• deedaailada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 230
  • จำนวนผู้ชม : 70398
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
วันอังคาร ที่ 28 สิงหาคม 2561
Posted by deedaailada , ผู้อ่าน : 452 , 16:42:49 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

แนวคิดที่ชัดเจน จะช่วยเลื่อนวันหนี้นิเวศโลกให้ไกลออกไปได้อย่างไร

 

โดย เอสเธอร์ ฟินิโดริ ผู้จัดการฝ่ายประสิทธิภาพด้านสภาพแวดล้อม และกลยุทธ์ CO2 ชไนเดอร์ อิเล็คทริค

ทำไมต้องเป็น 1 สิงหาคม?

วันหนี้นิเวศโลกในปีนี้ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม โดยวันหนี้นิเวศโลกเป็นวันที่กำหนดขึ้น เมื่อถึงจุดที่ความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ในแต่ละปี มีมากเกินกว่าที่ระบบนิเวศของโลกจะผลิตขึ้นมาใหม่ได้ทันในปีนั้นๆ แล้ววันที่ว่าหมายถึงอะไรกันแน่

โดยในปีนี้เราจะใช้ "งบประมาณด้านทรัพยากร" หมดภายในวันที่ 1 สิงหาคม นั่นหมายความว่าหลังจากวันที่ 1 สิงหาคม เราจะต้องหยิบยืมทรัพยากรในอนาคตมาใช้ล่วงหน้า โดยจากอัตราการใช้ทรัพยากรในปัจจุบัน เราจะต้องมีโลกถึง 1.7 ใบถึงจะมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการใช้ในหนึ่งปี

เพื่อแปลงค่าการใช้งานทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์ เป็นมาตรวัดในเชิงปริมาณ ทางเครือข่ายรอยเท้านิเวศโลก (Global Footprint Network) ได้ใส่ความต้องการใช้ทรัพยากรทั้งหมดของมนุษย์เข้ามาเพื่อประเมินทรัพยากรธรรมชาติที่โลกต้องฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ หรือทำให้มีความแม่นยำมากขึ้น โดยสรุปทุกพื้นที่ที่ก่อให้เกิดผลผลิตทางชีวภาพ ในการหมุนเวียนกลับขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า “รอยเท้านิเวศ (Ecological Footprint) ของมนุษย์ ประกอบไปด้วยพื้นที่สำหรับอาหาร ป่าไม้ การดูดซับของเสีย (โดยเฉพาะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการเผาไหมเชื้อเพลิงฟอสซิล) รวมไปถึงพื้นที่ในการตัดถนน และสร้างเมืองเพื่ออำนวยความสะดวก ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ data.footprintnetwork.org.

การใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากเกินจุดสมดุล จะถูกแปลงค่าออกมาเป็นวันที่กำหนดชัดเจน และเลื่อนเร็วขึ้นจากปลายเดือนกันยายนปี 1997 จนล่าสุดเป็นวันที่ 1 สิงหาคมในปีนี้ ซึ่งนับว่ามาถึงเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกที่วันที่เราเป็นหนี้นิเวศ เลื่อนเข้ามาเร็วขึ้นนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 1970 เรื่อยมา นั่นหมายความว่ามนุษยชาติมีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเร็วขึ้นถึง 1.7 เท่า เกินกว่าที่ระบบนิเวศจะสามารถสร้างทดแทนขึ้นมาใหม่ได้ เทียบเท่ากับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของโลก 1.7 ใบ

สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้

ในขณะที่โลกของเรามีจุดสิ้นสุด แต่ความเป็นไปได้ของมนุษย์นั้นไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นการจะปฏิรูปไปสู่ความยั่งยืน การทำให้โลกมีความเป็นกลางด้านคาร์บอนจะประสบความสำเร็จได้ หากเรานำจุดแข็งที่สุดของมนุษย์มาประยุกต์ นั่นคือ การคาดการณ์ล่วงหน้า และนวัตกรรม ข่าวดีคือการปฏิรูปดังกล่าว ไม่ใช่แค่ความเป็นไปได้เฉพาะด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังให้ประโยชน์

ทางเศรษฐกิจ และเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่จะก้าวไปสู่อนาคตที่รุ่งเรือง หากเราเลื่อนวันหนี้นิเวศโลกให้มาถึงช้าลง 5 วันทุกๆ ปี ก็จะทำให้เรายังคงใช้ทรัพยากรของโลกใบเดียวได้เพียงพอ ก่อนปี 2050 แน่นอน ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องยากจนเกินไป

ทีมนักวิจัยของเครือข่ายรอยเท้านิเวศโลก (Global Footprint Network) ได้ร่วมมือกับวิศวกรจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการประเมินสิ่งที่สามารถเป็นไปได้ในตอนนี้ ในการเลื่อนวันออกไปไกลขึ้น (#MoveTheDate) พร้อมกันนี้บรรดานักวิจัยได้พิจารณาเฉพาะทางเลือกที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กำลังดำเนินการอย่างจริงจัง คือการลดความต้องการด้านพลังงาน  ควบคู่ไปกับการผลิตพลังงานที่มีคาร์บอนต่ำ

บริษัทได้มีการคำนวนว่าหากโครงสร้างของอาคารทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีที่ช่วยให้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมอัพเกรดโครงข่ายไฟฟ้าให้รองรับการใช้เทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีพร้อมอยู่แล้ว ก็จะช่วยให้โลกสามารถเลื่อนวันดังกล่าวออกไปได้อีก 21 วัน ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค  ได้ให้บริการใน 4 ตลาดหลัก ซึ่งคิดเป็น 70 เปอร์เซ็นต์ ของการใช้พลังงานในโลกใบนี้ โดยแสดงให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในการควบคุมการใช้พลังงาน พร้อมขับเคลื่อนไปสู่การใช้ทรัพยากรโลกได้อย่างสอดคล้องในเชิงเศรษฐกิจระดับโลก ชไนเดอร์เชื่อมั่นว่าหากดึงทั้งคู่ค้าและลูกค้าให้เข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าว ก็จะช่วยสร้างความเป็นไปได้ในการปลดล็อคศักยภาพในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่เดิม ตลอดจนการนำโมเดลธุรกิจแบบหมุนเวียนมาใช้ พร้อมทั้งสามารถวัดได้ว่าการดำเนินการเรื่องดังกล่าวช่วยลดการใช้ทรัพยากรและลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากแค่ไหน

ในด้านพลังงาน ทางทีมได้ประมาณการโอกาสในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของระบบไฟฟ้าในปัจจุบัน โดยอิงตามข้อจำกัดของกริด ณ ปัจจุบัน นอกจากนี้ ทีมยังได้ประเมินศักยภาพในเรื่องของประสิทธิภาพด้านพลังงานของสินทรัพย์ที่มีอยู่ (อาคาร บ้าน ดาต้าเซ็นเตอร์ อุตสาหกรรมต่างๆ) หากมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ ในปัจจุบันมาใช้ในพื้นที่เหล่านี้ ทั้งนี้ การปรับปรุงพลังงาน และการลดคาร์บอนไดออกไซด์ในการใช้พลังงานไฟฟ้า จะช่วยเลื่อนวันออกไปได้ 21 วัน เรื่องนี้เป็นการประเมินอย่างระมัดระวังตามข้อเสนอแนะที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริคได้มีการทดสอบอยู่ก่อนแล้ว นอกจากนี้ เทคโนโลยีต่างๆ นอกเหนือจากที่ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มี (เช่น แสงสว่าง เครื่องปรับอากาศ มอเตอร์ และปั๊ม ฯลฯ) ก็ยังช่วยให้ภาคส่วนเหล่านี้ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเลื่อนวันหนี้นิเวศออกไปได้ไกลขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ทรัพยากรยังช่วยรักษาศักยภาพในเรื่องดังกล่าวได้มากเช่นกัน

ศิลปะที่ว่าคือการใช้แนวทางที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพเท่าที่จะเป็นไปได้ ตัวอย่างเช่น ในแถบยุโรป โดยปกติอาคารต่างๆ จะมีการใช้พลังงานคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งสร้างก๊าซเรือนกระจกในเปอร์เซ็นต์ที่เกือบเท่ากับการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวม การปรับปรุงอาคารให้มีความทันสมัยในที่นี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่แค่เพราะประหยัด หรือสามารถแทนระบบโครงสร้างที่มีอยู่ทั้งหมด ลองพิจารณาถึงตัวอย่างจากชไนเดอร์ อิเล็คทริค ทั้งการติดตั้งระบบการจัดการพลังงานแบบแอกทีฟ ในประเภทของอาคารที่มีความแตกต่างกัน 5 ประเภท ส่งผลให้เกิดการประหยัดพลังงานตั้งแต่ 22 เปอร์เซ็นต์ ในอพาร์ทเมนท์ส่วนตัว (พื้นที่ในกรุงปารีส) ที่สร้างในปี 2010 ไปจนถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ในโรงแรม 3 ดาว ในเมืองนีซที่สร้างในปี 1996 ตลอดจนการประหยัดได้ถึง 56 เปอร์เซ็นต์ ในโรงเรียนประถมที่มีร้านค้าเดียวในเมืองเกรอนอบล์ ประเทศฝรั่งเศส

การเลื่อนวัน สามารถเป็นโอกาสทางธุรกิจ

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่เพียงไม่กี่ราย ที่มีกรณีทางธุรกิจสอดคล้องกับการช่วยมนุษย์ให้พ้นจากการเป็นหนี้ในระบบนิเวศ ด้วยประเด็นดังกล่าว จึงทำให้บริษัทเหล่านี้ มีความได้เปรียบในเชิงเศรษฐกิจที่พ่วงมาด้วย โดยเฉลี่ยแล้วบริษัทเหล่านี้ จะมีการดำเนินงานที่สอดคล้องต่อความจำเป็นที่เพิ่มขึ้นในการใช้ชีวิตในวิถีของโลกใบเดียวกัน สิ่งนี้เองที่เป็นการเปิดให้บริษัทเหล่านี้ ก้าวสู่การขยายตลาดได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้บริษัทเหล่านี้ประสบความสำเร็จในระยะยาว เมื่อเทียบกับบริษัทที่ไม่ได้มีแนวทางร่วมที่สอดคล้องกับความสำเร็จในการรักษาทรัพยากรบนโลกร่วมกัน และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญกับความต้องการที่ลดลง การเข้าถึงทรัพยากรที่ขาดแคลนได้ยากยิ่งขึ้น รวมถึงความลำบากในการรักษาสิทธิทางสังคมเพื่อการดำเนินงาน”

แต่น่าเสียดาย ธุรกิจที่ตระหนักถึงความเป็นจริงทางกายภาพ และความหมายของบริบทในการอยู่ร่วมกันบนโลก ยังหาได้ยาก ดังนั้น Global Footprint Network จึงรู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยส่งเสริมบริษัทเหล่านี้ เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ถือเป็นกลไกที่มีความสำคัญมากที่สุดในการปฏิรูปซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อการสร้างความยั่งยืน เห็นได้ชัดว่าในการที่มนุษยชาติจะพัฒนาได้อย่างสันตินั้น บริษัทจำนวนมากจะต้องมีรูปแบบธุรกิจที่ดำเนินการสอดคล้องตามความเป็นจริงในเรื่องข้อจำกัดของโลก และพวกเราที่เป็นคนส่วนใหญ่ควรใช้วิธีคิดแบบนี้เช่นกัน เพื่อโน้มน้าวให้เกิดแรงจูงใจในเรื่องของการซื้อ การรับประทานอาหาร และรูปแบบการเดินทางได้อย่างสอดคล้องเหมาะสม ซึ่งชไนเดอร์ อิเล็คทริค เองได้แสดงให้เห็นถึงการคิดเชิงกลยุทธ์และการมุ่งเน้นทางธุรกิจ เช่น วิธีการที่สื่อให้เห็นด้วยคุณลักษณะของความเป็นจริงทางกายภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราปรารถนาจะได้เห็นว่าเป็นเรื่องที่กลายเป็นบรรทัดฐาน ไม่ใช่ข้อยกเว้นเสมอไป

                                                                                                # # #

บทความนี้ได้มีการเขียนร่วมกับดร.มาธิส เวกเคอร์นาเกล ผู้ร่วมบัญญัติ รอยเทานิเวศโลก (Ecological Footprint) และดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ของเครือข่ายรอยเท้านิเวศโลก (Global Footprint Network) ซึ่งเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่มุ่งเน้นไปที่การเรียกร้องหลักเศรษฐศาสตร์ทางความยั่งยืนของมนุษย์ ที่ทั้งหมดสามารถเติบโตได้บนมาตรฐานของโลก 1 ใบ

 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
deedaailada วันที่ : 29/08/2018 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deedaailada

ขอบคุณมากๆค่ะคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 1 deedaailada ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wullopp วันที่ : 28/08/2018 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอให้ประสบความสำเร็จ
ในการประหยัดพลังงานให้ได้ ครับ

เชียร์เลย...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน