• deedaailada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 230
  • จำนวนผู้ชม : 70383
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2558
Posted by deedaailada , ผู้อ่าน : 995 , 16:29:05 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน โรสกีญ่า , wullopp และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

ผลการศึกษานักช้อปทั่วโลกประจำปีของซีบรา เทคโนโลยีส์ เผย หนึ่งในสามของนักช้อปเชื่อ

ว่าตัวเองเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์ได้ดีกว่าลูกค้าที่อยู่ในร้าน 

 

 

ผลการศึกษานักช้อปทั่วโลกประจำปีครั้งที่ 8 ของ ซีบรา เทคโนโลยีส์ คอร์ปอเรชั่น พบว่านักช้อปมีความสนใจบริการในร้าน และบริการบอกตำแหน่ง ผ่าน Wi-Fi อย่างมาก เช่นคูปองผ่านมือถือ (51 เปอร์เซ็นต์) แผนที่ช้อปปิ้ง (45 เปอร์เซ็นต์) และบริการช่วยเหลือลูกค้า (41 เปอร์เซ็นต์)

ผลการศึกษาเหล่านี้ช่วยสนับสนุนแคมเปญ  One Store, One Experience ของซีบรา ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มุ่งเน้นสร้างเสริมประสบการณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ ทั้งการส่งและเติมสินค้า ความภักดี บิ๊กดาต้าและโมบิลิตี้สำหรับร้านค้า เพื่อส่งผ่านประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันของลูกค้า โดยลูกค้าต่างมีความคาดหวังที่สูงขึ้น และผู้ประกอบการค้าปลีกเองก็ยอมรับว่าบทบาทเทคโนโลยีไม่ได้เอื้อให้รองรับลูกค้าได้ดีขึ้น

นอกจากนี้ การศึกษายังระบุว่ากว่าหนึ่งในสามของนักช้อป (34 เปอร์เซ็นต์) เชื่อว่าตัวเองเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์ได้ดีกว่าลูกค้าที่อยู่ในร้าน  อย่างไรก็ตาม 64 เปอร์เซ็นต์ ของนักช้อปอยากจะซื้อของมากขึ้นถ้าได้รับบริการที่ดีและในจำนวนกว่าครึ่ง (52 เปอร์เซ็นต์) ของลูกค้าก็ให้คุณค่ากับ ผู้ค้าปลีก ที่นำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างประสบการณ์การช้อปได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นิค ดาเลสซิโอ ฝ่ายพัฒนาโซลูชันค้าปลีกทั่วโลก ของ ซีบรา เทคโนโลยีส์ กล่าวว่า “เนื่องจากการช้อปปิ้งผ่านมือถือและระบบออนไลน์นับว่าแพร่หลายมากขึ้นอีกทั้งได้รับการยอมรับในทั่วโลก ฉะนั้นประสบการณ์ของลูกค้าจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง จากที่ผู้ตอบการสำรวจส่วนใหญ่ยอมรับว่าตัวเองจะซื้อสินค้าจากผู้ค้ามากขึ้นหากรู้สึกว่าได้รับการบริการที่ดีขึ้น เทคโนโลยีระบบโมบายให้ความสามารถในการรับรู้แบบเรียลไทม์ได้ว่ามีสินค้าพร้อมจำหน่ายหรือไม่ รวมถึงทางเลือกในการชำระสินค้าและการจัดส่งที่ยืดหยุ่น ช่วยให้ผู้ค้ามีเวลาเหลือเฟือพอที่จะหันไปมุ่งเน้นเรื่องการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักช้อป และนำเสนอบริการที่เฉพาะสำหรับลูกค้ารายนั้นๆ ได้”

ข้อมูลที่น่าสนใจ

  • กว่า 3 ใน 4 ของนักช้อป (76 เปอร์เซ็นต์) รู้สึกดีกับการช้อปปิ้งในร้านค้า และเกือบครึ่งหนึ่งคิดว่าโซลูชันเทคโนโลยีช่วยให้ผู้ค้าปลีกสามารถปรับปรุงประสบการณ์การช้อปปิ้งของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
  • 52 เปอร์เซ็นต์ของนักช้อป “เข้ามาส่อง” หรือ ดูของในร้าน แต่กลับซื้อผ่านออนไลน์
  • กว่า 3 ใน 10 ของนักช้อป ชอบไปร้านค้าเพื่อรับของที่ซื้อผ่านออนไลน์หรือช่องทางจำหน่ายผ่านระบบมือถือมากกว่า
  • ผู้ค้าสามารถแก้เกมจากเหตุการณ์สินค้าขาดสต็อกในอัตรา 66 เปอร์เซ็นต์ ด้วยการหยิบยื่นส่วนลดในทันทีให้กับนักช้อป
  • เกือบ 8ใน 10ของผู้ตอบการสำรวจยินดีที่จะแบ่งปันข้อมูลประมาณหนึ่งให้กับผู้ค้า แต่บรรดาผู้ค้าปลีกเองกลับถูกจัดอันดับในรายชื่อสถาบันที่นักช้อปให้ความเชื่อมั่นในข้อมูลส่วนตัวต่ำ เนื่องจากมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าเชื่อมั่นในตัวผู้ค้าปลีกมาก
  • 65 เปอร์เซ็นต์ ของนักช้อป ให้คุณค่ากับผู้ค้าปลีกที่ให้ความยืดหยุ่นเพื่อควบคุมการจำข้อมูลส่วนตัวไปใช้เพื่อประสบการณ์ที่ตรงกับลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น

ที่มาของการสำรวจ และวิธีการศึกษาข้อมูล

  • มีนักช้อปจำนวนเกือบ 2,000 ราย จากสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, สิงคโปร์, ออสเตรเลีย, อังกฤษ, อิตาลี, สเปน, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, จีน, ญี่ปุ่น และประเทศไทย ที่เข้าร่วมการสำรวจครั้งนี้
  • Research Now เป็นผู้จัดทำสำรวจให้กับซีบรา เทคโนโลยีส์ ในไตรมาสแรกของปี 2015
  • การสำรวจออกแบบมาเพื่อให้สามารถเผยถึงประสบการณ์และทัศนคติต่อการใช้เทคโนโลยีในร้านค้าเพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

ข้อมูลเพิ่มเติม

Infographic: 2015 Shopper Study Highlights

White Paper: The Personal Touch Still Makes a Difference

Website: Zebra Technologies

Facebook:  Zebra Technologies

Twitter: @ZebraRetail

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
deedaailada วันที่ : 15/09/2015 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deedaailada

ยินดีค่ะคุณหมอ ขอบคุณมากนะคะที่แวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 deedaailada ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 11/09/2015 เวลา : 21.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ สำหรับ
ข้อมูล และสถิติมากมายครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน