*/
  • ก้อนหินยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nen..noi_th@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 156802
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
  • โหวต 73 คน
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 ธันวาคม 2551
Posted by ก้อนหินยิ้ม , ผู้อ่าน : 1799 , 20:47:48 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

รวมย่อ พระไตรปิฏก  พระสุตตันตปิฏก เล่มที่ ๙

ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

 

๑.    พรหมชาลสูตร    หน้า ๑ ถึง ๔๗

 

       พระผู้มีพระภาคตรัสแก่ภิกษุ ประมาณ 500 รูป  ขณะทรงพักแรมในพระราชอุทยานอัมพลัฏฐิกา กรุงราชคฤห์  ทรงตรัสถึงวิธีปฏิบัติเมื่อมีคนติเตียนหรือยกย่องพระรัตนตรัย

       พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “คำติเตียนนั้น ถ้าเป็นเรื่องไม่จริงพวกเธอควรชี้แจงให้เห็นชัดว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องไม่จริงไม่ถูกต้อง ไม่มี และไม่ปรากฏในพวกเรา”

        พระผู้มีพระภาคตรัสถึงสามเหตุที่ทำให้คนสรรเสริญพระองค์ ว่าได้แก่ ศีล 3 ชั้น คือ

1.     จุลศีล  (ศีลอย่างเล็กน้อย)

2.     มัชฌิมศีล  (ศีลอย่างกลาง)

3.     มหาศีล  (ศีลอย่างใหญ่)

 

จุลศีล  (ศีลอย่างเล็กน้อย)  ได้แก่

  1. เว้นการฆ่าสัตว์  ลักทรัพย์ ประพฤติล่วงพรหมจรรย์

  2. เว้นการพูดปด ส่อเสียดหยาบหยาม เพ้อเจ้อ

  3. เว้นการทำลายพืช ต้นไม้

  4. ฉันมื้อเดียว ไม่ฉันเวลาวิกาล ไม่ฟ้อนรำขับร้อง  เล่นดนตรี ดูการเล่น ไม่ทัดทรงดอกไม้ ของหอม เครื่องประทินผิต่างๆ ไม่นั่งนอนที่นองสูง หนา ยัดนุ่นสำลี ไม่รับทอง เงิน

  5. ไม่รับข้าวเปลือกดิบ เนื้อดิบ ไม่รับหญิงทาสีทาสา สัตว์ต่างๆ รมทั้งอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

  6. ไม่ทำการค้า การเป็นพ่อสื่อแม่สื่อ การโกงต่างๆ การรับสินบน หลอกลวง ปลอมแปลง เว้นจากการตัดมือเท้าการฆ่า มัด ปล้น ทำร้าน ชิงทรัพย์

 

มัชฌิมศีล  (ศีลอย่างกลาง)  มีที่ซ้ำกับศีลข้อเล็กหลายอย่าง ที่ต่างออกไปมี

1.     เว้นจากการสะสมอาหาร ผ้า ทรัพย์สิน จำพวกสังหาริมทรัพย์ต่างๆ

2.     เว้นจากการเล่นการพนัน

3.     ไม่ประดับประดาตกแต่งร่างกาย

4.     ไม่พูดเรื่องไร้ประโยชน์ และขัดกับสมณเพศ

5.     เว้นจากการพูดแข่งดี ข่มขู่

6.     เว้นการพูดประจบ พูดอ้อมค้อม (หวังลาภผล) การพูดปด พูดเพื่อหวังแลกเปลี่ยนเอาประโยชน์

 

มหาศีล  (ศีลอย่างใหญ่)

       ไม่ดำรงอาชีพด้วยมิจฉาชีพ ดิรัจฉานวิชา เช่นทายนิมิต ทายฝัน ดูดวง(โหราศาสตร์) ดูลักษณะแก้วมณี  ทานจันทรุปราคา สุริยุปราคา ทายฝนชุก ฝนแล้ง การบน การแก้บน การประกอบยา การดูลักษณะคนก็น่าจะรวมอยู่ในศีลนี้ด้วย

 

๒. สามัญญผลสูตร หน้า ๔๘ ถึง ๘๖

 

        พระพุทธเจ้า ทรงประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของหมอชีวก โกมารภัจ 

เขตกรุงราชคฤห์  พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ จำนวน 1250 รูป 

ในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ วันอุโบสถ เดือนที่ ๔  พระราชาแห่งแคว้นมคธ 

พระนามว่า อชาตศัตรู  ได้เสด็จเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

 

        “สหายชีวก  พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ไหนเล่า”

        “ขอเดชะ  ผู้ประทับนั่งพิงเสากลาง

พินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ข้างหน้าภิกษุสงฆ์

นั่นแลคือพระผู้มีพระภาค พระเจ้าข้า”

 

พระเจ้าอชาตศัตรู  ทูลถามพระพุทธเจ้าว่า

“ผู้มีศิลปะย่อมอาสัยศิลปะของตนเลี้ยงชีพ

ทำตนให้เป็นสุข  เป็นผลแห่งศิลปะที่เข้ามีอยู่ในปัจจุบัน

ยังจะเอื้อเฟื้อแก่สมณพราหมณ์ซึ่งจะอำนวยผลให้เขามีสุขต่อไปอีกด้วย”

 

พระพุทธเจ้าทรงแสดงสามัญผลคือผลแงความเป็นสมณะ

หรือผลแห่งการบำเพ็ญคุณงามความดีถวายพระเจ้าศัตรู ดังนี้

๑.     ผู้ที่เคยเป็นทาส  เมื่อบวชแล้วย่อมพ้นจากความเป็นทาส

๒.    ผู้ที่เคยทำนา เป็นกรรมกร เมื่อบวชแล้วย่อมพ้นจากความเป็นชาวนา หรือกรรมกร

     ทั้ง ๒ นี้ เป็นผลทางโลกที่เห็นได้ในปัจจุบัน

๓.    ผู้ออกบวชด้วยศรัทธา มีความเสื่อมใสในพระรัตนตรัย   

     สำรวจในศีลดีแล้ว สมบูรณ์ด้วยศีล มีสติสัมปชัญญะ

     มีความสันโดษ  เมื่อปลีกตนออกไปอยู่ในเสนาสนะอันสงัด

     บำเพ็ญสมถะภาวนา ทำให้ใจสงบเป็นสมาธิ  ย่อมละนิวรณ์ ๕ ได้ 

     ย่อมบรรลุณานที่ ๑  ย่อมบรรลุณานที่ ๒  ย่อมบรรลุณานที่ ๓

     ย่อมบรรลุณานที่ ๔

๔.    ได้ตามความรู้เห็นตามเป็นจริง  ได้วิชชา ๘  ได้อภิญญา ๖

 

สิ้นคำสอนจากพระพุทธเจ้า

พระเจ้าอชาตศัตรู  นั้นทรงเสื่อมใสทันที

ทูลสรรเสริญพระธรรมเทศนาว่าแจ่มแจ้งยิ่งนัก

เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด  บอกทางแก่คนหลงทาง 

ส่องประทีปในที่มืดให้ผู้มีจักษุได้เห็นรูป 

ทรงปฏิญาณตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัย

และทูลขอขมาโทษในการที่หลงผิดปลงพรชนม์พระเจ้าพิมพิสาร พระราชบิดา

พระพุทธเจ้าทรงรับขมา  และขอให้ทรงระมัดระวังพระองค์ในการที่จะทำอะไรต่อไป

 

ตรัสว่า  การทำผิดพลาดแล้ว ยอมรับผิดนั้นเป็นโอกาสให้เจริญต่อไป 

 

เพราะพระเจ้าอชาตศัตรู  เห็นผลประจักษ์เช่นนี้

จึงทำให้พระองค์  สำเร็จพระโสดาทันที

 

แต่ถึงกระนั้น พระองค์ก็ทรงได้รับประโยชน์จากพระธรรมเทศนา

กัณฑ์นี้มาก  ก่อนจะมาพบพระพุทธเจ้า พระเจ้าอชาตศัตรู บรรทมไม่หลับ

หลังจากได้เฝ้าพระพุทธเจ้าแล้ว  ทรงบรรทมหลับ

ปฏิบัติกิจเป็นพุทธมามกชนไว้มาก  เช่นทรงบำรุงพระสงฆ์

ทะนุบำรุงและส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา

ทรงเป็นศาสนูปถัมภกในการทำสังคายนาพระธรรมวินัย

ครั้งแรกหลังพุทธปรินิพานได้ ๓ เดือน

 

ในคัมภีร์สุมังคลวิลาสินี กล่าวว่าในอนาคต

อชาตศัตรู จะได้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าพระนามว่า ชีวิตวิเสส

๓. โสณทัณฑสูตร หน้า ๑๑๑ ถึง ๑๒๔

 

ศีลและปัญญา ต้องมีอยู่คู่กัน

 

          พระผู้มีพระภาคเจ้า  ประทับอยู่ที่ใกล้สระชื่อคัคครา  เขตกรุงจัมปา

เมืองหลวงของแต้วนอังคะ

         โสณทัณฑพราหมณ์  ผู้มีใจเสื่อมใสในพระผู้มีพระเจ้าอยู่แล้ว 

ได้มาเข้าเฝ้าและสนธนากับพระองค์

         พระผู้มีพระภาคเจ้า  ยืนยันในเรื่องศีลและปัญญา ต้องมีอยู่คู่กัน 

 เพราะศีลช่วยชำระปัญญาให้บริสุทธิ์  ปัญญาก็ช่วยชำระศีลให้บริสุทธิ์ 

ปัญญามีแก่ผู้มีศีล  ศีลมีแก่ผู้มีปัญญา  ศีลกับปัญญาเป็นสิ่งล้ำเลิศในโลก 

เปรียบเหมือนบุคคลใช้มือล้างมือ ใช้เท้าล้างเท้า ฉันใด 

ศีลกับปัญญาก็ชำระกันและกันฉันนั้น

          ศีลได้แก่ศีล ๓ ระดับ คือจูฬศีล  มัชฌิมศีล และมหาศีล 

ผู้มีศีล ๓ ระดับนี้มีอินทรีย์สังวร  มีสติสัมปชัญญะ  มีสันโดษและ

ละนิวรณ์ ๕ ได้แล้ว สามารถบำเพ็ญสมาธิจนได้ฌาน ๔ 

ผู้ได้ฌาน ๔ แล้วสามารถพัฒนาต่อไปจนได้วิชชา ๘

 

๔. กูฏทันตสูตร หน้า ๑๒๕ ถึง ๑๕๐

 

      พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่แคว้นมคธ ท่ามกลางภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่

พรหมณ์กูฏทันตะ มาเข้าเฝ้าสนทนาธรรมด้วยเรื่องการบูชายัญ

 

ความมีอยู่ว่า พรหมณ์กูฏทันตะ นั้นได้เตรียมพิธีบูชามหายัญ

ด้วยสัตว์ชนิดต่างๆ รวมเกือบ 4,000 ตัว

 

     พระผู้มีพระภาคเจ้า  ทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับการบูชายัญ

ว่าการที่ฆ่าสัตว์นั้นไม่ประโยชน์ กลับสร้างบาปมากกว่า 

ทรงบอกว่าบูชายัญที่ไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่นๆ

ซึ่งตรัสว่าได้บุญมากกว่า

 

คือการให้ทาน  เป็นนิตย์แก่ผู้มีศีล

การสร้างวิหาร กุฏิสำหรับสงฆ์

การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ

ถือศีล ๕  ถือตามควรแก่ตน

ตั้งอยู่ในศีล ๓ ชั้น (ใหญ่  กลาง  เล็ก)

การออกบวช ตามโอกาส

การบำเพ็ญสมาธิภาวนาวิปัสสนา

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงประกาศเรื่องทาน ศีล สวรรค์ โทษ

ความต่ำทราม ความเศร้าหมองแห่งกาม

อานิสงส์ในการออกบวช  ให้แก่พราหมณ์กูฏทันตะ ฟัง

และทรงสอนต่อด้วยเรื่อง ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค 

มรรคมีองค์ ๘  ที่เป็นธรรมจักษูอันไร้ธุลีคือกิเลสปราศจากมลทิน

 

จบคำสอนของพระพุทธองค์ 

พราหมณ์กูฏทันตะ ประกาศตนเป็นอุบาสก

และบรรลุโสดาปัตติผล ในที่สุด

๕. โปฏฐปาทสูตร  หน้า ๑๗๕-๑๙๖

 

มีบ้างเรื่องที่พระผู้มีพระภาคเจ้ามาทรงตอบ

 

สมัยหนึ่ง  พระผ็มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตะวันอาราม 

ของอนาถบิณฑิกเศรษฐี  เขตกรุงสาวัตถี

ในสมัยนั้น โปฏฐปาทปริพาชก พร้อมบริษัทหมู่ใหญ่ประมาณ 3000 รูป

มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า

 

โปฏฐปาทปริพาชก  ได้ทูลถามพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับเรื่อง

“โลกมีที่สุด  โลกไม่มีที่สุด  ชีวะกับสรีระเป็นอย่างเดียวกันหรือคนละอย่างกัน 

หลังจากตายแล้วเกิดอีกหรือไม่เกิดอีกหรือไม่อีกก็มิใช่”

 

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “เรื่องนั้นไม่มีประโยชน์  ไม่มีสาระไม่ใช่จุดเริ่มต้น

ของพรหมจรรย์  ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย  ไม่เป็นไปเพื่อคลายกำหนัดยินดี 

ไม่เป็นไปเพื่อดับ  ไม่เป็นไปเพื่อสงบระงับ  ไม่เป็นไปเพื่อรู้ยิ่ง  ไม่เป็นไปเพื่อตรัสรู้ 

ไม่เป็นไปเพื่อนิพพาน  ฉะนั้นเราจึงไม่ตอบ”

 

พระองค์ทรงตรัสต่อไปว่า “เราตอบเรื่องทุกข์ เรื่องทุกขสมุทัย เรื่องทุกขนิโรธ เรื่องทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา”

 

“เพราะเรื่องนั้นมีประโยชน์  มีสาระ  เป็นจุดเริ่มต้นของพรหมจรรย์ เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย  เพื่อคลายกำหนัดยินดี  เพื่อดับ  เพื่อสงบระงับ  เพื่อรู้ยิ่ง  เพื่อตรัสรู้  เพื่อนิพพาน  ฉะนั้นเราจึงตอบ”

 

 

๖. สุภสูตร  หน้า ๑๙๗-๑๙๘

 

ทรงสรรเสริญการสมาทานตั้งมั่นในขันธ์ ๓

 

เป็นพระสูตรว่าด้วยสุภมาณพ

สมัยหนึ่ง  เมื่อพระผู้มีพระภาคเสร็จดับขันธปรินิพพานไปไม่นาน 

ท่านพระอานนท์พำนักอยู่ ณ พระเชตะวันอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี 

เขตกรุงสาวัตถี

 

ได้สนทนากับสุภมาณพโตเทยยบุตร

สุภมาณพโตเทยยบุตร  ได้ถามพระอานนท์ว่า

“ท่านอานนท์เป็นพระอุปัฏฐาก  อยู่เฝ้าใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท

ของท่านพระโคดมมานาน  ท่านอานนท์คงจะทราบธรรมที่

ท่านพระโคดมตรัสสรรเสริญ  และทรงให้ประชาชนสมาทานตั้งมั่นอยู่

ท่านอานนท์  ธรรมเหล่าไหนหนอแลที่ท่านพระโคคมตรัสสรรเสริญและ

ทรงให้ประชาชนสมาทานตั้งมั่นอยู่”

 

พระอานนท์ตอบว่า “...พระผู้มีพระภาคตรัสสรรเสริญและทรงให้ประชาชนสมาทานตั้งมั่นอยู่ในขันธ์ ๓ แลขันธ์ ๓ อะไรบ้าง   คืออริยสีลขันธ์   อริยสมาธิขันธ์  และอริยปัญญาขันธ์  พระผู้มีพระตรัสสรรเสริญและทรงให้ประชาชนสมาทานตั้งมั่นอยู่ในขันธ์ ๓ นี้แล”

 

 

๗. เกวัฏฏสูตร  หน้า ๒๑๓-๒๑๖

 

เรื่อง....โทษในปาฏิหาริย์เหนื่อยหน่ายระอา รังเกียจ

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า  ประทับ ณ สวนมะม่วงของปาวาริกเศรษฐี เมืองนาลันทา

 

เกวัฏฏะ บุตรคหบดี  ได้มาทูลขอประทานให้ภิกษุแสดงอิทธิปาฏิหาริย์

พระผู้มีพระภาคเจ้า  ทรงเห็นโทษในปาฏิหาริย์เหนื่อยหน่ายระอา รังเกียจ

ปาฏิหาริย์ ๓ อย่าง นั้นคือ

อิทธิปาฏิหาริย์ 

อาเทสนาปาฏิหาริย์

และอนุสานีปาฏิหาริย์

พระผู้มีพระภาคเจ้า  ทรงเหนื่อยหน่ายระอา รังเกียจ

 

อธิบายเพิ่ม

อิทธิปาฏิหาริย์  คือ คนเดียวแสดงได้เป็นหลายคน 

หลายคนแสดงเป็นคนเดียว หายตัวได้ 

แสดงตัวให้ปรากฏ ทะลุฝา กำแพงและภูเขาได้ 

ผุดขึ้นดำลงในแผ่นดินและน้ำ  เดินบนน้ำ  เหาะในอากาศเหมือนนก

ใช้ฝ่ามือลูบคลำดวงจันทร์ดวงอาทิตย์

มีฤทธิ์มาก ใช้อำนาจทางกายไปจนถึงพรหมโลกก็ได้

 

อาเทสนาปาฏิหาริย์  คือ ทายจิต  ทายเจตสิก

ทายความวิตกวิจารของสัตว์อื่นบุคคลอื่นได้  จิตขอท่านเป็นอย่างไร

 

และอนุสานีปาฏิหาริย์ คือการพร่ำสอนอย่างนี้

จงตรึกตรองอย่างนี้อย่างนั้น อย่าใสใจอย่างนั้น ละสิ่งนี้

 

๘. เกวัฏฏสูตร  หน้า ๒๑๖-๒๒๐

 

ภิกษุแสวงหาความดับของมหาภูตรูป

 

เรื่องมีอยู่ว่า  ภิกษุรูปหนึ่งเกิดคิดคำนึงว่ามหาภูตรูป ๔

คือ ปฐวีธาตุ  อาโปธาตุ  เตโชธาตุ  วาโยธาตุ  ย่อมดับสนิทที่ไหนหนอ....

 

พระผู้มีพระภาคเจ้า ตอบว่า

ปฐวีธาตุย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ในวิญญาณ  ซึ่งเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น 

ไม่มีที่สุด  แต่มีท่าข้ามโดยรอบด้าน

อุปาทานรูปที่ยาวและสั้น ละเอียดและหยาบ  งามไม่งาม 

ก็ย่อมตั้งอยู่ไม่ได้ ในวิญญาณนี้เช่นเดียวกัน 

นามและรูปย่อมดับสนิทในวิญญาณนี้เช่นเดียวกัน 

เพราะวิญญาณดับไป  นามและรูปนั้นก็ย่อมดับสนิทในที่นั้น

 

 

๙. เตวิชชสูตร  หน้า ๒๓๐-๒๔๗

 

ว่าด้วยไตรเพท เรื่องทางไปสู่พรหมโลก

พระผู้มีพระภาคเจ้า  ประทับอยู่แคว้นโกศล 

ได้มีพรหมณ์มาเข้าเฝ้า เพราะเหตุได้มีการถกเถียงเรื่องทางสู่พรหมโลก

เมื่อบรรดาพรหมณ์เรียนจบไตรเพทแล้ว  มาบอกว่าทางนี้เป็นทางไปสู่พรหมโลก 

เมื่อไม่มีใครเคยเห็นพระพรหมณ์แล้ว  จะมาชี้ทางได้อย่างไร

 

ทรงตรัสว่า  “เลื่อนลอย”

 

ทรงอุปมาว่า เหมือนคนตาบอดเข้าแถวเกาะหลังกันเดินไป

คนแรกไม่เคยเห็นทาง

คนกลางและคนปลายแถวก็ไม่เคยเห็นทาง

แล้วจะไปถูกทางได้อย่างไร

 

และพระองค์ทรงเน้น  การเจริญพรหมวิหารธรรม ๔ ประการแทน

คือเมื่อจิตสงบดีแล้วให้แผ่เมตตาจิต  กรุณาจิต มุทิตาจิตและอุเบกขาจิต

ให้ยังเพื่อนมนุษย์ และสรรพสัตว์อย่างกว้างขวาง สม่ำเสมอกันทั่วทุกทิศ

ไม่มีขอบเขตจำกัด  เมื่อทำได้อย่างนี่  จึงจะเข้าถึงพรหมโลกได้...

 

จบย่อพระไตรปิฏก พระสุตตันตปิฏก เล่มที่ ๙

ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค

 

ก้อนหินยิ้ม

๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑

 

พรุ่งนี้มาอ่านต่อเล่มที่ ๑๐ นะเจ้าค่ะ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 17.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

อนุโมทนากับความพยายามค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 17/12/2008 เวลา : 05.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

ลองเข้าไปใน กูเกิล แล้วก๊อปวางคำว่า svxhost.exe ในช่องค้นหา ติ๊กตรงภาษาไทย เห็นมีอยู่สองกระทู้ ที่พูดถึงลองทำตามที่เขาแนะนำดู แต่อ่านแล้วก็งงๆ เพราะไม่ชำนาญเรื่องคอมพ์เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 16/12/2008 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

สาธุค่ะ..คุณก้อนหิน
ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่ทำให้ได้ความรู้เพิ่มเติม
เกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
อย่างสม่ำเสมอนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สุวิริโย วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/19
 พระภูธรกับบทกลอน, หลักธรรม, การเมือง, และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย...


ในเบื้องต้นศีลเป็นเครื่องมือกำจัดกิเลสอย่างหยาบ นำเอาความโกรธ โลภ หลง ที่แสดงออกอย่างที่เห็นได้ชัด เช่นการฆ่าสัตว์ การลักขโมย ฯ

ในท่ามกลางศีลเป็นเครื่องมือกำจัดกิเลสอย่างกลาง คือราคะ ความยินดีในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส

โดยที่สุดศีลทำให้เป็นผู้ดำรงอยู่อย่างมีสติ คือ ยืน เดิน นั่ง นอน กิน ดื่ม ทำ พูด คิด อย่างมีสติ.

เจริญพร

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธรรมพยนต์ วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speechthai

ย่อแต่น่าอ่าน..... ........ธรรมพยนต์..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 15/12/2008 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

เล่มที่ ๙ จบแล้วนะคะ
ก้อนหินเลยรวบรวมไวเล้ว post ให้อ่านกันทั้งหมดอีกครั้งค่ะ
ปล...ก้อนหินจะส่งไม้ต่อให้คุณพี่รัฐรดา และคุณอริยชน คิดหัวหมองต่อดีมั๊ย??? ว่าจะช่วยก้อนหินยังไงดีเจ้าค่ะ

และตอนนี้หัวปวดกะไวรัส อะไรหรือไง มะรู้อะ...
ทำไงดีไม่รู้ ติดอยู่ในคอมอยู่อะ..
มันขึ้นคำว่า svxhost.exe..application error มันจะให้ก้อนหินทำไรอะนะ..ใครช่วยสอนหน่อยเจ้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน