• DIProm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : dip.pr.sm@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2020-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 4
  • จำนวนผู้ชม : 1476
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
DIProm
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIProm) Call Center : 1358 โทรศัพท์ : 02-202-4414-18 Website : www.dip.go.th Facebook : www.facebook.com/dipromindustry Twitter : twitter.com/dipindustry Instagram : www.i
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/diprom
วันพุธ ที่ 23 กันยายน 2563
Posted by DIProm , ผู้อ่าน : 153 , 13:11:02 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ๆ ของ SME ในยุคปัจจุบันนั้นไม่ง่ายและไม่ได้ยากจนเกินไป เพียงแต่จะต้องมีไอเดียที่น่าสนใจ เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ อยู่เสมอ และต้องปรับตัวให้ทันสถานการณ์ ที่สำคัญที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องของ “การสร้างแบรนด์” ที่เป็นทั้งภาพจำและประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากแบรนด์นั้น ๆ ถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย วันนี้เราจะมาแนะนำ “แนวคิดการสร้างแบรนด์ให้ดังและยั่งยืนสำหรับ SME ในยุค COVID-19” โดยกูรูอันดับหนึ่งของประเทศไทยด้านการสร้างแบรนด์อย่างพี่หนุ่ย หรือ “ดร.ศิริกุล เลากัยกุล” จาก “หลักสูตรออนไลน์เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการ SME สู้วิกฤต COVID-19” ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกันนะคะ

ดร.ศิริกุล เล่าว่า “แบรนด์จริง ๆ  แล้ว คือสิ่งที่จะบอกว่าลายเซ็นต์ของเราเป็นอย่างไร” ในยุคก่อนเรามีช่องทางในการสร้างแบรนด์ได้ง่าย ๆ คือ “การสร้างโลโก้” เพื่อสร้างการจดจำ และการมีโลโก้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอในยุคสมัยนั้น แต่ทุกอย่างล้วนต้องมีการเปลี่ยนแปลง ในปัจจุบัน โลโก้กลับกลายมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ ซึ่งมีหน้าที่แค่เพียงเตือนความจำ โดยแท้จริงแล้วการสร้างแบรนด์นั้นขึ้นอยู่กับ “ประสบการณ์ที่ได้รับของลูกค้า” นั่นเอง

หากอธิบายง่าย ๆ แบรนด์ก็คือ “ชื่อเสียง” หมายความว่าเมื่อลูกค้าพูดชื่อแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งออกมา จะต้องมีปฏิกิริยาออกมาเลยว่าแบรนด์นี้ดีตรงไหน โดยต้องเป็นสิ่งที่น่าจดจำ เพราะหากเป็นสิ่งที่ไม่น่าจดจำก็จะเรียกว่า “ชื่อเสีย”

แล้วทำไมเราจึงต้องสร้างแบรนด์ ? นั่นก็เพราะว่าตลาดทุกวันนี้เต็มไปด้วยตัวเลือก เมื่อเราไปซื้อของแต่ไม่มีแบรนด์ประจำใจ ไม่มีอะไรที่เรารู้สึกว่าจดจำได้ ก็จะมีความลังเลในการเลือกซื้อสินค้า ในขณะที่อีกคนเลือกหยิบสินค้าแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่งไปเลยโดยไม่ลังเล แปลว่านั่นคือแบรนด์ที่เขาเลือกซื้อตลอดเวลา เป็น “Brand of choice” หรือแบรนด์ประจำใจของเขา โอกาสที่จะลังเลเลือกซื้อสินค้าอื่นก็แทบจะไม่มี ซึ่งในตลาดก็เต็มไปด้วยปัจจัยที่จะทำให้ผู้บริโภคลังเลในการเลือกซื้อ ดังนั้น หากเราไม่มีแบรนด์หรือว่ามีแบรนด์เป็นเพียงแค่โลโก้ที่ไม่มีเรื่องราวที่น่าจดจำ ก็จะไม่สามารถมีที่ยืนในตลาดได้นั่นเอง

นอกจากนั้น ในตลาดทุกวันนี้ก็เต็มไปด้วยสินค้าที่มีอะไรที่เหมือน ๆ กันไปหมด หากวันนี้เราสามารถสร้างสินค้าที่ขายดีได้ วันต่อมาก็อาจจะมีคนลอกเลียนแบบงานของเราไปแล้วก้ได้ หากเราไม่ลุกขึ้นมาสร้างแบรนด์ให้แตกต่างและเป็นตัวของตัวเอง เราก็จะกลายเป็นแค่คนคิดที่ให้คนอื่นสามารถลอกเลียนแบบไปได้ ตั้งราคาที่ต่ำกว่าเรา และมียอดขายที่มากกว่าเรา ทั้งที่เราเป็นต้นแบบ เพราะฉะนั้นหากเราอยากจะเป็นที่หนึ่งในตัวเลือกของลูกค้า เราต้องมีแบรนด์ ที่เปรียบเสมือนอาวุธในการที่จะไปต่อสู้กับคู่แข่ง นั่นเอง

แบรนด์กับการตลาดต่างกันอย่างไร? สองสิ่งนี้มีหน้าที่ที่ต้องเกื้อกัน แต่มีหน้าที่ที่ต่างกัน ซึ่งแบรนด์คือ “การสร้างอัตลักษณ์ให้ควรค่า” และการตลาดก็คือ “การนำแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมาย” เพราะฉะนั้นเราจะเปรียบได้ว่า แบรนด์คือตัวเรา ที่เป็นจุดเริ่มต้น เราต้องหาตัวเองให้เจอ รู้ให้ได้ว่าแบรนด์ของเรามีอัตลักษณ์อะไรที่ควรค่าให้ลูกค้าสนับสนุนเรา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อและติดตาม ในขณะที่การตลาดเป็นวิธีการที่จะนำตัวตนหรืออัตลักษณ์ของเราไปสู่ผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง

นอกจากนั้น คำว่า “ภาพพจน์” คือสิ่งที่ลูกค้าเห็น ซึ่งจะดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับสายตาลูกค้า เพราะฉะนั้นเวลาที่เราจะสื่อออกไป เราจะต้องควบคุมให้ภาพพจน์ออกมาเหมือนกัน ซึ่งเราใช้แบรนด์ในการควบคุมภาพพจน์ เพราะแบรนด์คือ 3 มิติของความคิด มาจากสิ่งที่เรา (อยาก) เป็น และตัวตนที่เราเป็นเจ้าของนั่นเอง เราจึงต้องสร้างแบรนด์ให้มีความเป็นตัวเองมากที่สุด เพื่อให้ภาพพจน์ออกมามีอัตลักษณ์มากที่สุดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าสร้างแบรนด์อย่างที่ไม่ใช่ตัวตนของเรา เพราะจะทำให้เราฝืนทำในสิ่งนั้น ๆ ได้ไม่นาน”

โดย หัวใจสำคัญในการทำงานของ ดร.ศิริกุล ประกอบไปด้วยความเชื่อหลัก ๆ อยู่ 2 เรื่อง คือ “การใช้แบรนด์เป็นเครื่องมือในการพัฒนาธุรกิจ” และ การดำรงชีวิตและดำเนินธุรกิจด้วย “ปรัชญาแห่งเศรษฐกิจพอเพียง” ประกอบไปด้วย “3 ห่วง 2 เงื่อนไข”

• ห่วงแรก คือ “การรู้จักตน และการประมาณตน” ที่จะทำให้เรารู้กำลังว่าเราจะแข่งขันแบบไหน

• ห่วงที่ 2 คือ “มีเหตุมีผล” โดยต้องรู้ว่าการทำการตลาดแบบนี้จะได้ผลแบบไหน

• ห่วงที่ 3 คือ “มีภูมิคุ้มกัน” ในการการวางแผนตั้งรับกับปัญหาทางด้านการเงิน

• เงื่อนไขที่ 1 คือ “ความรอบรู้” ถือเป็นเรื่องที่สำคัญ และ

• เงื่อนไขที่ 2 คือ “คุณธรรม” ภายใต้ความเพียรและการมีวินัย นั่นเอง

ดร.ศิริกุล ยังแนะนำถึง ขบวนการสร้างแบรนด์ (THE brandbeing PROCESS) ซึ่งประกอบไปด้วย BRAND MODEL และ BRAND BUIDING ดังนี้

• BRAND MODEL คือ การรู้จักตน ด้วย 5 ข้อต่อไปนี้

1. What business are you in? (BUSINESS DESCRIPTION)

    เราต้องตอบให้ได้ว่าวันนี้เราอยู่ในธุรกิจอะไร

2. Why do you love to do it? (BRAND PURPOSE)

    เราอยากเห็นหรืออยากได้อะไรจากการทำแบรนด์

3. What is your standpoint? (BRAND POSITIONING)

    แบรนด์ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน

4. What are your wats to show your standpoint? (BRAND ATTRIBUTES)

    แบรนด์มีคุณสมบัติอะไรบ้าง

5. What is your compelling & true value? (BRAND PROMISE)

    คำมั่นสัญญาของแบรนด์ อะไรคือความต่อเนื่องของการสร้างแบรนด์

• BRAND BUIDING คือ การสร้างตัวตน ด้วย 5 ข้อต่อไปนี้

1.How would you present yourself visually? (PERSONALITY | IDENTITY)

    เราจะแสดงตัวตนอย่างไร เช่น การสร้างชื่อแบรนด์ โลโก้ เป็นต้น

2.How would you present yourself behaviorally? (COMPETENCY & CULTURE)

    เราจะทำให้แบรนด์สามารถจับต้องได้อย่างไร

3.How would you let the market know you? (BRAND AWARENESS)

    เราจะทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์ของเราได้อย่างไร

4.How would you make them choose you? (BRAND PERFERENCE)

    เราจะทำอย่างไรให้ลูกค้าชอบแบรนด์เรามากกว่าคู่แข่ง

5.How would you make them trust & stay with you? (BRAND LOYALTY)

    เราจะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์ของเรา

และสุดท้าย ดร.ศิริกุล ยังแนะนำถึงผู้ประกอบการอีกว่า “หากวันนี้เราอยากมีแบรนด์ที่ยั่งยืน สังคมก็ต้องยั่งยืนด้วย” ลูกค้าต้องเข้มแข็งมากพอที่จะจ่ายเงินให้แก่แบรนด์ ดังนั้น สังคมจะยั่งยืนได้นั้น แบรนด์ก็ต้องรู้จักรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักเคารพ รักษา และเกื้อกูลสังคมด้วย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถรับชมการอบรม “หลักสูตรพัฒนาผู้ประกอบการ SME สู้วิกฤต COVID-19” ย้อนหลังฟรี ! ได้ทาง Youtube สถานีดีพร้อม (DIProm Station) โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ที่ https://www.youtube.com/dipromstation

และติดตาม Facebook Fanpage - DIProm Station (สถานีดีพร้อม) เพื่ออัพเดตข้อมูล ความรู้ ข่าวสาร และหลักสูตรดี ๆ สำหรับ SME ได้ใน https://www.facebook.com/dipromstation หรือสอบถาม เพิ่มเติมได้ที่ Call Center : 1358 หรือ LINE: @diprom (มี @ ด้วยนะคะ)




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน