือใกล้ก็ตาม นี้เรียกว่าวิญญาณขันธ์

ภิกษุ  ด้วยเหตุเพียงเท่านี้  ขันธ์จึงชื่อว่าขันธ์”

 

วันที่ ๑๕๘  ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม  เหตุที่ทำให้ขันธ์ปรากฏ

ภิกษุนั้นได้ทูลถามว่า  “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ  อะไรหนอ  เป็นเหตุเป็นปัจจัย  ทำให้รูปขันธ์ปรากฏ”

 

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า  “ภิกษุ  มหาภูต ๔  เป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้รูปขันธ์ปรากฏ  ผัสสะเป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้เวทนาขันธ์ปรากฏ  ผัสสะเป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้สัญญาขันธ์ปรากฏ  ผัสสะเป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้สังขารขันธ์ปรากฏ  นามรูปเป็นเหตุเป็นปัจจัยทำให้วิญญาณขันธ์ปรากฏ”

 

วันที่ ๑๕๙  ของการบันทึกไดอะรี่ธรรม   การสลัดออกจากอุปาทานขันธ์

.......พิจารณาเห็นรูปทั้งหมดนั้นด้วยปัญญาอันชอบ  ตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า  “นั่นไม่ใช่ของเรา  เราไม่เป็นนั่น  นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา”

เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง...

สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง...

สังขารอย่างใดอย่างหนึ่ง...

 

......ภิกษุทั้งหลาย  เธอทั้งหลายเข้าใจว่าอย่างไร  คือรูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง”

 

ภิกษุเหล่านั้นทูลตอบว่า   “ไม่เที่ยง  พระพุทธเจ้าข้า”

 

ภิกษุเหล่านั้นทูลตอบว่า“เป็นทุกข์  พระพุทธเจ้าข้า”

 

“ก็สิ่งใดไม่เที่ยง  เป็นทุกข์  มีความแปรผันเป็นธรรมดา  ควรหรือที่จะพิจารณาเห็นสิ่งนั้นว่า  “นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นอัตตาของเรา”

 

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสภาษิตนี้แล้ว  ภิกษุเหล่านั้นมีใจยินดีต่างชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีภาค  ภิกษุเหล่านั้นมีจิตคลายกำหนัด จิตหลุดพ้นแล้ว  มีญาณ  รู้ชัดว่า “ชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว  ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว  ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป”  ภิกษุประมาณ ๖๐ รูป  ได้มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น  ดังนี้แล...

 

ที่มา: พระไตรปิฏก พระสุตตันตปิฏก มัชฌิมนิกาย   อุปริปัณณาสก์ 

มหาปุณณมสูตรสูตร   หน้า ๙๖ ถึง ๑๐๔

เล่มที่ ๑๔

ก้อนหินยิ้ม

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 04/11/2008 เวลา : 13.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ขอบคุณ คุณพี่พระจันทร์แดงเจ้าค่ะ ที่มาช่วยอธิบายเพิ่ม

เพราะผัสสะ ในทางพระพุทธศาสนา หมายถึง สัมผัส การกระทบ การถูกต้องที่ให้เกิดความรู้สึก ผัสสะ เป็น ความประจวบกันแห่งสามสิ่ง คือ อายตนะภายใน(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) อายตนะภายนอก(รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์) และวิญญาณ

สัมผัส หรือ ผัสสะ มีหกอย่าง คือ
จักขุสัมผัส หมายถึง ความกระทบทางตา คือ ตา+รูป+จักขุวิญญาณ
โสตสัมผัส หมายถึง ความกระทบทางหู คือ หู+เสียง+โสตวิญญาณ
ฆานสัมผัส หมายถึง ความกระทบทางจมูก คือ จมูก+กลิ่น+ฆานวิญญาณ
ชิวหาสัมผัส หมายถึง ความกระทบทางลิ้น คือ ลิ้น+รส+ชิวหาวิญญาณ
กายสัมผัส หมายถึง ความกระทบทางกาย คือ กาย+โผฏฐัพพะ(เช่น ร้อน เย็น อ่อน แข็ง)+กายวิญญาณ
มโนสัมผัส หมายถึง ความกระทบทางใจ คือ ใจ+ธรรมารมณ์(สิ่งที่ใจนึกคิด)+มโนวิญญาณ

และในคัมภีร์พระอภิธรรม มีการกล่าวถึงผัสสะ ในลักษณะที่เป็นเจตสิก(คือ ธรรมชาติที่อาศัยจิตเกิด) เรียกว่า ผัสสเจตสิก เป็นธรรมชาติที่กระทบถูกต้องอารมณ์
ลักษณะเฉพาะตัวของ ผัสสเจตสิก มีอยู่สี่ประการคือ
มีการกระทบ เป็นลักษณะ
มีการประสาน (อารมณ์+วัตถุ+วิญญาณ) เป็นกิจ
มีการประชุมพร้อมกัน เป็นผลปรากฏ
มีอารมณ์ที่ปรากฏเฉพาะหน้า เป็นเหตุใกล้
ผัสสะเป็นสิ่งประสานจิตกับอารมณ์ เกิดการประชุมพร้อมกันแห่ง สภาวะธรรมสามประการ คือ อารมณ์+วัตถุ+วิญญาณ

กราบขอบพระคุณมากๆ เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 03/11/2008 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

อายตนะภายใน(ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)+อายตนะภายนอก(รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์)+จิตที่เข้าไปรู้ = ผัสสะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ธรรมพยนต์ วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speechthai

เรื่องดีมากครับ.... ............ธรรมพยนต์..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
บ้านพระธรรม วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 20.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sarattatham
บ้านพระธรรม

คุณกุ้งกุหลาบ นอนเร็วจัง
เดี๊ยวก้อนหินยิ้ม วิ่งไปเข้าฝันคุณกุ้งฯ นะเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
officemom วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

คิดถึงก้อนหินจัง ธรรมะก้าวหน้าไปไกลแล้วซี

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

> สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครูสอนสุพรรณ สบายดีนะเจ้าค่ะ

> ขอบคุณคุณพี่Phithak นะเจ้าค่ะที่แวะมาเยี่ยม ก้อนหิน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
roselobster วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

มาทักทายก่อนนอนค่ะคุณก้อนหินฯ
ไปแร๊ะ...ฝันดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Phithak_C. วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak1970

คล้ายแอบมาขโมยอ่านไดอารี่การปฏิบัติธรรมเลยขอ-รับ

ขอบคุณขอ-รับ
ไปล่ะ ปรู๊น ปรู๊น น น น...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 02/11/2008 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


สวัสดีครับคุณก้อนหิน...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน