• Davinci
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : numm@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 43545
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
The Financial Literacy
ความฉลาดทางการเงิน หรือ Financial Literacy เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้คุณมั่งคั่งได้อย่างแท้จริง มั่นคงและยั่งยืน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/davinci
วันจันทร์ ที่ 19 พฤศจิกายน 2550
Posted by Davinci , ผู้อ่าน : 2056 , 23:41:52 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ผ่านๆ มาเราได้เรียนรู้วิธีการประหยัดภาษีอย่างง่ายไปแล้ว 2 วิธี นั่นคือ การลดรายได้ โดยการปรับเลื่อนการรับรู้รายได้ และการเพิ่มฐานการคิดภาษี และอีกวิธีหนึ่งก็คือ การเพิ่มรายได้ โดยการเลือกรูปแบบการหักค่าใช้จ่ายตามสิทธิ์ของรายได้แต่ละประเภทให้เหมาะสม

วันนี้เราจะมาคุยถึงวิธีที่ 3 นั่นคือ การเพิ่มค่าลดหย่อน กันครับ

ทบทวนกันอีกครั้งกับสมการ "เงินได้สุทธิ" (ที่เป็นตัวเลขในการคำนวณภาษี)

เงินได้สุทธิ  =  เงินได้พึงประเมิน  -  ส่วนหัก ค่าใช้จ่าย  -  ส่วนหัก ค่าลดหย่อน

จากสมการจะเห็นได้ว่า หากเราสามารถเพิ่มค่าลดหย่อนได้ ก็จะสามารถลดเงินได้สุทธิในการคิดคำนวณภาษี และนั่นส่งผลถึงเงินภาษีที่คุณจะต้องจ่ายในแต่ละปี

โดยปกติแล้วสรรพากรจะให้สิทธิ์ในการหักค่าลดหย่อนต่างๆ ไว้มากมายหลายรายการ แต่ในบทความนี้ ผมขออนุญาตยกสักสิบรายการที่คนส่วนใหญ่นิยมนำมาใช้หักค่าลดหย่อนกันครับ

1) ค่าลดหย่อนส่วนตัวของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท  - อันนี้ตรงตามตัว ของใครของมันครับ

2) ค่าลดหย่อนคู่สมรสของผู้มีเงินได้ 30,000 บาท - กรณีคู่สมรสจดทะเบียนนะครับ และหาก

3) ค่าลดหย่อนบุตรโดยชอบ และบุตรบุญธรรม คนละ 15,000 บาท กรณีศึกษาอยู่หักได้เพิ่มอีก 2,000 บาท - หักได้จนอายุครบ 20 ปี ยกเว้นยังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา (ทั้งตรี/โท/เอก) หักได้ถึงอายุ 25 ปี

4) ค่าลดหย่อนบิดา มารดา ท่านละ 30,000 บาท - กรณีพ่อและแม่อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป และมีเงินได้ไม่ถึง 30,000 บาท/ปี

5) ค่าลดหย่อนเงินกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท - อันนี้ขอหลักฐานได้จากธนาคารที่คุณจดจำนองบ้านของคุณได้เลยครับ

กรณีกู้ร่วม ให้เฉลี่ยกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องไม่เกิน 100,000 บาท

6) ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต ตามจริงแต่ไม่เกิน 50,000 บาท - เฉพาะกรมธรรม์ที่มีอายุตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป จะกี่ฉบับก็ได้ แต่ลดหย่อนได้แค่ 50,000 บาท

7) เงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund) ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 300,000 บาท

8) เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายเข้ากองทุนประกันสังคม - ตามจริง ไม่เกิน 9,000 บาท

9) ผู้มีเงินได้ที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ได้รับการยกเว้นเงินได้ (ไม่นำไปคิดภาษี) 190,000 บาท - หักออกก่อนนำไปคิดค่าลดหย่อน พูดง่ายๆ คือ ยกเว้นภาษีสำหรับ 190,000 บาทแรก

10) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (RMF) ในอัตราไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ ทั้งนี้เมื่อรวมกับเงินที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้ว ต้องไม่เกิน 300,000 บาท

อันนี้เข้าใจผิดกันแยะ ไม่ใช่ว่าซื้อเท่าไหร่ก็ลดหย่อนเท่านั้นนะครับ ต้องดูที่เงินได้ตัวเองก่อน และสามารถนำมาหักลดหย่อนได้แค่ 15% ของรายได้เท่านั้น

11) เงินค่าซื้อหน่วยลงทุนกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) หักลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท

อันนี้แยกกันกับกองทุน RMF นะครับ เรียกว่าเบิ้ลสิทธิ์สำหรับผู้ที่ออมและลงทุนเพื่อความมั่งคั่งในวัยเกษียณ

12) เงินบริจาคให้กับโรงเรียนภาครัฐ (ดูรายละเอียดได้จากเว็บของกรมสรรพากร) ตามโครงการ 1 ได้ 2 ของกรมสรรพากร สามารถหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของเงินบริจาค แต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว

13) หักลดหย่อนสำหรับเงินบริจาค ตามยอดที่บริจาคจริง แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้ที่หักค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายแล้ว

อันนี้ต้องดูนะครับว่า องค์กรสาธารณกุศลที่เราบริจาคเงินไป สามารถออกใบเสร็จเพื่อให้เรานำไปลดหย่อนได้หรือไม่

14) เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้ รวมทั้งบิดามารดาของสามีหรือภรรยาของผู้มีเงินได้ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอแก่การยังชีพตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท

คงพอจะเห็นช่องทางในการเพิ่มค่าลดหย่อนกันแล้วใช่ไหมครับ เท่าที่ผมสังเกตจะพบว่าในปัจจุบันช่องทางการลงทุนเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกำลังเป็นช่องทางที่มีผู้สนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งการซื้อกองทุน RMF, LTF และการซื้อประกันออมทรัพย์ ซึ่งตรงนี้ก็แล้วแต่ครับว่าใครสนใจช่องทางไหน และมีเงินทุนหรือไม่

เชื่อว่าทุกท่านคงพอเห็นวิธีการในการคิดคำนวณภาษีอย่างง่ายกันแล้วนะครับ ช่วงนี้ก็ใกล้สิ้นปีแล้ว ใครที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิในช่องทางใดก็อาจลองคำนวณกันดูว่า ปีนี้เราต้องเสียภาษีประมาณเท่าไหร่? ถูกหักไปแล้วเท่าไหร่? (ดูที่สลิปเงินเดือนได้) และจะต้องจ่ายเพิ่ม หรือได้ภาษีคืนเท่าไหร่?

จากนั้นก็ลองพิจารณาดูครับว่าจะใช้ช่องทางใดในการประหยัดภาษีให้ได้มากยิ่งขึ้น และถ้าจะให้ดีเริ่มประมาณการภาษีที่อาจต้องจ่ายในปีหน้าด้วยก็เป็นเรื่องที่น่ากระทำยิ่งครับ

ผมขอจบตอนเรื่องของภาษีไว้เพียงเท่านี้ อย่างไรก็ดีเรายังมีแนวทางในการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม หรือ SPEND LESS กันอีกหลายเรื่อง ก่อนที่จะข้ามไปสู่ SAVE MORE และ MAKE MORE กัน

ยังไงคอยติดตามนะครับ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

Financial Literacy at Capital OK

บรรยายคอร์ส Financial Literacy ที่บริษัท Capital OK

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]