• deedaailada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 376
  • จำนวนผู้ชม : 138722
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
วันพุธ ที่ 19 สิงหาคม 2563
Posted by deedaailada , ผู้อ่าน : 305 , 11:52:38 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

โรงพยาบาลรามคำแหง ปรับโครงสร้างพื้นฐานทางไอทีให้ทันสมัย

พร้อมมอบบริการดิจิทัล เฮลธ์ด้วยโซลูชันเดลล์ เทคโนโลยีส์

 

 

โรงพยาบาลรามคำแหง หนึ่งในท็อป 5 เครือโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ได้ปรับเปลี่ยนระบบโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่บนโซลูชันของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ทั้งหมดให้ทันสมัย (modernize) เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยที่ดีมากยิ่งขึ้นแก่ผู้ป่วยทั้งในแบบเรียล-ไทม์ และการดูแลรักษาทางไกล (remote) แบบ 24/7 ไม่ว่าลูกค้าอยู่ที่ใดก็ตาม ด้วยผลของความพยายามในการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล (digital transformation) โรงพยาบาลรามคำแหงสามารถทำงานและให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยการปฏิบัติการแบบ always-on พร้อมความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว

วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาลคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานไอทีด้านเฮลธ์แคร์ (HIT หรือ Healthcare IT Infrastructure) ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรองรับระบบสารสนเทศโรงพยาบาลที่สำคัญ (HIS หรือ Hospital Information System) ซึ่งจะเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อนำไปใช้ในโรงพยาบาล 40 แห่งภายใต้การดูแลที่อยู่ทั้งภายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์นี้ โรงพยาบาลรามคำแหงได้นำระบบดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ โซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลของเดลล์ เทคโนโลยีส์ รวมทั้งซอฟต์แวร์ virtualization ของวีเอ็มแวร์ ไปจนถึงอุปกรณ์ปลายทางของเดลล์ ทั้งในส่วนของเครื่องเวิร์กสเตชัน เดสก์ท็อป และแล็ปท็อป เข้ามาใช้งาน ปัจจุบัน ระบบสำรอง (mirroring) ขนาดใหญ่ได้ถูกนำไปใช้ในโรงพยาบาลในเครือ 3 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลสินแพทย์ รามอินทรา โรงพยาบาลสุขุมวิท และโรงพยาบาลเชียงใหม่ ราม ในจังหวัดเชียงใหม่

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในไซต์หลักที่ให้การสนับสนุนโรงพยาบาลสาขาอื่นๆภายในเครือโรงพยาบาลรามคำแหง ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 485 เตียงในอาคารผู้ป่วยสามแห่ง คือโฮสต์ของดาต้าเซ็นเตอร์องค์กร และยังเป็นหนึ่งในไซต์การกู้คืนข้อมูล (DR หรือ Disaster Recovery) เพื่อรองรับและให้บริการโรงพยาบาลที่มีขนาดเล็กกว่า โดยโรงพยาบาลรามคำแหงคาดหวังที่จะมีการนำระบบที่มีขนาดเล็กกว่าไปใช้ที่โรงพยาบาลสาขา 2 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ราม และโรงพยาบาลพะเยา ราม โดยโรงพยาบาลสาขาแต่ละแห่งจะมี เอดจ์ ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก (EDC) ซึ่งจะสำรองข้อมูลในแบบเรียล-ไทม์เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของข้อมูลในขณะที่ใช้ทรัพยากร ซึ่งโฮสต์อยู่ที่โรงพยาบาลรามคำแหง ด้วยดาต้าเซ็นเตอร์ที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยีออลแฟลช (All-Flash) และได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถเพิ่มขนาดในการทำงาน (scale-out) ทำให้การดำเนินงานใหม่สามารถเสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลาที่น้อยกว่า 1 เดือนนับจากระยะเวลาที่โปรเจ็คเริ่มต้นและออกแบบมาเพื่อขยายขนาดการใช้งานใหม่สามารถดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งเดือนนับจากวันที่เริ่มโครงการจนถึงวันที่เริ่มต้นใช้งานจริง (go-live) ซึ่งรวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชัน ที่จะช่วยประหยัดเวลาวันที่ใช้งานจริง รวมถึงการใช้งานแอปพลิเคชันช่วยประหยัดทั้งเวลาและทรัพยากรด้านไอทีให้กับโรงพยาบาลได้เป็นอย่างมาก

“หนึ่งในเป้าหมายของเราคือการสร้างและนำรากฐานเชิงกลยุทธ์แบบองค์รวมเข้ามาใช้กับระบบการบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ หรือ EHR (electronic health records) ที่ผู้ใช้ที่ได้รับมอบหมายและได้รับอนุญาตที่อยู่ภายในเครือข่ายโรงพยาบาลของเราสามารถเข้าถึงบันทึกผู้ป่วยและข้อมูลด้านสุขภาพที่อัพเดทที่สุดเพื่อสามารถให้การรักษาและการบริการผู้ป่วยได้ในทันที ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยเท่านั้น” นายแพทย์พิชญ สมบูรณสิน กรรมการบริหาร โรงพยาบาลรามคำแหง กล่าว “ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีมาตรฐานที่เรามี ผู้ป่วยทั่วประเทศสามารถมั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพและประสิทธิผลด้านการรักษาพยาบาลที่ได้รับไม่ว่าจะอยู่ที่ใด หรือจากโรงพยาบาลสาขาใดที่เข้ารับการรักษาก็ตาม การทำงานร่วมกับเดลล์ เทคโนโลยีส์ทำให้เรามั่นใจได้ว่าข้อมูลผู้ป่วยทั้งหมดจะถูกส่งผ่านจากดาต้าเซ็นเตอร์ไปสู่อุปกรณ์ปลายทางอย่างปลอดภัยไม่ว่าจะมีการเข้าถึงข้อมูลจากที่ใดก็ตาม”

ทั้งนี้ ด้วยการรับรองจาก Joint Commission International (JCI) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบการดำเนินงานของโรงพยาบาลด้วยมาตรฐานระดับโลกด้านคุณภาพการดูแลและความปลอดภัยของผู้ป่วย โรงพยาบาลรามคำแหงได้รับคะแนนสูงสุดในด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของระบบสารสนเทศของโรงพยาบาล

การกู้คืนข้อมูล (Data recovery)เพื่อความต่อเนื่องทางธุรกิจ

ปัญหาด้านไฟฟ้าขัดข้อง ปัญหาการเชื่อมต่อ ไปจนถึงกรณีของภัยพิบัติตามธรรมชาติอาจส่งผลต่อการหยุดทำงานของระบบและการให้บริหาร ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจถึงความต่อเนื่องในการดำเนินทางธุรกิจ ในขณะที่ให้การปกป้องการทำงานของแอปพลิเคชัน และข้อมูลโรงพยาบาลรามคำแหง ใช้เซิร์ฟเวอร์ Dell EMC PowerEdge และเทคโนโลยี VMware ที่ไซต์สำรองการกู้คืนข้อมูล DR เพื่อควบคุมการโอนถ่ายกระบวนการเฟลโอเวอร์ไปยังไซต์สำรองในกรณีที่ไซต์หลักล้มเหลวโดยอัตโนมัติ

นั่นหมายความว่านอกเหนือจากความพร้อมใช้งานในระดับสูงและความสมบูรณ์ของข้อมูลแล้ว โรงพยาบาลรามคำแหงยังมั่นใจได้ในด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจและประสิทธิภาพการทำงานสูง พร้อมด้วยความสามารถในการทำให้ระบบไอทีสามารถกลับมาทำงานได้ใหม่ภายในระยะเวลาอันสั้นและการหยุดชะงักในระดับต่ำ (near-zero) ให้กับธุรกิจในช่วงเวลาที่เกิดไฟดับ

นายแพทย์ พิชญ กล่าวว่า “โครงสร้างพื้นฐานสมรรถนะสูงที่ได้รับการพัฒนาให้เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นช่วยให้เราสามารถลดความซับซ้อนทางด้านไอที ในขณะที่เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน อีกทั้งช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับทีมแพทย์และทีมงานด้านการรักษาของเราให้สามารถให้การดูแลที่เปี่ยมคุณภาพให้กับผู้ป่วย ทั้งหมดนี้ถือเป็นสิ่งที่สำคัญในการสร้างความมั่นใจในด้านการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ ตลอดจนถึงการให้การดูแลรักษาในแบบเฉพาะบุคคล (personalized treatment) อย่างทันท่วงทีซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับผลลัพธ์ในการรักษาที่ดียิ่งขึ้น”

พื้นที่ทำงานดิจิทัลแบบบูรณาการเพื่อมอบบริการสุขภาพดิจิทัล (digital health) ที่เชื่อถือได้ในโลกใหม่

ในการดำเนินการเพื่อให้การวินิจฉัยและการตรวจรักษาผู้ป่วยวิกฤตได้อย่างอย่างรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลรามคำแหง ได้นำเอา Dell Technologies Unified Workspace เข้ามาใช้งานเพื่อช่วยให้แพทย์เฉพาะทางสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลของระบบการบันทึกข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทางการแพทย์ (EHR) ที่ส่วนกลางของโรงพยาบาลจากระยะไกลผ่านโมบาย ดีไวซ์ได้อย่างปลอดภัยในทุกเวลาที่ต้องการ ซึ่งรวมถึงการเข้าถึงข้อมูลไฟล์ภาพทางการแพทย์ (medical imaging) อาทิ ไฟล์การตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือ CT scan ไฟล์รายงานผลห้องแล็บ ข้อมูลภูมิแพ้ผู้ป่วย แผนในการรักษา และประวัติทางการแพทย์ที่สมบูรณ์ เพื่อช่วยในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อการให้การรักษาพยาบาลที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ต้องดูแลอย่างเร่งด่วนและวิกฤต

“แทนที่จะฟังการสรุปอาการสั้นๆ แพทย์สามารถเข้าถึงและเรียกดูประวัติทางการแพทย์ทั้งหมดของผู้ป่วยตลอดจนข้อมูลด้านสุขภาพอย่างปลอดภัยได้ในแบบเรียล-ไทม์บนอุปกรณ์ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของ CT scan หรือผลของแล็บ-เทสต์ จากระยะไกลไม่ว่าจะอยู่ในระหว่างเดินทางหรืออยู่ที่บ้าน” นายแพทย์พิชญ กล่าว “แพทย์สามารถได้รับความยืดหยุ่นในการทำงาน โดยสามารถทำงานได้จากทุกที่ แม้กระทั่งช่วงเวลาที่เดินทาง ช่วยให้ผู้ป่วยมั่นใจได้ว่าจะได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ในเวลาที่ต้องมากที่สุด”

ทั้งนี้ Unified Workspace ซึ่งเป็นโซลูชันการจัดการอุปกรณ์ปลายทางช่วยให้โรงพยาบาลรักษาความปลอดภัยและควบคุมสภาพแวดล้อมไอทีและอุปกรณ์ทั้งหมดภายในเครือข่ายรวมถึงสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย แอปพลิเคชั่น และข้อมูลในอุปกรณ์เหล่านี้ได้รับการคุ้มครองด้วยลำดับชั้นการรักษาความปลอดภัย (multi-layer security) เพื่อการเข้ารหัสและการควบคุมดีไวซ์เพื่อป้องกันการเข้าถึงและแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต

ด้วยการที่อยู่ของระบบดังกล่าว โรงพยาบาลรามคำแหงสามารถเปลี่ยนการดูแลผู้ป่วยส่วนใหญ่ไปสู่แพลตฟอร์มการดูแลรักษาแบบดิจิทัล (digital health platform) ได้อย่างรวดเร็วในช่วงการระบาดของโควิด -19 เป็นผลให้โรงพยาบาลสามารถให้การช่วยเหลือผู้ป่วยจากระยะไกลได้แม้ในช่วงล็อคดาวน์ที่การเดินทางถูกจำกัด ดังนั้นจึงสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับทั้งผู้ป่วยและผู้ให้การรักษาพยาบาล

“กว่าหกปีที่ผ่านมา เราได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีเพื่อเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพในการดำเนินงานภายในของเรา วันนี้ความร่วมมืออันยาวนานของเรากับเดลล์ เทคโนโลยีส์ ทำให้การให้บริการและการมอบประสบการณ์การรักษาพยาบาลของเราเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดของอุตสาหกรรม นี่คือสิ่งที่เป็นมากกว่าแค่ประสิทธิภาพ แต่ยังหมายรวมถึงคุณค่าที่เรามอบให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องเสียสละประสิทธิภาพและความปลอดภัย” นายแพทย์พิชญ กล่าวเสริม

การปฏิรูปการรักษาพยาบาลเพื่อผลลัพธ์ของผู้ป่วยที่เป็นเลิศ

“ด้วยการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและไม่อาจคาดเดาได้ส่งผลกระทบต่อทุกอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่ในอุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์  การปฏิรูปทางด้านไอทีได้กลายมาเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับทั้งหน่วยงานและองค์กรธุรกิจด้านสุขภาพ ในการที่จะมีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่มีมาฉับพลันให้ยังคงสามารถให้บริการดูแลผู้ป่วยด้วยมาตรฐานระดับเวิลด์คลาสต่อไปได้” นายนพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “เดลล์ เทคโนโลยีส์อยู่ในตำแหน่งที่สามารถให้การช่วยเหลือลูกค้า เช่น โรงพยาบาลรามคำแหง ในการทรานส์ฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีสำหรับเฮลธ์แคร์ทั้งหมด เพื่อความคล่องตัวทางธุรกิจ เริ่มตั้งแต่จุดที่ให้การดูแลผู้ป่วยไปจนกระทั่งถึงดาต้าเซ็นเตอร์ จนกระทั่งระบบคลาวด์ เพื่อการยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยที่ดีมากยิ่งขึ้น”

ด้วยโซลูชันด้านเฮลธ์แคร์ และชีววิทยาศาสตร์ (life sciences) ที่สมบูรณ์พร้อม เดลล์ เทคโนโลยีส์ช่วยผู้ให้บริการด้านสุขภาพลดความซับซ้อนในการบริหารและปฏิบัติการเพื่อปฏิวัติการดูแลผู้ป่วยได้ในแบบองค์รวม โดยเปลี่ยนจากขั้นตอนเป็นการดูแลแบบประสานงานขั้นสูงเฉพาะบุคคลโดยมุ่งเน้นที่การป้องกันและการมีสุขภาพที่ดีในที่สุดก็จะช่วยปรับปรุงผลลัพธ์ของผู้ป่วยแต่ละราย

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน