• ปากไก่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dinso.laksee@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 131
  • จำนวนผู้ชม : 63200
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ปากไก่หลากสี
สำหรับผู้รักประชาธิปไตยและความสวยงามของความคิดเสรี รักที่จะเขียนเพื่อประเทืองปัญญา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dinso
วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน 2560
Posted by ปากไก่ , ผู้อ่าน : 4141 , 11:21:47 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ชบาตานี , february26 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

   อยู่ดีๆก็เกิดสนใจคำว่า "วาสนา" ขึ้นมา ด้วยบังเอิญไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งที่พูดถึงเรื่องนี้  เขาว่าคนเราวาสนาไม่เท่ากัน ส่งผลให้คนๆหนึ่งไปไกลกว่าอีกคนหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่อธิบายไม่ได้
 
   ลองเปิดพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานดู  วาสนาหมายถึง บุญบารมี กุศลที่ทำให้ได้รับลาภยศ ฯ.  ฉบับของ อ.เปลื้อง ณ. นคร แปลคำนี้ว่า สิ่งที่ฝังอยู่ในจิตใจ ความรู้ที่ได้จากการจำ หรือความรู้ความประพฤติติดมาจากชาติก่อน บุญหรือบาปที่ได้อบรมมา จรรยาที่ประพฤติจนชิน ผลบุญที่ทำให้ได้รับลาภยศ  พจนานุกรมแปลไทย-อังกฤษของ อ. สอ เสถบุตร แปลว่า good fortune due to past good deeds, luck, lot (to climb no further)
 
   หลังจากที่อ่านคำนิยามแล้ว ผมก็รู้สึกขัดอกขัดใจเป็นอย่างยิ่ง  เวลาที่ผมเห็นคนใหญ่คนโตบางท่านในบ้านเมืองนี้ ดูเหมือนสติปัญญาไม่ค่อยจะสมกับตำแหน่งที่ได้รับเสียเท่าไหร่  ผมก็มักไประบายกับคนใกล้ชิดของผมบางคน  ส่วนใหญ่ก็ตอบกลับมาว่า ให้ผมทำใจ แล้วพูดต่อว่า "แข่งอะไรก็แข่งได้ แข่งวาสนา แข่งไม่ได้หรอก"
 
วาสนาแข่งไม่ได้จริงหรือ
 
   สมมุติว่าผมยอมรับว่า วาสนาเป็นเรื่องแข่งกันไม่ได้ แปลว่าผมต้องยอมรับงั้นใช่ไหม  ก็มีคนมาเฉลยให้ผมฟังต่อว่า ก็ต้องสร้างบารมีเยอะๆ ทำบุญเยอะๆ อะไรทำนองนั้น  ผมก็ยิ่งแปลกใจใหญ่  ผมเห็นพวกคนใหญ่คนโตเขามักทำบุญกันเป็นจ้าละหวั่น "เล็กๆไม่ มันต้องเป็นงานบุญใหญ่" แปลว่าถ้าเราเกิดมามีปัจจัยน้อย ก็เพราะชาติก่อนทำมาน้อย ชาตินี้ก็คงทำบุญได้น้อยเหมือนเดิม  ปัจจัยที่มีอยู่มันก็ไม่สามารถเทียบเท่าผู้มีอำนาจวาสนา  หมายความว่าเราก็เป็นฝ่ายที่มีวาสนาต่ำต้อยไปตลอดงั้นหรือ  ผมรู้สึกว่าโลกนี้มันไม่แฟร์ยังไงชอบกล
 
   ไม่ใช่เท่านั้นนะครับ เขายังบอกผมอีกว่า ถ้าอยากมีบารมีหรือวาสนาเยอะๆ มันต้องทำบุญร่วมกับคนอื่นๆอีกด้วย ยิ่งมากยิ่งดี คนมีวาสนามันต้องมีบริวารคอยประดับบารมีเราด้วย  เราจะมีบริวารมากก็เพราะคนอื่นเขาต้องสร้างบุญร่วมกับเรามา คนเหล่านั้นจะได้เกิดมาเพื่อมาเป็นคนติดตามเรา  "คุณปากไก่เคยเห็นผู้มีวาสนาคนไหน ที่ไม่มีคนห้อมล้อมบ้าง" มาถึงตอนนี้ผมก็ถึงบางอ้อ จริงของเขา แต่เป็นคำอธิบายที่ทำให้ผมถอดใจ  เราเปลี่ยนแปลงวาสนาเราไม่ได้จริงหรือ
 
   แต่ผมก็เกิดคำถามใหม่ แล้วเรื่องการเมืองภาคปรองดองที่นัวกันตอนนี้ แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายของผู้มากวาสนากันทั้งนั้น  ตกลงใครเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่  ผมเชื่อของผมเองนะว่า ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีคนดีอยู่ในกลุ่ม เพื่อนๆผมเขาก็แบ่งข้างกัน  เท่าที่เห็นส่วนใหญ่ก็เป็นคนดี แต่ไฉนถึงได้แบ่งเป็นพรรคเทพพรรคมารกันไปถ้วนหน้า (ทุกคนชี้อีกฝ่ายหนึ่งว่าผิดหรือเป็นมารทั้งนั้น โดยมีสารพัดเหตุผลที่ต่างก็ไม่รับซึ่งกันและกัน)  มองในปริบทนี้วาสนาที่ว่า มันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องของบุญเท่านั้น  คนโกงกินก็มีวาสนาได้เช่นกันใช่หรือไม่  ถ้าทำบุญเยอะและมีคนมาร่วมบุญเยอะ เกิดชาติใหม่ดันอยากจะทำตัวเลว พวกที่เคยร่วมทำบุญมาก่อน ก็จะมาช่วยเจ้าหมอนั่นทำเลวในชาตินี้เหมือนกันอย่างงั้นหรือ ดูเป็นตรรกะที่มันแปลกๆ
 
   เขายังว่ากันต่อนะว่า นายคนหนึ่งต้องแพ้นายอีกคนหนึ่ง ก็เพราะดวงมันข่มกันอยู่  วาสนาอีกฝ่ายสูงกว่า เพราะเคยเป็นนายลูกน้องกันมาก่อนในชาติที่แล้ว  ยังไงๆลูกน้องก็เอาชนะไม่ได้  ผมเลยอดคิดไม่ได้ว่าวาสนามันเปลี่ยนกันไม่ได้จริงๆ คิดแล้วมันช่างท้อแท้จนต้องลาไปบวชละมั้ง
 
นิยามผิด มันก็หลงทาง
 
   ผมเริ่มต้องหัดคิดใหม่ทำใหม่ (ห้ามด่าผมว่าเป็นสาวกทักษิณนะ)  ตอนนี้ภูมิปัญญาผมในเรื่องวาสนา มันอยู่กับนิยามของคำตามพจนานุกรม  ในฐานะที่นับถือศาสนาพุทธ ผมก็อยากรู้ว่า วาสนาในความหมายของพุทธ มันแตกต่างจากที่เราใช้กันทั่วไปหรือไม่  ผมก็รีบใช้อากู๋เป็นการด่วนอีกครั้งหนึ่ง
 
   คุณปราชน์ขยะบอกว่า "วาสนา" หมายถึงสันดานที่ฝังลึกอยู่ในจิตจนถอนไม่ขึ้น ว่ากันว่าต่อให้บรรลุเป็นอรหันต์แล้ว ยังละ "วาสนา" ไม่ได้เลย ยกเว้นแต่พระพทธเจ้าเท่านั้น ถึงจะถอนวาสนาได้จนหมด ใครสนใจรายละเอียด ก็ลองเข้าไปอ่านใน www.gotoknow.org มีเรื่องเล่าถึงวาสนาของท่านสารีบุตร ที่เป็นที่ติเตียนของเหล่าพระด้วยกัน และยังมีเรื่องของพระปิลินทวัจจะ ที่มีวาสนาที่ทำให้นึกถึงหลวงพ่อองค์หนึ่งในบ้านเรา น่าอ่านมากครับ ขอบอก
 
   ทีนี้มาฟังคำอธิบายของปราชญ์ใหญ่ทางพุทธของไทยคือ ป.อ.ปยุตโต
   "วาสนา : อาการกายวาจา ที่เป็นลักษณะพิเศษของบุคคล ซึ่งเกิดจากกิเลสบางอย่าง และได้สั่งสมอบรมเป็นเวลานานจนเคยชินติดเป็นพื้นประจำตัว แม้จะละกิเลสนั้นได้แล้ว แต่ก็อาจจะละอาการกายวาจาที่เคยชินไม่ได้ เช่น คำพูดติดปาก อาการเดินที่เร็วหรือเดินต้วมเตี้ยม เป็นต้น ท่านขยายความว่าวาสนาที่เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มี เป็นอัพยากฤต คือเป็นกลางๆ ไม่ดีไม่ชั่วก็มี ที่เป็นกุศลกับอัพยากฤตนั้น ไม่ต้องละ แต่ที่เป็นอกุศลซึ่งควรจะละนั้นแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่จะเป็นเหตุให้เข้าถึงอบาย กับส่วนที่เป็นเหตุให้เกิดอาการแสดงออกทางกายวาจาแปลกๆ ต่างๆ ส่วนแรก พระอรหันต์ทุกองค์ละได้ แต่ส่วนหลัง พระพุทธเจ้าเท่านั้นละได้ พระอรหันต์อื่นละไม่ได้ จึงมีคำกล่าวว่า พระพุทธเจ้าเท่านั้นละกิเลสทั้งหมดได้พร้อมทั้งวาสนา; ในภาษาไทยคำว่า วาสนา มีความหมายเพี้ยนไปกลายเป็นอำนาจบุญเก่า หรือกุศลที่ทำให้ได้รับลาภยศ"
 
เราสร้างวาสนาได้
 
   ความหมายที่ท่าน ป.อ.ปยุตโต ในเรื่องวาสนา มันทำให้คนอย่างเราๆที่เกิดมาต้นทุนต่ำมีความหวังขึ้นมาบ้าง  วาสนาคืออุปนิสัยที่ฝังรากลึก มีทั้งอุปนิสัยที่ดี ที่ไม่ดี และที่ไม่ดีไม่ร้ายเป็นกลางๆ  ดังนั้นเราสามารถสร้างวาสนาที่ดีได้  เราเปลี่ยนวาสนา (อุปนิสัย) ได้  มันขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าอยากจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่  ทั้งหมดนั้นมันอยู่ที่ใจ  ในใจเรามันเกิดและดับของอารมณ์วันละร้อยๆครั้ง  ทั้งอารมณ์ที่เป็นกุศล (ภาษาสมัยใหม่เรียกอารมณ์เป็นบวก) เช่น ความมีเมตตา ความเบิกบานใจ เป็นต้น และอารมณ์ที่เป็นลบ (อกุศล)เช่น โกรธ เกลียด อิจฉา ฯลฯ  ตัวเราเองส่วนใหญ่เราตอบสนองต่อเหตุการณ์ภายนอกที่เข้ามากระทบเราด้วยอารมณ์แบบไหน
 
   ทุกอย่างอยู่ที่ความเคยชิน  ถ้าคุณเคยชินกับอารมณ์ที่เป็นลบ คุณก็สร้างวาสนาที่เป็นลบ  ในทางกลับกันถ้าคุณมีอารมณ์เป็นบวก คุณก็มีความสุข ความเบิกบานใจ  คุณก็เป็นคนมีวาสนาดีขึ้นทุกวัน  วาสนามันก็เริ่มสะสมลงไปในตัวคุณเรื่อยๆ  ถ้าคุณสะสมวาสนาที่ดี คุณก็ไปในทางที่ดี หรือคุณอยากไปในทางที่ไม่ดี คุณก็สะสมความเคยชินที่เป็นลบเข้าไว้เช่น เจอใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจไปเสียหมด  มันก็เกิดความขุ่นมัวในใจตลอดวัน แล้คุณจะเป็นคนมีวาสนาดีได้อย่างไร
 
   เราจะดูว่าคนไหนมีวาสนาที่ดี ไม่ต้องไปดูว่าเขามีเงินทอง มีบริวารมากแค่ไหน เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เป็นตัวชี้บ่งแต่ประการใด  คุณมองเข้าไปถึงอุปนิสัยของคนๆนั้น ตรวจสอบอารมณ์ของคนๆนั้น  คุณก็จะรู้ได้เลยว่า เขากำลังสะสมวาสนาที่ดีๆหรือไม่  ข้อสำคัญคือไม่ต้องไปมองถึงชาติหน้า  ชาตินี้มันก็เห็นกันจะๆได้เลย
 
   คุณอยู่ใกล้ใครสักคน แล้วคุณรู้สึกถึงความเย็นสบาย  คนๆนั้นละครับคือคนที่มีวาสนาดี  ในทางกลับกันเวลาที่คุณอยู่ใกล้คนบางคน คุณรู้สึกร้อนรุ่ม คนๆนั้นคือคนมีวาสนาที่แย่ ไม่มีใครเขาอยากที่จะอยู่ใกล้ ยกเว้นมีผลประโยชน์มาล่อให้อยู่เช่น อยู่รับใช้เขาเพราะลาภสักการะ  เมื่อไหร่ที่เขาให้ไม่ได้ ก็พร้อมที่จะตีจาก  จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะมีบริวารเยอะ ตราบใดที่เขามีเงินเยอะ ย่อมมีผู้ติดสอยห้อยตามเสมอ
 
วาสนาเสมอกัน มันดึงดูดกัน
 
   มองตัวเองเข้าไว้ แต่ถ้ามองไม่ออก ให้มองกลุ่มเพื่อนที่คุณคบหาสมาคมว่า ส่วนใหญ่มีรสนิยมแบบไหน  ผมเชื่อเรื่องกฎแห่งการดึงดูด  สิ่งที่เหมือนกันมันจะดึงดูดเข้าหากัน  สังเกตุหรือไม่ว่าฝุ่นมันจะดึงดูดกัน จากก้อนเล็กๆก็จะกลายมาเป็นก้อนใหญ่  อยากไย่ก็เป็นตัวอย่างที่ดี จริงไหม  แปลว่าคนดีก็จะดึงดูดคนดี คนไม่ดีก็มีแนวโน้มที่จะมีเพื่อนเป็นคนไม่ดีไปด้วย
 
   วาสนาเสมอกันหรือคล้ายๆกันมันก็เป็นลักษณะเดียวกัน  ผมชอบอ่านหนังสือ เวลาไปห้างสรรพสินค้า ผมก็อดแวะไปร้านหนังสือไม่ได้  วาสนาแบบนี้ในเมืองไทย หาคนมีวาสนาเสมอกันยาก  ผมเดาว่ามันมีน้อยจนหากันไม่ค่อยจะเจอ  เอาเป็นว่าเพื่อนร่วมงานของผม ไม่มีใครสักคนคุยเรื่องหนังสือกับผมเลย  มีน้องผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ชอบอ่านนวนิยาย ไม่ได้อ่านหนังสือหลากหลายประเภทเหมือนผม มันก็เลยดึงดูดกันไม่ได้มากนัก  แถมนิยายที่เขาอ่านมันเป็นนิยายหนักไปทางโรแมนติกที่ผมไม่ค่อยได้อ่าน (ที่จริงผมก็ชอบอ่านนิยาย แต่หนักไปทางสืบสวนสอบสวน นิยายวิทยาศาสตร์ นิยายอิงประวัติศาสตร์ วรรณกรรม)
 
   สรุปก็คืออยากรู้วาสนาใคร ก็ดูจากคนรอบๆตัวส่วนใหญ่ของเขามีอุปนิสัยอย่างไร  คุณก็รู้เลยว่าคนๆนั้นมีวาสนาดีหรือไม่ รวมทั้งดูวาสนาตัวเราเองด้วย
 
   ว่าแล้วผมขอตัวไปดูต้นวาสนาที่ผมปลูกไว้ดีกว่า ดูสิว่ามันงอกงามขนาดไหนแล้ว เผื่อจะมีวาสนากับเขาบ้าง 555



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 february26 , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ปากไก่ วันที่ : 09/09/2017 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinso

ต้นวาสนาผมไม่โตครับ ผมปลูกในกระถาง ชอบต้นเล็กๆ มันสวยดีครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
rattiya วันที่ : 09/09/2017 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ที่บ้านเกิดปลูกต้นวาสนาเหมือนกันค่ะ น้องสาวปลูกให้ ต้นสูงมากออกดอดทุกปี และออกดอกแยะมาก จนกิ่งหักต้องตัดให้เตี้ยใว้..,ไม่ทราบว่าใครวสนาดีคนปลูกหรือเจ้าของบ้าน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
february26 วันที่ : 09/09/2017 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

เป็นความเชื่อ ถ้าเราเชื่อก็เป็นแรงสนับสนุนผลักดัน ถ้าไม่เชื่อก็เปล่าประโยชน์ พึ่งตัวเองเอา

ที่บ้านมีต้นวาสนาครับ มีคนบอกว่าถ้าออกดอก จะมีวาสนาดี ปลูกมาหลายเดือนละ ไม่เห็นทีท่าจะมีดอกสักที สงสัยผมวาสนาจะน้อยครับ เด๋วขออนุญาตไปเติมปุ๋ยให้ต้นวาสนาก่อนนะครับ คุณปากไก่


ความคิดเห็นที่ 2 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ปากไก่ วันที่ : 09/09/2017 เวลา : 12.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinso

ผมเลยไปคุยกับต้นวาสนาที่บ้าน หลังจากเขียนจบบทความนี้แล้ว
รู้สึกสบายใจดีครับ เพราะถึงมันจะมีวาสนา แต่มันฟังผมครับ ไม่เถียง 555
ขอบคุณครับ สำหรับกำลังใจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rattiya วันที่ : 09/09/2017 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
เราจะรับรู้ได้ด้วยความรู้สึกเมื่อพบใครสักคน หลังจากพูดคุยด้วยแล้วสบายใจหรืออยากจะเดินหนี บางคนแค่เห็นหน้ามองแค่ดวงตาแล้ว.,.สื่ออะไรๆออกมาได้หลายอย่าง
ส่วนตัวคิดว่า อะไรๆที่วุ่นวายในขณะนี้ เพราะคนเราเข้าใจในเรื่องเดียวกันไม่ตรงกัน ตีความหมายกันไปคนละอย่าง อย่างเช่นคำว่า "วาสนา " เหมือนสื่อสารกันคนละภาษา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน