• DharmaHappiness
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dharmahappiness@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2015-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 139875
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
DhammaBoocha
เพื่อรวบรวม เรื่องราว และ บทความดีๆ ให้ได้ถูกถ่ายทอดไปยัง ผู้ที่ต้องการหาคำตอบ หรือความหมายบางอย่างในการดำเนินชีวิต และในการกระทำต่างๆ โดยหวังว่า ผู้อ่านจะได้ รับเรื่องราวดีๆ ในชีวิตเพิ่มขึ้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammaboocha
วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2558
Posted by DharmaHappiness , ผู้อ่าน : 4443 , 11:38:54 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตำนานอาฏานาฎิยะปริตร

      พระสูตรนี้มีเนื้อความว่า สมัยหนึ่ง สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จประทับอยู่ ณ เขาคิชฌกูฏบรรพต ใกล้กรุงราชคฤห์มหานคร ในครั้งนั้นท้าวมหาราชทั้ง ๔ ซึ่งสถิตอยู่เหนือยอดเขายุคันธรที่เรียกกันว่าชั้นจาตุมมหาราชิกา อันเป็นชั้นต่ำกว่าดาวดึงส์ลงมา และเทวราชทั้ง ๔ นี้อยู่ในอำนาจของพระอินทร์ พระอินทร์ทรงมอบให้เทวราชทั้ง ๔ นี้เป็นผู้รักษาต้นทาง ที่อสูรที่อสูรจะยกมารบกวนดาวดึงส์ คือ

      ท้าวธตรฏฐ์ เป็นจ้าแห่งคนธรรพ์ รักษาทิศบูรพา (ทิศตะวันออก)

      ท้าววิรุฬหก เป็นเจ้าแห่งกุมภัณฑ์ รักษาทิศทักษิณ (ทิศใต้)

      ท้าววิรูปักษ์ เป็นเจ้าแห่งนาค รักษาทิศประจิม (ทิศตะวันตก)

      ท้าวเวสวัณ นัยหนึ่งเรียก ท้าวกุเวร เป็นเจ้าแห่งยักษ์ รักษาทิศอุดร (ทิศเหนือ)

      เทวราชทั้ง ๔ นั้นคิดจะเกื้อกูลพระพุทธศาสนา มิให้หมู่ยักษ์เป็นศัตรูมาย่ำยีบีฑาหมู่สาวกในพระพุทธศาสนา จึงชวนกันลงมาเฝ้าพระพุทธเจ้า แล้วหวนคิดไปว่าอสูรรู้ว่า จตุโลกบาลไม่ได้อยู่ในเทพนครก็จะยกมารบกวนดาวดึงส์ จึงจัดให้คนธรรพ์แสนหนึ่งอยู่รักษาทิศบูรพา กุมภัณฑ์แสนหนึ่งรักษาทิศทักษิณ นาคแสนหนึ่งรักษาทิศปัจจิม ยักษ์แสนหนึ่งรักษาทิศอุดร และท้าวจตุรมหาราชจึงประชุมกันที่อาฏานาฏิยนคร ณ ชั้นจาตุมมหาราชิกา ผูกซึ่งอาฏานาฎิยปริตรสรรเสริญพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้ง ๗ องค์ มีพระวิปัสสี เป็นต้น มีพระพุทธเจ้าแห่งเราเป็นปริโยสาน ครั้นผูกพระปริตรแล้วก็ประกาศแก่บริษัทของตนๆ ว่า ธรรมอาณาแห่งสมเด็จพระพุทธเจ้าอันเป็นบรมครูและราชอาณาแห่งเราทั้ง ๔ นี้ ถ้าใครไม่ฟังขืนกระทำให้เกินเลย แล้วจะทำโทษอย่างนี้ๆ ครั้นประกาศแก่บริษัททั้งปวงแล้ว ท้าวมหาราชทั้ง ๔ องค์ พร้อมด้วยบริวารก็ลงมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ เขาคิชฌกูฏ กราบทูลว่า ยักษ์ทั้งหลายที่มีศักดานุภาพที่มิได้เลื่อมใสในพระคุณแห่งพระพุทธองค์ ยักษ์ที่เลื่อมใสนั้นมีน้อย เพราะยักษ์มีจิตกระด้างหยาบช้า ล่วงเบญจศีลนั้นมีมาก ในเมื่อสาวกของพระผู้มีพระภาคยินดีในอรัญญิกเสนาสนะบำเพ็ญสมณธรรมในที่ปราศจากมนุษย์สัญจรไปมา ยักษ์ที่มิได้เลื่อมใสในศรัทธาในพระพุทธศาสนา ย่อมย่ำยีบีฑาหลอกหลอนกระทำให้เจ็บไข้เป็นอันตรายแก่พิธีที่จะบำเพ็ญสมณธรรม จำเดิมแต่นี้ไปเบื้องหน้า ขอให้ทรงรับอาฏานาฏิยปริตรนี้ไว้ แล้วโปรดประทานให้พระสาวกสาวิกาทั้งปวงเจริญเนืองๆ สวดเนืองๆ เถิด ยักษ์ทั้งปวงจะได้มีเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา แล้วก็จะได้มิได้ทำย่ำยีบีฑาแก่พุทธบริษัท อำนาจพระปริตรนี้จะคุ้มครองป้องกันรักษาสรรพภัยอุปัทวันตรายทั้งปวงแต่บรรดาที่บังเกิดด้วยอานุภาพแห่งยักษ์ เพื่อยักษ์ทั้งปวงจะได้มีความเลื่อมใสช่วยอภิบาลบำรุงอยู่ แล้วพระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกาในพระบวรพุทธศาสนาก็จะค่อยมีความสบาย ได้บำเพ็ญสมณธรรมเป็นผาสุกภาพ พระพุทธองค์ก็ทรงรับโดยอาการดุษฎีภาพ ท้าวเวสวัณ ก็แสดงอาฏานาฏิยปริตรถวายว่า วิปัสสิสสะ นะมัตถุ ฯลฯ อะยัง ยักโข นะ มุญจะตีติ

      แล้วแสดงอาชญาแห่งพระปริตรว่า ผู้ใดที่เล่าเรียนพระปริตรนี้เป็นอันดีมิได้ขาดบทหนึ่งบทใดหมั่นสาธยายท่องบ่นไว้เป็นอันดีแล้ว ถ้ายักษ์ตนใดขืนเบียดเบียนบุคคลผู้เล่าเรียนสาธยายท่องบ่นพระปริตร เป็นต้นว่าเข้าไปประกอบอยู่ในกาย หรือยืนใกล้นั่งใกล้ กระทำไม่ให้เป็นผาสุกด้วยประการใดๆ การกระทำฝ่าฝืนธรรมจักรและอาณาจักรแล้วนั้น ยักษ์ตนนั้นก็จะฟ้องได้รับมหันตโทษ อนึ่งพวกกุมภัณฑ์ คนธรรพ์และนาคนั้นก็ดี ถ้ากระทำฝ่าฝืนพุทธจักรแล้วก็จะได้รับโทษเช่นกันกับพวกยักษ์ทั้งหลายด้วย กล่าวคือ จะไม่มีผู้เคารพ จะไม่มีผู้ร่วมประชุมด้วย และจะอยู่ในราชธานีแห่งตนไม่ได้ แล้วศีรษะจะแตกออกเป็น ๗ ภาค พระปริตรนี้มีคุณานุภาพไพศาล ท้าวจตุรมหาราชถวายแด่พระพุทธเจ้า สำหรับประโยชน์เกื้อกูลแก่พระสาวกในพระพุทธศาสนา ครั้นแล้วถวายนมัสการลา สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงมีพระพุทธฎีกาตรัสว่า ดูก่อนบพิตรพระราชสมภารทั้งปวง ดูแต่การอันสมควรเถิด ครั้นท้าวจตุรมหาราชกลับแล้วพระพุทธเจ้าจึงมีพุทธฎีกาประชุมสงฆ์ทั้งปวงแล้วทรงแสดงเหตุแต่หนหลังให้ทราบและในตอนท้ายพุทธวจนะมีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ว่าท่านอุตสาหะกระทำซึ่งอาฏานาฏิยปริตรนี้ให้บริบูรณ์ในสันดานอุตส่าห์ทรงจำให้มั่นคง จะคุ้มครองป้องกันภัยรักษาให้ปราศจากอุปัทวันตรายทั้งปวง และเป็นไปเพื่อมิให้เหล่าอมนุษย์ทั้งหลายเข้ามากล้ำกรายย่ำยีบีฑาภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ทั้งปวงได้ จะได้อยู่เป็นสุขสำราญกาย พระภิกษุทั้งหลายก็น้อมเศียรเกล้าลงรับกระแสพระพุทธฎีกาด้วยความยินดีทั่วกัน

พระปริตรบทนี้ มีคาถาที่สวดและคำแปล ดังต่อไปนี้

บทขัดอาฏานาฎิยะปริตร

      อัปปะสันเนหิ นาถัสสะ                        พระพุทธเจ้าผู้เป็นมหาวีรบุรุษ

สาสะเน สาธุสัมมะเต                                ทรงแสดงพระปริตรใด เพื่อคุ้มกัน

อะมะนุสเสหิ จัณเฑหิ                                พุทธบริษัททั้ง ๔ เหล่า มิให้ถูกเบียดเบียน

สะทา กิพพิสะการิภิ                                  แต่อมนุษย์ทั้งหลาย ที่ดุร้ายสันดานหยาบช้า

ปะริสานัญจะตัสสันนะ-                             ไม่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา

มะหิงสายะ จะ คุตติยา                               ซึ่งบัณฑิตรับรองแล้วว่าเป็นศาสนาดี

ยันเทเสสี มะหาวีโร                                   ทุกเมื่อ เราทั้งหลาย

ปะริตตันตัมภะณะนะ เห ฯ                          จงสวดพระปริตรนั้น เทอญฯ

 อาฏานาฎิยะปริตร

      วิปัสสิสสะ นะมัตถุ                              ความนอบน้อมแห่งข้าพเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้า                               

จักขุมันตัสสะ สิรีมะโต                               ผู้มีพระนามว่า วิปัสสี ผู้มีจักษุ ผู้มีสิริ

สิขิสสะปิ นะมัตถุ                                      ความนอบน้อมแห่งข้าพเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้า                           

สัพพะภูตานุกัมปิโน                                  ผู้มีพระนามว่า สิขี ผู้มีปกติอนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งปวง

เวสสะภุสสะ นะมัตถุ                                 ความนอบน้อมแห่งข้าพเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้า           

น๎หาตะกัสสะ ตะปัสสิโน                            ผู้มีพระนามว่า เวสสภู ผู้มีกิเลสอันล้างแล้ว ผู้มีตบะ

นะมัตถุ กะกุสันธัสสะ                                 ความนอบน้อมแห่งข้าพเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้า                       

มาระเสนัปปะมัททิโน                                 ผู้มีพระนามว่า กกุสันธะ ผู้ย่ำยีเสียซึ่งมาร และเสนาแห่งมาร

โกนาคะมะนัสสะ นะมัตถุ                             ความนอบน้อมแห่งข้าพเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้า

                                                               ผู้มีพระนามว่า โกนาคมนะ 

พ๎ราห๎มะณัสสะ วุสีมะโต                              ผู้มีบาปอันลอยเสียแล้ว ผู้มีพรหมจรรย์อันอยู่จบแล้ว

กัสสะปัสสะ นะมัตถุ                                    ความนอบน้อมแห่งข้าพเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้า

วิปปะมุตตัสสะ สัพพะธิ                               ผู้มีพระนามว่า กัสสป ผู้พ้นวิเศษแล้วจากกิเลสทั้งปวง

อังคีระสัสสะ นะมัตถุ                                  ความนอบน้อมแห่งข้าพเจ้าจงมีแด่พระพุทธเจ้า           

สัก๎ยะปุตตัสสะ สิรีมะโต                              ผู้มีพระนามว่า อังครีรส ผู้เป็นโอรสแห่งศากยราช ผู้มีสิริ

โย อิมัง ธัมมะมะเทเสสิ                              พระพุทธเจ้าพระองค์ใด ได้ทรงแสดงแล้วซึ่งธรรมนี้                   

สัพพะทุกขาปะนูทะนัง                               เป็นเครื่องบรรเทาเสียซึ่งทุกข์ทั้งปวง

เย จาปิ นิพพุตาโลเก                                อนึ่ง พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่าใดก็ดี ที่ดับกิเลสแล้วในโลก        

ยะถาภูตัง วิปัสสิสุง                                   เห็นแจ้งแล้วซึ่งธรรม ตามเป็นจริง

เต ชะนา อะปิสุณา                                    พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น เป็นคนไม่มีความส่อเสียด           

มะหันตา วีตะสาระทา                                เป็นผู้มีพระคุณใหญ่มีความครั่นคร้ามไปปราศแล้ว

หิตัง เทวะมะนุสสานัง                                เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย นอบน้อมอยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า

ยัง นะมัสสันติ โคตะมัง                               พระองค์ใดผู้เป็นโคตมโคตรผู้เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่เทวดา

                                                               และมนุษย์ทั้งหลาย

วิชชาจะระณะสัมปันนัง                               ผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะ

มะหันตัง วีตะสาระทัง ฯ                              ผู้มีพระคุณใหญ่ ผู้มีความครั่นคร้ามไปปราศแล้ว ฯ

      นะโม เม สัพพะพุทธานัง                      ความนอบน้อมของข้าพเจ้า จงมีแด่พระพุทธเจ้าทั้งปวงทั้งหลาย

อุปปันนานัง มะเหสินัง                               ผู้แสวงหาคุณอันใหญ่ ซึ่งให้อุบัติแล้ว

ตัณหังกะโร มะหาวีโร                                คือ พระตัณหังกร ผู้กล้าหาญ                                     

เมธังกะโร มะหายะโส                                พระเมธังกร ผู้มียศใหญ่

สะระณังกะโร โลกะหิโต                             พระสรณังกร ผู้เกื้อกูลแก่โลก         

ทีปังกะโร ชุตินธะโร                                  พระทีปังกร ผู้ทรงไว้ซึ่งปัญญาอันรุ่งเรือง

โกณฑัญโญ ชะนะปาโมกโข                      พระโกณฑัญญะ ผู้เป็นประมุขแห่งหมู่ชน       

มังคะโล ปุริสาสะโภ                                  พระมังคละ ผู้เป็นบุรุษประเสริฐ

สุมะโน สุมะโน ธีโร                                   พระสุมน ผู้เป็นบุรุษมีพระทัยงาม                   

เรวะโต ระติวัฑฒะโน                                 พระเรวะตะ ผู้ทำความยินดีให้เจริญ

โสภีโต คุณะสัมปันโน                                พระโสภิตะ ผู้สมบูรณ์ด้วยพระคุณ   

อะโนมะทัสสี ชะนุตตะโม                            พระอโนมทัสสี ผู้อุดมในหมู่ชน

ปะทุโม โลกะปัชโชโต                                พระปทุม ผู้ทำให้โลกสว่าง 

นาระโท วะระสาระถี                                   พระนารทะ ผู้เป็นสารถีอันประเสริฐ

ปะทุมุตตะโร สัตตะสาโร                             พระปทุมุตตระ ผู้เป็นที่พึ่งของหมู่สัตว์                       

สุเมโธ อัปปะฏิปุคคะโล                              พระสุเมธะ ผู้หาบุคคลเปรียบมิได้

สุชาโต สัพพะโลกัคโค                               พระสุชาตะ ผู้เลิศกว่าสัตว์โลกทั้งปวง           

ปิยะทัสสี นะราสะโภ                                  พระปิยะทัสสี ผู้ประเสริฐกว่าหมู่นรชน

อัตถะทัสสี การุณิโก                                   พระอัตถะทัสสี ผู้มีพระกรุณา                     

ธัมมะทัสสี ตะโมนุโท                                  พระธัมมทัสสี ผู้ขจัดความมืด

สิทธัตโถ อะสะโม โลเก                               พระสิทธัตถะ ผู้ไม่มีบุคคลเสมอในโลก                          

ติสโส จะ วะทะตัง วะโร                              พระติสสะ ผู้ประเสริฐกว่านักปราชญ์ทั้งหลาย

ปุสโส จะ วะระโท พุทโธ                            พระปุสสะพุทธเจ้า ผู้ประทานธรรมอันประเสริฐ           

วิปัสสี จะ อะนูปะโม                                   พระวิปัสสี ผู้หาคนเปรียบมิได้

สิขี สัพพะหิโต สัตถา                                 พระสิขี ผู้เป็นศาสดาเกื้อกูลแก่สรรพสัตว์       

เวสสะภู สุขะทายะโก                                 พระเวสสภู ผู้ประธานความสุข

กะกุสันโธ สัตถะวาโห                                พระกกุสันธะ ผู้นำสัตว์ออกจากกันดาร คือ กิเลส                        

โกนาคะมะโน ระณัญชะโห                         พระโกนาคมนะ ผู้หักเสียซึ่งข้าศึก คือ กิเลส

กัสสะโป สิริสัมปันโน                                 พระกัสสปะ ผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ

โคตะโม สัก๎ยะปุงคะโว ฯ                            พระโคดม ผู้ประเสริฐกว่าหมู่ศากยราช ฯ

เอเต จัญเญ จะ สัมพุทธา                           พระสัมพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านี้ก็ดี เหล่าอื่นก็ดี

อะเนกะสะตะโกฏะโย                                 มากกว่าร้อยโกฎิ

สัพเพ พุทธา อะสะมะสะมา                         พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นทั้งหมด เสมอกัน ไม่มีใครเหมือน

สัพเพ พุทธา มะหิทธิกา                             พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนมีฤทธิ์มาก

สัพเพ ทะสะพะลูเปตา                               พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนประกอบแล้วด้วยทศพลญาณ

เวสารัชเชหุปาคะตา                                  ประกอบไปด้วยเวสารัชชาญาณทั้งหลาย

สัพเพ เต ปะฏิชานันติ                                พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนตรัสรู้อยู่   

อาสะภัณฐานะมุตตะมัง                              ซึ่งอาสภฐานอันอุดม

สีหะนาทัง นะทันเต เต                               พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น เป็นผู้องอาจไม่ครั่นคร้าม

ปะริสาสุ วิสาระทา                                     บันลือสีหนาทในบริษัททั้งหลาย

พ๎รัห๎มะจักกัง ปะวัตเตนติ                             ย่อมยังพรหมจักรให้เป็นไป 

โลเก อัปปะฏิวัตติยัง                                  อันใครๆ ยังไม่ให้เป็นไปแล้วในโลก

อุเปตา พุทธะธัมเมหิ                                   พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ประกอบแล้วด้วยพุทธธรรมทั้งหลาย ๑๘

อัฏฐาระสะหิ นายะกา                                 เป็นนายกผู้นำสัตว์ออกจากทุกข์

ท๎วัตติงสะ ลักขะณูเปตา-                            ผู้ประกอบด้วยพระลักษณะ ๓๒ ประการ

สีต๎ยานุพ๎ยัญชะนาธะรา                              และทรงซึ่งอนุพยัญชนะ ๘๐

พ๎ยามัปปะภายะ สุปปะภา                            มีพระรัศมีอันงดงามด้วยพระรัศมี มีมณฑลข้างละวา

สัพเพ เต มุนิกุญชะรา                                 พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นล้วนเป็นมุนีอันประเสริฐ

พุทธา สัพพัญญุโน เอเต                            พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นพระสัพพัญญู

สัพเพ ขีณาสะวา ชินา                                ล้วนเป็นพระขีณาสพผู้ชนะแล้ว

มะหัปปะภา มะหาเตชา                                มีพระรัศมีมาก มีพระเดชมาก

มะหาปัญญา มะหัพพะลา                            มีพระปัญญามาก มีพระกำลังมาก

มะหาการุณิกา ธีรา                                     มีพระกรุณามาก  เป็นนักปราชญ์

สัพเพสานัง สุขาวะหา                                นำสุขมาเพื่อสัตว์ทั้งหลายทั้งปวง

ทีปา นาถา ปะติฏฐา จะ                              เป็นเกาะ เป็นที่พึ่ง และเป็นที่อาศัย

ตาณา เลณา จะ ปาณินัง                            เป็นที่ต้านทาน และเป็นที่เร้นของสัตว์ทั้งหลาย

คะตี พันธู มะหัสสาสา                                เป็นคติ เป็นเผ่าพันธุ์ เป็นที่ยินดีอันใหญ่

สะระณา จะ หิเตสิโน                                 เป็นที่ระลึก และทรงแสวงหาประโยชน์

สะเทวะกัสสะ โลกัสสะ                               เพื่อสัตว์โลก กับเทวโลก

สัพเพ เอเต ปะรายะนา                               พระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนเป็นเบื้องหน้าของสัตว์

เตสาหัง สิระสา ปาเท                               ข้าพเจ้าขอนมัสการพระบาท

วันทามิ ปุริสุตตะเม                                   ของพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นด้วยเศียรเกล้า

วะจะสา มะนะสา เจวะ                               ข้าพเจ้าขอนมัสการพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้น

วันทาเมเต ตะถาคะเต                               ผู้เป็นบุรุษอันอุดม ผู้เป็นตถาคตด้วยวาจาและใจทีเดียว

สะยะเน อาสะเน ฐาเน                               ในที่นอนด้วย ในที่นั่งด้วย ในที่ยืนด้วย

คะมะเน จาปิ สัพพะทา                              แม้ในที่เดินด้วย ในกาลทุกเมื่อ

สะทา สุเขนะ รักขันตุ                                พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้กระทำความระงับ

พุทธา สันติกะรา ตุวัง                                จงรักษาท่านด้วยสุข ในกาลทุกเมื่อ

เตหิ ต๎วัง รักขิโต สันโต                             ท่านผู้อันพระพุทธเจ้าทั้งหลายเหล่านั้นทรงรักษา

มุตโต สัพพะภะเยนะ จะ                            จงเป็นผู้แคล้วจากภัยทั้งปวงด้วย

สัพพะโรคะวินิมุตโต                                 จงเป็นผู้ปลอดจากโรคทั้งปวงด้วย

สัพพะสันตาปะวัชชิโต                              จงเป็นผู้ปราศจากความเดือดร้อนทั้งปวงด้วย

สัพพะเวระมะติกกันโต                               จงเป็นผู้ล่วงเสียซึ่งเวรทั้งปวงด้วย

นิพพุโต จะ ตุวัง ภะวะ ฯ                             ท่านจงเป็นผู้ดับทุกข์ทั้งปวงด้วย ฯ

      เตสัง สัจเจนะ สีเลนะ                          ด้วยสัจจะด้วย ด้วยศีลด้วย

ขันติเมตตาพะเลนะ จะ                              ด้วยกำลังแห่งขันติและเมตตาด้วย ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น

เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ                               แม้คุณธรรมเหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งท่านทั้งหลาย

อาโรค๎เยนะ สุเขนะ จะฯ                              ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรคด้วย ด้วยความสุขด้วย ฯ

      ปุรัตถิมัส๎มิง ทิสาภาเค                          คนธรรพ์ทั้งหลายมีฤทธิ์มาก มีอยู่ในด้านทิศบูรพา

สันติ ภูตา มะหิทธิกา                       

เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ                               แม้คนธรรพ์เหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งท่านทั้งหลาย

อาโรค๎เยนะ สุเขนะ จะ                               ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรคด้วย ด้วยความสุขด้วย

ทักขิณัส๎มิง ทิสาภาเค                               เทวดาทั้งหลาย ผู้มีฤทธิ์มาก มีอยู่ในด้านทิศทักษิณ

สันติ เทวา มะหิทธิกา                       

เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ                               แม้เทวดาเหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งท่านทั้งหลาย

อาโรค๎เยนะ สุเขนะ จะ                               ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรคด้วย ด้วยความสุขด้วย

ปัจฉิมัส๎มิง ทิสาภาเค                                 นาคทั้งหลาย ผู้มีฤทธิ์มาก มีอยู่ในด้านปัจฉิม

สันติ นาคา มิหิทธิกา

เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ                               แม้นาคเหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งท่านทั้งหลาย

อาโรค๎เยนะ สุเขนะ จะ                               ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรคด้วย ด้วยความสุขด้วย

อุตตะรัส๎มิง ทิสาภาเค                                ยักษ์ทั้งหลาย ผู้มีฤทธิ์มาก มีอยู่ในด้านอุดร

สันติ ยักขา มะหิทธิกา

เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ                               แม้ยักษ์เหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งท่านทั้งหลาย

อาโรค๎เยนะ สุเขนะ จะ                               ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรคด้วย ด้วยความสุขด้วย

ปุริมะทิสัง ธะตะรัฏโฐ                                 ท้าวธตรฏฐ์ อยู่ประจำทิศบูรพา

ทักขิเณนะ วิรุฬหะโก                                  ท้าววิรุฬหก อยู่ประจำทิศทักษิณ

ปัจฉิเมนะ วิรูปักโข                                     ท้าววิรูปักษ์ อยู่ประจำทิศปัฉิม

กุเวโร อุตตะรัง ทิสัง                                   ท้าวกุเวร อยู่ประจำทิศอุดร

จัตตาโร เต มะหาราชา                               มหาราชทั้ง ๔ เหล่านั้น

โลกะปาลา ยะสัสสิโน                                เป็นผู้มียศรักษาโลก

เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ                               แม้มหาราชเหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งท่านทั้งหลาย

อาโรค๎เยนะ สุเขนะ จะ                               ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรคด้วย ด้วยความสุขด้วย

อากาสัฏฐา จะ ภุมมัฏฐา                             เทวดาและนาคทั้งหลาย ผู้มีฤทธิ์มาก

เทวา นาคา มะหิทธิกา                               ซึ่งสถิตอยู่ในอากาศก็ดี สถิตอยู่ในภาคพื้นก็ดี

เตปิ ตุมเห อะนุรักขันตุ                               แม้เทวดาและนาคเหล่านั้น จงตามรักษาซึ่งท่านทั้งหลาย

อาโรค๎เยนะ สุเขนะ จะ ฯ                            ด้วยความเป็นผู้ไม่มีโรคด้วย ด้วยความสุขด้วย ฯ

      นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง                      ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี

พุทโธ เม สะระณัง วะรัง                             พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ                                ด้วยความกล่าวสัตย์นี้

โหตุ เต ชะยะมังคะลัง                                ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน

      นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง                       ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี

ธัมโม เม สะระณัง วะรัง                               พระธรรมเป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ                                 ด้วยความกล่าวสัตย์นี้

โหตุ เต ชะยะมังคะลัง                                 ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน

      นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง                       ที่พึ่งอื่นของข้าพเจ้าไม่มี

สังโฆ เม สะระณัง วะรัง                               พระสงฆ์เป็นที่พึ่งอันประเสริฐของข้าพเจ้า

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ                                ด้วยความกล่าวสัตย์นี้

โหตุ เต ชะยะมังคะลัง ฯ                              ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน

      ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก                          รัตนะอันใดอันหนึ่งในโลก

วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ                                       มีมากหลายอย่าง

ระตะนัง พุทธะสะมัง นัตถิ                           รัตนะนั้น เสมอด้วยพระพุทธรัตนะย่อมไม่มี

ตัส๎มา โสตถี ภะวันตุ เต                             เพราะเหตุนั้น ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน

      ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก                         รัตนะอันใดอันหนึ่งในโลก

วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ                                       มีมากหลายอย่าง

ระตะนัง ธัมมะสะมัง นัตถิ                             รัตนะนั้น เสมอด้วยพระธรรมรัตนะย่อมไม่มี

ตัส๎มา โสตถี ภะวันตุ เต                              เพราะเหตุนั้น ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน

      ยังกิญจิ ระตะนัง โลเก                          รัตนะอันใดอันหนึ่งในโลก

วิชชะติ วิวิธัง ปุถุ                                       มีมากหลายอย่าง

ระตะนัง สังฆะสะมัง นัตถิ                            รัตนะนั้น เสมอด้วยพระสังฆรัตนะย่อมไม่มี

ตัส๎มา โสตถี ภะวันตุ เต ฯ                           เพราะเหตุนั้น ขอความสวัสดีทั้งหลาย จงมีแก่ท่าน ฯ

      สักกัต๎วา พุทธะระตะนัง                        เพราะกระทำความเคารพพระพุทธรัตนะ

โอสะถัง อุตตะมัง  วะรัง                              อันเป็นดังโอสถอันอุดมเลิศ

หิตัง เทวะมะนุสสานัง                                เป็นประโยชน์แก่เทพยดาและมนุษย์ทั้งหลาย

พุทธะเตเชนะ โสตถินา                              ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลาย จงฉิบหายไป

นัสสันตุ ปัททะวา สัพเพ                            ขอทุกข์ทั้งหลายของท่านจงสงบไป

ทุกขา วูปะสะเมนตุ เต                                โดยสวัสดี ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า

      สักกัต๎วา ธัมมะระตะนัง                         เพราะกระทำความเคารพพระธรรมรัตนะ     

โอสะถัง  อุตตะมัง  วะรัง                             อันเป็นดังโอสถอันอุดมประเสริฐ

ปะริฬาหูปะสะมะนัง                                    เป็นเครื่องระงับความกระวนกระวาย

ธัมมะเตเชนะ  โสตถินา                              ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลาย จงฉิบหายไป

นัสสันตุปัททะวา  สัพเพ                             ขอภัยทั้งหลายของท่านจงสงบไป

ภะยา  วูปะสะเมนตุ  เต                              โดยสวัสดี ด้วยเดชแห่งพระธรรม

      สักกัต๎วา   สังฆะระตะนัง                       เพราะกระทำความเคารพพระสังฆรัตนะ

โอสะถัง  อุตตะมัง  วะรัง                             อันเป็นดังโอสถอันอุดมเลิศ

อาหุเนยยัง  ปาหุเนยยัง                             ควรเพื่อวัตถุ อันเขานำมาบูชา ควรเพื่อวัตถุ อันเขาต้อนรับ

สังฆะเตเชนะ  โสตถินา                             ขอสรรพอุปัทวะทั้งหลาย จงฉิบหายไป

นัสสันตุปัททะวา  สัพเพ                            ขอโรคทั้งหลายของท่านจงสงบไป

โรคา  วูปะสะเมนตุ  เต ฯ                          โดยสวัสดี ด้วยเดชแห่งพระพุทธเจ้า ฯ

      สัพพีติโย  วิวัชชันตุ                            ขอความจัญไรทั้งหลาย จงเว้นไป

สัพพะโรโค  วินัสสะตุ                                โรคทั้งปวงจงฉิบหายไป

มา  เต  ภะวัต๎วันตะราโย                             อันตราย อย่ามีแก่ท่าน

สุขี  ทีฆายุโก  ภะวะ                                   ขอท่านจงเป็นผู้มีสุข มีอายุยืน

อะภิวาทะนะสีลิสสะ                                   ธรรมทั้งหลาย ๔ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ

นิจจัง  วุฑฒาปะจายิโน                              ย่อมเจริญแก่บุคคลผู้มีอภิวาท

จัตตาโร  ธัมมา  วัฑฒันติ                            ต่อบุคคลผู้ควรไหว้เป็นปกติ

อายุ  วัณโณ  สุขัง  พะลัง ฯ                         ผู้อ่อนน้อมต่อบุคคลผู้เจริญเป็นนิตย์

 

ธรรมะบูชา DhammaBoocha

ขอขอบคุณ

-         หนังสือสวดมนต์แปล วัดวงษ์ฆ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา

-         ภาพประกอบสวยๆ จาก Internet ที่ช่วยเพื่อเพิ่มสีสันของบทความ

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน