• ปากไก่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dinso.laksee@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-04
  • จำนวนเรื่อง : 131
  • จำนวนผู้ชม : 63158
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
ปากไก่หลากสี
สำหรับผู้รักประชาธิปไตยและความสวยงามของความคิดเสรี รักที่จะเขียนเพื่อประเทืองปัญญา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dinso
วันเสาร์ ที่ 9 ธันวาคม 2560
Posted by ปากไก่ , ผู้อ่าน : 938 , 11:42:01 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน ni_gul , february26 และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

  ผมมีความรู้สึกว่า คนสมัยนี้พยายามแสวงหาความสุขกันมากขึ้น  ส่วนใหญ่ก็เป็นความสุขที่ต้องใช้เงินใช้ทองแลกมา  เราอยู่ในยุคที่การบริโภคเป็นกระแสหลักของที่มาของความสุข สะท้อนได้จากภาพกิจกรรมของคนยุคนี้ที่ถ่ายทอดลงในสื่อโซเชียล  ส่วนใหญ่ก็เป็นภาพของเที่ยว กิน มีของใช้แพงๆ  ส่วนในไลน์ก็เต็มไปด้วยการบอกพิกัดว่าตอนนี้ ตนเองอยู่ส่วนไหนของโลกบ้าง ให้เป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ

  สุดท้ายคนที่เงินทองไม่ค่อยจะมี ก็เลยต้องขวนขวายหาเงินหาทอง เพื่อมาเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตบ้าง  พูดกันง่ายๆคือ มีอะไรมาอวดกับเขาบ้าง  มิฉะนั้นเราก็รู้สึกว่าตัวเราเองนั้น ช่างตามคนอื่นเขาไม่ทันจริงๆ  อาการบ้า    ”ไลท์” บ้าจำนวน “คนติดตาม” มันก็ตามมา  พอลงอะไรไปในสื่อโซเชียลแล้วไม่ค่อยมีใครจะกด “ไลท์” กด “แชร์”  มันก็พรากความสุขของคนโพสได้มากโขอยู่

ความสุขคือการโอ้อวดหรือ

   ความสุขยุคนี้มันเลยหายาก  สมัยที่การสร้างภาพหรือสร้างลุ๊คให้ตัวเอง กลายเป็นที่มาของความสุขที่สำคัญของคนหลายๆคน จนกลายเป็นกระแสของคนรุ่นใหม่ ที่ชีวิตต้องเต็มไปด้วยกิจกรรม และต้องเป็นกิจกรรมที่โอ้อวดได้  แม้แต่จะทำบุญตักบาตรก็เอามาโอ้อวดได้  อย่างน้อยฉันก็เป็นคนดีนะ ไม่งั้นจะมาตักบาตรเพื่ออะไรกัน (มีคนปากจัดตอกกลับไปว่า “ก็เอาไปลงเฟสบุ๊คไง”)

   การทำตามกระแสของวัฒนธรรมการโอ้อวดมันสร้างความสุขจริงหรือ  อันนี้มันก็น่าคิด  มีเรื่องล้อของฝรั่งว่า กะทาชายนายคนหนึ่งต้องรีบกลับบ้านทุกวัน เพื่อไปอยู่หน้าจอเฟสบุ๊ค ร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆที่ไม่เคยเจอกันเลย นอกจากบนหน้าจอเท่านั้น  นั่นอาจจัดเป็นความสุขที่แปลกเอาการสำหรับคนวัยผม  คนเป็นๆสู้คนเสมือนจริงบนออนไลน์ไม่ได้เสียแล้ว

   ผมถูกสอนมาว่า การโอ้อวดตนนั้นไม่มีประโยชน์โดยสิ้นเชิง รังแต่ทำให้คนอื่นหมั่นไส้เสียเปล่าๆ  ตอนนี้ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่า สิ่งที่ผมเคยยึดถือ มันจะใช้ได้ในยุคปัจจุบันหรือไม่

   ผมเคยไปซื้อของในร้านขายเครื่องมือช่าง ซึ่งก็เป็นร้านตึกแถวห้องเดียว  เจ้าของร้านพูดโอ้อวดในทำนองว่า ตัวเขาเองนั้นส่งลูกสองคนจบอเมริกาทั้งคู่ มีบ้านใหญ่โตอยู่ที่โน่นที่นี่  ผมก็ฟังแล้วแสดงความยินดีกับเจ้าของร้าน  ลูกผมตอนนั้นยังเป็นเด็กมัธยมต้นถามผมว่า “ทำไมป๊าไม่โม้ไปบ้างว่า....”  ผมก็ตอบลูกไปว่า “เพื่ออะไรกัน” พร้อมทั้งสอนลูกในค่านิยมเรื่องการโอ้อวดของผมให้ลูกฟัง

  ตอนนี้ลูกผมอยู่มหาวิทยาลัยแล้ว กำลังอยากได้กระเป๋าแบรนด์นอก เพราะเพื่อนๆมีทุกคนและหิ้วมาอวดกัน  ผมถามลูกว่า “มันเป็นสิ่งจำเป็นหรือ”  เขาตอบว่า “จำเป็น เดี๋ยวตามคนอื่นเขาไม่ทัน”

  “ถ้างั้นก็ไปหางานทำ หาเงินมาซื้อซิ  ทีนี้อวดเพื่อนได้เต็มที่เลยว่า กระเป๋านี้มาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง มันจะไม่เท่กว่าหรือ” นั่นคือคำตอบสุดท้ายของผม  และคำพูดสุดท้ายของลูกผมกึ่งเล่นกึ่งจริงว่า “ป๊าไม่เห็นเคยให้อะไรหนูเลย” แล้วก็งอนจากไป

เราสร้างเงื่อนไข และติดกับไปกับเงื่อนไขนั้น

  ทุกวันนี้เราต่างสร้างเงื่อนไขของความสุขที่แตกต่างกัน  ครั้งหนึ่งให้คำนิยามว่า “ความสุขคือความอิสระ ไม่ต้องเป็นลูกจ้างใคร”  ผมเลยออกจากงานมาเป็นพนักงานรับจ้างอิสระ  ตื่นสายได้ มีเวลาทำในสิ่งที่เราอยากทำได้มากขึ้น  ไม่มีเจ้านายมาเกาะติดหลัง มีแต่ลูกค้า  ลูกค้ารายไหนทำงานด้วยไม่สนุก ก็เลี่ยงที่จะรับงานจากเขาในครั้งต่อไป  ผมทำแบบนี้มาสิบปี  ถามว่า “มีความสุขมากกว่าสมัยทำงานประจำหรือไม่”  คำตอบคือ “ผมไม่แน่ใจ”

  ไม่ว่าผมจะเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง  คนฟังส่วนใหญ่มักจะบอกผมว่า ชีวิตผมช่างน่าอิจฉาและมักจะถามว่า ถ้าจะทำอย่างผม มันต้องทำยังไง เริ่มอย่างไร  ผมบอกทุกครั้งว่า คนส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะมองการใช้ชีวิตของคนอื่นดีกว่าที่ตนเองเป็นอยู่  ที่จริงแล้วทุกวิถีการใช้ชีวิตมันมี “ราคา” ที่ต้องจ่ายเสมอ  ไม่ว่าคุณจะเป็นเศรษฐีพันล้านหรือยาจกศูนย์เหรียญ มันก็มีราคาค่างวดของมันทั้งสิ้น  ลึกๆแล้วไม่มีอะไรต้องอิจฉากับภาพภายนอก ขณะที่ภาพภายในของแต่ละคน คนภายนอกอย่างเรามองไม่เห็นหรอกครับว่า เขาพอใจในชีวิตที่เป็นอยู่หรือไม่

  เพื่อนผู้ร่ำรวยคนหนึ่งบอกผมว่า รู้อย่างนี้เขาจะไม่รวยเท่านี้ เอาแค่พอดีพอดีก็พอ  ยิ่งรวยภาระมันก็ยิ่งเยอะ จะหยุดก็ไม่ได้ เสียดายเงิน  เพื่อนผมให้รางวัลตนเองด้วยการใช้รถราคาแพง บ้านหลังใหญ่โต เฟอร์นิเจอร์หรูหรา ท่องเที่ยวไปทั่วโลก แต่มีความสุขมากกว่าผมหรือไม่  ผมไม่มั่นใจ  แต่สิ่งที่มั่นใจคือ ถ้าผมเป็นเขา ผมจะหยุดทุกอย่าง เอาเงินที่หาได้ไปหาความสุขตามที่ผมต้องการ  พอผมพูดไปอย่างนั้น เขาก็สวนกลับมาทันที “คุณไม่ได้เป็นแบบผม คุณไม่รู้หรอก”  มันเป็นความทุกข์ของคนรวยนะ ผมว่า

   นี่ก็เป็นกับดักอีกกับดักหนึ่งของ “การแสวงหาความสุข”

ตกลงความสุขมันคืออะไรแน่

   คำถามนี้นักวิจัยความสุขเขาก็มีสูตรเยอะแยะ ลองไปหาในปรามาจารย์กูเกิลเอง  ผมรู้แต่ว่ายิ่งเราแสวงหาความสุขมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งไปแตะแค่เปลือกของความสุขเท่านั้น  ตัวการใหญ่ในการขัดขวางความสุขก็คือ “ความเคยชิน” และ “ความเบื่อหน่าย”

   สมมุติคุณถูกหวยสามสิบล้าน คุณจะมีความสุขได้กี่วัน สามสิบวัน เก้าสิบวัน ร้อยยี่สิบวัน  คำตอบจากการวิจัยคือหกเดือนครับ แล้วคุณก็เคยชินกับมัน  สิ่งที่เคยให้ความสุขคุณ มันไม่ได้ให้อะไรอีกต่อไปแล้ว  คุณยังคงซื้อหวยทุกงวดไหม  ถ้าเป็นผม ผมซื้อนะ มันได้ลุ้นทุกเดือน ถึงจะมีสามสิบล้านก็เถอะ  การได้ลุ้นมันให้ความตื่นเต้นมากกว่าเงินสามสิบล้านที่อยู่ในมือเสียอีก  อะไรที่เคยชินมันก็มาพร้อมกับความเบื่อหน่ายเสมอ

   การนิยามเงื่อนไขของความสุขที่แต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน ไม่สามารถที่จะนั่งถกเถียงกันได้ว่า ความสุขแบบไหนมันจะดีไปกว่ากัน  บางทีมันน่าจะดีกว่าที่เราไม่นิยามความสุข  เมื่อเราไม่นิยาม ความสุขมันก็ไม่มี เหลือแต่ความพอใจในการใช้ชีวิตที่เรากำลังดำเนินอยู่  อย่างน้อยที่สุด เราก็ไม่ต้องตกอยู่ในกระแส “วิ่งตาม” คนอื่น แล้วย้อนกลับมาทำให้เราพ่ายแพ้ต่อความเป็นตัวของเราเอง เพราะไปอยู่ใต้เงาของคนอื่น จนเราไม่รู้สึกว่า เรากำลังสูญเสียความอิสระ ที่เราจะได้ใช้ชีวิตตามที่เราพอใจและสมฐานะที่มีอยู่  ไม่ต้องดิ้นรนจนเกินเหตุ  สุดท้ายแล้วเราก็ไม่แน่ใจว่า ราคาที่เราต้องจ่ายไป เพื่อให้ถึงจุดๆนั้นมันคุ้มค่าหรือไม่

   ฟังดูแล้ว มันเหมือนเราเป็น “ผู้แพ้” ยังไงชอบกลนะ ว่าไหม




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 ni_gul , february26 และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ปากไก่ วันที่ : 09/12/2017 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinso

บางคนเบื่อสิ่งที่มี
บางคนเบื่อสิ่งที่เป็น
สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรเบื่อเด็ดขาด
นั่นคือเบื่อตัวเราเอง
ถึงตอนนี้ เราคือศัตรูตัวเราเอง
ทีนี้ละยุ่งเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 3 แม่มดเดือนMarch , ปากไก่ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
vinitvadee วันที่ : 09/12/2017 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

อ่านจบแล้ว อมยิ้มค่ะ
คน ต่างมีความสุขไปตาม ประสาตน ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ปากไก่ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 09/12/2017 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ชอบบทความนี้มากค่ะ
สังคมปัจจุบันเป็นแบบนี้จริงๆ โอ้อวดกันทางโซเชียล.,คนส่วนใหญ่ที่เขามีจริงจะไม่อวด เพราะเป็นเรื่องธรรมดาของเขา เพราะเขามีทุกอย่างจนไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่เขามี,,บางคนเบื่อในสิ่งที่มีด้วยซ้ำ

ความคิดเห็นที่ 1 ปากไก่ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 09/12/2017 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

คนที่พยายามสร้างภาพ กับคนที่เดือดร้อนเมื่อภาพของคนอื่นสวยงามกว่าภาพของตนเองมีปัญหาเดียวกันคือ การขาดความมั่นใจในตนเอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน