• dinhin
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dinhin2503@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-02
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 56105
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
นายดินหิน รักพงษ์อโศก
สนใจศาสนา ศิลปะ การเมือง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dinhin
วันพุธ ที่ 1 ตุลาคม 2551
Posted by dinhin , ผู้อ่าน : 3754 , 08:03:30 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

เราเป็นอย่างที่เรากิน

 ทฤษฎีที่จะกล่าวถึงนี้ คือมังสวิรัตินิยม หรือ VEGETARIANISM ซึ่งคนฝรั่งเศสสมัยใหม่ เรียกว่าREGIME-VIOLENT

”ทฤษฎีแห่งชีวิต”

- สมัยประวัติศาสตร์ยุคโบราณ ประวัติศาสตร์ก็ได้บันทึกระบบมังสวิรัติเป็นอาหารของมนุษย์ กรีกโบราณ ชาวไอยคุปต์ ชาวฮีบรู บรรยายว่า มนุษย์เป็นสัตว์กินผลไม้ อารยธรรมมนุษย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยุคหนึ่งคือ อารยธรรมอินเดียน ของเผ่าอินคา มีอาหารมังสวิรัติเป็นรากฐาน

ความเห็นของศาสดาต่าง ๆ

เมื่อมนุษย์เริ่มมีศาสนา ศาสดาทั้งหลายรวมทั้งนักปราชญ์ใหญ่ ๆ ของโลก จะสนับสนุนอาหารมังสวิรัติ และสั่งสอนให้งดเว้นอาหารเนื้อสัตว์ ชาวยุโรปมักจะยกนามพระเจ้าของศาสนาคริสต์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของศาสนาพุทธ ปรัชญาเมธี ชาวกรีกโบราณ รวมทั้งของจีนด้วย เป็นตัวอย่างของผู้มีความสามารถในการพัฒนาจิตวิญญาณของมนุษย์ ให้เข้าสู่ความเป็นมนุษย์ด้วย

อาหารที่มนุษย์ควรกิน เช่น

ตัวอย่างจากคัมภีร์ไบเบิ้ล ของศาสนาคริสต์ เล่มที่ ๑ ปฐมกาล ๑:๒๙ (GENESIS 1:29) “พระเจ้าตรัสว่า เราให้พืชที่มีเมล็ดทั้งหมดซึ่งมีอยู่ทั่วพื้นแผ่นดิน และต้นไม้ทุกชนิดที่มีเมล็ดในผลของมันแก่เจ้า เป็นอาหารของเจ้า” จะสังเกตเห็นว่า ไม่มีการเอ่ยถึงเนื้อสัตว์เลย

ตัวอย่างคัมภีร์ไบเบิ้ล ของศาสนาคริสต์ เล่มที่ ๑ ปฐมกาล ๙:(GENESIS 9:4) “แต่อย่ากินเนื้อพร้อมกับชีวิตของมัน คือเลือดของมัน”

ตัวอย่างจากเอกสารโบราณ อายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปี ที่เพิ่งค้นพบ ซึ่งเปรียบเสมือนภาคพันธสัญญาใหม่ ของพระคัมภีร์ไบเบิ้ล (THE ESSENEGOSPEL OF PEACE) ยืนยันคำตรัสของพระเยซูเจ้าว่า “ ชาวฮินดูในประเทศอินเดียโบราณ ห้ามการกินเนื้อสัตว์

ในคัมภีร์กุลอ่านของศาสนาอิสลาม ห้ามการกิน ” สัตว์ตาย เลือด และเนื้อ…”

พระผู้พยากรณ์รุ่นแรก ๆ ของอิสลามองค์หนึ่ง ซึ่งเป็นหลานของพระโมฮัมหมัด ได้แนะนำสาวกระดับสูงหลายท่านว่า “ อย่าทำให้กระเพาะของเธอกลายเป็นหลุมฝังศพของสัตว์ทั้งหลาย”

จึงเห็นได้ว่าในหลายยุคสมัยในอดีต นักปราชญ์และผู้รู้ทั้งหลายได้ถือเอาทฤษฎีมังสวิรัติ เป็นทางปฏิบัติชอบอย่างหนึ่ง และได้ชักจูงให้ผู้อื่นกระทำตามด้วย

ความเห็นของนักปราชญ์โบราณ

ไพธาโกรัส (PYTHAGORAS) ผู้มีปัญญาปราดเปรื่องที่สุด ในบรรดานักปราชญ์ชาวกรีกเชื่อว่า “ ปัญญาอันสมดุลและเฉียบแหลม จะนำไปสู่ชีวิตที่บริสุทธิ์ ด้วยการกินอาหารมังสวิรัติ ” เพลโต้ (PLATO) ปรัชญาเมธีชาวกรีก กล่าวว่า “เนื้อสัตว์เป็นสาเหตุแห่งโรคภัยและสงคราม” เซเนก้า (SENECA) นักปราชญ์ชาวโรมันยืนยันว่า อาหารบริสุทธิ์ (จากคาวเลือดและเนื้อ) นอกจากจะทำให้สุขภาพแข็งแรงแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างปัญญาด้วย” ความเห็นของนักมังสวิรัติร่วมยุค

นักบุญและนักปราชญ์ในเกือบทุกศาสนา ผู้ทรงคุณธรรมและปัญญาญาณ รวมทั้งผู้นำทางวิชาการและจิตวิญญาณ มากหลายในอดีต เชื่อเสมอมาว่า มนุษย์เราไม่มีทางที่จะพัฒนาทางจิตวิญญาณของตนเองให้สูงขึ้นได้ ไม่สามารถแม้จะสร้างสังคมมนุษย์ ที่จะมีความเมตตาต่อกันเป็นพื้นฐาน ตราบเท่าที่เรายังไม่เลิกพฤติกรรมอันโหดเหี้ยม แห่งการกินเนื้อสัตว์ การจะยกคำพูดของทุกท่านมาแสดง ย่อมเป็นไปไม่ได้ จึงขอยกตัวอย่างพอ สังเขป เช่น

ลีโอนาร์ด ดา วินซี (LEONARDO DA VINCI ) นักปราชญ์ชาวอิตาเลียน ผู้รอบรู้ศิลปวิทยาการมากหลาย กล่าวว่า “มนุษย์เป็นเจ้าแห่งสัตว์ป่าอย่างแท้จริง เพราะความโหดร้ายทารุณของเขาเหนือกว่าสัตว์เหล่านั้น เขาอยู่บนความตายของผู้อื่น ตัวเขาคือสุสาน อนึ่ง ตัวข้าพเจ้าเองได้ตั้งสัจจะเลิกกินเนื้อสัตว์ ย่อมจะเกิดขึ้นได้กับมนุษย์ เมื่อมนุษย์เห็นการฆาตกรรมสัตว์เป็นพฤติกรรมที่ร้ายแรงเท่า ๆ กับการฆ่ามนุษย์ด้วยกัน”

ลีโอ ตอลสตอย (LEO TOLSTOY) ปราชญ์ชาวรัสเซีย กล่าวว่า “ ตราบใดที่ร่างกายของเรายังเป็นหลุมฝังศพ ที่มีชีวิตของสัตว์ที่ถูกสังหาร เราจะหวังให้สภาพอุดมคติในโลกนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน”

ยอร์ช เบอร์นาร์ด ชอว์ (GEORGE BERNARD SHAW) ปราชญ์ชาวอังกฤษกล่าวว่า “ มันช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร (เพราะการกินเนื้อสัตว์นั้น) ไม่ร้ายเฉพาะความทรมานและความตาย ของสัตว์เท่านั้น แต่มนุษย์ยังปิดกั้นสมรรถภาพอันสูงส่งในการพัฒนาจิตวิญญาณของเขาเองโดยไม่จำเป็น อันคือความมีเมตตากรุณาต่อสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเช่นเดียวกับตัวเขา มิใช่การเหยียบย่ำสำนึกมนุษย์ จนกลายเป็นคนโหดเหี้ยม”

จ๊าค เดอ มาร์เควต (JAQUES DE MARQUETTE) ผู้ก่อตั้งสมาคมครอบครัวสากล ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะทำงานเพื่อส่งเสริมมนุษย์ชาติ ธรรมชาติและบุคลิกภาพ ให้เหตุผลของการกินอาหารมังสวิรัติ ๑๒ ข้อ สรุปได้ดังนี้ :-

. เพื่อสุขภาพร่างกายที่สะอาดบริสุทธิ์

. เพื่อสุขภาพและพลานามัย

. เพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจ

. เพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนในสังคม

. เพื่อความรักอันปราศจากความหลงในเมถุน

. เพื่อจิตใจที่แข็งแรง

. เพื่อความสมดุลทางเศรษฐกิจและสังคม

. เพื่อการพัฒนาทางปัญญา

. เพื่อความกลมกลืนกับธรรมชาติ

๑๐. เพื่อเหตุผลทางด้านศีลธรรมและความไม่เบียดเบียน

๑๑. เพื่อเป็นรากฐานของสันติภาพ

๑๒. เพื่อเหตุผลทางด้านศาสนา

เขาเชื่อว่า อาหารมังสวิรัติ “เป็นกุญแจที่จะเปิดประตูทุกบาน” และเป็นหลักประกันของสุขภาพอันสมบูรณ์ ความเจริญทางวัตถุ ความสมดุลทางปัญญา ความบริสุทธิ์ ความดี ความเมตตาต่อสัตว์และมนุษย์ ในยุคแห่งความหลงอวิชชา ความบ้าเลือด และความทุกข์ทรมาน

ความเห็นของนักสัตวศาสตร์

นักสัตวศาสตร์รู้ว่าอาหารของสัตว์แต่ละชนิด จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างทางสรีระ การทำงานของอวัยวะต่าง ๆ และระบบการย่อยอาหาร ซึ่งจะต่างกันอย่างเห็นได้ชัด นักวิชาการได้แบ่งสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังออกเป็น ๓ กลุ่ม ตามประเภทอาหาร คือ กลุ่มกินเนื้อ กลุ่มกินหญ้าและใบไม้ และกลุ่มกินผลไม้ เราน่าจะมาลองพิจารณาดูว่าระบบทางโครงสร้างและสรีระของคน เทียบเคียงได้กับสัตว์กลุ่มใดมากน้อยเพียงใด ได้ตามารางต่อไปนี้ :-

สัตว์กินเนื้อ

สัตว์กินหญ้าและใบไม้

สัตว์กินผลไม้

มนุษย์

. มีเล็บงุ้มและ แหลมคม

. เล็บแบน

. เล็บแบน

. เล็บแบน

.ไม่มีรูขุมขน
คายน้ำโดยรูที่ลิ้น เพื่อให้ร่างกายเย็น

. ขับเหงื่อโดยรูขุมขน นับล้านตามผิวหนัง

. ขับเหงื่อโดยรูขุมขน นับล้านตามผิวหนัง

. ฟันหน้าไม่แหลมคม

. ฟันหน้าแหลม และคม เพื่อฉีกเนื้อ

. ฟันหน้าไม่แหลมคม

. ฟันหน้าไม่แหลมคม

. ฟันหน้าไม่แหลมคม

. มีต่อมน้ำลายเล็ก ๆ ในปาก เนื่องจากไม่จำเป็นต้องย่อยอาหาร

. มีต่อมน้ำลายที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจำเป็นสำหรับย่อยอาหาร ประเภทข้าวหรือผลไม้ในขั้นแรก

. มีต่อมน้ำลายที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจำเป็นสำหรับย่อยอาหาร ประเภทข้าวหรือผลไม้ในขั้นแรก

.ต่อมน้ำลายที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งจำเป็นสำหรับย่อยอาหาร ประเภทข้าวหรือผลไม้ในขั้นแรก

. น้ำลายเป็นกรด มีน้ำย่อยทายลิน สำหรับย่อยอาหาร ประเภทข้าวในขั้นแรก

. น้ำลายเป็นด่าง พร้อมกับมีน้ำย่อยทายลิน เพื่อย่อย อาหารประเภทข้าว

.น้ำลายเป็นด่าง พร้อมกับมีน้ำย่อยทายลิน เพื่อย่อยอาหารประเภทข้าว

. น้ำลายเป็นด่าง พร้อมกับมีน้ำย่อยทายลิน เพื่อย่อยอาหารประเภทข้าว

. ไม่มีฟันกรามด้านหลัง
สำหรับบดอาหาร

. มีฟันกรามด้านหลัง สำหรับบดอาหาร

. มีฟันกรามด้านหลัง สำหรับบดอาหาร

. มีฟันกรามด้านหลัง สำหรับบดอาหาร

. มีกรดโฮโดรคอลิกในกระเพาะอาหาร
อยู่มากสำหรับย่อยกล้ามเนื้อกระดูก และส่วนอื่น ๆ ของสัตว์

. กรดในกระเพาะอาหาร อ่อนกว่าของสัตว์กินเนื้อ ถึง ๒๐ เท่า

. กรดในกระเพาะอาหาร อ่อนกว่าของสัตว์กินเนื้อ ถึง ๒๐ เท่า

. กรดในกระเพาะอาหาร อ่อนกว่าของสัตว์กินเนื้อ ถึง ๒๐ เท่า

. ลำไส้ยาวเพียง ๓ เท่าของร่างกาย
เพื่อขับถ่ายเนื้อที่เน่าเปื่อยออก
ได้อย่างรวดเร็ว

. ลำไส้ยาวกว่าร่างกายถึง ๑๐ เท่า เพราะใบไม้เน่าเปื่อยช้า จึงผ่านขั้นตอนการย่อยได้ตามปกติ

. ลำไส้ยาวกว่าร่างกายถึง ๑๒ เท่า เพราะผลไม้เน่าเปื่อยช้า จึงผ่านขั้นตอนการย่อยได้ตามปกติ

. ลำไส้ยาวกว่าร่างกายถึง ๑๒ เท่า

เมื่อพิจารณาจากตาราง สรุปโครงสร้างสรีระและระบบอวัยวะ และการย่อยแล้ว เราจะพบว่า โดยสภาพธรรมชาติแล้ว โครงสร้างของมนุษย์ใกล้เคียงกันกับสัตว์ที่กินหญ้า, ใบไม่และผลไม้มากกว่า กลุ่มสัตว์ที่กินเนื้อ ฟอน ลินเน่อ (VON LINNE) นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ชาวสวีเดน กล่าวว่า “ มองจากโครงสร้างของมนุษย์ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งเปรียบเทียบกับของสัตว์อื่นแล้ว จะเห็นได้ว่า ผักและผลไม้จะต้องเป็นอาหารตามธรรมชาติของมนุษย์เป็นแน่”

ความเห็นของแพทย์

ความเห็นของแพทย์นี้ อาจประมวลได้เป็น ๔ หัวข้อ คือ :-

. ด้านสารพิษและสารเคมีที่เป็นพิษจากสัตว์

. ด้านโรคภัยที่เกิดกับคน

. ด้านสุขภาพของผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์

. ด้านโภชนาการของอาหารธรรมชาติ

. ด้านสารพิษและสารเคมีที่เป็นพิษจากสัตว์

นอกจากสารพิษที่เกิดจากการเน่าเปื่อยตามธรรมดาของสัตว์ที่ตาย เช่นเดียวกับร่างกายของมนุษย์แล้ว สัตว์ที่มีชีวิตจะผลิตของเสียอยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะถูกขับออกจากร่างกายโดยอวัยวะต่าง ๆ เช่น ปอด ตับ ไต และลำไส้ ของเสียเหล่านี้ยังคงตกค้างอยู่ในสัตว์ที่ถูกฆ่าเพื่อนำมาขาย นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านชีวเคมีอย่างมากในตัวสัตว์ที่ตกใจกลัวสุดขีด สารพิษต่าง ๆ เช่น ฮอร์โมนอะดรีนาลีน (ADRENALINE) และกรดยูริค (URIC ACID) ซึ่งถูกขับออกมาเมื่อสัตว์เกิดความกลัวจัด หรือได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง จะกระจายไปทั่วร่างของสัตว์และตกค้างอยู่ตามเส้นเลือดและเนื้อเยื่อ และเมื่อสัตว์ตายลงใหม่ ๆ สารโตเมน (PTOMAINE) จะถูกขับออกมา เพื่อมาเร่งการสลายตัวและเน่าเปื่อยของร่างกาย

สารานุกรมบริตันนิก้า (ENCYCLOPAEDIA BRITANNICA) ระบุถึงความไม่บริสุทธิ์ของเนื้อสัตว์ไว้ดังนี้

“โปรตีนที่ได้จากถั่วต่าง ๆ ธัญพืชและผลิตภัณฑ์จากนม ถือว่าบริสุทธิ์กว่าโปรตีนที่ได้จากเนื้อวัวที่มีส่วนประกอบของน้ำที่ไม่บริสุทธิ์ถึง ๕๖ เปอร์เซ็นต์"

นอกเหนือไปกว่านี้ สถาบันโภชนาการแห่งอเมริกา (NUTRITION INSTITUTE OF AMERICA) ยังยืนยันว่า “เนื้อของซากสัตว์เต็มไปด้วยเลือดเนื้อที่เป็นพิษและของเสียอีกมากมาย”

ประการที่หนึ่ง โดยผ่านทางอาหารธรรมชาติ ที่สัตว์กินเข้าไป ปัจจุบันนี้แม้อาหารธรรมชาติของสัตว์ อันคือต้นไม้ ใบหญ้า ก็ไม่เป็นอาหารธรรมชาติอีกต่อไปแล้ว ทุ่งหญ้าจำนวนมากถูกคุกคามโดยสารเคมีต่าง ๆ เช่น ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ และสารกำจัดสัตรูพืช เป็นต้น สารที่สลายตัวยากเหล่านี้จะถูกสั่งสมไว้ในร่างกายสัตว์ในปริมาณอันน่าตกใจ!! กว่าสัตว์เหล่านนั้นจะถูกฆ่าเพื่อมาเป็นอาหารของคน ฉะนั้นในการกินเนื้อสัตว์เราจึงได้รับปริมาณสารพิษเข้าไปในร่างกายอย่างเข้มข้น เพราะเนื้อสัตว์มีสารเคมีมากกว่าผักและผลไม้ ถึง ๑๑ เท่า

ประการที่สอง โดยการแทรกแซงทางวิทยาศาสตร์ เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตและปรับปรุงคุณภาพของเนื้อที่จะได้ สัตว์จะถูกฉีดหรือป้อนด้วยฮอร์โมน และยาหลายประเภท รวมทั้งยาปฏิชีวนะ ยาเจริญอาหาร ยากล่อมประสาท และแม้กระทั่งยาบำรุง ในรูปของอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น ในหลายกรณี สัตว์เสียชีวิตลง เพราะยาเหล่านั้น

ประการที่สาม เทคนิคการตกแต่งเนื้อสัตว์ เนื่องจากเนื้อสัตว์ที่เก็บไว้นาน ๆ จะมีสีเขียวคล้ำ ๆ ผู้ขายจะใช้เทคนิคการตกแต่งเนื้อสัตว์ให้ดูสดและน่ารับประทาน โดยการฉีดสารไนเตรท ไนไตรท์ คอปเปอร์ ซัลเฟต และวัตถุกันเสียอื่น ๆ เข้าไป

. ด้านโรคภัยที่เกิดกับคน

จะขอกล่าวถึงเรื่องมะเร็งก่อน ในฐานะที่เป็นโรคที่น่ากลัวที่สุดโรคหนึ่ง ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ และอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญทางพยาธิวิทยาได้เปรียบเทียบเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ของนักกินเนื้อสัตว์กับนักมังสวิรัติ ปรากฎว่า แบคทีเรียในลำไส้ของคนกินเนื้อสัตว์จะทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยเพื่อผลิตสารเคมี ซึ่งได้พบแล้วว่า มีส่วนก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

ชาวสก๊อต ซึ่งบริโภคเนื้อวัวมากกว่าชาวอังกฤษถึง ๒๐ % เป็นโรคมะเร็งในลำไส้เป็นอันดับหนึ่งของโรค

นอกจากปฏิกิริยาของแบคทีเรียในลำไส้แล้ว ผู้บริโภคเนื้อสัตว์ยังเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคมะเร็ง ด้วยการสั่งสมสารเคมีประเภทต่าง ๆ จำนวนมากที่พบในตัวสัตว์ ดังรายละเอียดที่กล่าวมาแล้ว และในหลายกรณี สัตว์ที่นำมาบริโภคก็ตายด้วยโรคมะเร็งจากสารเคมีเหล่านี้ การตัดส่วนที่เป็นมะเร็งทิ้งและขายส่วนอื่นแก่ผู้บริโภค ไม่ได้ลดความเสี่ยงลงแม้แต่น้อย บางครั้งก้อนเนื้อมะเร็งนั้นถูกนำไปขายเป็นเนื้อสับหรือเศษเนื้อ ซึ่งเจ้าของร้านอาหารนิยมเหมามาตุ๋นขาย

โรคหัวใจ

เนื้อสัตว์ เป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคหัวใจ ในปี ๑๙๖๑ วารสารของสมาคมแพทย์อเมริกัน (THE JOURNAL OF THE AMERICAN MEDICAL ASSOCIATION) รายงานเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า “ การกินอาหารมังสวิรัติสามารถป้องกันโรคหัวใจได้ถึง ๙๐-๙๗ % ”

คอเลสเตอรอล หรือไขมันที่สลายตัวยากของสัตว์นี้ จะเกาะตัวตามผนังของผู้บริโภคเนื้อสัตว์ เมื่อมีการสะสมไขมันประเภทนี้มากขึ้น ๆ เป็นปี ๆ ช่องทางเดินของเส้นเลือดจะตีบตัน ทำให้เลือดหมุนเวียนไม่สะดวก หัวใจจึงต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อสูบฉีดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดความดันเลือดสูง ช็อคและหัวใจวายได้ในที่สุด

โรคไต

การบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์มากเกินไป จะทำให้เกิดการสั่งสมก๊าซไนโตรเจนในกรดยูริคมากเกินไป ซึ่งนอกจากจะเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไตแล้ว ยังมีส่วนก่อให้เกิดโรคบวมตามกระดูกได้ด้วย

เมื่อกรดยูริคมากเกินไป ไตซึ่งมีหน้าที่กำจัดสารพิษนี้ออกจากร่างกาย จึงต้องรับภาระหนัก จึงทำให้เสื่อมสมรรถภาพเร็ว เกิดเป็นโรคไตได้ง่าย และในเมื่อไตไม่สามารถกำจัดกรดยูริค ออกจากร่างกายตามข้อต่อตามกล้ามเนื้อได้ ในที่สุด ก็จะแข็งตัวและตกผลึก ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามข้อ เป็นโรคเก๊าท์ และโรคไขข้ออักเสบ และในบางกรณีเมื่อกรดยูริคสั่งสมลงตามเส้นประสาท จะก่อให้เกิดโรค NEURITIS และโรค SCIATICA

ปัจจุบันแพทย์จะให้ผู้ป่วยด้วยโรคข้างต้น งดการกินเนื้อสัตว์โดยเด็ดขาด หรือลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ลงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ส่วนโรคอื่น ๆ เช่น โรคท้องผูก และโรคลำไส้นั้น เป็นเพราะเนื้อสัตว์ไม่ค่อยมีกาก จึงทำให้การเคลื่อนไหวตามช่องทางเดินอาหารเป็นไปได้โดยยาก การขับถ่ายก็จึงยาก และเนื่องจากเนื้อสัตว์ที่เน่าเปื่อยและเต็มไปด้วยสารพิษนั้น จะหมักหมมอยู่ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์อยู่อย่างน้อยห้าวัน ก่อนที่จะถูกขับออกมาจนหมด จึงทำให้เกิดติดเชื้อโรคต่าง ๆ ได้ง่ายในลำไส้ และทำให้ลำไส้หมดสมรรถภาพเร็วกว่ากำหนด

โรคประสาทเครียด

โรคซึ่งมักจะถูกมองข้าม ก็คืออาการตึงเครียดทางประสาท เหตุผลที่เป็นเหตุผลที่เชื่อมโยงกับความกดดันทางประสาทในทางอ้อม จะสังเกตได้ว่าในประเทศที่มีการกินเนื้อสัตว์มาก ๆ จะต้องมีการดื่มสุราควบคู่กันไป อาจเป็นเพื่อดับกลิ่นคาว หรือเพื่อสาเหตุที่ลึกซึ้งกว่านั้นก็ได้ อาหารเนื้อสัตว์จะทำประสาทเฉื่อยชา เซื่องซึม จึงต้องมีการกระตุ้นประสาท

ด้วยแอลกอฮอล์หรือยากระตุ้นประสาท เมื่อยากระตุ้นหมดฤทธิ์ลง ก็จะเกิดความกดดันขึ้นอีก ร่างกายมนุษย์จึงอยู่กับการกระตุ้นและการกดดันสลับกันไปเช่นนี้

. ด้านสุขภาพของผู้ที่ไม่กินเนื้อสัตว์

ที่จริงคำว่า “VEGETARIAN” มาจากภาษาลาติน “VEGETARE” ซึ่งแปลว่า ทำให้กระปี้กระเปร่า มีชีวิตชีวา และคำว่า “ HOMOVEGETUS” ในภาษาลาตินก็แปลว่า บุคคลที่มีสุขภาพแข็งแรง สมบูรณ์ และคล่องแคล่วว่องไว

การศึกษาทดลองมากมาย ได้พิสูจน์แล้วว่า…

กลุ่มผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติทั่วโลก จะมีสุขภาพที่แข็งแรง มีความอดทน และอายุยืนกว่าผู้ที่กินเนื้อสัตว์ และมีอัตราการป่วยเป็นโรคต่าง ๆ น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่บริโภคเนื้อสัตว์

ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด นายแพทย์ผู้หนึ่งยืนยันว่า อาหารมังสวิรัติ ช่วยลดอัตราผู้ป่วยด้วยไข้หวัด และโรคภูมิแพ้

ในประเทศบุลแกเรีย นายแพทย์เมทเชนิคอฟ (Dr.METCHENIKOV) แห่งสถาบันปาสเตอร์ เชื่อว่า ชาวชนบทจำนวนมากในประเทศนี้ ซึ่งมีอายุถึงร้อยปี คงมีสาเหตุมาจากการบริโภคอาหารที่ใกล้เคียงอาหารมังสวิรัติ

พวกฮันซ่า คือกลุ่มชนที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทสอินเดีย และปากีสถาน เผ่าโอโตมี่ (ชนพื้นเมืองของเม็กซิโก) และชนพื้นเมืองในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของอเมริกา มีสุขภาพแข็งแรงดี มีโรคภัยไข้เจ็บน้อย และโดยเฉลี่ยจะมีอายุยืนถึง ๑๑๐ ปี หรือมากกว่านั้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผู้ที่กินอาหารมังสวิรัติ

ส่วนชาวเอสกิโม ซึ่งกินเนื้อสัตว์และไขมันเป็นประจำ จะแก่เร็ว และมีอายุโดยเฉลี่ย ๒๗ ปีครึ่ง และในบรรดาชาวเคอกีส อันคือชนชาติพเนจรในแถวตะวันออกของรัสเซีย ซึ่งกินเนื้อสัตว์เป็นอาหารหลัก จะมีน้อยคนมากที่มีอายุ ๔๐ ปี

นักกีฬาจำนวนไม่น้อย ที่ได้รับความสำเร็จในการแข่งขันครั้งสำคัญ ๆ ทั้ง ๆ ที่กินอาหารมังสวิรัติ เช่น เมอเร่ โรส ผู้คว้าเหรียญทองไปสามเหรียญในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ส่วน เอ.แอนเดอร์สัน นักยกน้ำหนัก ชาวออสเตรีย ผู้ทำลายสถิติโลกหลายครั้ง และจอห์นนี่ ไวส์ มูลเลอร์ ผู้ทำลายสถิติว่ายน้ำของโลกถึง ๕๖ ครั้ง ต่างยืนยันว่าการเปลี่ยนมากินอาหารมังสวิรัติ มิได้ทำให้เรารู้สึกอ่อนเพลียกว่าเดิม แต่กลับจะเสริมสร้างพลังยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ

. ด้านโภชนาการของอาหารมังสวิรัติ

อาหารมังสวิรัติ มีธาตุต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการอย่างครบถ้วน ที่จริงแล้วจากการศึกษาค้นคว้ามากมาย พบว่าอาหารมังสวิรัติให้พลังงานทางด้านอาหารมากกว่าเนื้อสัตว์

แต่ก่อนโปรตีนจากสัตว์ถูกจัดให้เป็นโปรตีนอันดับหนึ่ง และโปรตีนจากพืชเป็นโปรตีนชนิดรองลงมา แต่ปัจจุบันนี้นักวิทยาศาสตร์ต่างยอมรับว่าโปรตีนจากพืชก็มีคุณสมบัติที่ไม่ต่างจากโปรตีนเนื้อสัตว์เลย

อาหารมังสวิรัติ มีปริมาณโปรตีนอยู่สูงพอควร เช่นธัญญาพืชที่ไม่ได้ผ่านการขัด มีโปรตีน ๘-๑๒ % ถั่วเหลืองมีโปรตีน ๔๐ % หรือสองเท่าของโปรตีนเนื้อสัตว์ แม้แต่เนื้อสันในที่เชื่อกันว่าดีที่สุด ก็มีโปรตีนที่นำมาใช้ได้เพียง ๒๐ % เท่านั้นเอง ถั่วและเมล็ดพืชต่าง ๆ มีโปรตีน ๓๐ %

ความเห็นของนักวิจัย

ข้างล่างนี้เป็นตัวอย่างของผลงานของนักวิจัยบางท่าน ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจหลายประการ เช่น

. จากการศึกษาทดลอง กับกลุ่มที่บริโภคอาหารมังสวิรัติ (เซเว่นธ์ เดย์ แอดเวนติสต์) จำนวน ๕๐,๐๐๐ คน ปรากฎว่า ผลที่ได้รับก่อความตื่นเต้นให้กับวงการวิจัยโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มนี้ มีอัตราเป็นโรคมะเร็งที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มของเพศ และวัยเดียวกัน แต่บริโภคเนื้อสัตว์ การศึกษายังแสดงให้เห็นอีกว่า พวกเซเว่นธ์ เดย์ แอดเวนติสต์ มีแนวโน้มที่จะอายุยืนยาวกว่า

. นายแพทย์ผู้หนึ่งพร้อมด้วยนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านอันห่างไกล ในแถบภูเขาเอควาดอร์ ซึ่งมีคนอยู่ประมาณ ๔๐๐๐ คน เพื่อทำการศึกษาชนกลุ่มนี้ พบว่าคนที่นี่ส่วนมากมีอายุยืนเป็นพิเศษ ชายคนหนึ่งอายุประมาณ ๑๒๑ ปี พวกเขาได้ตรวจร่างกายของผู้ที่มีอายุเกิน ๗๕ ปีขึ้นไป ปรากฎว่าในกลุ่มนี้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีอาการของโรคหัวใจ ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ล้วนเป็นนักมังสวิรัติ

. จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ปรากฎว่า เมื่อนำตับของสัตว์ที่ตายด้วยโรคมะเร็ง มาเลี้ยงปลา ปลานั้นก็จะเป็นโรคมะเร็งด้วย

. นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด แห่งอเมริกา ได้ค้นพบว่า ความดันโลหิตของผู้กินอาหารมังสวิรัติ โดยเฉลี่ยแล้วจะต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กินมังสวิรัติอย่างเห็นได้ชัด

. ในระหว่างสงครามเกาหลี ได้มีการชันสูตรศพทหารอเมริกัน ที่มีอายุโดยเฉลี่ย ๒๒ ปี จำนวน ๒๐๐ ราย ปรากฎว่า ๘๐ % เป็นโรคเส้นโลหิตแข็งตัว และอุดตันด้วยไขมันสัตว์ แต่ทหารเกาหลีในกลุ่มอายุเดียวกัน ที่ได้รับการชันสูตรศพเช่นกัน กลับไม่ปรากฎผลดังกล่าวเลย ทหารเกาหลีส่วนมากกินมังสวิรัติ

. นายแพทย์ยู ดี เรจิสเตอร์ หัวหน้าแผนกโภชนาการที่มหาวิทยาลัยโลม่า ลินดา ในแคลิฟอร์เนีย อธิบายถึงการทดลองให้กินอาหารที่อุดมด้วยข้าวประเภทต่าง ๆ ว่า สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลได้จริง ๆ ถึงแม้ว่าผู้ได้รับการทดลองจะกินเนยในปริมาณมากก็ตาม

. นายแพทย์ชาวอเมริกันผู้หนึ่ง ได้ทำการเปรียบเทียบปัสสาวะของผู้บริโภคเนื้อสัตว์กับผู้บริโภคมังสวิรัติ ปรากฎว่าไตของผู้ที่บริโภคเนื้อสัตว์ต้องทำงานหนักกว่าไตของนักมังสวิรัติถึงสามเท่า เพื่อกำจัดส่วนผสมของไนโตรเจน ซึ่งเป็นพิษมากออกจากร่างกาย ในกรณีที่เป็นผู้สูงอายุ ไตจะรับภาระไม่ไหว และจะป่วยเป็นโรคไตอยู่เป็นประจำ

. การวิจัย เมื่อไม่นานมานี้ ยืนยันว่าการขับถ่ายที่เป็นไปตามระบบที่ดี จำเป็นต้องอาศัยกากอาหาร อาหารมังสวิรัติที่ถูกต้อง คือต้องมีผัก ข้าวและผลไม้ ต่างจากเนื้อสัตว์ตรงที่สามารถเก็บความชื้นไว้ได้ และช่วยอาหารเป็นก้อนเพื่อสะดวกในการลำเลียง อาหารมังสวิรัติจึงช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้เป็นอย่างดี

. ..เอช ชูเทเดน จากมหาวิทยาลัยแห่งเบลเยี่ยม ได้ทดลองความอดทน ความแข็งแกร่ง และการกลับคืนสู่สภาพปกติ หลังจากการใช้พลังงานอย่างเต็มที่ ปรากฎว่านักมังสวิรัติเหนือกว่าผู้ที่กินเนื้อสัตว์ในคุณสมบัติดังกล่าวทั้งสาม

๑๐. ในปี ๑๙๕๔ นักวิจัยได้ค้นคว้าอย่างละเอียด ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฎว่า ถ้าหาผักชนิดต่าง ๆ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์จากนมมาบริโภครวมกัน ร่างกายเราจะได้รับโปรตีนในปริมาณที่เกินความต้องการ นักวิจัยลงความเห็นว่า การกินอาหารมังสวิรัติ ๒-๓ อย่างขึ้นไป จะทำให้ร่างกายมีโปรตีนเหลือเฟือ

ความเห็นของฝ่ายสภาวะแวดล้อม

อาหารมังสวิรัติ เป็นสายสืบโยงไปถึงสมชีวิตา ระบบอหิงสา และมักจะมีการขบวนการเคลื่อนไหวชักจูงกันในหมู่ที่เห็นดีเห็นงาม ถ้าศึกษามลพิษต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงมลพิษ และในที่สุดจะเกิดปัญญาญาณให้ศึกษาและอนุรักษ์สภาวะแวดล้อมให้อยู่ในสภาพดี และปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เข้ากับธรรมชาติให้เข้าหาคน เพราะระบบธรรมชาติคือระบบชีวิต กฎของธรรมชาติคือ ระเบียบของชีวิต การทำลายระบบหรือระบบธรรมชาติ แม้น้อยนิดอาจจะหมายถึงการทำลายล้างส่วนรวมทั้งหมดได้

ความเคารพในธรรมชาติจะมีผลโดยตรงต่อความเคารพสิ่งอื่น และเคารพสิทธิของผู้อื่นที่จะมีอยู่เช่นเดียวกับตัวเราเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นคน สัตว์ ต้นไม้ ดิน น้ำ หรืออากาศ หากเราต้องการกินอาหารถูกสุขลักษณะ ดื่มน้ำถูกสุขลักษณะ หายใจอากาศถูกสุขลักษณะ มีผืนดินที่ถูกสุขลักษณะ เราทุกคนต้องสร้างสิ่งที่ดีและหยุดสร้างมลพิษในทุกวินาทีของชีวิตแต่ละคน

การงดกินเนื้อสัตว์และหันกลับมากินอาหารในระบบพืช ผัก ผลไม้ตามธรรมชาติ จึงเป็นการกลับมาสู่ความถูกต้องทางด้านกาย และจิตวิญญาณ อาหารมังสวิรัติจะช่วยนำชีวิตกลับสู่ธรรมชาติ กลับมาทำความรู้จักมักคุ้นกับแผ่นดิน กลับมาพบพระแม่ธรณีอีกครั้ง

นักมังสวิรัตินับว่าเป็นกลุ่มชนที่พูดได้เต็มปากว่า เป็นกลุ่มธรรมชาตินิยม ซึ่งมีระบบการดำเนินชีวิตที่ปรับเข้ากับธรรมชาติด้วยความเข้าใจ ด้วยศรัทธา ด้วยน้ำใจ และด้วยความตั้งใจที่จะมีชีวิตที่ดี ในสถานที่ที่ดีร่วมกับองค์ประกอบและสภาวะแวดล้อมที่ดี เพราะรู้จักและเห็นคุณค่าของสิ่งที่ดี นักมังสวิรัติจะเป็นกำลังใจในการรักษาสภาวะแวดล้อม และเป็นพลังในการพัฒนาตน พัฒนาคน และพัฒนาโลก

คนสร้างมลพิษขึ้นมาแล้วเกือบจะทุกวินาทีของชีวิต มลพิษเหล่านี้มิได้มีผลกระทบต่อตนเองหรือ ? มิได้มีผลกระทบคนอื่นหรือ ? มิได้มีผลกระทบต่อองค์ประกอบอื่นของโลกเราหรือ? จงมาพัฒนากันเถิด อย่าทำลายล้างกันต่อไปอีกเลย ท่านก็เป็นส่วนหนึ่งของโลก ของธรรมชาติ มิใช่หรือ?

ความเห็นของนักพัฒนาสังคม

นักพัฒนาสังคมทั่วโลกกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้าคนเราลดการกินเนื้อสัตว์เพียงครึ่งหนึ่ง เราก็จะมีอาหารเพียงพอที่จะเลี้ยงคนในประเทศที่กำลังพัฒนาทั่วโลก

นายฌอง เมเยอร์ นักโภชนาการจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวว่า ถ้าชาวโลกลดปริมาณการกินเนื้อสัตว์ลงเพียงร้อยละ ๑๐ จะมีอาหารประเภทธัญญพืชเหลือเพียงพอที่จะเลี้ยงคนได้อีกถึง ๖๐ ล้านคน

การกินเนื้อสัตว์ คือสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการขาดแคลนอาหารในโลก เพราะความจริงอันน่าตกใจและน่าเศร้าได้ปรากฎออกมาแล้วว่า กว่าครึ่งของธัญญพืชที่ปลูกในโลกนี้ ถูกนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะที่อเมริกามีปริมาณถึงร้อยละ ๘๐ นอกจากนั้นโปรตีนจากพืชที่กินเข้าไปนั้น จะเหลือตกค้างเป็นประโยชน์จากสัตว์มาถึงคนเพียงร้อยละ ๑๐ เท่านั้น อีกร้อยละ ๙๐ สูญหายไปโดยเปล่าประโยชน์

การเลี้ยงสัตว์เพื่อกินเป็นอาหาร โดยที่ต้องการธาตุโปรตีนจากสัตว์นั้นทำให้เกิดความไม่สมดุลในการใช้พื้นดินเกษตร คิดตามตัวเลขสถิติแล้ว หากใช้พื้นที่ ๒ ไร่ครึ่งสำหรับเลี้ยงวัว ๑ ตัว จะได้โปรตีนประมาณ ๑ ปอนด์ แต่พื้นดินเท่ากันนี้หากนำไปใช้ในการปลูกถั่วเหลือง ก็จะได้โปรตีนถึง ๒๐ ปอนด์ เห็นได้ว่าการผลิตโปรตีนจากสัตว์จะกินพื้นที่มากกว่าการผลิตโปรตีนจากถั่วเหลืองถึง ๒๐ เท่า นอกจากนี้นักโภชนาการก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ถั่วเหลืองมีคุณค่าทางอาหารมากกว่า มีไขมันน้อยกว่า และไม่มีสารพิษเช่นในเนื้อสัตว์

นอกจากความสูญเสียทรัพยากรด้านพื้นดินแล้ว การเลี้ยงสัตว์ต้องใช้น้ำมากว่าการปลูกพืชถึงแปดเท่า

นายเคิร์ท วัลไฮม์ อดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวว่า การบริโภคอาหารของคนประเทศที่ร่ำรวยทั้งหลาย เป็นสาเหตุสำคัญของความหิวโหยทั่วโลก พร้อมกับเสนอให้ประเทศเหล่านั้นลดปริมาณการบริโภคเนื้อสัตว์ลง

ผู้รู้หลายท่านมีความเห็นว่า วิธีการแก้วิกฤตการณ์ทางด้านความขาดแคลนอาหารของโลกในระยะต้น การชักจูงให้คนหันมากินอาหารมังสวิรัติ

ถ้าเราหันมากินอาหารมังสวิรัติเราจะขจัดความหิวโหยไปจากโลกนี้ได้ เด็ก ๆ ที่เกิดมาจะเติบโตขึ้นอย่างอุดมสมบูรณ์ แข็งแรงและมีความสุข สัตว์ทั้งหลายจะมีชีวิตอยู่อย่างอิสระเสรีตามธรรมชาติ โดยไม่ถูกบังคับให้ขยายพันธุ์ราวกับเป็นทาส ที่จะต้องถูกขุนให้อ้วนเพื่อพาไปสู่หลุมศพ ด้วยอาหารที่คนท้องกิ่วทั้งหลายควรจะได้กิน

มหาตมะ คานธี กล่าวว่า โลกผลิตได้เพียงพอสำหรับความจำเป็นของทุกคน แต่ไม่พอสำหรับความโลภของคน

เรามาพัฒนาวัตถุและจิตวิญญาณกันเสียทีได้หรือยัง ? ความจำเป็นจะบีบบังคับให้ทุกคนลดการกินเนื้อสัตว์หรือเลิกกินเนื้อสัตว์เอง แต่ทำไมเราจะต้องรอจนถึงวันนั้น มาพัฒนาตนเองด้วยความสมัครใจมิดีกว่าหรือ ? นักมังสวิรัติในวันนี้ คือ มนุษย์เผ่าอนาคต ที่พร้อมเพื่อการพัฒนาเพื่อรักษาสมดุลแห่งทรัพยากรของโลก

ความเห็นของผู้ใฝ่สันติในโลกตะวันตก

กลุ่มผู้ใฝ่สันติโลกตะวันตกนั้น มิจำกัดแต่เพียงกลุ่มศาสนาหรือศีลธรรมเท่านั้น แต่ผู้ใฝ่สันติในโลกตะวันตกในปัจจุบันนี้ คือหมู่ชนทุกชาติ ทุกศาสนา ทุกเพศ ทุกวัย ทุกอาชีพ ที่สนับสนุนระบบการดำเนินชีวิตที่ไม่เบียดเบียน ไม่ว่าจะเป็นพืช หรือสัตว์ หรือคนด้วยกันเอง นอกจากจะไม่เบียดเบียนชีวิตแล้ว พวกเขายังพร้อมที่จะให้ความคุ้มครองทั้งพืช สัตว์ และคน ให้มีโอกาสดำเนินชีวิต โดยมิต้องถูกเบียดเบียนด้วย และพวกเขายังพร้อมที่จะขจัดเหตุอันจะเป็นภัยต่อชีวิตด้วย

ผู้นำทางจิตวิญญาณร่วมสมัยท่านหนึ่ง คือ อนันทมุรติ อธิบายหลักอหิงสาธรรมประจำชีวิตคนเราไว้ ๒ ประการคือ

. การสรรหาสิ่งที่จะนำเป็นอาหาร ควรสรรหาในบรรดาสิ่งที่มีการพัฒนาทางจิตสำนึกและการรับความรู้สึกน้อย เช่น ถ้ามีพืชผักก็ไม่ควรกินเนื้อสัตว์

. ก่อนที่จะฆ่าสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่ได้พัฒนาการรับรู้สึก หรือยังไม่ได้พัฒนาก็ตาม ควรพิจารณาเสมอว่าเราสามารถอยู่อย่างสมบูรณ์ แข็งแรง โดยไม่ผลาญพรากชีวิตเขาเหล่านั้นได้หรือไม่

ผู้ใฝ่สันติทั้งหลายเชื่อเสมอว่า มนุษย์เราไม่มีทางที่จะพัฒนาจิตวิญญาณของตนเองให้สูงขึ้นได้ หากไม่เห็นคุณค่าของชีวิต เราจะไม่สามารถสร้างสังคมมนุษย์ โดยมีความเมตตาเป็นพื้นฐานได้ ตราบใดที่เรายังไม่เลิกพฤติกรรมแห่งการกินเนื้อสัตว์

ผู้ใฝ่สันติทั้งหลายจะเริ่มเดินทางสู่สันติด้วยการหยุดการเบียดเบียนชีวิต และดำเนินชีวิตในระบบที่ใกล้ธรรมชาติมากที่สุด มีการทำงานด้วยมือ ด้วยปัญญาที่เมตตา และด้วยชีวิตที่เรียบง่ายเท่าที่จำเป็น มีความสมบูรณ์ในความน้อย พอ และสงบ ในความน้อย เพียงพอเพื่อดำรงชีวิตอยู่ เพื่อทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นมาก ๆ

รายชื่อบุคคลสำคัญของโลกที่เป็นนักมังสวิรัติ

. ไพธากอรัส (PYTHAGORAS) ประมาณ ๕๘๐-๕๐๐ ก่อนคริสตกาล

นักคิด นักคณิตศาสตร์ กรีก

. สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕ ศตวรรษ ก่อนคริสตกาล ศาสดาของพระพุทธศาสนา

. โสคราติส (SOCRATES) ๔๗๐-๓๙๙ ก่อนคริสตกาล ปรัชญาเมธีกรีก

. เพลโต (PLATO) ๔๒๗-๓๔๗ ก่อนคริสตกาล ปรชญาเมธีกรีก ศิษย์ของโสคราตีส

. โอวิด (OVID) ก่อนคริสตกาล ๔๓-๑๘ กวีโรมัน

. เซเนก้า (SENECA) B.C.- A.D.65 นักประพันธ์บทละคร ชาวโรมัน

. เคลเมน แห่งอเล็กซานเดรีย ๑๖๐ - ๒๒๐ (CLEMENT of Alexandria) แพทย์ นักเขียน ชาวกรีก

. เซนต์ ฟรานซิส ๑๑๘๒- ๑๒๒๖ (Saint FRANCIS of Assisi) นักบุญชาวอิตาเลียน

. เลโอนาร์ด ดาวินซี ๑๔๕๒- ๑๕๑๙ (LEONARD da Vince) ศิลปินและนักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียน

๑๐. ปาสคาล (Blaise PASCAL) ๑๖๒๓- ๑๖๖๒ นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศส

๑๑.เซอร์ไอแซค นิวตัน ๑๖๒๓- ๑๗๒๗ (Sir Isaac NEWTON) นักคณิตศาสตร์ ชาวอังกฤษ

๑๒. ไลบเนส (LEIBINIZ) ๑๖๔๖- ๑๗๑๖ นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมัน

๑๓. อเล็กซานเดอร์ โป๊ป ๑๖๘๘- ๑๗๔๔ (ALEXANDER Pope) กวีอังกฤษ

๑๔. วอลแตร์ (VOLTAIRE) ๑๖๙๔-๗๗๘ นักประพันธ์และกวีชาวฝรั่งเศส

๑๕. จอห์น เวสลี่ (John WESLEY) ๑๗๐๓- ๑๗๙๐ นักศาสนาชาวอังกฤษ

๑๖. เบนจามิน แฟรงคลิน ๑๗๐๖- ๑๗๙๐ (Benjamin FRANKLIN) นักการเมือง การทูต และนักวิทยาศาสตร์ ชาวอเมริกัน ชาวฝรั่งเศส

๑๗. จอง จ๊าค รุสโซ่ ๑๗๑๒- ๑๗๗๘ (Jean Jacques ROUSSEAU) นักปราชญ์ และนักแต่งความเรียง ชาวฝรั่งเศส

๑๘. เชลเล่ (SHELLY) ๑๗๙๒- ๑๘๒๒ กวีชาวอังกฤษ

๑๙. ราลฟ วอลโด เอเมอร์สัน ๑๘๐๓- ๑๘๘๒ (Ralph Waldo EMERSON) นักประพันธ์ กวี และนักปราชญ์ ชาวอเมริกัน

๒๐. ชาล์ส ดาร์วิน (Charles DARWIN) ๑๘๐๙- ๑๘๘๒ นักวิทยาศาสตร์ ชาวอังกฤษ

๒๑. ฮอเรส กริลี่ (Horace GEELEY) ๑๘๑๑- ๑๘๗๒ นักการเมือง ชาวอเมริกัน

๒๒. ริชาร์ด วาร์กเนอร์ ๑๘๑๓- ๑๘๘๓ (Richrad WAGNER) คีตกวีเยอรมัน

๒๓. เฮนรี่ เดวิด โธโร่ ๑๘๑๗- ๑๘๖๒ (Henry David THORAEL) นักเขียนความเรียง ชาวอเมริกัน

๒๔. ลีโอ ดอลสตอย ๑๘๒๘- ๑๙๑๐ (Leo TOLSTOY) นักประพันธ์ รัสเซีย

๒๕. ยอร์ช เบอร์นาร์ด ชอว์ ๑๘๕๖- ๑๙๕๐ (George Bernard SHAW) กวี นักวิจารณ์ ชาวอังกฤษ เชื้อสายไอริช

๒๖. รพินทรนาท ฐากูร ๑๘๖๑- ๑๙๔๑ (Rabindranath TAGORE) ปราชญ์อินเดีย

๒๗. เอช.จี.เวลส์ (H.G. WELLS) ๑๘๖๖- ๑๙๔๖ นักประพันธ์ ชาวอังกฤษ

๒๘. มหาตมะ คานธี (Mahatma GANDHI) ๑๘๖๙- ๑๙๔๘ รัฐบุรุษเอกของอินเดีย

๒๙. อัลเบิร์ต ชไวท์เซอร์ ๑๘๗๖- ๑๙๖๕ (Albert SCHWEITZER) นักการศาสนา และตัวแทนทางการแพทย์ที่เดินทางไปช่วย งานในเขตทุรกันดาร ชาวอัฟริกา

๓๐. อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ๑๘๗๙- ๑๙๕๕ (Albert EINSTEIN) นักวิทยาศาสตร์

……………………………………

บทความพิเศษ เรื่อง เหตุใดจึงต้องเป็นมังสวิรัติ
โดย อนุตตราจารย์ชิงไห่ ผู้ถ่ายทอด ธรรมวิถีกวนอิม


..เพื่อร่างกายที่สะอาด บริสุทธิ์...

...เพื่อเหตุผลทางเศรษฐกิจ...

...เพื่อความอยู่ดีมีสุขของคนในสังคม...

...เพื่อความรัก อันปราศจากความหลงในเมถุน...

...เพื่อจิตใจที่เข้มแข็ง...

...เพื่อความสมดุลย์ทางเศรษฐกิจและสังคม...

...เพื่อการพัฒนาทางปัญญา...

...เพื่อความกลมกลืนกับธรรมชาติ...

...เพื่อเหตุผลทางด้านศีลธรรมและความไม่เบียดเบียน...

...เพื่อเป็นรากฐานของสันติภาพ...

...เพื่อเหตุผลทางด้านศาสนา...
...........................................................

รายงานการวิจัย

1.จากการศึกษาทดลองกับกลุ่มที่บริโภคอาหารมังสวิรัติ (เซเว่นธ์ เดย์ แอดเวนติสต์) จำนวน 50,000 คน ปรากฏว่า ผลที่ได้รับก่อความตื่นเต้นให้กับวงการวิจัยโรคมะเร็งเป็นอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มนี้มีอัตราการเป็นมะเร็งที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับกลุ่มของเพศและวัยเดียวกัน แต่บริโภคเนื้อสัตว์ การศึกษายังเสดงให้เห็นอีกด้วยว่า พวกเซเว่นธ์ เดย์ แดเวนติสต์ มีแนวโน้มที่จะอายุยืนกว่า


2. นายแพทย์ผู้หนึ่งพร้อมด้วยนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้เดินทางไปยังหมู่บ้านอันห่างไกล ในแถบภูเขาเอควาดอร์ ซึ่งมีคนอยู่ประมาณ 400 คน เพื่อทำการศึกษาชนกลุ่มนี้ พบว่าคนที่นี่ส่วนมากมีอายุยืนเป็นพิเศษ ชายคนหนึ่งอายุ 121 ปี พวกเขาได้ตรวจร่างกาย ของผู้ที่มีอายุเกิน 75 ปีขึ้นไป ปรากฏว่า ในกลุ่มนี้มีเพียงสองคนเท่านั้นที่มีอาการของโรคหัวใจ ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้ ล้วนเป็นนักมังสวิรัต


3.จากการทดลองของนักวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่า เมื่อนำตับของสัตว์ที่ตายด้วยโรคมะเร็งมาเลี้ยงปลา ปลานั้นก็จะเป็นโรคมะเร็งด้วย


4.นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบว่า ความดันโลหิตของผู้กินอาหารมังสวิรัติ โดยเฉลี่ยแล้วจะต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่ได้กินมังสวิรัติอย่างเห็นได้ชัด


5. ในระหว่างสงครามเกาหลี ได้มีการชันสูตรศพทหารอเมริกัน ที่มีอายุโดยเฉลี่ย 22 ปี จำนวน 200 ราย ปรากฏว่า 80% เป็นโรคเส้นโลหิตแข็งตัว และอุดตันด้วยไขมันสัตว์ แต่ทหารเกาหลีในกลุ่มอายุเดียวกันที่ได้รับการชันสูตรศพเช่นกัน กลับไม่ปรากฏผลดังกล่าวเลย ทหารเกาหลีส่วนมากกินมังสวิรัต


6.นายแพทย์ ยู ดี เรจิสเตอร์ หัวหน้าแผนกโภชนาการ ที่มหาวิทยาลัยโลม่า ลินดา ในคาลิฟอร์เนีย อธิบายถึงการทดลองให้กินอาหารที่อุดมด้วยข้าวประเภทต่างๆ ว่า สามารถลดปริมาณคอเลสเตอรอลได้จริงๆ ถึงแม้ว่าผู้ได้รับการทดลองจะกินเนยเป็นปริมาณมากก็ตาม


7. นายแพทย์ชาวอเมริกันผู้หนึ่ง ได้ทำการเปรียบเทียบปัสสาวะของผู้บริโภคเนื้อสัตว์กับผู้บริโภคอาหารมังสวิรัติ ปรากฏว่า ไตของผู้บริโภคเนื้อสัตว์ต้องทำงานหนักกว่าไตของนักมังสวิรัติถึงสามเท่า เพื่อกำจัดส่วนผสมของไนโตรเจน ซึ่งเป็นพิษมากออกจากร่างกาย ในกรณีที่เป็นผู้สูงอายุไตจะรับภาระไม่ไหว จะป่วยเป็นโรคไตอยู่เป็นประจำ


8.การวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ ยืนยันว่าการขับถ่ายที่เป็นไปตามระบบที่ดี จำเป็นต้องอาศัยกากอาหาร อาหารมังสวิรัติที่ถูกต้อง คือต้องมีผัก ข้าว และผลไม้ ต่างจากเนื้อสัตว์ตรงที่สามารถเก็บความชื้นไว้ได้ และช่วยย่อยอาหารเป็นก้อน เพื่อสะดวกในการลำเลียงอาหาร มังสวิรัติจึงช่วยป้องกันโรคท้องผูกได้เป็นอย่างดี


9. นายแพทย์ เอช ชูเทเดน (H. Schouteden) จากมหาวิทยาลัยแห่งเบลเยียม ได้ทดลองความอดทน ความแข็งแกร่ง และการกลับคืนสู่สภาพปกติ หลังจากการใช้พลังงานอย่างเต็มที่ ปรากฏว่านักมังสวิรัติเหนือกว่าผู้ที่กินเนื้อสัตว์ในคุณสมบัติดังกล่าวทั้งสาม


10.ในปี 1954 นักวิจัยได้ค้นคว้าอย่างละเอียด ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ปรากฏว่า ถ้าหาผักชนิดต่างๆ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์จากนมมาบริโภครวมกัน ร่างกายจะได้รับโปรตีนในปริมาณที่เกินความต้องการ นักวิจัยลงความเห็นว่า การกินอาหารมังสวิรัติ 2-3 อย่างขึ้นไป จะทำให้ร่างกายมีโปรตีนเหลือเฟือ


11.สถาบันโภชนาการแห่งสหรัฐอเมริการะบุว่า เนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าเต็มไปด้วยเลือด ที่เป็นพิษ เช่น ฮอร์โมนอะดรีนาลิน จะถูกหลั่งออกมาเมื่อสัตว์ถูกฆ่า ผลจากฮอร์โมนนี้ยังไม่ทราบ การใช้ดินปะสิวใส่เพื่อให้เนื้อสีแดง จะมีโอกาสทำให้เป็นโรคมะเร็ง การใช้ฮอร์โมนเลี้ยงสัตว์เพื่อให้โตเร็ว จะเป็นสาเหตุของมะเร็งได้ การใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์มีมาก เมื่อคนได้รับจากเนื้อ จะทำให้เกิดต้านยาขึ้น โรคติดต่อเช่น วัณโรค พยาธิต่างๆ เช่น พยาธิใบไม้ในตับ ตัวจี๊ด เนื้องอก มะเร็ง และมีโรคอีกมากที่ถ่ายทอดจากสัตว์สู่คน ในเนื้อสัน 1 กิโลกรัม มียูริค 30 กรัม ทำให้ไตต้องทำงานหนัก มีโอกาสเป็นเกาต์และโรคไต เนื้อย่าง 1 กิโลกรัม เกิดเป็นโซไพรีนเท่ากับสูบบุหรี่ 600 มวน เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง ไขมันสัตว์ทำให้เป็นโรคเส้นโลหิตอุดตันที่หัวใจ สมอง (ทำให้เกิดโรคหัวใจอัมพาต)

……………………………………………………………………………………………

 

หลักการกินมังสวิรัติ

1.กินข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ถ้าไม่มี ใช้รำละเอียดหุงกับข้าว หรือชงกับเครื่องดื่ม

2.กินถั่วเหลือง หรือถั่วต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น เต้าหู้ ซีอิ๊ว เต้าเจี้ยว หรือกินเห็ด หรือโปรตีนเกษตร (เนื้อเทียม) ก็ได้

3.กินเมล็ดพืชต่างๆ เช่น งา เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เกาลัด ลูกก่อ ลูกเนียง ลูกกระ ลูกกระบก มะม่วงหิมพานต์ เมล็ดมะขาม เป็นต้น

4.กินผักและผลไม้ตามฤดูกาล ผลไม้ที่ดีคือ กล้วยน้ำว้า มะละกอ ฝรั่ง ส้ม สับปะรด เป็นต้น โดยกินหมุนเวียนกันไป




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 kwunk-log-cabin ถูกใจสิ่งนี้ (1)
kwunk-log-cabin วันที่ : 02/06/2013 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwunk-log-cabin
Act as Rotor206


jfoods

ความคิดเห็นที่ 5 kwunk-log-cabin ถูกใจสิ่งนี้ (1)
kwunk-log-cabin วันที่ : 02/06/2013 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kwunk-log-cabin
Act as Rotor206


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

รับทราบ ครับ
วันนี้
ก็ กินเจ เป็น วันที่ 3

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฟิวเจอร์ วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cwichuda

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม

น่าคิดและน่าสนใจมากครับ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 kwunk-log-cabin ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Supawan วันที่ : 01/10/2008 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ได้ข้อคิดดีมากค่ะ ...

... มาชวนไปเที่ยวชมบรรยากาศภาพชีวิตในชนบทที่ห่างไกลของไทย .. หากยังคิดถึงความงดงามที่เรียบง่ายที่หายากในเมืองใหญ่ ...
http://www.oknation.net/blog/supawan/2008/10/01/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน