• ฅนป่า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : somchai.news@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-30
  • จำนวนเรื่อง : 22
  • จำนวนผู้ชม : 49324
  • ส่ง msg :
  • โหวต 31 คน
บันทึกสุดท้าย..ใต้ถังขยะกวี
งานเขียนนอกคอก บันทึกเศษเสี้ยวเกี่ยวร้อยเรื่องราว แบบชาวป่า หมานำทาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dinpong
วันอังคาร ที่ 30 ตุลาคม 2555
Posted by ฅนป่า , ผู้อ่าน : 2610 , 13:33:32 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  โรงเรียนวัดท่าม่วง ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา เดิมขึ้นอยู่กับอำเภอรัตภูมิ แต่เพิ่งมาเปลี่ยนในภายหลังเป็นอำเภอควนเนียง โรงเรียนหลังนี้สร้างเมื่อ วันที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๐๖ มีอายุไม่ต่ำกว่า ๔๐ ปี ซึ่งเป็นอาคารไม้ทั้งหลัง มีฉลุลวดลายศิลปะสวยงาม ด้วยฝีมือของพ่อท่านเที้ยน อินทปัญโญ เจ้าอาวาสวัดท่าม่วง 

  อาคารหลังนี้ก่อสร้างอยู่ในพื้นที่ของวัดท่าม่วง โดยทางเจ้าอาวาสวัดคือพ่อท่านเที้ยน อินทปัญโญต้องการที่จะสนับสนุนด้านการศึกษา ให้เยาวชนหมู่บ้านใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาเล่าเรียนหนังสือ รวมถึงได้ศึกษาธรรมะขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่นีีเป็นการเรียนการสอนระดับประถมศึกษาตั้งแต่ป.๑-ป.๖

 การเรียนการสอนประกอบไปด้วยคุณครูและพระสงฆ์เป็นผู้สอนวิชาธรรมะเพื่อขัดเกลาจริยธรรม มีเด็กที่เข้ามาเรียนสมัยนั้น ๑๐๐-๒๐๐ คน ก่อนที่จะมีอาคารเรียนหลังใหม่เข้ามาอีก ๒ หลังที่ตั้งอยู่ติดริมทะเลอ่าวบ้านทึง รวมถึงอาคารเอนกประสงค์อีก ๑ หลัง ปัจจุบันโรงเรียนวัดท่าม่วงได้ร้างไปนานแล้ว โดยกระทรวงศึกษาสั่งปิดโรงเรียนข้ออ้างที่ว่า นักเรียนน้อย ขาดทุน

  สำหรับสภาพอาคารเรียนต่างๆก่อนหน้านี้ยังใช้การได้ดีและสมบูรณ์มากๆ หลังถูกทิ้งร้างตอนนี้เริ่มทรุดโทรมขนานหนัก แต่หากมีการบูรณะซ่อมแซมก็ยังสามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นๆได้อีกมากมาย

  ด้วยพื้นที่ตั้งของโรงเรียนวัดท่าม่วงอยู่ในทำเลที่เหมาะสมและบริสุทธิ์เหมาะกับการที่จะใช้เป็นสถานศึกษาอย่างยิ่งยวด มีวัด มีทะเล มีป่าชุมชนชายเลน มีชุมชนล้อมรอบ ใกล้อำเภอ ถนนหนทางสะดวกสบาย และที่สำคัญสามารถรองรับนักเรียนได้เป็นนับหลายร้อยคนเลยทีเดียว

  ทางชุมชนพยายามที่จะร้องขอใช้อาคารเรียนที่ทิ้งร้าง(หลังเก่า)นำไปทำเป็นศูนย์วัฒนธรรมชุมชนและอนุรักษ์อาคารเรียนไม้หลังนี้ไว้ แต่ทางกระทรวงศึกษาไม่อนุญาต ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนวัดท่าม่วง แต่กลับปล่อยทิ้งร้างให้ผุพัง และล่าสุดมีคนขโมยไม้พื้นกระดานไปแล้วบางส่วน

  ส่วนอาคารเรียนที่เพิ่งสร้างมาใหม่ในภายหลังก็ไม่ต่างอะไรกันถูกทิ้งให้ร้างอย่างเปล่าประโยชน์ มีวัวควายเข้าไปอาศัยอยู่ ประตูหน้าต่างก็ผุพังไปมากแล้วเหมือนกัน 

  ผู้เขียนได้มีความพยายามประสานกับชุมชนและอบต.ให้ช่วยหาทางพูดคุยและทำหนังสือถึงกระทรวงศึกษาธิการขออนุญาตใช้อาคารดังกล่าวเพื่อเปิดเป็นศูนย์อบรมและเป็นที่ทำการอบต.หรือเป็นค่ายลูกเสือ หรือศูนย์ศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนบ้านอ่าวทึง ด้วยบริเวณดังกล่าวอยู่ติดกับผืนป่าชายเลนชุมชนกว่า ๒๐๐๐ ไร่ และมีคลองท่าม่วงล้อมรอบเป็นเกาะกลาง และสามารถเชื่อมไปได้อีกหลายอำเภอของจังหวัดสงขลา แต่ก็ยังไม่คิบหน้าแต่ประการใด รับทราบว่ากระทรวงศึกษาไม่อนุญาตเช่นกัน

 

  สมัยก่อนคนในละแวกวัดมี บ้านท่าม่วง บ้านอ่าวทึง บ้านสายเรียบ บ้านไอ้ฉะ บ้านวังเนียน บ้านควนดม บ้านโคกทราย บ้านบ่อหมาก เรียนกันในวัดซึ่งใช้ศาลาการเปรียญในการเรียนการสอน

 

 

 

  พ่อท่านเที้ยนจึงมีความคิดในการสร้างโรงเรียนวัดท่าม่วงเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้กับเยาวชนในละแวกใกล้เคียง รวมทั้งการสร้างเสนาสนะสถานต่างๆ ท่านจึงได้เดินทางจากวัดท่าม่วงไปบ้านท่องแต้ว ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา เพื่อตัดไม้มาสร้างเสนาสนะสถาน โดยมีผู้ติดตาม 2 คน คือ นาย เถี้ยน ติธรรมโม นาย ขิ้น ติธรรมโม ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของท่านเป็นลูกของนายเซี้ยน

 

 

 

  ท่านมีพาหนะก็คือควาย 3 ตัว โดยนายนำ สุขงาม เป็นคนมอบให้และช้างอีก 4 เชือก จากชาวบ้านแถวท่องแต้ว ท่านได้ปลูกสร้างขนำในป่า(ภาษากลางเรียกว่า กระท่อม) ปกติแล้วการเดินป่าต้องมีคาถาป้องกันตัวพอสมควรเพราะต้องเจอสัตว์ป่ามากมายรวมทั้งเสือ

 

 

 

  การที่จะโค่นหรือตัดต้นไม้ใหญ่ในป่าเขาไม่ใช่เรื่องง่ายๆ การโค่นหรือตัดในแต่ละครั้ง ต้องใช้คาถาอาคมกำกับและการขอขมาลาโทษ ดูฤกษ์ว่าควรตัดวันไหน เวลาไหน และดูทิศที่จะลงขวานเพื่อโค่นไม้(ในอดีตไม่มีเลื่อยไฟฟ้าเหมือนในปัจจุบัน) การส่งเสบียงอาหารก็ได้รับความช่วยเหลือจากนายโข้ แซ่ลิ่ว ชาวบ้านสีสอน ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา นายไข่หับครก อนันตพงค์และนางแกวดภรรยาของนายไข่หับครกชาวบ้านท่องแต้ว ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา

 

 

 

  พอตัดไม้เสร็จแล้วท่านก็จะใช้ช้าง 4 เชือกและควาย 3 ตัว ลากไม้ไปยังริมคลองภูมีเพื่อผูกแพแล้วลากไม้ไปตามลำคลองภูมี การร่องแพต้องใช้คนจำนวนมากเพราะคลองภูมีมีสภาพคดเคี้ยวมาก กำลังสำคัญที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคือ นายขุ้ย ศรีไสย นายทุ่น ศรีไสย นายกลิน บุญรอง นายกลัน บุญรอง นายสั้น สุขแก้ว นายขิ้น ติธรรมโม นาย เถี้ยน ติธรรมโมและพ่อท่านเที้ยน

 

 

 

 ท่านใช้เวลาร่วมเดือนกว่าจะร่องแพถึงปากคลองภูมีที่บ้านปากบางภูมี ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา แล้วร่องแพจากทะเลปากบางมายังทะเลบ้านอ่าวทึงจนถึงปากคลองท่าม่วงมาขึ้นฝั่งที่ริมคลองท่าม่วง ท่านเดินทางไปมาระหว่างวัดท่าม่วงกับบ้านท่องแต้วใช้เวลาเกือบปีกว่าขนไม้มาทั้งหมด

 

 

 

  หลังจากนั้นท่านได้เดินทางไปตัดไม้บริเวณบ้านควนรู อ.รัตภูมิ จ.สงขลา ต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นไม่มีใครกล้าตัดหรือโค่น เพราะชาวบ้านลือกันว่ามีภูตผีปีศาสสิงสถิตย์อยู่ในต้นไม้ พ่อท่านเที้ยนก็ได้ตัดไม้มาหมดสุดท้ายก็มาตัดไม้ที่บ้านโคกทราย ต.รัตภูมิ อ.ควนเนียง จ.สงขลา ที่นี่แหละที่เกล็ดไม้กระเด็นเข้าตาข้างซ้ายของท่านทำให้ตาซ้ายบอด

 

 

 

  เมื่อสร้างโรงเรียนวัดท่าม่วงเสร็จแล้ว(หลังเก่า) การทำงานไม้ทุกชนิดท่านจะลงมือเลื่อยไม้ด้วยตัวท่านเองเพราะให้คนอื่นทำจะไม่ถูกใจท่าน ครั้งนึงท่านพลาดพลั้งโดนเลื่อยวงเดือนทำให้นิ้วกลางและนิ้วนางข้างขวาขาด เมื่อสร้างเสนาสนะสถานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านก็เริ่มพัฒนาวัดโดยการปรับภูมิทัศย์รอบๆวัดด้วยการขนทรายใส่รถลุน(ภาษากลางเรียกรถเข็น)จากป่าช้าริมคลองท่าม่วงมาถมในวัดท่าม่วง

 

 

 นี่คือความลำบากและความพยายามของพระรูปหนึ่งที่วัดท่าม่วงคือพ่อท่านเที้ยน อินทปัญโญ ท่านได้จัดสร้างโรงเรียนวัดท่าม่วงให้แก่ทางราชการ 1 หลัง เพื่อเป็นการสนุบสนุนการศึกษาของชาติ ปัจจุบันโรงเรียนวัดท่าม่วงมีสภาพร้างและน่าเสียดายยิ่ง..




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฝันของเด็กบ้านนอก วันที่ : 01/11/2012 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krittawan
กระวาน หอม

"บูรณาภาพคือความแท้ คงคู่อยู่ ด้วยสถานะแห่งการอนุรักษ์"
(คำบรรยายของอาจารย์สอนสถาปัตย์ ของสถาบันอาศรมศิลป์"
........การวางแผนเพื่อการอนุรักษ์.........
1. ระบุ
2. วิธีการอนุรักษ์
3. ปฏิบัติ
...การอนุรักษ์ต้องรู้ประวัติ (ท่านฅนป่ารู้ประวัติอยู่แล้ว)
...การตัดสินใจในชุมชน
...หาวิธีควบคุมการเปลี่ยนแปลง
****สำคัญ คือ อันดับหนึ่ง เพื่อให้ทุกอย่างทำได้สำเร็จ ในมุมของหลักเกณฑ์ ต้องมีการระบุ แผนของจังหวัด , ท้องถิ่น ,ชุมชน "อนุรักษ์แหล่ง , สถานที่ , โบราณสถาน , พื้นที่แห่งประวัติศาสตร์" ฯลฯ อนุรักษ์ คำนี้ มีในแผน จะเป็นการดี
ต่อการดำเนินในทุกสิ่ง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฅนป่า วันที่ : 30/10/2012 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinpong

ผมจะพยายามเต็มความสามารถครับในการที่จะดำเนินการตรงจุดนี้ให้ได้ และอาจจะต้องทำตามวิธีของคุณภูมิปัญญาบอก ผมมีแนวร่วมแล้วครับ มีอะไรรบกวนช่วยผมอีกแรงนะครับขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนภูมิปัญญา วันที่ : 30/10/2012 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clweven

ไอ้พวกนั้งอยู่บนหอคอยงาช้าง คอยแต่ฟังจากลิ้วล้อ แล้วลืมไปว่ากว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี กว่าจะเป็นปลัดกระทรวงนะ มันไม่ได้เกิดจากโรงเรียนเล็ก ๆอย่างนี้หรือ ผมเป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านเรื่องการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก คุณเป็นใครที่มาสั่งยุบ สร้างได้เงินพวกคุณหรือก็เปล่า ร้อยละ 80 ของโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบในเมืองไทย เป็นโรงเรียนที่ชุมชนร่วมกันสร้าง
อีกอย่างที่อยากจะต่อต้านสุดๆ คือไอ้นโยบายโรรงเรียนดีประจำตำบลหรือโรงเรียนในฝันประจำอำเภอนี่เลิกได้ไหมครับ โรงเรียนอื่นไม่ดีรึไง มีโรงเรียนนี้โรงเรียนใช่มั๊ยที่ดีในอำเภอ แล้วเป็นไงละ เด็กแห่ไปเรียนในเมือง ละทิ้งชุมชน ใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเดินทางอยู่บนรถ แทนที่จะเดินไปโรงเรียน และเรียนรู้เรื่องราวของท้องถิ่นตนเองเป็นหลัก
การปฏิรูปการศึกษาที่คิดแต่นักวิชาการบ้าวิชาจากต่างประเทศก็เป็นเช่นนี้แหละ
ส่วนประเด็นการขอใช้โรงเรียน โดยสว่นตัวผมเห็นว่าไม่ต้องขออนุญาตหรอกครับ ทำไปเลย ทำโดยชุมชนนี่แหละ เชื่อเถอะเดียวพอมันดี มันดัง มีไอ้พวกอยากได้หน้ามาขอปักป้ายถ่ายรูปเต็มไปหมด ขอเป็นกำลังใจให้ครับ สู้ต่อไปครับ ผมขอเป็นแรงหนึ่งที่จะช่วยสะท้อนเรื่องนี้ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน