• Davinci
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : numm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 43591
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
The Financial Literacy
ความฉลาดทางการเงิน หรือ Financial Literacy เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้คุณมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง มั่นคงและยั่งยืน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/davinci
วันศุกร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2550
Posted by Davinci , ผู้อ่าน : 3389 , 23:24:38 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำหรับชีวิตคนทั่วไปแล้ว "หนี้" จัดเป็นค่าใช้จ่ายที่ทำให้ชีวิตของเราขาดสมดุลไปได้อย่างมาก บางรายถึงหนักถึงขั้นเบื่อที่จะมีชีวิตอยู่เลยทีเดียว

ผมเองได้รับเมล์จากผู้เข้าอบรมหลายท่าน (หลังไมค์) เมล์เข้ามาปรึกษาปัญหาหนี้สิน น่าตกใจที่หลายคนมีบัตรเครดิตและเงินกู้รวมกันเกิน 15 รายการ บางคนมีรายได้แค่หมื่นกว่าบาท แต่สามารถก่อหนี้ได้หลายแสน ปัญหาที่เจอก็คือ ทุกคนมักจะเริ่มปรึกษาคนอื่น เมื่อสถานการณ์จวนตัว และยากต่อการหลีกเลี่ยงจากสภาพ "ไร้เครดิต" หรือ "ติดแบ็คลิสต์" ได้แล้ว

อันที่จริงแล้ว นักการเงินหลายท่านได้เคยกล่าวถึงระดับหนี้สินที่ยอมรับได้ต่อบุคคลๆ หนึ่ง ว่ากันว่า ถ้าอยากให้ชีวิตปราศจากทุกข์จากหนี้สินแล้วละก็ คนเราไม่ควรมีหนี้เกิน 30% ของรายได้

คิดโดยการเอาเงินค่าผ่อนชำระต่อเดือนของหนี้ทุกรายการ หารด้วยรายรับต่อเดือน แล้วคูณด้วย 100

เป็นไงครับ สำหรับหลายท่านตัวเลขนี้ดูจะน้อยไปสักนิด (เพราะว่าปัจจุบันหนี้เริ่มแยะ) แต่สำหรับบางคนที่ไม่ใช้จ่ายเกินตัวไปนัก เชื่อว่าคงยังอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับนักการเงินบางท่านก็บอกว่า ถ้ามีการกู้ซื้อบ้านหรือซื้อรถ ก็พอที่จะยอมให้หนี้รวมๆ กันแล้วอยู่ที่ระดับ 40% ได้ แต่ถ้ามากกว่านี้ แย่แน่ครับ (เรียกว่า 40% นี้ชีวิตก็ปริ่มๆ อยู่ริมฝั่งแล้ว)

สำหรับใครหลายๆ คนที่เริ่มมีปัญหาหนี้สินมาก และต้องเริ่มผ่อนชำระขั้นต่ำหรือ minimum payment เขาถือว่าท่านเริ่มมีสัญญาณทางการเงินที่ไม่ดี และควรที่จะเริ่มจัดการกับหนี้สินที่มีอย่างเร่งด่วน

วันนี้ผมมี 7 ขั้นตอนในการปลดหนี้มาฝากกันครับ

1) ต้องมีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงที่จะปลดหนี้ - ข้อนี้ดูเหมือนเป็นแนวทางเชิงนโยบาย แต่กลับเป็นข้อที่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะต้องยอมรับกันว่า เมื่อไรที่ปัญหาหนี้สินเริ่มทำให้ท่านรู้สึกลำบากกับชีวิต การปลดหนี้ จะทำให้ท่านเจ็บปวดและได้รับบทเรียนที่หนักพอสมควร ดังนั้น ข้อ 1) นี้จึงเป็นเหมือนการเตือนให้เตรียมตัวให้พร้อมรับกับความทุกข์จากมาตรการทางการเงินของตัวเอง

หลายคนอ่อนแอ และไม่เข้มแข้ง จนในที่สุดก็ต้องแหกกฎระเบียบทางการเงินของตัวเอง สุดท้ายก็ต้องจมอยู่ในกองหนี้ต่อไป

ดังนั้น เริ่มต้นจากความคิดก่อนเลยครับว่า "เราปลดหนี้ได้ และเราจะต้องทำมันให้ได้"

2) หยุด!!! การใช้จ่ายผ่านบัตร หรือกู้เพิ่ม - เพราะนั่นไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มภาระหนี้สินให้กับตัวเองเท่านั้น แต่ยังทำให้ปมปัญหาของคุณเขม็งเกรียวมายิ่งขึ้น และมันจะพาคุณสู่การล้มละลายทางการเงินได้เร็วยิ่งขึ้นไปอีก

อย่าคิดว่า หยุดมาหลายเดือน จ่ายคืนไปแล้วหลายเดือน จ่ายเพิ่มนิดหน่อยแล้วจะไม่เป็นไร เพราะเมื่อคุณยอมให้มีครั้งหนึ่งแล้ว ก็ยากที่จะห้ามไม่ให้มีครั้งต่อไปได้

3) สำรวจวงเงินหนี้สินทั้งหมด - หลายคนรู้ว่าตัวเองเป็นหนี้เยอะ แต่ไม่รู้ว่ามีอยู่เท่าไหร่ ทั้งนี้เพราะหลายคนประเมินเอาโดยความรู้สึกว่า ยังไงก็ไม่สามารถเคลียร์นี้ได้โดยง่าย หลายคนจึงละเลยการชำระ และหนักที่สุดก็คือ ไม่ได้ติดตามแล้วว่า หนี้ของตัวเองจริงๆ แล้วมีอยู่เท่าไหร่

ต้องยอมรับนะครับว่า มันยากมากหากจะต้องแก้ไขปัญหาหนี้สิน ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหนี้ทั้งหมดเท่าไหร่ และเป็นหนี้กับที่ใดบ้าง อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่

ดังนั้น ถ้าเป็นหนี้ เริ่มต้นแจกแจงออกมาเลยครับ ตีตารางทำเป็นคอลัมน์เรียงกันดังนี้ 1) สถาบันการเงิน 2) วงเงินค้างชำระ 3) อัตราดอกเบี้ย 4) เงินผ่อนชำระ (ขั้นต่ำ) ต่อเดือน

4) พูดคุยติดต่อกับสถาบันการเงินเพื่อขอลดดอกเบี้ยหรือขอสิทธิประโยชน์พิเศษอื่นๆ - อันนี้ไม่ได้รับประกันว่าจะได้ทุกรายการนะครับ แต่เรื่องแบบนี้ ไม่คุย ไม่ขอ ก็ไม่มีทางได้ ลองคุยดูสักตั้ง บางทีอาจไม่ได้ลดดอกเบี้ย แต่อาจได้ข้อเสนออื่นที่ดีไม่แพ้กันก็เป็นได้

หรือทางคุณยังพอมีเครดิตดีหน่อย ก็อาจลองกู้จากสถาบันการเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าบัตรเครดิต และเงินกู้ที่คุณถืออยู่เพื่อ "รวมหนี้แล้วชำระเป็นก้อนเดียว" หรือ Debt consolidation ดู

ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมตัดบัตรเครดิตบางใบที่เกินความจำเป็นทิ้งไปบ้างนะครับ จะได้ไม่เผลอใช้แล้วกลับมาเป็นหนี้อีก

5) ชำระคืนอย่างชาญฉลาด - จากในข้อ 3) คุณได้สำรวจจำนวนหนี้ทั้งหมดที่มีเรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็ให้คุณเรียงลำดับดอกเบี้ยที่ต้องชำระ จากดอกเบี้ยสูงสุดไปยังต่ำสุด เพื่อที่จะเลือกชำระคืนตัวที่ดอกเบี้ยสูงให้หมดก่อน

กรณีที่บัตรเครดิตสองใบ (หรือเงินกู้) มีอัตราดอกเบี้ยเท่ากัน ให้เลือกเคลียร์ใบที่มีวงเงินค้างชำระต่ำกว่า ทั้งนี้ด้วยเหตุผลทางจิตวิทยา ให้คุณค่อยๆ สร้างความสำเร็จเล็กๆ ทางการเงินได้เร็วๆ จะได้เป็นกำลังใจในการสู้กับหนี้ทั้งหมดต่อไป

สำหรับบัตรเครดิตหรือเงินกู้ที่คุณเรียงลำดับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 1 ให้คุณจ่ายเงินขั้นต่ำตามเงื่อนของสถาบันการเงินนั้น บวกด้วยเงินออมพิเศษ (Extra Cash) ในปริมาณที่พอเหมาะพอสม (โดยปกติผมจะใช้ตัวเลข 5% ของรายได้)

ซึ่งเจ้าเงินออมพิเศษที่เราจ่ายเพิ่มไปนี้ จะทำหน้าที่ไปตัดเงินต้นที่คุณเป็นหนี้โดยตรง ทำให้หนี้สินชองคุณกับสถาบันการเงินนั้น หมดเร็วขึ้น (ถ้าไม่ทำวิธีนี้หมดยากครับ)

ส่วนบัตรเครดิต หรือเงินกู้ในลำดับ 2 ถึงสุดท้าย ก็ให้จ่ายขั้นต่ำไป จนกระทั่งบัตรเครดิต (หรือเงินกู้) รายการแรกปิดบัญชีไปได้ ก็ให้เอาเจ้าเงินออมพิเศษนี้ไปใส่ในบัตรเครดิต (หรือเงินกู้) รายการที่ 2 สองต่อไป

สำหรับขั้นที่ 6 และ 7 จะมาเล่าให้ฟังต่อในวันพรุ่งนี้ครับ

"Minimum Payment = Maximum Pain"




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kancht958 วันที่ : 12/11/2007 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/real-ohm
“ สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงย่อมดับไปเป็นธรรมดา “: http://www.oknation.net/blog/Happytopofmind 


แวะมาทักทายค่ะ..
ขอบคุณคะสำหรับบทความดีๆ มีประโยชน์ สู่การปลดหนี้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Financial Literacy at Capital OK

บรรยายคอร์ส Financial Literacy ที่บริษัท Capital OK

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]