*/
  • ก้อนหินยิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : nen..noi_th@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2008-03-01
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 156802
  • จำนวนผู้โหวต : 73
  • ส่ง msg :
  • โหวต 73 คน
<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by ก้อนหินยิ้ม , ผู้อ่าน : 3212 , 21:27:02 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ที่มาจาก พระสุตตันตปิฏก เล่มที่ ๑๐

ทีฆนิกาย มหาวรรค  มหาปรินิพพานสูตร  หน้า ๑๐๓

 

ว่าด้วยหลักธรรมที่ชื่อว่าแว่นธรรม

 

หลักธรรมที่ชื่อว่าแว่นธรรม  เป็นเครื่องมือให้อริยสาวกมีไว้ 

เมื่อประสงค์ก็จะพึงพยากรณ์คนได้ด้วยตนเองว่า

 

 “เราหมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในนรก 

หมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน 

หมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในแดนเปรต 

หมดสิ้นเหตุที่ให้ไปเกิดในอบาย ทุคติ  และวินิบาตแล้ว 

เราเป็นพระโสดาบัน ไม่มีทางตกต่ำ

มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า”  คืออะไร

 

คือ พระอริยสาวกในธรรมวินัยนี้

๑.ประกอบด้วยความเสื่อมใสในไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า

๒.ประกอบด้วยความเสื่อมใสในไม่หวั่นไหวในพระธรรม

๓.ประกอบด้วยความเสื่อมใสในไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์

๔.ประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ ที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง

ไม่พร้อย เป็นไท ท่านผู้รู้สรรเสริญ ไม่ถูกตัณหาและทิฏฐิครอบงำ

เป็นไปเพื่อสมาธิ

 

ก้อนหินยิ้ม

๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 13/03/2009 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

อ่านเฉพาะเอ็นทรี่จะ งง งง ตามประสาคนห่างพระไตรปิฏก แต่อ่านคอมเมนท์ (ที่ยาวกว่าเนื้อเรื่อง) แจ่มชัดเข้าใจชัดเจน

ขอบคุณเจ้าของบล็อกและเจ้าของเม้นท์อธิบาย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 05/03/2009 เวลา : 22.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

สาธุค่ะคุณก้อนหิน
กว่าจะเป็นอริยะสาวก
กว่าจะได้แว่นธรรม
ไม่รู้ว่าจะอีกยาวนานเพียงใด
******************
คิดถึงคุณก้อนหินเสมอค่ะ
ขอให้คุณก้อนหินเจริญยิ่งๆในธรรม
และได้มีโอกาสได้อ่านธรรมะที่คุณก้อนหิน
นำมาแบ่งปัน.....อีกนานๆๆๆๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 28/02/2009 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ศรัทธา เป็นความเชื่อ
ในความหมายของก้อนหินแล้ว หากมีศรัทธาในพระพุทธเจ้าแล้ว จะขอมอบกายถวายจิตวิญญาณและชีวิตเพื่อความดีถวายแด่พระองค์ อย่างสิ้นเชิง
เหมือนเช่นพระสารีบุตรที่ทรงตอบพระพุทธเจ้าว่า
"ข้าพระองค์ เมื่อเกิดปัญญารู้เห็นสิ่งทั้งหลายตามที่มันเป็น เชื่อในศรัทธา เห็นแล้ว รู้ชัดแล้ว ประจักษืแล้ว สัมผัสแล้วด้วยปัญญา จึงไม่มีความสงสัย ไม่มีคงามแคลงใจ" มิใช่ถือไปตามศรัทธาต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า แต่เพราะตัวปัญญาที่รูแจ้งแล้วต่างหาก.......

แต่ถ้าเป็นก้อนหิน ซึ่งยังไม่รู้แจ้ง จำเป็นต้องอาศัยศรัทธาที่มีต่อพระพุทธเจ้าก่อนเป็นนำทางไปเจ้าค่ะ

จบจ๊าๆๆ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 27/02/2009 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

มาอ่านด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
driftworm วันที่ : 25/02/2009 เวลา : 01.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ก้อนหินยิ้มครับ (เมื่อไหร่จะหัวร่อ)
ผมขึ้นกระทู้ใหม่ อ้างอิงคห.๒๐ ที่บ้านนี้ เอาไปไว้ตอนท้าย เพื่อสรุปว่า สัญญา คือปัญญาที่จดจำ ใคร่ครวญนั้นเป็นของไม่จีรัง ไม่เสถียรอย่างยิ่ง
http://www.oknation.net/blog/driftway/2009/02/24/entry-1
หวัดดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 24/02/2009 เวลา : 16.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ขอบคุณคุณพี่พระจันทร์แดง
และคุณพี่ณัฐรดา
มากๆ นะคะ ที่มาช่วยกันโต้ตอบปัญหาธรรมกัน
มีประโยชน์ค่ะ เพราะจะทำให้พวกเราได้เข้าใจหัวข้อธรรมมากขึ้น
ดีใจเจ้าค่ะ
ดีใจเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 24/02/2009 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

อืม..อืม..ก้อนหินกราบขอบพระคุณคุณพี่ drifworm มากๆ ค่ะ
ที่เข้ามาช่วยการถามและตอบ เกี่ยวกับปัญหาธรรม ทั้งหลายค่ะ ดีค่ะ เพราะสิ่งนี้ก้อนหินอยากให้เกิดขึ้นในบล๊อคของก้อนหินยิ้มและบ้านพระธรรม ชอบค่ะ
รวมทั้งหลวงตาชัยยัสสุ ท่านก็ยินดีค่ะ ที่พวกเราจะสนานาธรรมกันเช่นนี้

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ก่อนอื่น กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านชัยยัสสุใน คห.ที่ ๑๑ ครับ ที่ได้กรุณาอธิบายและให้ความเห็นประกอบ ไม่ตระหนี่เวลาส่วนตัว
และขอขอบใจก้อนหินยิ้มที่มีแก่ใจไปแจ้งข่าวที่บ้านผม น่ารักจัง

กล่าวสำหรับความเห็นของท่านชัยยัสสุ ผมมีความเห็นโน้มตามที่ว่าคำว่า ความเชื่อมั่น น่าจะให้น้ำหนักไปในทางผ่านการใช้เหตุผล ซึ่งหนักแน่นกว่าคำว่าศรัทธาที่ใช้แบบทับศัพท์ เพราะคำว่าศรัทธาแบบทับศัพท์ถูกใช้มานานในความหมายที่เฝือมากขึ้นทุกที
แต่คำว่า เลื่อมใส ที่ท่านชัยยัสสุและคุณพระจันทร์แดงยกมา ในความเข้าใจของผมจะถือว่า เกิดความเลื่อมใสภายหลังจากตรองดูด้วยเหตุผล และเห็นจริงตามแล้ว .... ผมเข้าใจแบบนี้ครับ

สมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าตรัสถามพระสาริบุตรในที่ประชุมสงฆ์ (จำเนื้อคำถามไม่ได้ แต่เป็นแนวๆว่าเหตุใดพระสาริบุตรจึงเห็นด้วยกับพระองค์ในข้อสรุปที่เป็นปรมัตถธรรมข้อหนึ่ง) พระสาริบุตรทูลตอบว่า เพราะข้าพระองค์ตรองแล้วตามแนวธรรม
ประโยคตอบของพระสาริบุตรประโยคนี้ประทับในใจผมมา ๑๕ ปีแล้ว
เมื่อผมไปบวชตั้งใจให้กับแม่ ได้อ่านวารสารฉบับหนึ่ง ยกภาษิตของพระสาริบุตรมาประดับปัญญาผู้อ่าว่า ... บรรดาชีวิตของสัตว์ทั้งหลายที่มาสู่โลกนี้ ไม่มีนิมิต ใครก็รู้ไม่ได้ ทั้งฝืดเคือง ทั้งน้อย และชีวิตเองนั้นยังซ้ำประกอบไปด้วยทุกข์ ... ภาษิตนี้ก็ประทับใจไม่เลือนมา ๑๒ ปีแล้ว จำได้ว่าเมื่ออ่านเที่ยวแรก รู้สึกสะดุดใจทันที ลอกเก็บไว้ และผ่านไปครู่หนึ่งก็เข้าใจ โดยอาศัยความรู้เดิมที่ผ่านมา ....
- คำว่า โลก ใช้แทนคน สัตว์ที่มีวิญญาณ
- ความมาสู่โลกนี้ หรือโลกที่มีความเป็นอย่างนี้ ผมเคยเขียนอธิบายเองไปที่ นสพ.ฉบับหนึ่ง อันนี้ต้องตรองในความเป็นอายตนะเก็บรับข้อมูลของโลกในรูปของความรับรู้ที่เป็นภาพแทน ไม่ใช่ภาพจริง (ใช้ศัพท์การพิมพ์หรือศัพท์ศิลปว่า image จะเข้าใจง่าย เพราะ image คือภาพประทับแทน ไม่ใช่ภาพจริง และยังแจกคำออกไปเป็น imagine, imagination )
-ไม่มีนิมิต นิมิตแปลว่าข้อบ่งชี้ รหัสย แปลรวบเอาว่าไม่มีใครบอกตัวเองได้ว่าที่มาเกิดนี้ มาแต่ไหน เคยเป็นอะไรมาก่อน และที่กำลังจะตายจากไปอยู่นี้ จะไปไหน เพราะเป็นเรื่องของขีดจำกัดของ range ที่จะรู้ได้ พวกเรามีความรับรู้ใน range ที่หยาบ เกินกว่าจะเห็นความเป็นไปของสัตว์ พูดภาษาง่ายๆว่า กำลังของจิตมีกระติ๊ดเดียว
- ทั้งฝืดเคือง ทั้งน้อย พระพุทธเจ้าบรรยายเสมอว่าชีวิตของมีประมาณนิดเดียว แค่ฟองพรายน้ำปุดขึ้นแล้วแตกไป (น้อย) ขณะทรงชีวิต ก็ต้องหาหยิบใส่ปากร่ำไป (ฝืดเคือง)
- ชีวิตเองนั้นยังซ้ำประกอบไปด้วยทุกข์ ถ้าทุกข์แปลว่าตั้งอยู่ไม่ได้ ก็เป็นอัน ซตพ. ตั้งแต่เกิดจนตายเป็นเรื่องการตั้งอยู่ไม่ได้ ทุกวินาที

กล่าวสำหรับคำว่าตรองตามแนวธรรมแล้วจึงเลื่อมใส เชื่อมั่น .... ก่อนปี ๒๕๓๐ ผมอ่านพบคำพูดของหลวงปู่แหวนที่ว่า สัญญามันเป็นของที่เขียนได้ก็ลบได้ ลบแล้วจะเขียนใหม่อย่างไรก็ได้ เราจะกำหนดให้ขี้มันหอมก็ได้ .... อันนี้ฝังใจและไตร่ตรองมาจนปี ๒๕๓๖ ทดสอบด้วย โดยการภาวนาทุกครั้งที่นึกได้ ไม่ว่าจะกำลังเดิน กินข้าว ... ปี ๒๕๓๖ แหละ มันออกผล ... ผมเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่พุทธมณฑลเป็นโครงกระดูกสองโครงหันหน้าหากัน ขยับขากรรไกรแก้บๆๆๆๆ พอภาพหายไปจึงเห็นว่าเขาหัวเราะซิกๆกัน ... ผมเห็นเพื่อนร่วมแฝล็ตที่เดินสวนกันในทางโถงเป็นโครงกระดูกเดินมา ... ผมเห็นถุงหนังใบโตคล้ายถุงก๊อล์ฟบีบตัวเองดังฟิดๆๆลอยผ่านหน้าบ้านไป พอภาพนั้นหายไป กลายเป็นหญิงสาวเดินจามอยู่ .... สามเหตุการณ์นั้น ไม่ได้ "กำหนด" ที่นี้ ปี ๒๕๓๗ ผมทดลองกำหนด ขณะนั่งกินข้าวเย็น ดูโทรทัศน์ช่อง ๗ ละครเรื่องเกาะสวาท หาดสวรรค์ พอเงยหน้าดูละคร ผมกำหนด ๆ ๆ ๆ พลัวะ เต๋าสมชายกลายเป็นโครงกระดูกนั่งเก๊กบนเก้าอี้ชายหาดือแก้วเหล้าในมือ อังคณา ทิมดี ก็กลายเป็นโครงกระดูกโยกย้ายส่ายสะโพกตามเพลงระบำฮาวาย .... สักสองวินาที ผมบอกตัวเองว่าพอละ พอละ แล้วกระพริบตา ก็หายไป แล้วลองกำหนดใหม่ ก็ได้อีก
ที่ทำอย่างนี้ ไม่ได้วิปลาส เพราะสัญญาที่เป็นปกติยังอยู่ และนึกถึงคำท่านพุทธทาสฯว่า เล่นและลองมันให้พอรู้ อย่าเพลิน อย่าติดมัน
เมื่อเห็นอย่างนี้แล้ว จึงร้องกับตัวเองในใจว่า โอ้ ใช่เลย ที่หลวงปู่แหวนสอนไว้ ไม่มีผิดเพี้ยนเลย พระแก่ๆรูปหนึ่งที่สมาทานในพระพุทธศาสนา ไม่มีวันพูดโกหกหลอกเราหรือหลอกใครๆเด็ดขาด ก็เห็นอยู่ปานนี้ ก่อนนี้เราคิดว่าพระแก่ๆรูปหนึ่ง แม้เรานับถือ แต่ที่กล่าวเช่นนั้นจะเป็นจริงได้ไฉน บัดนี้เราเห็นแล้ว
จากนั้น จึงเชื่อมันในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ แน่นขึ้น ถึงขนาดเมื่อเผชิญความกลัว ก็อธิษฐานเอาพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอย่างสนิทใจ พระพุทธเจ้าไม่มีวันหลอกเรา มีแต่คนชั้นหลังนั่นแหละที่ตีความเอาตามใจตัวเพื่อหาคนมาขึ้นด้วย

ฯ ความเข้าใจของผมต่อคำว่า ศรัทธา มีประมาณนี้ ฯ
ขอกราบขอบพระคุณท่านชัยยัสสุอีกครั้ง ขอบใจก้อนหินยิ้ม และเพื่อนร่วมสนทนาในนี้ทุกท่าน ถ้าก้อนหินฯไม่เเรื่องมาลงบ่อยๆ ผมลืมไปแล้วหลายเรื่อง เช่น สัญโยชน์ กุศลกรรมบถ .... ฯลฯ
แต่ผมก็เร่ร่อนไปเรื่อย คิดถึงก็แวะมา
.

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
chaiyassu วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 18.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

เจริญพร คุณพระจันทร์แดง
เป็นอันว่า เข้าใจตรงกัน
เพียงแต่ คำว่า "อริยสาวก" นี้ จะต้องจำกัดขอบเขต
เพราะอริยสาวกมี ๔ ระดับ
อริยสาวกชั้นต้น ๆ อาจต้องใช้ศรัทธา
แต่เมื่อถึงที่สุดแล้ว
ศรัทธาก็หมดความจำเป็นอย่างที่ได้กล่าวแล้ว


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

เพราะมีศรัทธา จึงไม่มีศรัทธา
เพราะไม่มีศรัทธา จึงมีศรัทธา



ความคิดเห็นที่ 17 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

กราบเรียนพระคุณเจ้าครับ
ขอตอบตามความคิดเห็นของผมเองนะครับ ผิดถูกยังไงกราบเรียนพระคุณเจ้าช่วยชี้แนะด้วยนะครับ

ความเลื่อมใสที่ผมกล่าวไว้นี้หมายถึง ความเลื่อมใสของพระอริยะ ตามบทความครับ

ส่วนที่พระคุณเจ้าถามกลับมาว่า "คำว่า "รู้แจ้งประจักษ์ชัด จนสิ้นความสงสัยใด ๆ" ที่คุณพระจันทร์แดงเอ่ยถึง มีความหมายกว้างลึกเพียงใด" อันนี้ผมหมายถึง ผู้มีดวงตาเห็นธรรม ประจักษ์ชัด กระจ่างแจ้ง ไม่ว่าจะด้วย เจโตวิมุติ หรือด้วย ปัญญาวิมุติ ว่าพระนิพพาน เป็นเช่นไร จนสามารถตัดสังโยชน์ได้

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
chaiyassu วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

อนึ่ง
พระอรหันต์
มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "อสัทโธ"
ตามศัพท์หมายถึง "ไม่มีศรัทธา"
โดยความก็คือ
ศรัทธาหมดความจำเป็นสำหรับท่านแล้ว
เพราะท่านรู้แจ้งด้วยตนเองแล้ว

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

และเมื่อรู้ชัดดังนั้นการประพฤติศีลจึงไม่ใช่การเข้าไปควบคุมพฤติกรรมทางกาย วาจา ใจ แบบบีบบังคับ เ พราะต้องการกระทำตามกฎ แ ต่ เป็นเพราะเข้าใจกระจ่างแจ้ง จนใจไม่สามารถยอมรับอกุศลจิตเข้ามาบังเกิดในจิตใจได้อีกต่อไป

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

และเมื่อรู้ชัดดังนั้นการประพฤติศีลจึงไม่ใช่การเข้าไปควบคุมพฤติกรรมทางกาย วาจา ใจ แบบบีบบังคับ เ พราะต้องการกระทำตามกฎ แ ต่ เป็นเพราะเข้าใจกระจ่างแจ้ง จนใจไม่สามารถยอมรับอกุศลจิตเข้ามาบังเกิดในจิตใจได้อีกต่อไป

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
chaiyassu วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

ถ้าเข้าถึงธรรมแล้ว
ไม่ต้องใช้ศรัทธา....
เหมือนกรณีที่พระพุทธเจ้าถามพระสาวกว่า เธอเชื่อเราไหม ?
ได้รับคำตอบว่า "ไม่เชื่อ"
เหตุผลพระสาวกตอบเช่นนั้นเพราะว่า
ตัวท่านได้ประจักษ์แจ้งด้วยตัวของท่านเองแล้ว
ศรัทธา หรือความเชื่อ จึงไม่จำเป็นอีกต่อไป
ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า
คำว่า "รู้แจ้งประจักษ์ชัด จนสิ้นความสงสัยใด ๆ" ที่คุณพระจันทร์แดงเอ่ยถึง มีความหมายกว้างลึกเพียงใด

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
พระจันทร์แดง วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moonred

ความเลื่อมใสในที่นี้น่าจะหมายถึง การรู้แจ้งประจักษ์ชัด จนสิ้นความสงสัยใดๆ ปราศจากข้อโต้แย้งใดๆ ต่อพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ จนบังเกิดเป็นความเลื่อมใส ศรัทธาอย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งเป็นศรัทธาที่ประกอบไปด้วยปัญญา ไม่ใช่ศรัทธาเพราะเกิดจากความโง่ หลงยึด ปราศจากการพิจารณาใคร่ครวญ ดังนั้น สังโยชน์ 3 ประการ จึงถูกพังทลายลงไป

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
chaiyassu วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunruang

ศรัทธา...
เพียงแค่ได้ยินก็ชวนให้เข้าใจได้หลายทาง
เพราะเราชอบแปลศรัทธาว่า ความเชื่อ หรือไม่ก็ความเลื่อมใส
ทำให้เกิดปัญหาตามมาอีกว่า
แบบไหนเรียกความเชื่อ แบบไหนเรียกความเลื่อมใส
เมื่อเห็นว่ายังคลุมเครือ
เราก็มาอธิบายต่อไปอีกว่า
ศรัทธาที่ถูกต้อง จะต้องประกอบด้วยปัญญา
แล้วก็ชี้ให้เห็นต่อไปอีกว่า
ศรัทธาแบบไหนประกอบด้วยปัญญา
แบบไหนไม่ประกอบด้วยปัญญา
แม้เราจะเสียเวลาไปกับคำนี้มากมาย แต่สุดท้าย
หลายท่านก็ยังคลุมเครือ
และเอาประโยชน์จากศรัทธาไม่ได้
ในบาลีพุทธพจน์ที่ก้อนหินยกมาข้างต้น
การแปลศรัทธาว่า เลื่อมใสไม่หวั่นไหว
ฟังดูแล้วก็เลือน ๆ ดูไม่มีน้ำหนัก มองเห็นไม่ชัดเป็นรูปธรรม
ดังนั้นจึงอยากจะแปลใหม่
ศรัทธาในที่นี้น่าจะแปลว่า "ความเชื่อมั่น"
"ความเชื่อมั่น" ตัวนี้แหละคือกุญแจสำคัญ
เพราะเป็นรากฐานของชีวิต
เช่น เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในเพื่อนร่วมงาน เชื่อมั่นในผู้บังคับบัญชา เชื่อมั่นในลูกน้อง เชื่อมั่นในการงานที่ทำ เชื่อมั่นในความดี เชื่อมั่นในความถูกต้อง ฯลฯ
ผู้ใดก็ตามปราศจากความเชื่อมั่นเหล่านี้ ก็เดาไม่ถูกว่า
ชีวิตจะดำเนินไปได้อย่างมั่นคงได้อย่างไร
ทำนองเดียวกัน
เมื่อเราเอาความเชื่อมั่นนี้มาใช้ในบริบทคำสอนทางศาสนา
ไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตามในโลกนี้
ความเชื่อมั่นล้วนมีบทบาทสำคัญ และขาดไม่ได้
โดยเฉพาะความเชื่อมั่นอันเป็นพื้นฐานต่อไปนี้
๑. เชื่อมั่นในพระพุทธเจ้า
๒. เชื่อมั่นในคำสั่งสอน
๓. เชื่อมั่นในพระสงฆ์
จะเดินตามแนวคำสอน แต่ไม่เชื่อมั่นในตัวผู้สอน ไม่เชื่อมั่นในธรรมที่สั่งสอน ไม่เชื่อมั่นตัวผู้ทำหน้าที่สืบทอดคำสอน
คำถามคือ แล้วเราจะเดินหน้าไปได้อย่างไร ?
ความเชื่อมั่นจึงเป็นสิ่งที่เราต้องมี "เป็นทุน" ก่อน
เมื่อทุนมีแล้ว...
เรื่องอื่นจะตามมาเอง.....



ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 23/02/2009 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ตามต่อค่ะ ออกบ้านโน้นเข้าบ้านนี้ มีแต่เรื่องดีๆให้ประเทืองใจ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
driftworm วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ก้อนหินฯครับ
"ศรัทธา" ในสามข้อต้นนั้น กระแทกใจมาก
แต่ก็หวั่นๆใจ ในความหมายที่ต่างกันระหว่างภาษาโลก/ภาษาธรรม
ชาวโลกมักเข้าใจเอาทันทีว่าศรัทธาคือความเชื่อแบบไม่ต้องการเหตุผลไตร่ตรอง
เพราะไปเพ่งที่ "ต้องไม่มีวิจิกิจฉา"
รบกวนก้อนหินฯค้นหาความหมายที่ตรงและถูกต้องมาลงไว้ น่าจะเป็นประโยชน์ไกลไปถึงปรโลก ๕๕๕๕
ถ้าเอามาได้แล้วช่วยบอกผมด้วย ผมคาใจเรื่องนี้จัง
ป.ล. เอาไว้สอบเสร็จก็ได้
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

หวัดดีเจ้าค่ะ พี่ pepsi
ยังไม่จบจ๊า...แต่เหลืออีก 7 วิชาเท่านั้นแหละ

แต่ก็จะปิดเทอมแล้วนะคะ
จะสอบปลายภาควันที่ ๑๔ มีค.แล้วนะ
..แต่ไม่มีปัญหาเรื่องเที่ยวนะ พี่pepsi

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ขอบพระคุณอาโป เจ้าค่ะที่แวะมาเยี่ยมก้อนหินยิ้มสม่ำเสมอค่ะ

และขอบคุณคุณพี่เพียงดาว ที่แวะมาให้กำลังใจก้อนหินยิ้มนะคะ
ดีใจจัง ที่ตามมาจากบ้านคุณพี่ณัฐรดา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...จบหรือยังครับก้อนหิน...???

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เพียงดาว วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/varathorn

แวะมาสวัสดีน้องก้อนหิน
ตามมาจาก บล็อค ณัฐรดา อีกที
มาโมทนาธรรมด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อาโป วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/agile
อชิระ/อาโป


....ธรรมใดดีเลิศประเสริฐค่า

ธรรมนั่นประจักษ์ตาผู้แสวง

ธรรมะจักษุบรรลุประจักรแจ้ง

ผู้แสวงพบทางประจักษ์ธรรมฯ

..............วรรธนะในธรรม..ขอรับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ขอบคุณพระจันทร์รำพึง นะคะ
ที่เข้ามาเยี่ยมเรา

คืนนี้อย่าลืมดูดวงล้อมพระจันทร์ นะคะ เค้าว่าสวยมากๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

อธิบายเพิ่มเติมนะคะ

แว่นธรรม หมายถึงธรรมเป็นเครื่องส่องดูตนเอง จนสามารถพยากรณ์ตนได้ ในที่นี้ ได้แก่ อริยมรรคญาณ
ศีลที่พระอริยะชอบใจ หมายถึงศีลที่ประกอบด้วยมรรคและผล ในที่นี้หมายถึงความสำรวมทุกชนิด

ก้อนหินยิ้มค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พระจันทร์รำพึง วันที่ : 22/02/2009 เวลา : 21.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/completefeeling
พระจันทร์ไกลไหม...จะไปพระจันทร์ เสี่ยวง๊วย นางมารพระจันทร์น้อย


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน