• Davinci
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : numm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 43590
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
The Financial Literacy
ความฉลาดทางการเงิน หรือ Financial Literacy เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้คุณมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง มั่นคงและยั่งยืน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/davinci
วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน 2550
Posted by Davinci , ผู้อ่าน : 1618 , 19:05:32 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ครั้งก่อนผมได้เล่าถึงหลักการสู่ความมั่งคั่ง 3 ข้อ นั่นคือ Spend Less, Save More and Make More

วันนี้เราจะมาลงรายละเอียดกันทีละส่วน เริ่มต้นจาก "ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม" หรือ "Spend Less" กันก่อน

อันที่จริงแล้วคำว่า "ใช้จ่ายอย่างเหมาะสม" อาจจะไม่ใช่คำแปลที่ตรงกันพอดีกับคำว่า "Spend Less" แต่ผมคิดว่ามันน่าจะให้ความหมายที่สมเหตุสมผลกว่าคำว่า "ใช้ให้น้อยลง"  เพราะไม่ว่าจะอย่างไรแล้ว คนเราก็คงหลีกเลี่ยงหรือลดค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการดำเนินชีวิตไม่ได้หรอก สิ่งสำคัญจึงอยู่ที่ว่าเราจะเลือกใช้จ่ายอย่างไร? ให้เหมาะสม และดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างไม่ติดขัดต่างหาก

ซึ่งหลักการอันดับแรกซึ่งเป็นหลักการอันยอดเยี่ยม และยิ่งใหญ่สำหรับคนไทยทุกคน ในการกำหนดชีวิตให้มีการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม คงหนีไม่พ้นแนวคิด "การใช้ชีวิตอย่างพอเพียง" ตามแนวพระราชดำรัสนั่นเอง

"ความมีเหตุผล" "ความพอประมาณ" และ "การมีภูมิคุ้มกันในตัวเอง" สามคำนี้ ช่างเป็นหลักการที่สามารถนำไปประยุกต์ได้อย่างมีประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

ผมเองก็นำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้อย่างง่าย ๆ ด้วยการตั้งคำถามเหล่านี้ก่อนที่จะซื้อหรือใช้จ่ายเงินของตัวเองทุกครั้ง คำถามเหล่านั้นได้แก่

1.1 ของที่เรากำลังจะซื้อนั้น เป็นสิ่งที่จำเป็นจริงหรือไม่ (อยากได้-want หรือจำเป็น-need)

1.2 ถ้าเป็นของที่จำเป็นจริงๆ ก็ดูว่าจำเป็นต้องใช้ตอนนี้เลยหรือไม่ หรือพอจะเลื่อนระยะเวลาออกไปได้

คำถามนี้ผมตัวเองทุกครั้งที่อยากได้รถ เพราะความรู้สึกลำบากหรือเหนื่อยกับการเดินทาง ซึ่งหลายครั้ง ความเหนื่อยเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้นเอง

1.3 ถ้าจำเป็นและต้องใช้เดี๋ยวนี้ ก็ดูว่าจะซื้อของที่คุ้มค่าเงินที่สุดได้อย่างไร เช่น อาจลองเปรียบเทียบราคาและคุณภาพที่ต้องการจากหลายๆ แหล่ง จนได้ข้อมูลพอที่จะตัดสินใจ

หลายครั้งที่กำลังทบทวนข้อมูล "ความคุ้มค่า" ผมมักพบว่าท้ายสุดแล้ว ผมไม่ได้ซื้อของชิ้นนั้น ทั้งนี้เพราะผมผิดกติกาตั้งแต่ข้อแรกนั้นเอง ซึ่งการได้มีเวลาทบทวน ชั่งใจกับสิ่งที่ต้องการจะซื้อนานๆ นั้น ทำให้เราเห็นตัวเองมากขึ้น และใช้สติในการตัดสินมากขึ้น จนทลายความอยากของตัวเองไปได้

(ผมเลยอดมี PDA เป็นของตัวเอง แต่ก็ภูมิใจกับสมุดโน๊ตตารางงานเล่มใหม่ราคาแค่ 85 บาท)

ทั้งนี้ไม่ได้จะบอกว่าเราต้องเปรียบเทียบความคุ้มค่าไปเสียทุกเรื่อง เพราะหลายครั้งความสุขทางใจก็ตีค่าไม่ได้เหมือนกัน นั่นหมายความว่าหากคนต้องการใช้จ่ายเพื่อความสุข ก็ไม่ได้ถือเป็นการผิดกติกาแต่อย่างใด ทั้งนี้เพราะแนวคิดการใช้ชีวิตอย่างพอเพียงนั้น มิใช่ว่าจะฟุ่มเฟือยไม่ได้ แต่ต้องฟุ่มเฟือยแบบมีสติ คือรู้ตัวเองว่า แม้ฟุ่มเฟือยบ้างในวันนี้ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตวันข้างหน้า อย่างนี้ก็ถือว่าพอที่จะฟุ่มเฟือยได้ตามวะระ

ด้วยความที่เป็นหลักการง่ายๆ (แต่ปฏิบัติยาก) หลายครั้งที่ผมนำเรื่องการใช้จ่ายไปพูดคุยกับคนทั่วไป เลยไม่ได้เป็นที่สนใจนัก คนเราส่วนใหญ่ชอบเทคนิคการลงทุนแบบใหม่ๆ แบบที่ลงทุนกี่ทีก็กำไร (จะหาที่ไหนละนั่น) แต่ก็ยังเชื่อกันว่ามี

หลายคนมีหนี้บัตรเครดิต แต่เลือกจ่ายขั้นต่ำ แล้วก็หาเวลาไปอบรมการลงทุนเสียมากมาย โดยไม่เคยสังเกตเลยว่า ถ้าจัดการหนี้บัตรเครดิตได้ ค่าของมันก็เทียบเท่ากับการลงทุนที่ได้ผลตอบแทน 20% แบบการันตี

เพราะถ้าหนี้หมด ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 20 แน่ๆ แต่ลงทุนเจ๊งแล้วเจ๊งอีก ผลตอบแทนตั้งแต่เริ่มลงทุนไม่เคยถึง 20% กับเขาเสียที

The Way to be RICH is very SIMPLE, but it is not EASY.

มันไม่ง่าย เพราะคนมองข้ามกันไปเท่านั้นแหละครับ

จากกันวันนี้ด้วยตัวเลขเล็กๆ น้อย ๆ ที่ผมชอบเล่าให้ฟังเวลาไปบรรยายให้พนักงานบริษัทหลาย ๆ แห่งฟัง นั่นคือคำถามที่ว่า

คุณคิดว่าถ้าคุณเก็บเงินวันละ 1 บาท ทุกวัน ครบ 1 ปี คุณเอาไปลงทุนที่ให้ผลตอบแทน 10% (มีอยู่ดาดดื่นมากมาย) ทำอย่างนี้เรื่อยๆ คุณคิดว่าเงินของคุณจะเพิ่มขึ้นไปเท่าไหร่ในอีก 20 ปี ข้างหน้า

คำตอบ  22,996 บาท (เงินเก็บจริง 7,300 บาท)

คุณจะเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นมหาศาลจากเงินที่คุณเก็บไว้จริง ซึ่งนั่นเป็นจากอัตราดอกเบี้ยทบต้นนั่นเอง

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าคุณลดน้ำอัดลมลงวันละ 1 กระป๋อง (14บาท) แล้วนำไปลงทุนผลตอบแทน 10%

321,943 บาท ใน 20 ปี และ  2,487,813 บาท ใน 40 ปี

นั่นคือผลลัพธ์จากการไม่ใช้จ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็น และนำเงินก้อนเดียวกันนั้นไปสร้างผลตอบแทน

ผลลัพธ์มันตรงกันข้ามกันเลยใช่มั๊ยครับ

จำไว้นะครับ ทุกการใช้จ่ายของคุณในวันนี้ กำหนดชีวิตคุณในอีก 20-30 ปีข้างหน้า คุณจะเลือกเป็นคนที่มั่งคั่งตามสิทธิ์ที่พึงมี หรือเป็นคนธรรมดา ๆ ตามที่คนทั่วไปเป็นกัน

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับตัวคุณเองครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 14/11/2007 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สิงคโปร์ มีแนวทางใหม่บริหารหนี้สาธารณะอย่างไร " [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

ขอมาศึกษาวิธีการของ Spend Less ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Jui วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

จะลองดูครับ มาทักทาย แถมเจิมอีกต่างหาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Financial Literacy at Capital OK

บรรยายคอร์ส Financial Literacy ที่บริษัท Capital OK

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]