• Davinci
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : numm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 43595
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
The Financial Literacy
ความฉลาดทางการเงิน หรือ Financial Literacy เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้คุณมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง มั่นคงและยั่งยืน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/davinci
วันศุกร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2550
Posted by Davinci , ผู้อ่าน : 2672 , 16:19:29 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ครั้งที่แล้วเราได้คุยกันไว้ว่า หลักการของการคิดภาษีนั้น สรรพากรจะคำนวณจาก "เงินได้สุทธิ" (หรือรายได้สุทธิ) โดยใครที่มีเงินได้สุทธิมากก็ต้องเสียภาษีมาก ในอัตราก้าวหน้า (คิดแบบขั้นบันไดนั่นเอง)

โดยอัตราภาษีที่จัดเก็บจะมีสูตรคำนวณง่ายๆ ดังนี้

เงินได้สุทธิ

ช่วงเงินได้สุทธิ

แต่ละขั้น

อัตราภาษี

ร้อยละ

ภาษีแต่ละขั้น

เงินได้สุทธิ

ภาษีสะสม

สูงสุดของขั้น

1 - 100,000

100,000

ได้รับยกเว้น

-

-

100,001 - 500,000

400,000

10

40,000

40,000

500,001 - 1,000,000

500,000

20

100,000

140,000

1,000,001 - 4,000,000

3,000,000

30

900,000

1,040,000

4,000,001 บาทขึ้นไป

 

37

 

กลับมาที่สมการเงินได้สุทธิของเรากันหน่อย

เงินได้สุทธิ  =  รายได้พึงประเมิน  - ส่วนหักค่าใช้จ่าย  -  ส่วนหักค่าลดหย่อน

จากสมการวันนี้เราจะมาคุยกันถึงวิธีการประหยัดภาษีหนทางแรกกัน นั่นก็คือ การลดรายได้พึงประเมิน

ก่อนที่จะไปดูวิธีการลดรายได้พึงประเมิน เรามารู้กันก่อนดีกว่าว่าอะไรบ้าง? ที่สรรพากรเขานำมาคิดคำนวณรวมเป็นรายได้พึงประเมิน

1) เงิน อันนี้ตรงๆ ไม่ต้องแปล แต่ต้องเป็นเงินที่รับรู้รายได้จากสรรพากร ประเภทพ่อให้ลูก พี่ให้น้อง เงินว่าจ้างทำงาน (ไหว้วานกัน) อันนี้ไม่อยู่ในกลุ่ม

2) ทรัพย์สิน (ที่สามารถคำนวณออกมาเป็นมูลค่าได้) ขอยกตัวอย่างน่ารักๆ อย่างน้องๆ AF ที่ได้รับคอนโดฯ ได้รถยนต์เป็นของรางวัลกัน อันนั้นก็ต้องนำมาตีมูลค่า และคิดเป็นเงินได้ด้วย

3) ประโยชน์หรือสิทธิพิเศษที่ได้รับ เช่น บริษัทออกค่าเช่าบ้านให้ หรือเงินสมทบที่นายจ้างเพิ่มให้ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (เฉพาะกรณีถอนออกมาใช้ก่อนกำหนด) เป็นต้น

4) เงินค่าภาษีอากรที่ผู้อื่นจ่ายให้ บางบริษัทจ่ายภาษีให้พนักงานตำแหน่งสูงๆ บางตำแหน่ง

5) เครดิตภาษีตามที่กฎหมายกำหนด เช่น เครดิตภาษีเงินปันผล ต่าง

จะเห็นได้ว่าหัวข้อที่นำไปคิดรายได้พึงประเมินนั้น ช่างครอบคลุมรายรับของพวกเราดีเสียเหลือเกิน ทีนี้เราจะทำการประหยัดภาษี โดยการลดรายได้พึงประเมินได้อย่างไร

หลักๆ ที่ทำกัน และมิได้ผิดกฎหมายแต่ประการใด ก็นิยมทำกัน 2 วิธี คือ

(ทั้งนี้ทั้งนั้น วิธีการที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ สำหรับผู้ที่มีรายได้มากกว่า 1 ทาง คือ มีรายได้จากเงินเดือน และ Job พิเศษ หรือตามภาษากฎหมายว่า มีรายได้นอกเหนือจาก 40 (1)

สำหรับผู้ที่มีเงินได้เฉพาะเพียงเงินเดือน และโบนัส คงจะใช้สิทธิดังกล่าวนี้ไม่ได้ครับ)

1) การเลื่อนระยะเวลาการรับรู้รายได้ออกไป  อันนี้เราสามารถกระทำได้อย่างง่ายๆ เลยครับ ยกตัวอย่างเช่น คุณ A เป็นวิศวกร รายได้เดือนละ 20,000 บาท แต่รับจ้างคุมงานปลายปี ได้เงินมา อีก 50,000 บาท ทางคุณ A ก็อาจจะขอให้ทางบริษัทที่ว่าจ้าง ออกเอกสารทางการเงินว่าจ่ายเงินในช่วงเดือนมกราคมก็เป็นได้ เพื่อเขยิบรายรับก้อนดังกล่าว เป็นภาษีในปีถัดไป

ซึ่งผลที่เกิดขึ้นก็คือ จะทำให้รายได้ในปีนี้ลดลง และถัวเฉลี่ยไปจ่ายในปีหน้าบ้าง (ซึ่งอาจจะไม่มีงานเลยก็ได้..ฮา) ทั้งนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับค่าจ้างที่เป็นเงินสดนะครับ นาย A อาจจะรับเงินทันทีที่งานเสร็จในช่วงปลายปีเลยก็ได้ แต่เลื่อนหลักฐานการรับเงินไปอยู่ปีภาษีปีถัดไป

2) การเพิ่มหน่วยภาษีออกไป ที่นิยมกันมากๆ ก็คือ การจดจัดตั้งคณะบุคคล ครับ  หลักการของการจดจัดตั้งคณะบุคคลก็คือ การรวมกันของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง

โดยคณะบุคคลนี้จะทำหน้าที่เหมือนคนธรรมดาอีกหนึ่งคน ที่สามารถรับงานได้ มีรายได้ก็ได้ หักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนได้เหมือนคนธรรมดาอีก 1 คน ที่สำคัญเรามีสิทธิที่จะจัดตั้งคณะบุคคลได้กี่คณะก็ได้ และค่าใช้จ่ายก็ถูกแสนถูกกว่าการจัดตั้งบริษัทมากมายนักครับ

กรณีเดียวกับข้างต้น นาย A อาจให้บริษัทที่ว่าจ้างเขา จ่ายเงินค่าตอบแทนการทำงานลงใน "คณะบุคคล Jumbo A" (ชื่ออาจทะแม่งๆ สักนิด) แล้วคิดภาษีแยกกันต่างหากกับนาย A ได้เลยครับ

ยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ: จากกรณีของนาย A เงินเดือน 20,000 บาท โบนัสมโหฬาร 10 เดือน อย่างนี้ นาย A จะมีรายได้พึงประเมิน 440,000 บาท (เงินเดือน 12 เดือน + โบนัส 10 เดือน x ด้วย 20,000)

คิดง่ายๆ ตัวเลขกลมๆ หักค่าใช้จ่าย 40% ไม่เกิน 60,000 บาท หักค่าลดหย่อนส่วนตัว 30,000 บาท (สมมตินาย A ไม่มีค่าใช้จ่ายลดหย่อนอื่นๆ )

เงินได้สุทธิของนาย A จะเท่ากับ 440,000 - 60,000 - 30,000 = 350,000 บาท

ถ้านาย A รับรู้รายได้ในปีนี้ และรับรู้ในนามตัวเอง เงินได้สุทธิของ A จะเพิ่มเป็น 400,000 บาท (+อีก 50,000 จากค่าจ้าง)

นั่นทำให้นาย A ต้องเสียภาษีเท่ากับ

             0 - 100,000       ไม่เสียภาษี              100,000 แรก ไม่เสียภาษี

100,001 - 500,000        อัตรา 10%             300,000 x 10%  = 30,000 บาท

แต่หากนาย A แยกรายรับอีกก้อนหนึ่ง (50,000 บาท) เข้าคณะบุคคล Jumbo A

นาย A จะเสียภาษี เท่ากับ 250,000 x 10%  =  25,000 บาท

ประหยัดภาษีได้ถึง 30,000 - 25,000 = 5,000 บาท

ทั้งนี้เพระรายการเงินได้ของคณะบุคคล Jumbo A เมื่อหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว เหลือไม่พอที่จะมาคิดคำนวณภาษีเงินได้

คงได้แนวคิดไปบ้างนะครับ แล้วคราวหน้าเรามาคุยกันในส่วนที่สอง นั่นคือ เพิ่มค่าใช้จ่ายกันครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Eeyore วันที่ : 22/03/2009 เวลา : 14.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aujnaaka

ขายพันธุ์ข้าวต้องเสียภาษีไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฟ้าใสที่ปลายฟ้า วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/feasai
พรากมีวันพบ จากมีวันเจอ จากกันยามเป็นได้เห็นน้ำใจ จากกันยามตายได้เห็นน้ำตา

มารับไปเที่ยวบ้านหมอฟ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กิ๊บก๊าบ วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shaolinshanshan
ขอบคุณทุกๆคำชมและทุกๆเสียงตอบรับคะ ถ้าผู้เขียนมีอะไรขาดตกบกพร่อง ต้องขออภัย ณ ที่นี้ด้วยคะขอบคุณคะ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หญิงเอ วันที่ : 16/11/2007 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/studythaibar

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำแนะนำดี ๆ เพราะปกติทุกปี แค่ ภงด.91 ยังเขียนผิด ๆ ถูก ๆ เลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Financial Literacy at Capital OK

บรรยายคอร์ส Financial Literacy ที่บริษัท Capital OK

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]