• deedaailada
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 98896
  • ส่ง msg :
  • โหวต 5 คน
วันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2563
Posted by deedaailada , ผู้อ่าน : 200 , 14:58:19 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยผลการศึกษาล่าสุด ชี้การระบาดทั่วโลกช่วยเร่งการปฏิรูปสู่ดิจิทัลให้เร็วยิ่งขึ้น

 

ดัชนีการปฏิรูปสู่ดิจิทัลที่จัดทำขึ้นทุก ๆ สองปี ครั้งที่ 3 ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ แสดงรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าองค์กรกำลังเร่งโครงการปฏิรูปสู่ดิจิทัลกันอย่างไร ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ผู้นำธุรกิจ 4,300 รายใน 18 ประเทศต่างร่วมแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยผลการศึกษาระดับโลกที่แสดงให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจต่างๆ กำลังปรับแผนงานด้านการปฏิรูปสู่ดิจิทัลให้เดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและกำลังอยู่บนเส้นทางไปสู่ความสำเร็จในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ จากที่ปกติแล้วต้องใช้ระยะเวลานานหลายปี ทั้งนี้ ผลการศึกษาที่อัพเดตในทุก ๆ สองปีในดัชนีการปฏิรูปสู่ดิจิทัล หรือ  Digital Transformation Index (DT Index) ของเดลล์ เทคโนโลยีส์ ชี้ให้เห็นว่าองค์กรธุรกิจต่าง ๆ กำลังก้าวสู่แผนงานการปฏิรูปทางเทคโนโลยีกันอย่างเร่งรีบในระหว่างการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

หนึ่งในการศึกษาระดับโลกครั้งแรกเพื่อวัดพฤติกรรมของธุรกิจอันเป็นผลมาจากการแพร่ระบาด โดยดัชนีปี 2020 ของเดลล์ พบว่า 8 ใน 10 ขององค์กรธุรกิจกำลังเร่งก้าวสู่โปรแกรมการปฏิรูปสู่ดิจิทัลบางอย่างภายในปีนี้ (APJ: 84 เปอร์เซ็นต์) และ 79 เปอร์เซ็นต์ (APJ: 86 เปอร์เซ็นต์)กำลังสร้าง (re-invent) โมเดลทางธุรกิจขึ้นมาใหม่

ดัชนีการปฏิรูปสู่ดิจิทัล หรือ DT Index คือเกณฑ์การเปรียบเทียบมาตรฐาน (benchmark) ระดับโลกในการบ่งชี้สถานภาพของการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชันอรวมถึงการบรรลุผลสำเร็จขององค์กรในทั่วโลก โดยการสำรวจครอบคลุมผู้นำทางธุรกิจ 4,300 ราย (ผู้บริหารระดับสูงในระดับ C-suite ไปจนถึงผู้อำนวยการ) จากองค์กรเอนเทอร์ไพรซ์ขนาดกลางจนถึงขนาดใหญ่ใน 18 ประเทศ

เส้นเคิร์ฟใหม่ของการปฏิรูปสู่ดิจิทัล

นับตั้งแต่มีดัชนีการปฏิรูปสู่ดิจิทัล หรือ DT Index ครั้งแรกในปี 2016 และครั้งต่อมาคือปี 2018  ผลการศึกษาในปีนี้สามารถติดตามให้เห็นถึงการขยับเพิ่มสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในด้านจำนวนผู้นำด้านดิจิทัล (Digital Leader หรือองค์กรที่มีการเติบโตทางดิจิทัลมากที่สุด) ที่ 6 เปอร์เซ็นต์ (APJ: 6 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งผู้ตอบรับดิจิทัล (Digital Adopter หรือกลุ่มที่มีการเติบโตทางดิจิทัลมากเป็นอันดับสอง) เติบโตขึ้นจาก 23 เปอร์เซ็นต์ (APJ: 23 เปอร์เซ็นต์) ในปี 2018 เป็น 39 เปอร์เซ็นต์ในปี 2020  ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มถึง 16 เปอร์เซ็นต์ (APJ: 39 เปอร์เซ็นต์)

DT Index ยังได้บันทึกการลดลงเล็กน้อยตั้งแต่ปี 2018 ของจำนวนผู้ที่อยู่ในกลุ่ม Digital Laggards (กลุ่มที่มีการเติบโตด้านดิจิทัลน้อยที่สุด) โดยลดลง 6 เปอร์เซ็นต์ (APJ: 6 เปอร์เซ็นต์) และการลดลงอย่างมากในกลุ่มที่สองจนถึงกลุ่มสุดท้าย คือ Digital Followers ซึ่งลดลงถึง 17 เปอร์เซ็นต์ (APJ: 13 เปอร์เซ็นต์) ซึ่งองค์กรเหล่านี้กำลังขยับขึ้นไปอยู่กลุ่ม Digital Adopter และกลุ่ม Digital Evaluator ซึ่งขยายควบคู่กันมา

“เรามองผ่านไปยังอนาคต และบรรดาองค์กรที่กำลังเร่งปฏิรูปสู่ดิจิทัลในตอนนี้จะอยู่ในดุลภาพที่จะประสบความสำเร็จในยุคข้อมูลที่กำลังจะเปิดเผยสู่สายตาของเรา” ไมเคิล เดลล์ ประธาน และซีอีโอ เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว

 

DT Index แสดงแผนภูมิความก้าวหน้าของการปฏิรูปสู่ดิจิทัล โดยแสดงภาพเป็นกราฟ จากจุดหนึ่งของ DT Index ไปยังจุดต่อไป

 

อุปสรรคในการปฏิรูป

การแพร่ระบาดอาจจะเป็นตัวเร่งการปฏิรูปสู่ดิจิทัลในทั่วโลก แต่การปฏิรูปให้ได้ต่อเนื่องก็นับเป็นความท้าทาย ทั้งนี้ 94 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรต่างๆ (APJ: 94 เปอร์เซ็นต์) กำลังเผชิญกับอุปสรรค์ที่กีดขวางการปฏิรูป สอดคล้องตามข้อมูลจาก DT Index อุปสรรคหลัก 3 ปัจจัยที่กีดขวางความสำเร็จในการปฏิรูปสู่ดิจิทัลมีดังต่อไปนี้

  1. ความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลและการรักษาความปลอดภัยบนไซเบอร์ (เลื่อนขึ้นมา 5 อันดับจากปี 2016)
  2. การขาดแคลนด้านงบประมาณและทรัพยากร (อันดับหนึ่งในปี 2016 และอันดับสองในปี 2018)
  3. การที่ไม่สามารถดึงมุมมองเชิงลึกออกมาจากข้อมูล และ/หรือ การมีข้อมูลมากเกินไป (กระโดดจากอันดับ 8 ในปี 2016)

การตอบสนองต่อโลกที่ไม่มีความแน่นอน

ก่อนที่จะเกิดการระบาดของโรค การลงทุนด้านธุรกิจยังมุ่งเน้นอย่างจริงจังที่เทคโนโลยีซึ่งเป็นรากฐาน มากกว่าเทคโนโลยีเกิดใหม่ องค์กรส่วนใหญ่ 89 เปอร์เซ็นต์ (APJ: 92 เปอร์เซ็นต์) ต่างตระหนักดีว่าผลลัพธ์จากการหยุดชะงักในปีนี้ ทำให้ต้องมีระบบโครงสร้างไอทีที่ยืดหยุ่นและปรับขยายได้เพื่อรองรับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้โดยไม่คาดคิด ซึ่ง DT Index แสดงให้เห็นถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีหลักภายในหนึ่งถึงสามปีข้างหน้า

  1. ไซเบอร์ซิเคียวริตี้
  2. เครื่องมือบริหารจัดการข้อมูล
  3. ระบบโครงสร้างพื้นฐาน 5G
  4. ซอฟต์แวร์ด้านการรักษาความเป็นส่วนตัว (Privacy software)
  5. สภาพแวดล้อมการทำงานแบบมัลติ-คลาวด์

และในประเด็นของการตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีส์เกิดใหม่นั้น 82 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสำรวจมองเห็นว่าน่าจะมีการใช้งาน AR เพิ่มขึ้นเพื่อเรียนรู้วิธีทำหรือซ่อมสิ่งต่างๆ ได้ในทันที โดย 85 เปอร์เซ็นต์คาดการณ์ว่าหลายองค์กรจะมีการนำ AI และโมเดลข้อมูลต่างๆ มาใช้คาดการณ์การหยุดชะงักที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น และ 78 เปอร์เซ็นต์ คาดการณ์ว่าเทคโนโลยี distributed ledgers หรือการตรวจสอบข้อมูลทางธุรกรรมแบบกระจายศูนย์ เช่น Blockchain จะทำให้ระบบเศรษฐกิจใหม่ (Gig Economy) มีความเป็นธรรมมากขึ้น (ด้วยการตัดตัวกลางออกไป) แม้ว่าจากผลสำรวจครั้งนี้ จะมีเพียง 16 เปอร์เซ็นต์ที่กำลังวางแผนว่าจะลงทุน VR/AR และมีเพียง 32 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ตั้งใจว่าจะลงทุนเรื่อง AI และอีกเกือบ 15 เปอร์เซ็นต์ วางแผนว่าจะลงทุนในเทคโนโลยี distributed ledgers ภายในหนึ่งถึงสามปีข้างหน้า

ระเบียบวิธีวิจัย

ในช่วงเดือนกรกฏาคม และสิงหาคม ปี 2020 เดลล์ เทคโนโลยีส์ ได้ร่วมมือกับ Vanson Bourne บริษัทวิจัยอิสระ ซึ่งเป็นผู้จัดทำสำรวจผู้นำธุรกิจ 4,300 รายจากองค์กรธุรกิจขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ครอบคลุม 18 ประเทศ เพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐานระดับโลกในการระบุสถานภาพในการปฏิรูปของธุรกิจ  โดย Vanson Bourne ได้แบ่งระดับความมุ่งมั่นด้านธุรกิจดิจิทัลขององค์กรธุรกิจด้วยการตรวจสอบกลยุทธ์ไอที ความริเริ่มในการปฏิรูปคนทำงานและประสิทธิภาพที่รับรู้ได้จากคุณสมบัติของการเป็นธุรกิจดิจิทัลในแกนหลักๆ ครั้งนี้นับเป็นการจัดทำดัชนีการปฏิรูปสู่ดิจิทัล หรือ DT Index เป็นครั้งที่ 3 (การศึกษาครั้งแรกเริ่มในปี 2016 ตามมาด้วยการจัดทำ DT Index ครั้งที่สองในปี 2018)

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน