*/
  • KrooDear
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Dear_dew@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2012-03-19
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 40294
  • จำนวนผู้โหวต : 2
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 28 มีนาคม 2556
Posted by KrooDear , ผู้อ่าน : 11341 , 07:26:25 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน แม่มดเดือนMarch , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

                                                “โอ้ละเห่เฝ้าฟูมฟักด้วยรักเจ้า       เมื่อยามเยาว์แม่ถนอมกล่อมจอมขวัญ

                                           สายใยรักถักถ่อก่อผูกพัน                 แม่สร้างสรรค์สำเนียงเสียงกล่อมนอน”

        เสียงเพลงบทแรกที่มนุษย์ทุกคนได้ยินได้ฟังหลังจากที่ลืมตามาดูโลก ก็คือเสียงขับขานที่หวานซึ้งเสียง เห่กล่อมอันไพเราะที่กลั่นทั้งท่วงทำนอง เนื้อร้องมาจากหัวใจของแม่นั่นเอง 

ทำไมจึงต้องเป็นเพลงกล่อมเด็ก

         ลูกคือดวงใจของพ่อแม่  คือศูนย์รวมความรักของครอบครัว  การจะเลี้ยงดูให้ลูกเติบใหญ่  ก้าวไปอย่างมั่นคงคือหน้าที่อันยิ่งใหญ่และหนักหน่วงของพ่อแม่  ที่ทุ่มเทด้วยความรัก  ความห่วงใย ความอาทรเพลงกล่อมเด็กจึงเกิดขึ้น ผ่านความรัก ความปรารถนาดี และหวงแหนทำให้เกิดความงามแห่งบทเพลงเพื่อขับกล่อม

         บทเพลงกล่อมเด็กจึงเป็นเพลงที่ฉายภาพของความรัก  ความอาทร  ของแม่ที่มีต่อลูกน้อย  ด้วยถ้อยคำอันอ่อนหวาน  แสดงถึงความอ่อนโยนในการจะปลอบโยนเจ้าเนื้ออ่อนให้หยุดอ้อน  แล้วนอนเปล

           เพลงกล่อมเด็กนอกจากจะใช้กล่อมให้เด็กนอนแล้ว  ยังใช้ร้องประกอบการละเล่น  ให้ความสนุกในจังหวะ  ลีลา  และท่วงทำนอง  สอดคล้องกับความซุกซนของเจ้าตัวน้อย

           หากลองนึกย้อนกลับไปในวัยเด็ก คุณยังจำอ้อมกอดอบอุ่นบนอกในอ้อมแขนของแม่ได้ไหม? แม่โอบกอดเราอย่างเบามือ เห่กล่อม พัดวี ยุงริ้นไม่ให้ต้องผิวกาย ทะนุถนอมกล่อมเกลาด้วยความรัก น้ำเสียงของแม่ อ้อมกอดของแม่อบอุ่น ช่วยให้ลูกน้อยอุ่นใจ ผ่อนคลาย รู้สึกปลอดภัย และหลับใหลอย่างเป็นสุข

        ความรักของแม่ที่มีต่อลูกนั้น แม่ได้แสดงออกโดยการกระทำหลายอย่าง เช่น การอุ้มโอบอย่างทะนุถนอม การปรนนิบัติเลี้ยงดูลูกอย่างดีที่สุดเท่าที่ผู้เป็นแม่จะปฏิบัติได้และอย่างหนึ่งที่แม่มักจะทำก็คือ การเห่กล่อมลูก การเห่กล่อมลุกนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ลูกได้หลับอย่างมีความสุข การใช้เสียงเพลงขับกล่อมนี้ เนื่องจากความรักอย่างท้วมท้นของแม่ที่มีต่อลูกนั่นเอง เพราะเสียงเพลงจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากเกิดความรู้สึกประทับใจหรือความรู้สึกกดดันภายใน ความรักของแม่ที่มีต่อลูก ซึ่งแสดงออกโดยการร้องเพลงกล่อมลูกจึงได้เกิดขึ้น “เพลงกล่อมเด็ก” ขึ้น คนรุ่นหลัง ๆ ได้รับการถ่ายทอดเพลงเหล่านี้เอามาใช้เพลงกล่อมเด็กจึงกลายเป็นมรดกทางสังคมที่มีค่าที่ใช้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน   เพลงกล่อมเด็ก (Lullabies) เป็นเพลงพื้นบ้าน ที่ใช้ร้องกล่อมเด็กหรือปลอบเด็กเพื่อให้เด็กนอนหลับ การร้องเพลงกล่อมเด็กมักสืบทอดกันมาด้วยวิธีการจดจำจากรุ่นสู่รุ่น เป็นส่วนหนึ่งของวรรณกรรมมุขปาฐะ (Oral Literature) โดยใช้ภาษาเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอด

          บทเพลงกล่อมเด็กเป็นเพลงที่ใช้คำง่ายๆ ไพเราะ มีเนื้อหาแสดงความรักและความผูกพันของแม่กับลูก สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ทางวัฒนธรรมการเลี้ยงลูกของคนไทยที่ให้เด็กนอนเปลสาย โดยแม่หรือคนในครอบครัวขับร้องเพลงกล่อมมีทั้ง ขู่ทั้ง ปลอบ และร้องเล่านิทานเพื่อให้เด็กเพลิดเพลินนอนหลับได้เร็วขึ้น

           รศ.โสภนา ศรีจำปา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท ม.มหิดล อธิบายที่มาของเพลงกล่อมลูกว่า เพลงกล่อมลูกถือเป็นคติชาวบ้านที่ใช้ภาษาเป็นสื่อ เป็นวรรณกรรมที่ไม่มีการเขียนหรือบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร แต่อาศัยการท่องจำและบอกเล่าต่อๆ กันมา ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ตามธรรมชาติที่แม่ได้ถ่ายทอดความรัก ความอบอุ่น ความห่วงใยไปตามกระแสเสียงส่งถึงลูกน้อย     
       บทเพลงกล่อมลูกมักมีท่วงทำนองเห่กล่อมแช่มช้า ละมุนละไมอ่อนโยนเพื่อให้เด็กหลับง่าย และหลับอย่างเป็นสุข เนื้อหาถ้อยคำมักสะท้อนความเป็นอยู่ วิถีชีวิต นิทานพื้นบ้าน ที่มีความหมายในเชิงอบรมสั่งสอน พรรณนาความรักความผูกผันและฟูมฟักให้เด็กซึมซับความเป็นเด็กดีเป็นคนดีของสังคม      
       นอกจากนี้ เพลงกล่อมลูกของไทยในแต่ละภาคก็มีท่วงทำนองและเนื้อร้องที่แตกต่างกันไปด้วย อย่างทางภาคเหนือก็จะเรียกว่า “เพลงอื่อลูก” ทางอีสานเรียกว่า “เพลงนอนสาหล่า” ส่วนทางใต้จะเรียกว่า “เพลงชาน้อง” หรือ “เพลงช้าน้อง” และทางภาคกลางจะเรียก “เพลงกล่อมลูก”หรือ“เพลงกล่อมเด็ก” 

เพลงกล่อมเด็ก คือ อะไร

       เพลงกล่อมเด็กเป็นเพลงที่มีเนื้อความสั้น ๆ ร้องง่าย ชาวบ้านในอดีตมักร้องกันได้แทบทุกครัวเรือน เนื่องจากได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่เกิด คือการที่ได้ฟังพ่อแม่ร้องกล่อมตนเอง น้อง หลาน ฯลฯ เมื่อมีลูกก็มักร้องกล่อมลูก จึงเป็นเพลงที่ร้องกันได้เป็นส่วนมาก เราจึงพบว่าเพลงกล่อมเด็กมีอยู่ทุกภูมิภาคของไทย และเป็นวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูเด็กในสังคมไทย ซึ่งหากศึกษาจะพบว่า

        1.เพลงกล่อมเด็กมีหน้าที่กล่อมให้เด็กหลับโดยตรง ดังนั้นจึงเป็นเพลงที่มีทำนองฟังสบายแสดงความรักใคร่ห่วงใยของผู้ใหญ่ที่มีต่อเด็ก

        2.เพลงกล่อมเด็กมีหน้าที่แอบแฝงหลายประการ เช่น
-  การสอนภาษา เพื่อให้เด็กออกเสียงต่าง ๆ ได้โดยการหัดเลียนเสียง และออกเสียงต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น

-  ถ่ายทอดความรู้ต่าง ๆ ได้แก่ เรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ การดำเนินชีวิต การทำมาหากินของสังคมตนเอง การสร้างค่านิยมต่าง ๆ รวมทั้งการระบายอารมณ์และความในใจของผู้ร้อง

      นอกจากนี้พบว่า ส่วนมากแล้วเพลงกล่อมเด็ก มักมีใจความแสดงถึงความรักใคร่ห่วงใยลูก ซึ่งความรักและความห่วงใยนี้ แสดงออกมาในรูปของการทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเก็บเด็กไว้ใกล้ตัว

        บทเพลงกล่อมเด็กจึงเป็นบทเพลงที่แสดงอารมณ์ ความรักความผูกพันระหว่างแม่-ลูก ซึ่งแต่ละบทมักแสดงถึงความรักความอาทร ทะนุถนอม ที่แม่มีต่อลูกอย่างซาบซึ้ง

        เพลงกล่อมเด็กเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและค่านิยมของคนในท้องถิ่นต่างๆ คนทุกชาติทุกภาษาในโลกมีบทเพลงกล่อมเด็กด้วยกันทั้งนั้น สันนิษฐานว่าเพลงกล่อมเด็กมีวิวัฒนาการจากการเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอน ดังนั้นเพลงกล่อมเด็กบางเพลงจึงมีลักษณะเนื้อร้องที่เป็นเรื่องเป็นราว เช่น จันทรโครพ ไชยเชษฐ์ พระรถเสน เป็นต้น การที่ต้องมีเพลงกล่อมเด็กก็เพื่อให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน หลับง่าย และเกิดความอบอุ่นใจ 

เราได้อะไรจากเพลงกล่อมเด็ก

              ดนตรี เกิดจากการสร้างสรรค์ของมนุษย์ ด้วยความรัก ความพยายาม ย่อมมีคุณค่าในตัวเอง และเป็นสิ่งที่มนุษย์ด้วยกันเอง ควรจะได้ชื่นชม การสัมผัสกับดนตรี ควรเริ่มมาแต่เด็ก เพื่อสร้างเสริม และพัฒนาความเข้าใจ ความซาบซึ้งอย่างแท้จริง นอกเหนือจากความงดงามที่มนุษย์จะได้จากดนตรีแล้ว ความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนทักษะที่ได้จากการฝึกฝนดนตรีมาตั้งแต่เด็ก มีผลในการสร้างเสริมความสามารถ ทั้งทางด้านสติปัญญา ความรู้สึก และพัฒนาการด้านอื่นๆ ด้วย การเรียนดนตรี จึงมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งต่อเด็ก ซึ่งจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพของประเทศ และสังคมโลกต่อไป

เพลงกล่อมเด็ก : ภูมิปัญญาที่กำลังถูกลืม

             ในสังคมปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคมคนเมือง  หากพูดถึงบทเพลงกล่อมเด็ก หลายคนคงนึกถึงเพลงช้าๆ ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพราะในยุคเทคโนโลยีก้าวไกล  คุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่ ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเพลงกล่อมเด็กมากนัก เพราะเมื่อพูดถึงดนตรีที่เสริมสร้างพัฒนาการของลูกน้อยแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงเพลงคลาสสิกของต่างชาติ ทั้ง โมสาร์ต Mozart, บีโธเฟน Beethoven ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เพลงกล่อมเด็กที่เป็นเพลงพื้นบ้านโบราณของเราที่มีกันมานานนมล้วนแต่มีจังหวะช้าๆ นุ่มนวล ไพเราะ แฝงด้วยคติอันงดงาม และมีความหมายลึกซึ้ง ซึ่งเหมาะกับการขับร้องเห่กล่อมให้ลูกฟังมากกว่าเพลงสากลเป็นไหนๆ เพราะทุกครั้งที่ไกวเปล เห่กล่อมลูกไปพร้อมๆกัน นอกจากจะสานต่อความเป็นไทยแล้ว การกล่อมลูกนอนยังเป็นสิ่งที่สานสัมพันธ์รักระหว่างพ่อแม่และลูกได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเพลงสากลที่เราไม่ทราบความหมาย   รวมถึงการที่พ่อแม่จำนวนมากในยุคนี้ละเลยทิ้งลูกไว้กับเสียงเพลงจากแผ่นซีดี หรือเปิดนิทานจากเทปให้ลูกฟัง บ้างให้ความสนใจกับการพัฒนาสมองของลูกน้อยด้วยดนตรีของ “โมสาร์ท”จนลืมไปแล้วว่า เรามี “เพลงกล่อมลูก” ภูมิปัญญาไทยที่สั่งสมถ่ายทอดต่อๆ กันมาตั้งแต่ครั้งอดีตซึ่งเป็นท่วงทำนองแห่งรักจากแม่ที่ผูกเกี่ยวสายใยความอบอุ่นด้วยสัมผัสทางตา หู กาย ใจ

            การกล่อมลูกด้วยเพลงกล่อมเด็กช่วยให้สมองของลูกมีปฏิกิริยาโต้ตอบ มีความจำ มีการเรียนรู้ และมีประสบการณ์เพิ่มขึ้น เพราะขณะที่ลูกดูดนมแม่ ลูกจะสื่อกับแม่ทางสายตา รสนมแม่ กลิ่นแม่ เสียงแม่ และสัมผัสอันนุ่มนวลอ่อนโยนของแม่ ทำให้เกิดสายสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูก ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของร่างกาย มีความฉลาดทั้งสมองและอารมณ์ มีจิตใจและมีสุขภาพจิตดีตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของชีวิต

         เพลงกล่อมเด็กเป็นการถ่ายทอดความอาทรห่วงใยออกมาทางเสียง  เพลงกล่อมเด็กมีประโยชน์ในด้านจิตวิทยา  คือสามารถช่วยให้เด็กเกิดความอบอุ่นใจ  และเสียงเพลงยังตอบสนองความต้องการความรักของเด็ก  ซึ่งจะช่วยให้เด็กมีจิตใจที่มั่นคง  เมื่อเจริญเติบโตขึ้นและซึมซับคุณธรรม  ตลอดจนวิถีชีวิตตามที่ปรากฏในเพลง  อีกทั้งยังช่วยให้เด็กคุ้นเสียงมนุษย์ซึ่งเป็นโอกาสอันดีสำหรับการเรียนรู้ภาษา

          เพลงกล่อมเด็กนอกจากจะใช้กล่อมให้นอนแล้ว  ยังเป็นการแสดงออกทางอารมณ์ของผู้ขับร้อง  โดยมิได้มุ่งตกแต่งถ้อยคำให้สละสลวย  แต่เป็นการพรรณนาออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ  ด้วยเหตุนี้บางครั้งเพลงกล่อมเด็กกลายเป็นวิถีทางหนึ่งที่ให้ผู้ขับร้องได้ระบายความคับข้องใจ 

           เพลงกล่อมเด็กมักจะมีการใช้ถ้อยคำที่อ่อนโยน  จังหวะการร้องและเอื้อนที่ช้าเนิบนาบ ทำให้เด็กจะได้รับความเพลิดเพลินใจ  จิตใจสบาย อบอุ่น ไม่วิตกกังวล  และเมื่อฟังบ่อย ๆ ก็จะซึมซับเข้าไปในจิตใจเป็นการกล่อมเกลานิสัยเด็กให้อ่อนโยนไปด้วย  การกล่อมเด็กจะทำให้แม่ใกล้ชิดกับลูก เกิดความรักความอบอุ่น และสามารถกระตุ้นความสามารถในการใช้ภาษา และการสื่อสาร รวมถึงจะทำให้มองเห็นภาพสะท้อนทางสังคม วัฒนธรรมและค่านิยมของคนในยุคนั้นอีกด้วย  

           ดังนั้นเพลงกล่อมเด็ก จึงมีคุณค่ามากกว่าวรรณกรรมมุขปาฐะที่ได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพราะเพลงกล่อมเด็กคือรากเหง้าของวัฒนธรรมอันงดงามที่สะท้อนภูมิปัญญาที่ยอดเยี่ยมของสังคมไทยที่เราไม่ควรมองข้าม     

เอกสารอ้างอิง

ครูแป๋งเปียโน. “ดนตรีพัฒนาสมองเด็ก” [ออนไลน์] http://www.krupaengpiano.com.(12 กุมภาพันธ์ 2555).

จันทร์ชลี มาพุทธ. “สร้าง IQ EQ AQ สำหรับเด็กปฐมวัย” วารสารศึกษาศาสตร์,   15, 1(มิถุนายน -ตุลาคม 2546) ; 5-10.

ปภาดา ชิโนภาษ.  คู่มือการเลี้ยงดูลูก : วัยแรกเกิด - 6 ปี. กรุงเทพฯ : สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, 2552

ประเทือง  คล้ายสุบรรณ์. เพลงกล่อมเด็ก. พระนครศรีอยุธยา : สถาบันราชภัฏพระนครศรีอยุธยา, 2517

ผะอบ   โปษณะกฤษณะ. เพลงกล่อมเด็กและเพลงประกอบการเล่นของเด็กภาคกลาง 16จังหวัด. กรุงเทพฯ : กระทรวงศึกษาธิการ, 2521.

ศันสนีย์  ฉัตรคุปต์. เทคนิคสร้าง IQ EQ AQ 3Q เพื่อความสำเร็จ. กรุงเทพฯ : สถาบันสร้างสรรค์ศักยภาพสมองครีเอตีฟเบรน, 2544.

สุมามาลย์  พงษ์ไพบูลย์. “ภูมิปัญญาไทยในเพลงกล่อมเด็ก”. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ .(กุมภาพันธ์ 2549) ; 69-70.

อริยะ สุพรรณเภษัช. พัฒนา E.Q.ด้วยเสียงเพลง. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2543.

“เสริมสร้างการพัฒนาลูกน้อยด้วยเสียงดนตรี – คุณค่าดนตรีต่อพัฒนาการเด็ก”[ออนไลน์]http://www.new-parenting.com. (12 กุมภาพันธ์ 2555).

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
KrooDear วันที่ : 28/03/2013 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardew

ยังมีหลายสถาบันค่ะ ที่เห็นคุณค่าของภูมิปัญญาด่านนี้อยู่ จึงมีการฟื้นฟู อนุรักษ์อยู่บ้างค่ะ เช่นที่ ม. มหิดล ยังคงมีการประกวดขับร้องเพลงกล่อมเด็กอยู่ค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 3 แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 28/03/2013 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เพลงกล่อมเด็กยังมีอยู่ครับตามต่างจังหวัด
แต่อีกไม่นาน คงจางหายไปตามกาลเวลา
น่าเสียดายครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 28/03/2013 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ในโลกตะวันตก เพลงกล่อมเด็กมีมากมายและยังคงดำรงอยู่ในชีวิตประจำวันในปัจจุบัน น่าแปลกที่ในสังคมไทย วรรณกรรมประเภทนี้มีอยู่เพียงน้อยนิดและมีที่อยู่เพียงในอดีต
ร้ายกว่านั้นคือวรรณกรรมสำหรับเด็กที่มีเนื้อหาเหมาะสมกับจิตใจของเด็ก เราแทบจะไม่มีเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 28/03/2013 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

สาธุ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน