• เติมมายา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-10-13
  • จำนวนเรื่อง : 78
  • จำนวนผู้ชม : 70025
  • ส่ง msg :
  • โหวต 21 คน
ธรรมชาติ
มาจากธรรมชาติ อยู่ในธรรมชาติ คืนสู่ธรรมชาติ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dhammachart
วันพุธ ที่ 17 กรกฎาคม 2562
Posted by เติมมายา , ผู้อ่าน : 223 , 07:26:46 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน อดุลย์ โหวตเรื่องนี้

"มัสซาลา - จาปาตี"
สุทธิมา เสืองาม : เขียน

ช่วงนี้โชคดีได้อ่านหนังสือที่ถูกจริตหลายเล่ม เล่มล่าสุดเพิ่งอ่านจบไปเมื่อวาน หลังจากอ่านครึ่งหนึ่งแล้วทิ้งไปเกือบสองสัปดาห์ เป็นหนังสือเกี่ยวกับอินเดีย ชื่อเรื่อง มัสซาลา-จาปาตี เขียนโดย สุทธิมา เสืองาม 

ซื้อหนังสือเล่มนี้มาจากร้านที่ได้ชื่อว่าจัดหนังสือห่วยที่สุดร้านหนึ่ง เพราะมักจะเอาหนังสือต่างประเภทมาไว้ด้วยกัน หนังสือเล่มนี้อยู่ในชั้นหนังสือพุทธศาสนา

ปกหน้าเป็นรูปเจ้าบ่าวเจ้าสาวอินเดียในพิธีแต่งงาน สะดุดตาเพราะมาอยู่ในชั้นศาสนา เมื่อลองเปิดออกอ่านหน้าแรกที่โปรยว่า ...บันเทิงเชิงบันทึก...ด้วยความรักความหลงใหล ระคนเห็นใจและเหลือทน จากนักเรียนไทยในอินเดีย... ก็ดึงดูดใจได้ทันที ที่ปกหลังสีแดงก็เขียนได้ชวนอ่านว่า ...อินเดีย ประเทศที่ทุกคนได้ไปเยือนจะต้องบอกว่า ถ้าคุณไม่หลงรักก็จะเกลียดไปเลย แล้วคุณตัดสินใจว่าจะไปพิสูจน์รักกับเธอรึยัง... 

ฉันมีแผนการจะไปอินเดีย ตามรอยพระพุทธเจ้า หลังจากได้รับแผ่นวีซีดีจากรายการพาโนราม่าของช่อง ๙ เรื่องนี้มาครบชุดเมื่อต้นปี แล้วเวียนดูอยู่หลายรอบ ทั้งยังได้อ่านหนังสือ ที่เขียนโดยคุณหมอประเวศ วะสี แล้วเกิดความประทับใจ ประจวบกับในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อนรุ่นพี่ท่านหนึ่งโทรศัพท์มาชวนแกมบังคับว่าเธอจะจัดทริปตามรอยพระพุทธเจ้า เพื่อให้คุณแม่ของเธอได้ไปนมัสการสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา ซึ่งฉันควรจะได้ไปกับทริปนี้เสียตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ควรรอให้สังขารเสื่อมถอยไปกว่านี้ อีกทั้งยังรับรองว่า เป็นทริปที่ไม่ลำบากมาก ค่อนข้างสบายเพราะจะพาคนแก่ไป และเพื่อนคนที่จัดการเรื่องทริปนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญอินเดีย เคยไปอยู่ไปเรียนโยคะที่เมืองฤาษีเกศ ดินแดนแห่งโยคะของอินเดียมาแล้ว แน่นอนว่าฉันต้องตอบตกลง แต่พอใกล้เดือนที่วางแผนไว้ เธอกลับโทรมาบอกว่า ทริปเลื่อนไปเป็นปลายปีเพื่อจะได้ไปให้ตรงกับวันสำคัญประจำปีของพุทธศาสนิกชนทั่วโลกที่จะจัดขึ้น ณ เมืองสารนาท มาถึงวันนี้ฉันค่อนข้างแน่ใจว่าทริปนี้เลื่อนไปไม่มีกำหนด เพราะตัวคนชวนเวียนเข้าเวียนออกอินเดียหลายครั้งแล้ว ถ้าฉันยังอยากจะไปก็คงต้องหาทางไปของฉันเอง ฉันอยากไป อยากไปเห็นอินเดียที่มีทั้งคนส่ายหน้าและคนหลงใหลเหมือนที่หนังสือเล่มนี้บอกไว้ไม่มีผิด 

เรื่องเล่าต่าง ๆ เกี่ยวกับอินเดียกำลังวิ่งพล่านอยู่ในใจ หาโอกาสเหมาะ ๆ ที่จะได้พิสูจน์...หากลังเลอยู่ แนะนำให้หยิบเล่มนี้ขึ้นมาเตรียมความพร้อม เพราะเรื่องราวที่ถ่ายทอดออกมาจากความรักความเข้าใจโดยไม่เสแสร้งที่จะมองข้ามความเหลือทนของเธอ ด้วยว่ากลิ่นอาจจะแรงไปนิด เสียงดังไปหน่อย และไม่ค่อยชอบทำความสะอาด แต่กลับตระการตา เร้าใจด้วยพลังแห่งชีวิตที่ไม่เคยมีใครลืมเธอได้ลง และหากคุณกำลังตกหลุมรักเธออยู่ หรือเหม็นเบื่อเธอเต็มทน ไม่ว่าความหลังของคุณจะเป็นอย่างไร กับ “มัสซาลา-จาปาตี” คุณจะพบเพื่อนที่ร่วมรำลึกความหลังอย่างสนุกสนาน จนเวลาผ่านเลยไม่ทันรู้ตัว

ฉันอ่านครึ่งแรกของหนังสือเล่มนี้จบขณะนั่งรถจากสุราษฎร์ไปถึงกุยบุรี การใช้เวลาถึงสามชั่วโมงเพื่ออ่านหนังสือเพียงร้อยกว่าหน้านั้นผิดปกติมากสำหรับฉัน ปกติของฉันคืออ่านหนังสือเร็ว ๆ รวบ ๆ ลัด ๆไปหาหน้าสุดท้าย แต่สำหรับเล่มนี้ฉันละเลียดมันหน้าละเกือบสองนาทีอย่างไม่รู้ตัว เป็นช่วงเวลาที่ฉันได้รับทั้งความสนุกสนานและความเข้าใจที่แปลกใหม่เกี่ยวกับอินเดียและตัวเอง ติดใจในรสชาติสำนวนของคนเขียน ประทับใจมุมมองที่ละเอียดอ่อนลุ่มลึกของเธอ และพบว่าอินเดียอาจจะน่ากลัวน่าสยดสยองสำหรับนักท่องเที่ยวที่ท่องเที่ยวเพื่อชมความงามตามมาตรฐาน แต่ถ้าเป็นการท่องเที่ยวเพื่อพบกับสัจธรรม เราจะพบได้โดยง่ายดาย

สุทธิมา เสืองาม บอกว่า “เปิดใจให้กว้าง...แล้วคุณจะเห็นอินเดียในมุมมองที่แตกต่าง และถ้าคิดจะไปอินเดียก็ต้องไปให้ถึงอินเดีย เพราะไม่เช่นนั้นแล้วคุณจะไม่รู้เลยว่า “คุรุ” ผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้มีบทเรียนอะไรให้คุณได้เรียนรู้บ้าง นอกเหนือไปจากความจน ความสกปรก ที่ใครต่อใครเขาชอบพูดกัน แต่สำหรับฉัน...ที่นั่นคือสวรรค์บนดิน คือรอยยิ้มเบื้องหลังคราบน้ำตา คือโรงเรียนชีวิตที่แสนจะล้ำค่า"

หนังสือขนาด ๑๘๕ หน้านี้ ผู้เขียนแบ่งเป็น ๒ ภาค ภาคที่ ๑ ตั้งชื่อว่า เตร็ดเตร่ในบังคาลอร์ ภาคที่ ๒ ชื่อ เที่ยวท่องล่องอินเดียในภาคเตร็ดเตร่ในบังคาลอร์ ผู้เขียนเริ่มบทแรกที่ชื่อว่าขอต้อนรับสู่บังคาลอร์ได้น่าตกใจไม่น้อย เพราะเมื่อเธอมาถึงบังคาลอร์วันแรก แม้จะประทับใจกับสภาพเมือง ต้นไม้ และบรรยากาศรวม ๆ แล้ว แต่พอเธอออกไปสัมผัสเมืองด้วยตัวเอง เธอก็เกือบถูกคนขับรถเมล์และตำรวจเอาเธอถึงตาย เพียงเพราะเธอทำตั๋วรถเมล์ราคา ๔.๕๐ รูปีหาย “บังคาลอร์ต้อนรับฉันในวันแรกได้อย่างน่าสะพรึงกลัว แทบไม่น่าเชื่อว่าจะถูกปล้นกลางวันแสก ๆ ในที่สาธารณะ ท่ามกลางสายตาของผู้ชมซึ่งเข้าใจว่าเราโกงค่ารถ” เธอบอกไว้อย่างนั้น

บทที่สองผู้เขียนเรียกว่าอเมซิ่งบังคาลอร์ เธอเล่าถึงที่มาของชื่อบังคาลอร์ ที่เริ่มจากชื่อ Benda Kalooru ซึ่งแปลว่าถั่วต้ม เมืองเล็ก ๆ ที่พระราชาองค์หนึ่งหลงป่ามาขอถั่วต้มจากหญิงชาวบ้านยากจนเสวย จนมาเป็น Garden City, Silicon Valley, Pensioner’s Paradise ในทุกวันนี้ ด้วยความเป็นฮับของโลกไอที เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีและสถาบันทางด้านวิทยาศาสตร์ เป็นหนึ่งในหกมหานครของอินเดีย เป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวถึง ๔๐% มีต้นไม้อายุร้อยปีนับไม่ถ้วน มีสวนสาธารณะใหญ่กลางเมือง มีห้องสมุดที่มีหนังสือหายากกว่าหมื่นเล่ม ทั้งยังมีภูมิอากาศเย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อน 

ในบทนี้เธอเล่าถึงร้าน Cafe Coffe Day ที่สาวเปรี้ยวหนุ่มมั่นมาจับกลุ่มกันในย่านบริดเกตโร้ด ที่เธอให้สมญามันว่าสยามสแควร์แห่งบังคาลอร์ เล่าถึงย่านCommercial Street ที่สีสันไม่ต่างไปจากจตุจักรบ้านเรา เล่าถึงมัสซาลาปูรี ของกินเล่นที่เธอบอกว่าอร่อยอย่างที่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม เล่าถึงนายและนางแบบทั้งหลายที่เธอไปถ่ายรูปพวกเขาว่า“พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะได้มีโอกาสเห็นภาพที่ถูกบันทึกไว้ในกล้องหรือไม่ แต่ช่วงเวลาที่ได้โพสท์ท่าคือนาทีที่เป็นนิรันดร์ในความทรงจำ เพราะผู้คนในตลาดจะหันมามองเขาเป็นจุดเดียว”

แล้วเธอก็เล่าถึงความเป็นนครไอทีล้ำยุคที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวิถีชีวิตของคนที่นี่ว่า “ไม่อยากเชื่อว่าซิลิคอนวอลเลย์แห่งบังคาลอร์ติดอันดับนิคมอุตสาหกรรมซอฟแวร์อันดับ ๒ ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา มนุษย์คอมพิวเตอร์ของอินเดียมีความสามารถในการเขียนโปรแกรมทุกประเภทซึ่งเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ ที่ต้องนำคอมพิวเตอร์มาใช้” แต่อีกฟากหนึ่งของเทคโนโลยีบนถนนอีกด้านหนึ่ง “ความโกลาหลบนท้องถนนย่านนี้ฉุดภาพของเมืองไอทีอันเลิศหรูในสายตาผู้ไม่รู้จัก ไปสู่ความเป็นอินเดียในแบบที่พวกเราคุ้นเคยมานับศตวรรษ ทั้งคนยากคนจน คนพิการ ขอทาน พ่อค้าแม่ค้า ต่างพ่นลมหายใจปะปนกันบนถนนสายชีวิตที่เต็มไปด้วยความรุ่งริ่งรุงรัง” “บังคาลอร์ยังคงก้าวไปข้างหน้าในฐานะที่เป็นTechnologyHub ของอินเดียและของโลก ในขณะที่คนขายถั่วก็ยังคงคั่วถั่วคลุกเกลือด้วยวิธีเดิม ๆ หนุ่มออฟฟิศหลายคนยังคงสบายใจกับการปั่นจักรยานและสวมกางเกงขาบานไปทำงาน ผู้หญิงออฟฟิศยังคงนิยมสวมใส่ส่าหรีภายใต้เสื้อนอกที่ดูขัดตา ถนนทุกสายยังคงมีผู้ชายยืนปัสสาวะริมรั้ว และฉันก็ยังคงโดนมือผู้ชายจิตวิปริตลวนลามเวลาเดินผ่านอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน”

บทที่สามเรื่องห้องเรียนอินเดีย เธอเล่าถึงอาจารย์ศรีตลา ครูที่เธอและใคร ๆ ต้องอยากได้ เพราะความเป็น “ครูที่เราจดจำชื่อได้ ครูที่ไม่ว่าท่านจะแก่ลงและเราจะเติบโตขึ้นเพียงไร พวกเราก็จะนัดกับเพื่อน ๆ พาลูกและคู่ชีวิตไปกราบไหว้คุณครูเมื่อมีโอกาส” ในความหมายที่ว่าครูคือผู้นำทางปัญญาแก่เรา

ฉันประทับใจตอนที่เธอเล่าว่าในวันที่ต้องสอบปากเปล่าวิทยานิพนธ์ ที่ผู้ทรงคุณวุฒิอื่นๆห้าท่านเตรียมโจมตีเธอให้ตกเวทีจากข้อบกพร่องอันแพรวพราวในวิทยานิพนธ์ของเธอนั้น อาจารย์ศรีตลาซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิคนที่หกได้ช่วยเธอไว้ ด้วยการตั้งคำถามที่ครูรู้ว่าเธอคนเดียวเท่านั้นที่จะตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด อ่านถึงตรงนี้แล้วน้ำตาคลอ คิดถึงหลานสาวที่กำลังลุ้นวิทยานิพนธ์ปริญญาโทวิศวะเคมีขึ้นมาจับใจ 

ฉันจะเล่าเรื่องหนังสือเล่มนี้ไว้เพียงแค่นี้แล้วนะ เล่ามากกว่านี้จะกลายเป็นรายงานวิชาอ่านเอาเรื่องไปเสีย อีกประการหนึ่งก็คือฉันอ่านหนังสือเล่มนี้หนแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อนแล้วเขียนบันทึกไว้ สมัยนั้นยังไม่มีเฟซบุ้คให้โพสท์เรื่องของตัวเองให้คนอื่นรู้ มาอ่านเจออีกทีวันนี้ก็ยังเห็นค่ามันเหมือนเดิม จึงเอามาแลกเปลี่ยนกันใครที่ชอบแล้วอยากอ่านไปหาซื้อเล่มเต็มมาอ่านกันได้ อาจจะหายากสักหน่อยแล้ว ต้องลองหาจากร้านหนังสือเก่าออนไลน์ ถ้าไม่รู้จะหาที่ไหนจะแนะนำร้านที่คุ้นเคยให้สักร้าน ชื่อร้านหนังสือดาวแดง ของคุณอากร ภูวสุธร คนนี้หาหนังสือเก่าให้ฉันได้เกือบทุกเล่ม

เอาเป็นว่าตอนนั้นฉันจบหนังสือเล่มนี้ด้วยความรู้สึกอยากเห็นอินเดียมาก ๆ และอีกด้านหนึ่งก็ได้กลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ของสุทธิมา เสืองามไปแล้วอย่างหมดใจ เจอชื่อนี้ในหนังสือที่ไหนจะไม่พลาดที่จะอ่านเรื่องของเธอ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน