• DharmaHappiness
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dharmahappiness@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2015-02-07
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 139876
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1 คน
DhammaBoocha
เพื่อรวบรวม เรื่องราว และ บทความดีๆ ให้ได้ถูกถ่ายทอดไปยัง ผู้ที่ต้องการหาคำตอบ หรือความหมายบางอย่างในการดำเนินชีวิต และในการกระทำต่างๆ โดยหวังว่า ผู้อ่านจะได้ รับเรื่องราวดีๆ ในชีวิตเพิ่มขึ้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammaboocha
วันจันทร์ ที่ 14 กันยายน 2558
Posted by DharmaHappiness , ผู้อ่าน : 3123 , 10:02:41 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

ตำนานฉัททันตะปริตร

          พระปริตรบทนี้มีตำนานกล่าวว่า ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้ากำลังแสดงพระธรรมเทศนาอยู่ ณ  เชตวันมหาวิหาร พระภิกษุณีรูปหนึ่งฟังธรรมอยู่ และปรารภว่า ตัวเรานี้เคยเป็นบาทบริจาริกาของพระผู้มีพระภาคเจ้ามาแล้วในอดีตกาลบ้างหรือไม่หนอ แล้วก็ยังเกิดญาณอันหนึ่งระลึกชาติได้ว่า เคยเป็นบาทบริจาริกเมื่อครั้งเป็นพญาช้างฉัททันต์ก็ยินดีหัวเราะขึ้น แล้วพิจารณาต่อไปอีก ก็รู้ว่า ตนได้ให้นายพรานโสณุดรไปยิงพญาช้างฉัททันต์ด้วยลูกศรอาบยาพิษให้ถึงแก่ความตาย ก็กลับเศร้าโสกแล้วร้องไห้ พระศาสดาทรงปรารภเหตุนี้ จึงแย้มพระโอษฐ์ในเพราะเหตุนี้ พระองค์ก็ทรงแสดงเหตุแห่งนางภิกษุณีนั้นให้ปรากฏ แล้วนำเรื่องฉัททันตชาดกมาแสดงธรรมเทศนา

         ความว่า มีพญาช้างอยู่ในป่าหิมพานต์ ชื่อพญาฉัททันต์ มเหสีของพญาช้างมี ๒ ชื่อจุลสุภัททา ๑

มหาสุภัททา ๒ มีช้างราว ๘,๐๐๐ เป็นบริวาร วันหนึ่ง ดอกไม้รังบานแล้ว พญาช้างพามเหสีทั้งสองไปชมดอกไม้รัง พญาช้างชนต้นรังนั้น นางจุลสุภัททายืนอยู่ใกล้ต้นไม้รังนั้น มดดำมดแดงก็ร่วงลงมาต้องสรีระของนาง ส่วนนางมหาสุภัททายืนอยู่ห่างต้นไม้ใต้ลม ลมก็พัดเกสรดอกไม้โปรยไปที่นาง นางจุลสุภัททา คิดว่าพญาช้างไม่รักนางจึงแกล้งให้มดดำมดแดงมาต้องตัวนาง ส่วนนางมหาสุภัททาภรรยาที่รักแล้วก็ให้เกสรดอกไม้โปรยไปต้องตัว นางก็มีความเคียดแค้นผู้เวรแก่พระโพธิสัตว์เป็นปฐมเหตุ

         อีกครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์ได้ดอกปทุมดอกใหญ่ดอกหนึ่ง ก็ยื่นดอกปทุมนั้นให้แก่นางมหาสุภัททา นางจุลสุภัททาได้เห็นดังนั้นก็น้อยในว่า พญาช้างไม่ให้ดอกปทุมแก่ตน ก็ผูกเวรแก่พระโพธิสัตว์เป็นคำรบสอง

         กาลต่อมา นางจุลสุภัททาได้ถวายผลไม้แก่พระปัจจเจกพุทธเจ้าและนางได้ตั้งความปรารถนาว่า ข้าพเจ้าสิ้นชีพจากชาตินี้ไปแล้ว ขอให้ได้เป็นมเหสีของพระมหากษัตริย์ และให้ได้โอกาสให้นายพรานผู้หนึ่งออกมาล้างผลาญพญาฉัททันต์ ตัดเอางาทั้งคู่นี้ไปให้จงได้ ครั้นอธิษฐานดังนี้แล้ว นางก็ไม่แสวงหาอาหาร มินานก็ล้มลง แล้วก็ได้ไปบังเกิดในมัททราชสกุล ชื่อนางสุภัททา เมื่อมีวัยเจริญแล้วก็ได้เป็นมเหสีของพระเจ้าพาราณสีตามความปรารถนา นางระลึกชาติหนหลังได้ เมื่อจะทำความปรารถนานั้นให้สำเร็จ แกล้งทำเป็นประชวรหนึ่งว่า จะแพ้ท้อง เมื่อพระราชสวามีทรงเยี่ยม พระนางก็ทูลว่า แพ้ท้อง โดยฝันเห็นของสิ่งหนึ่งยากที่จะหาได้ ขอให้พระราชสวามีประชุมนายพรานป่าก่อนแล้ว จะแสดงความฝันถวาย พระมหากษัตริย์ก็ให้ประชุมพรานป่า แล้วพระนางจึงตรัสว่า เราฝันเห็นช้างเผือกผู้มีงามีรัศมี ๖ ประการ เราต้องการงามคู่นั้น เมื่อไม่ได้สมปรารถนาเราก็จะไม่มีชีวิตต่อไป แล้วพระนางเลือกได้นายพรานโสณุดร จึงสั่งให้นายพรานโสณุดร ออกไปยิงพญาฉัททันต์และพระนางได้บอกตำแหน่งที่อยู่ของพญาช้างให้นายพรานโสณุดรทราบโดยตลอด

         นายพรานโสณุดรได้พยายามเดินทางไปสิ้นเวลา ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน จึงถึงที่อยู่แห่งพระโพธิสัตว์ตรวจดูลาดเลาที่หยุดยืนของพญาช้างได้แล้ว เวลาพญาช้างไปจากที่นั่น นายพรานจึงขุดหลุมในที่ตรงนั้นให้ลึกลงไป จนลงไปยืนอยู่ในหลุมได้ ทอดไม้ขวางเบื้องบน และเกลี่ยดินให้เรียบไว้ช่องลูกธนูและช่องที่ตนจะลงไปซ่อนตนในหลุม เสร็จแล้วก็เอาผ้ากาสาวพัสตร์คลุมศีรษะและนุ่งห่มลงซ่อนตัวอยู่ในหลุม เมื่อพญาช้างมายืนอยู่ที่ตรงหลุมนั้น พรานป่าก็ยิงลูกธนูขึ้นไปต้องพญาช้างแต่นาภีจนทะลุหลัง พญาช้างก็บันลือโกญจนาทถ้วนวาระ ๓ ครั้ง บริวารของพญาช้างต่างก็แยกย้ายกันไปเที่ยวหาศัตรู เว้นแต่นางมหาสุภัททาหาได้ไปไม่มาเฝ้าอยู่ พญาช้างรู้ว่าศัตรูซ่อนตัวอยู่ในหลุมและปรารถนาที่จะทราบเหตุโดยเฉพาะตน จึงขับนางมหาสุภัททาให้ไปค้นหาศัตรูอย่างบริวารทั้งหลาย เมื่อนางไปแล้ว พระโพธิสัตว์ก็ทำลายที่กำบังของศัตรูเพื่อจะจับตัวฆ่าเสีย แต่พอได้เห็นผ้ากาสาวพัสตร์ก็ให้รู้สึกขึ้นว่า ผ้ากาสาวพัสตร์นั้นเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต์บัณฑิตทั้งหลายไม่ควรทำลาย ควรสักการะ เคารพ จึงเอางวงยกนายพรานขึ้นจากหลุมมาวางไว้ข้างหน้า แล้วกล่าวว่า “ผู้ที่หมักหมมอยู่ด้วยกิเลส ไม่ควรนุ่งผ้ากาสาวพัสตร์ ผ้ากาสาวพัสตร์ควรแก่ผู้ที่ปราศจากกิเลส”ครั้นกล่าวฉะนี้แล้ว โทสะจริตก็ระงับไป จึงถามนายพรานว่า “เจ้าฆ่าเราเพื่อประสงค์อะไร ต้องการเองหรือผู้อื่นใช้ให้มา”

         เมื่อได้ทราบว่า นางสุภัททาใช้ให้นายพรานเอางา ก็ทราบว่านี่เป็นเพราะเวรที่นางอาฆาตไว้ จึงให้นายพรานเลื่อยเอางาคู่นั้นตามความปรารถนา และอธิษฐานว่าขอเดชะบุญที่บริจาคงาทั้งคู่นี้ ขอให้ได้บรรลุแก่พระสัพพัญญุตญาณ แล้วก็กระทำการสัจจกถาเครื่องป้องกันพาลมฤคในไพรให้แก่พรานโสณุดร สัจจกถานี้มีแจ้งอยู่ในคาถาสวดมนต์ตั้งแต่ สัลเลนะ ฯลฯ อะคัญฉุนติ แล้วพระโพธิสัตว์ก็ให้นายพรานกลับและพระองค์ก็กระทำกาลกิริยา เมื่อนายพรานโสณุดรนำงาพญาฉัททันต์มาถึงพระนครแล้ว นางสุภัททาได้เห็นงาแห่งพระโพธิสัตว์ ก็หวนระลึกถึงความหลังขึ้นมาแล้วก็เกิดความเศร้าโศกอย่างแสนสาหัสจนดวงฤทัยแตกมลายชีพในวันนั้นเอง

         คาถาที่สวดมนต์บทนี้ ได้สวดกันแต่เฉพาะบทที่พระโพธิสัตว์ทรงอธิษฐานเป็นพระปริตรเครื่องป้องกันภัยให้แก่นายพรานโสณุดร

ฉัททันตะปริตร

         วะธิสสะเมนันติ ปะรามะสันโต        พญาช้างโพธิสัตว์ได้จับพรานไพร ด้วยหมายว่า เราจักฆ่ามัน

กาสาวะมัททักขิ ธะชัง อิสีนัง                   ครั้นได้เห็นผ้ากาสาวพัสตร์ อันเป็นธงของพวกฤาษี             

ทุกเขนะ ผุฏฐัสสุทะปาทิ สัญญา              สัญญาได้เกิดขึ้นแก่พระโพธิสัตว์ ผู้อันทุกข์ถูกต้องแล้ว

อะระหัทธะโช สัพภิ อะวัชฌะรูโป              ว่า ธงชัยของพระอรหันต์มีรูป อันสัตบุรุษหาควรไม่

สัลเลนะ วิทโธ พ๎ยะถิโตปิ สันโต              แม้พระโพธิสัตว์ถูกศร ควรจะหวั่นไหว แต่เป็นผู้สงบระงับได้

กาสาวะวัตถัมหิ มะนัง นะ ทุสสะยิ             ไม่ทำใจประทุษร้ายในผ้ากาสาวพัสตร์

สะเจ อิมัง นาคะวะเรนะ สัจจัง                  ถ้าคำนี้ อันพญาช้างกล่าวจริงแล้ว

มา มัง วะเน พาละมิคา อะคัญฉุนติ ฯ         ขอเหล่าพาลมฤคในไพร อย่าได้กล้ำกรายตัวเรา ดังนี้ฯ

 

ธรรมะบูชา DhammaBoocha

ขอขอบคุณ

-         หนังสือสวดมนต์แปล วัดวงษ์ฆ้อง จ.พระนครศรีอยุธยา

-         ภาพประกอบสวยๆ จาก Internet ที่ช่วยเพื่อเพิ่มสีสันของบทความ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน