*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-10-11
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 56001
  • จำนวนผู้โหวต : 15
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2554
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 5942 , 11:27:36 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน ไอลี่ , ภาษาไทย และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

.

ถ้าโลกเรากลิ้งไปบนทางตรงทอดยาวมาสามพันปี เรา..ในวันนี้คิดอย่างไรต่อผู้คนที่มีชีวิตอยู่ ณ หลักปีที่ ๑ กันบ้างนะ พูดให้ถูกต้องก็คือเราเชื่อว่าพวกเขามีหน้าตา รูปร่างอย่างไร นุ่งห่มกันอย่างไร ทำมาหากินกันอย่างไร มีชีวิตประจำวันกันอย่างไร ปฏิบัติกิจอย่างไรกันเป็นประเพณี ที่มาจากความคิดยึดโยงกันเช่นไร หรือมาจากความเชื่อเหมือนๆกันอย่างไร

 

เราไม่มี หลักฐานภาพถ่าย ที่ยาวนานถึงสองพันห้าร้อยปี หรือ หลักฐานจารึก ที่ยาวนานขนาดนั้น และถ้ามีเราก็ยังไม่เข้าความหมายที่จารึกนั้นสื่อออกมาได้อย่างถูกต้องแม่นตรงอยู่ดี

 

เมื่อเรามองดูงานจิตรกรรมและปฏิมากรรมของ ‘พญานาค’ หรือนาค แม้เรา ‘รู้’ จากการบอกกล่าวเล่าเรียนว่าเป็นจินตนาการเชิงศิลป และยังซ้อนอีกชั้นหนึ่งว่าเป็นศิลปเชิงพุทธศาสนา แต่เราก็ไม่สามารถลอกเปลือกของจินตนาการออกไปทีละชั้นๆจนถึงเนื้อตัวจริงๆของสิ่งที่เป็นตัวต้นแบบนั้น เราไม่รู้ว่าผู้คนที่ปีพ.ศ. ๑ หรือเลยขึ้นไปก่อนหน้านั้นได้พบเห็นสัตว์ที่เรียกว่าพญานาคจริงๆหรือไม่, หรือแม้เป็นเพียงพบเห็นสัตว์ที่มีรูปร่างลักษณะหลักๆใกล้เคียงกับที่เห็นในงานจิตรกรรม ปฏิมากรรมนั้นหรือไม่ คือเป็นงูใหญ่ เกล็ดใหญ่หนา มีหงอนที่หัว มีสิ่งทีคล้ายเคราของมนุษย์อยู่ใต้คาง



หากว่าเรายอมรับว่ามีจินตนาการเชิงสร้างสรรค์ผนวกอยู่ในงานจิตรกรรม ปฏิมากรรมทั้งหลายเหล่านั้น เราคงรู้สึกง่ายขึ้นที่จะกรองแยกว่าส่วนไหนคือความจริง และส่วนไหนคือจินตนาการที่เสริมเข้าไป เช่น รูปทรงของหงอนที่เป็นดังเปลวเพลิง ครีบแนวสันหลังและหางที่คล้ายลายกนก เราพอรู้ว่านั่นเป็นสุนทรียศิลป์ของรูปทรงที่เติมเข้าไป

 

แต่แท้จริงแล้วเราก็ยังพบปัญหาอยู่ว่ารูปพญานาครูปหนึ่งไม่ว่าจะในงานจิตรกรรมหรือปฏิมากรรมนั้น ส่วนที่เป็นพื้นฐานความเป็นจริงหรือมาจากข้อเท็จจริง กับส่วนที่เสริมแต่งเข้าไปด้วยจินตนาการทางสุนทรียศิลป์ อย่างไหนมีสัดส่วนแค่ไหน มากน้อยกว่ากันเท่าไร ตัวจินตนาการทางสุนทรียศิลป์ที่เสริมแต่งเข้าไปนั้นยังมีทั้งที่มาจาก คำบอกเล่าเป็นตำนาน หรือใน เชิงวรรณกรรม อีกด้วย ไม่ใช่เรื่องของศิลป์ล้วนๆ เช่น พญานาคพ่นไฟได้ บ้างก็ว่าพ่นน้ำ ไปจนถึงเรื่องที่พญานาคมีฤทธิ์สามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ พญานาคมีถิ่นที่อยู่เป็นดุจเมืองอยู่ใต้ท้องน้ำเรียกว่าบาดาล เป็นต้น



ขณะที่สมัยนี้ไม่ว่าจะในประเทศที่เจริญล้ำหน้าด้วยวิทยาการระดับสูง, ในประเทศที่ก้าวตามอย่างเร่งรุดเพื่อให้มีวิถีชีวิตที่อิงแนบชิดกับวิทยาการล้ำหน้าอย่างนั้นบ้าง, ไปจนถึงในประเทศที่ล้าหลังสุดๆ ต่างก็ยังมีผู้คนทั้งน้อยและมากที่ตีความปรากฏการณ์ธรรมชาติว่าเป็นเรื่องของตำนานที่เจือด้วยอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติ



๑.ผู้คนในลุ่มน้ำโขงตื่นตาตื่นใจกับปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค การปรากฏที่ไม่ชัดของสัตว์รูปร่างยาวคล้ายงูแต่มีขนาดใหญ่ว่ายทวนอยู่กลางลำน้ำ ร่ำลือกันด้วยรายละเอียดตามตำนานพร้อมมูลและตามด้วยความขามเกรง




๒.ผู้คนในจีนตื่นตาตื่นใจกับปลาลำตัวยาวคล้ายงูขนาดใหญ่ (oar fish) พร้อมความเชื่อที่มากับความรู้จากการสังเกตแต่โบราณว่าการพบเห็นมันคือสัญญาณบอกภัยพิบัติของแผ่นดินไหว แต่ก็จับมันขึ้นมาขายและกิน




๓.ผู้คนในยุโรปตื่นตาตื่นใจกับภาพสัตว์ลำตัวยาวคล้ายงู มีหัวขนาดใหญ่ ผุดว่ายอยู่ในทะเล และเป็นแค่เพียงความประหลาดใจกับสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน อธิบายไม่ได้เท่านั้นไม่มีเรื่องของอภินิหารในความประหลาดใจนั้น



๔.แต่ก็มีคนยุโรปบางส่วนยังเชื่อในตำนานเล่าขานของสัตว์คล้ายไดโนเสาร์ชื่อเน้สซี่ แห่งทะเลสาบล็อคเน้ส (Nessie of Loch Ness) ในสก๊อตแลนด์ แต่ไม่ได้มีเรื่องของอภินิหารเจือปนอยู่




๕.มีภาพถ่ายปลาน้ำลึกลำตัวแบนยาว ๒-๓ เมตร มีครีบยาวตามสันหลังไปจนถึงบนหัว มีหนวด หัวมีขนาดใหญ่ราวหัวม้า


เพราะมีเรื่องเล่ากล่าวขานอยู่ในพื้นถิ่นที่ดำรงสืบต่ออยู่ในผู้คนของพื้นถิ่นนั้นๆ นั่นก็หมายความว่าผู้คนในอดีตของพื้นถิ่นนั้นๆแต่โบราณได้เคยพบเห็น มีประสบการณ์กับสัตว์ที่เป็นต้นตอของเรื่องเล่านั้น

 

กับเรื่องเล่าในกาลเวลายาวนานจนเกือบกลายเป็นตำนานของจีนจะมาจากประสบการณ์ความรู้เรื่องแผ่นดินไหว นำมาใช้ประโยชน์ได้ทำนองเดียวกับเมื่อมดขนไข่เป็นสัญญาณว่าฝนจะตก



บนพื้นที่สุวรรณภูมิมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวน้อยมากๆ ประสบการณ์ความรู้เกียวกับแผ่นดินไหวมีน้อยจนไม่เป็นเรื่องเล่ากล่วขานจนเป็นตำนาน ดังนั้น จินตนาการเติมแต่งที่เป็นเรื่องราวของพญานาค ก็จะเป็นไปในเชิงสุนทรียศิลป์ เชิงคติธรรม  หากจะมีประสบการณ์ความรู้เรื่องแผ่นดินไหวที่เกี่ยวข้องกับปลาน้ำลึกก็มีแต่เรื่อง ปลาอานนท์ ที่ไม่ทราบว่ามีต้นเรื่องมาจากแหล่งใดและเมื่อไร ก่อนพุทธกาลหรือไม่

 

จินตนาการเชิงศิลป์ผสมเชิงคติธรรมที่มีต่อเรื่องของพญานาคแม้แต่ในสมัยพุทธกาลเองอาจเป็นสัดส่วนเกินครึ่งค่อนของเรื่องราว ต้นตอของจินตนาการสร้างสรรค์อาจมาจากสิ่งมีชีวิตเล็กๆนิดเดียวก็ได้ ขึ้นอยู่ว่าเป็นความนิยมในการเล่าเรื่องสมัยนั้นหรือไม่ แล้วเมื่อเล่าต่อกันมานก็ละทิ้งตัวแก่นต้นตอของเรื่องไป



หรือมองในอีกทางหนึ่ง ตัวต้นตอของเรื่องก็อาจมีมากกว่าแค่สิ่งมีชีวิตแบบงูธรรมดาๆตัวหนึ่งก็ได้ หมายถึงคุณสมบัติผูกติดที่ประหลาดน่าอัศจรรย์ใจนั้นเป็นเรื่องจริง ถ้าจะมองในแง่ที่ว่าเรายังไม่ได้รู้เห็นสารพัดสิ่ง สารพัดชีวิตร่วมโลกเราอย่างครบถ้วน ด้วยความจำกัดทางกายภาพของเรา แม้ว่าเราจะสามารถเพิ่มทวีขีดศักยภาพด้วยสิ่งประดิษฐ์ทันสมัยมากมายแล้วก็ตาม

 

อีกประการหนึ่งก็เป็นข้อจำกัดด้วยเรื่องกาลเวลาทอดยาวนาน เราไม่มีทางที่จะแบกขนทุกเรื่องราวที่พ.ศ.๑ เอามาทั้งหมดสิ้นมาจนถึงพ.ศ.ปัจจุบัน สิ่งที่ตกหล่นไปหรืออยู่ ‘นอกบัญชี’ ของภารกิจประจำวันก็ย่อมจะถูกกาลเวลากลบฝังไว้ไม่เชื่อมต่อมาถึงปัจจุบัน เรื่องราวที่เป็นจริงหากต่อไม่ติดกับปัจจุบันก็มักถูกประเมินว่าเป็นเพียงจินตนาการตามความเชื่อไป

 

ตัวอย่างเช่นที่พระพุทธองค์ตรัสเล่าว่าในกาลดั้งเดิมนั้น เมล็ดข้าวสาลีนั้นมิได้มีเปลือกหุ้ม รวงข้าวสาลีนั้นสุกหอมขจรคาต้น รูดมากินได้เลย แต่เพราะพฤติกรรมมนุษย์ที่แย่งชิง กักตุน เปลือกก็เกิดขึ้น ... ดังนี้เป็นการเล่าย่นย่อ และย่นเวลาของวิวัฒนาการของมัน เหมือนสัตว์ที่ดิ้นรนผ่านเวลายาวนานจนคอยาวขึ้น, จนอยู่ในน้ำได้ดีพอๆกับอยู่บนบก เป็นต้น เราในสมัยนี้อ่านเรื่องราวที่ย่นย่อนั้นก็ตีความไปในทางที่เป็นอภินิหารที่เกิดขึ้นทันทีทันใด


 


แม้เรา ‘รู้’ มากขึ้นเรื่อยๆจากการพบเห็นสิ่งหรือชีวิตที่น่าจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับตำนานที่เล่าต่อกันมา เป็นตัวต้นตอของจินตนาการเสริมแต่งที่ค่อยๆเลือนลงเหลือเป็นความเชื่อ แต่ก็ใช่ว่าตัวต้นตออันเป็นรูปธรรมนั้น ไม่ว่าเป็นความจริงมากหรือน้อยนิดก็ตาม เราจะถือเอาแต่ด้านรูปธรรมนั้นเป็นหลักยึดว่าเป็นความจริง ที่เหลือเป็นแต่จินตนาการที่ไม่เป็นจริงเลยและไม่ควรยึดถือก็หามิได้ เหตุผลก็คือแม้ในด้านที่เราถือว่าเป็น ‘รูปธรรม’ นั้นแท้จริงก็เป็นกระบวนการที่เราพบ เห็น ยินเสียง รีบกลิ่น รับรส สัมผัสด้วยกาย แล้วเรามีจินตนาการกับมัน แล้วเราก็ปฏิบัติกลับต่อมันเป็นปฏิสัมพันธ์กันแบบนี้ติดต่อกันมายาวนานและพอกพูนขึ้นมากมหาศาลเป็นดังขุนเขาสุเนรุแห่งจินตนาการ แม้เรายึดถือว่าเราพัฒนาดัดแปลงวัตถุรอบตัวเราจนเกิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆก้าวหน้าขึ้นมาเรื่อยๆ นี้ต่างหากเป็นรูปธรรมวัตถุที่ถือว่าเป็นความจริง

 

มิใช่เลย แท้จริงรูปธรรมวัตถุเหล่านั้นก็คือกระบวนการแห่งจินตนาการที่เรามีต่อรูปธรรมวัตถุเหล่านั้นต่างหาก ... เหลียวมองดูสรรพสิ่งรอบๆตัวเราสิ ทุกข้าวของเครื่องใช้ไม่ว่าใหม่หรือเก่า ล้วนมีจินตนาการปนแทรกอยู่ในนั้นทั้งสิ้น บางชิ้นก็เป็นตัวแทนความคิดที่สืบเนื่องมาอย่างยาวนาน



ลองแทนที่คำว่า จินตนาการ ในย่อหน้าข้างบนด้วยคำว่า สมมุติสัจจะ หรือคำว่า สังขาร ดูสิ มันจะให้ภาพอย่างหนึ่งขึ้นมา อาจทำให้บางท่านเห็นภาพรวมของโลกที่เป็นมา และยังจะเป็นเช่นนั้นต่อไป

 

คาร์ล ม้าร์กซ์ ก็เข้าใจกระบวนการนี้ในชื่อของ วัตถุนิยมวิภาษวิธี คือกระบวนการปฏิสัมพันธ์ระหว่างวัตถุกับจิต อัตตวิสัยกับภววิสัย ม้าร์กซ์นำเอาหลักวิภาษวิธี (dialectic ; thesis & anti-thesis) จากทฤษฎีจิตนิยมของฟรีดริช เฮเก้ล มาผสมกับแนวคิดทางวัตถุนิยมของเขา แต่เขาจะรู้ขึ้นไปกว่านั้นหรือไม่ว่า ทั้งวัตถุนิยมและจิตนิยมล้วนยังอยู่ในสถานะของเงาสะท้อนในกระจก ไม่ใช่สัจจธรรม



เมื่อทุกสิ่ง ทุกการกระทำ มันเป็นเรื่องของคิด หรือสร้าง เป็นสมมุติ แม้การบวชก็ตาม ก็ยังอยู่ในความเป็นสมมุติถือเอา จึงมีคำว่า กุศล - ถูกทาง เป็นไปเพื่อความจริง, และ อกุศล - ไม่ถูกทาง ไม่เป็นไปเพื่อความจริง แม้คนที่บวชในพุทธศาสนาเองก็ยังชื่อว่าเป็นเพียงสมมุติสงฆ์ ยังไม่ใช่สงฆ์ในความหมายที่เป็นพุทธบุตรจริงๆ

 

(หมายเหตุ – เรื่องราวประเภทเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ในแวดวงพุทธศาสนาจะมีคำว่า ชาดก ตัวละครในชาดก หรือบุคคลที่ถูกกล่าวอ้าง บางครั้งต้นตอของเรื่องเป็นชนเผ่าที่มีชื่อเรียกตัวเองว่ายักษ์บ้าง นาค หรือ นาคะ คืองูบ้าง ปัจจุบันมีดินแดนที่เรียกตัวเองว่านาคะแลนด์ หรือ นากาแลนด์อยู่ จะมีความเกี่ยวข้องสืบเนื่องมาแต่เรื่องโบราณนั้นหรือไม่ น่าค้นคว้าศึกษาต่อไป)

 

เราคงจะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ เรื่องราวแห่งจินตนาการ ที่เป็นความคิด สร้างสรรค์ เติมแต่ง ด้วยท่าทีที่ให้ความสำคัญกับมันเทียบเท่ากับสิ่งที่เป็นรูปธรรมวัตถุ หมายถึง จิตนิยม กับ วัตถุนิยม นั้นมีค่า มีสถานะเสมอกัน ในฐานะที่ล้วนเป็นเพียง การสะท้อน สรรพสิ่งเข้ามาภายใน

 

เป็นความรู้แบบคิด หรือจินตนาการ เหมือนกัน ไม่ใช่ความรู้ที่เป็น ปัญญาหยั่งถึงความจริงหรือสัจจะ ที่พ้นไปจากการคิดหรือจินตนาการ

~






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
driftworm วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ครับ กัปตันแจ๊ค
ผมเปิดปลายไว้ให้เลือกคิดเลือกเชื่อกันเองครับ
บอกที่มาของสองกระแสความคิดไว้ให้
๑. วิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์วัตถุ ต้องมีกระบวนการวิจัยที่จับต้องมองเห็นได้
๒. วิธีอนุมานจากเหตุผลตรรกจากความจริงว่าอายตนะที่จะรู้เห็นของมนุษย์มีจำกัดยิ่ง
ในข้อ ๒ นั้น พอดีมีคนขึ้นกระทู้เรื่งความจำกัดของความรับรู้ทางตา ที่นี่ครับ
http://www.oknation.net/blog/mettapc/2011/08/03/entry-1
ฮิฮิ ฮิฮิ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

[เอาสติตาม จิตตัวเอง รู้กาย รู้อยู่ เดี๋ยวโลกทั้งใบ เราก็จะรู้ทั้งหมดเองครับ] สาธุๆครับ
''รู้เห็นตามความเป็นจริง''

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 03/08/2011 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับ
พยานาค มังกร dragon แล้วพี่หนอนรู้สึกว่าอย่างไรครับ
ให้คะแนนกันเองในใจเองนะครับ
นึกถึงคำของหลวงพ่อชาครับ ''นอกเหตุเหนือผลแต่มันมีอยู่จริง''

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 20.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

ตอบ Blog ผ่าน Mail ไปแล้วครับพี่


ปล. กลัวจะบิด เนื้อหาเอนทรี่นี้มากไปนะครับ เพราะไม่ได้คุยเรื่องพญานาคเสียแล้ว

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
driftworm วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 17.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔๒-
[อย่างไรเสีย ไม่ต้องไปรู้กับเค้า จะเป็นการดีที่ 1 เลยครับ]

อันนี้เห็นด้วย ทำได้ ดีที่ ๑ เลย

[เอาสติตาม จิตตัวเอง รู้กาย รู้อยู่ เดี๋ยวโลกทั้งใบ เราก็จะรู้ทั้งหมดเองครับ]

อันนี้ มีประสบการณ์มานิดหน่อย ไม่ถึงกับฝึกสติได้ดี
แต่เมื่อ "หยุดคิด" ได้ กลับ "รู้" มากมาย

สองอันนั้น จะถือเป็นหลักในตน
ส่วนเมื่อจะสนทนากับ โลกแห่งวาทะ ก็คงวางสถานะที่ระดับของแสวงหาความรู้ทั่วๆไป (philosophy)
.

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 17.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

สวัสดียามเย็นครับพี่

(41) แม้จะไม่ได้เขียนเกี่ยวโยงธรรม แต่การพิจารณาตามอ่าน ตามฟัง เรื่องเหนือโลกมา...... อุปทาน สัญญา เยอะแยะมากมายครับ

เรื่องความเหนือโลก คนตาเนื้อยากจะเข้าใจ ..... อย่างไรเสีย ไม่ต้องไปรู้กับเค้า จะเป็นการดีที่ 1 เลยครับ

เอาสติตาม จิตตัวเอง รู้กาย รู้อยู่ เดี๋ยวโลกทั้งใบ เราก็จะรู้ทั้งหมดเองครับ

** นรก สวรรค์ เทวดา พญานาค เปรต ฯลฯ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
driftworm วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ถ้าผมบอกว่าผมไม่ใช่เขียนกระทู้ธัมมะธัมโม จะเชื่อไหมนี่
ผมดูที่คนหาความรู้กัน คนที่ซีกโลกโน้นได้อย่างนี้ คนที่ซีกโลกนี้ได้อย่างนั้น เมื่อนั่นเมื่อนี่
แล้วคนชั้นหลังๆรับเอามาอย่างไร ฯลฯ
.

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
driftworm วันที่ : 28/07/2011 เวลา : 01.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

นินจา
อ่านจดหมายแล้ว ขอบคุณทีคอยตรวจสอบ "ไอ้ที่คิด"
สะดุ้งนิดนึง .. อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ
หวาดเสียวเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

มาอ่านแล้ว ตอบ mail พี่ไปแล้วนะครับ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
driftworm วันที่ : 27/07/2011 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

+++++++++++++++++++++++++++

คำว่า จินตนาการ ในข้อเขียนนี้ ถ้าว่าเปลี่ยนเป็นคำว่า ความเชื่อ หรือเขียนซ้อนกำกับไว้เลยว่า
จินตนาการหรือความเชื่อ จะช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นหรือไม่นะ



++++++++++++++++++++++++++

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
driftworm วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๒- มัยร่า

ภาษาอินเดียยุคนั้นเรียก อเล็กซานเด้อร์ ว่า อลิกะสุนทร

ปัจจุบันยังมีการถอดตัวสะกดข้ามภาษา จากเสียงกล้ำ ดรฺ หรือ ทรฺ คล้ายๆนี้อยู่
เช่นนักเขียนอินเดียที่ชื่อ กฤษณะ จันทระ
เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Krisanh Chander คนไทยแปลย้อนกลับอีกทีเป็น กฤษาณ จันเดอร์

มันเขี้ยว นึกถึงอีกคำที่ไม่เกี่ยวกัน นาคะ ฝรั่งถอดไปเป็น naga
ไทยเราแปลย้อนกลับอีกที เป็น นากา
หุยฮา เปล่าหัวเราะเยาะ แต่มันน่าฉุกใจว่าคนรุ่นเราน่าจะทำอะไรสักอย่าง
.

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
driftworm วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๓- คุณ Bunjerds ...... สวัสดีครับ ขอบคุณและยินดีครับ

-๓๔- คุณแสน .........สวัสดีครับ ขอบคุณและยินดีครับ (ยังจำได้ว่าคุณแสนเป็นคนแรกที่เขียนคห.กระทู้ผมในชุมชนนี้ )
.

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
driftworm วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓๑- , -๓๒- มัยร่า

คำถามเก่าแก่แสนขลังชวนพิศวงหนึ่งข้อคือ เราเกิดมาทำไม เพื่ออะไร เราคือใครกันแน่ --เป็นคำถามเดียวกัน --
คำถามนี้เกิดขึ้นได้เพราะอะไร (ผมเคยอธิบายให้เพื่อนเมื่อปี ๒๕๔๔ ว่าทำไมทุกคนเมื่ออยู่ต่อหน้าพื้นที่ธรรมชาติ
อันกว้างใหญ่ เช่นริมทะเล ขอบสมุทร บนยอดเขา จะเกิดคำถามนี้)

วัตถุชิ้นหนึ่ง -- จะมีรูปทรงอะไรก็ช่างเถอะ -- กอปรด้วยด้านที่เหมือนจะขาว กับด้านที่เหมือนจะดำ มันหมุนติ้วๆ
จนเราแยกแยะสภาพ รูปทรง สี ของมันไม่ได้
โลกและตัวเรา (ซึ่งกอปรด้วยธาตุของโลกนั่นแหละ) ก็เช่นกันกับอันนั้น หมุนอยู่ไม่มีหยุด แต่จะเกิดบางจังหวะ
บางขณะที่เรา 'นิ่ง' สักนิดหนึ่ง* ที่เราจะรู้สึกตงิดในใจขึ้นมาสักวิบหนึ่งว่า เอ เรามันคือใคร มาอยู่บนโลกใบนี้
เพราะอะไร ... ฯลฯ

เมื่อใครคนหนึ่งตกลงใจว่า เอาละ เราจะลองใคร่ครวญเรื่องนี้ดูสักที (ขณะที่คนอื่นๆรอบตัวเราจะพากันพูดว่า
บ้าหรือเปล่า ไปใส่ใจกับเรื่องขี้ปะติ๋วอย่างนั้นทำไม ใครๆก็เคยตงิดใจอย่างที่ว่ามาแล้วทั้งนั้น ไม่เห็นจะมีใคร
ใส่ใจให้เสียเวลา) การตกลงใจว่าจะใคร่ครวญ ก็เหมือนกับคนๆนั้นนั่งลง เอา 'ชั่วขณะวิบหนึ่ง' ที่ตงิดใจนั้น
มาต่อกันให้ยาวขึ้น นานขึ้น แล้วใส่ใจกับมัน ... สำหรับบางคนมันก็ออกมาเป็นความคิดกลั่นกรองดังคำสนทนา
ที่คุณมัยร่ายกมานั้น

แต่มันต้องใช้คุณสมบัติมากกว่านั้นอีกจึงจะสามารถ 'ลงลึก' ไปมากกว่าข้อสรุปเป็นภาพกว้างว่าเรามาเพื่อเก็บ
รับประสบการณ์การมีชีวิต (พุทธปรัชญาใช้ภาษาที่ลงลึกไปกว่านั้นว่า การได้อัตภาพของสัตว์) และยังจะลง
ลึกไปมากกว่าเนื้อหาที่ปราชญ์กรีกท่านนั้นสอนสานุศิษย์อยู่ในยุคสมัยเดียวกับสมณะโคดม เพราะสมณะโคตมะ
หรือสมณะโคดม ท่านลงลึกลงไปเห็นกระบวนการตลอดสายของมัน ไม่ใช่แค่วิบๆ ตรงที่ผมใส่เครื่องหมายดอกจัน
ที่คำหนึ่งในย่อหน้าที่สามข้างบนนั้น คือสิ่งที่สมณะโคดมรู้เห็น เอามาบอก ในตลอดสายของกระบวนการที่
หมุนติ้วๆนั้นที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท หลวงพ่อจรัญเคยอธิบายว่ามันมีช่วงขณะที่ 'ว่าง' อยู่กระจิ๊ดหนึ่ง เรียกว่า
ภวังค์ (มาจาก ภพ หรือ ภว + องค์) ............. ตรงนี้เป็นการใคร่ครวญของผม อย่าเพิ่งถือเป็นข้อสรุป ผมรอตรวจสอบ

อย่าเพิ่งตื่นเต้นไปกับเรื่องปราชญ์กรีกท่านนั้น เดี๋ยวจะไปขวนขวายค้นหนังสือเกี่ยวกับท่านนี้มาอีกเยอะๆ ซึ่ง
มันก็จะเป็นแต่ที่คนอื่นๆในชั้นหลังพากันเขียนแสดงความเห็นประเภทอรรถาธิบาย คุณมัยร่าจะติดอยู่ใน
'ยุ้งตัวอักษรหนังสือ' (เคยหล่นลงในกองข้าวเปลือกหรือกองแกลบใหญ่ๆไหม มันคล้ายบ่อทรายดูด กว่าจะตะกาย
กลับขึ้นมาได้ จะตายเอา) ก็เรามาอยู่ในดินแดนที่เต็มไปด้วยผู้รู้จากการปฏิบัติจริงจำนวนมากอยู่แล้วนี่ เพียงแต่
พวกผู้รู้เหล่านั้นไม่ค่อยพูด
แต่ก็นั่นแหละนะ เราในสมัยนี้เคยชินกับการอ่านตัวหนังสือที่เป็นความคิดคนอื่นแล้วมาไตร่ตรองด้วยตรรกะ
ราวกับเป็นความบันเทิงทางการคิด ไม่ทราบคุณมัยร่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่
ฯลฯ

ลองใช้อินเตอร์เหน็ตค้นด้วยคำว่า "ไม้ซี่สองอันพิงกันและกันตั้งอยู่ได้ ....." แล้วดูเนื้อหาที่มาก่อนประโยค เนื้อหา
ที่ตามหลังประโยคนี้ดูก่อน ถ้ามีเวลา นี่เป็นคำพูดของพระสารีบุตรกล่าวตอบพระพุทธเจ้า เมื่อพระพุทธเจ้าสนทนา
ทบทวนความรู้กับพระสารีบุตร ในเรื่อง รูปกับนาม ซึ่งอยู่ในสายลำดับของปฏิจจสมุปบาท
ผมยกเอาประโยคว่าด้วย รูป/นาม มาเทียบเคียงเป็นชิ้นวัตถุขาว/ดำที่หมุนติ้วๆ ซึ่งเหมือนกับการเก็บรับรู้โลกและ
ชีวิตแบบวัตถุนิยม / แบบจิตนิยม มันคือสองด้านที่เป็นเรื่องเดียวกัน

## การเก็บรับรู้โลกและชีวิตแบบวัตถุนิยม / แบบจิตนิยม มันคือสองด้านที่เป็นเรื่องเดียวกัน ##
.

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา


อ่านแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
Bunjerds วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunjerds

ดี ดี ครับ...

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
Maira วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ต่ออีกจิ๊กกก ค่ะ พอดีเพิ่งอ่านต่อลงมายังความคิดเห็น และได้อ่านตรงนี้ ...

[แต่มีบันทึกในพระไตรปิฎกว่า ตรัสว่าขณะนั้นก็มีคนที่อีกซีกโลกหนึ่ง สอนอย่างเดียวกับที่พระองค์สอนนี้อยู่..อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ วิเคราะห์ว่าเป็นปราชญ์กรีกท่านหนึ่ง]

ยังไม่เคยอ่านทั้งพระไตรปิฏก และ งานเขียนของ อ.สุชีพ..แต่เคยอ่านเรื่องขอปราชญ์กรีกท่านนี้ กำลังนึกชื่ออยู่ค่ะว่าชื่ออะไร ..จำได้ว่าตอนที่เรียนเคยคิดว่า เอ๋อ! ทำไมเหมือนกับคำสอนของพระพุทธเจ้าของเราจัง ยังเคยพูดกับอาจารย์ที่สอนปรัชญา และอาจารย์บอกว่า พระพุทธเจ้าของยูคงได้รับอิทธิพลจาก การที่ Alexander the Great ของกรีกกรีฑาทัพไปกินเมืองทางตะวันออกถึงอินเดีย และ อียิปต์ และเขาหลงเสน่ห์ของตะวันออกมาก (อาจจะเป็นได้นะคะ) จะลองค้นหาดูอีกทีค่ะ ..เผื่อจะมีประโยชน์บ้าง ..

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
Maira วันที่ : 26/07/2011 เวลา : 08.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดียามเช้าค่ะท่านกุรู ..

กลับมาอ่านอีกรอบ และอยากจะบอกว่า
ชอบท่อนนี้จังค่ะ ..

[...แต่เขาจะรู้ขึ้นไปกว่านั้นหรือไม่ว่า ทั้งวัตถุนิยมและจิตนิยมล้วนยังอยู่ในสถานะของเงาสะท้อนในกระจก ไม่ใช่สัจจธรรม...]

อ่านแล้วทำให้นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งได้อ่านนานมาแล้ว..ชื่อว่า "The Power of Myth" มี Bill Moyers คุยกับ Joseph Cambell ...ตอนหนึ่ง Bill Moyers ถามว่า ทำไมต้องมี "Myth" หรือ "ตำนาน" ..อย่างเช่นพญานาค พระเจ้าที่มีหลายหน้า มีหลายเศรียร มีหลายมือ ..ฯ

Joseph Cambell ..ตอบว่า .."คนทั้งหลายบอกว่าเราเกิดมาในโลกเพราะต้องการค้นหา 'ความหมายของชีวิต'" ..the meaning of life..แต่ผมคิดว่าไม่ใช่ นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราค้นหา ..แต่สิ่งที่เราค้นหานั้นคือ 'ประสบการณ์ ของการมีชีวิต' .. ดังนั้นประสบการณ์ชีวิตที่เราเห็นภายนอก(physical plane) 'จะสะท้อนความเป็นจริง' ของชีวิตภายในของเรา ทำให้เรารู้สึกถึงความมีชีวิต ..

และเขาสรุปว่า ..."ตำนาน" หรือ Myth ..นี่เองคือ ร่องรอย หรือ เงื่อนไข ..แห่ง "จิต" หรือ "วิญญาณ" ในชีวิตของคน ..

ท่านกุรูคิดว่าคำตอบนี้เป็นไงบ้างคะ?

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

บนเส้นทางปรัชญาตะวันตกในเรื่องการค้นหาตัวตนของมนุษย์ ว่าร่างกายเป็นหลักหรือวิญญาณเป็นหลัก
เหมือนจะมี อิมมานูเอล ค้านท์, เรเน่ เดค้าร์ตส์, ฟรีดริช เฮเก้ล, คาร์ล ม้าร์กซ์
Immanuel Kant, Rene Decartes, Freidrich Hegel, Karl Marx
ค้นในวิกิพีเดียได้
............ ล้าหลังกว่าพุทธปรัชญา สองพันปี

แต่มีบันทึกในพระไตรปิฎกว่า ตรัสว่าขณะนั้นก็มีคนที่อีกซีกโลกหนึ่ง สอนอย่างเดียวกับที่พระองค์สอนนี้อยู่
อ.สุชีพ ปุญญานุภาพ วิเคราะห์ว่าเป็นปราชญ์กรีกท่านหนึ่ง
.

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๕- คุณประธานชายแมน

[มาทำเครื่องหมายว่าได้อ่านแล้ว]
"ทำเครื่องหมาย" คำนี้ -- ถ้าไม่มองแค่การที่หมาป่าเอาสีข้างถูต้นไม้เพื่อทิ้งกลิ่น เป็นเครื่องอาณาเขต -- ถ้าไม่
มองแค่การยิงกระสุนน้ำไปที่ยางรถยนต์เพื่อเป็นเครื่องหมายอาณาเขตคุ้มครอง--- แล้วละก้อ
มั น มี ค ว า ม ห ม า ย ท า ง ป รั ช ญ า ที่ ลึ ก ล้ำ ม า ก ม า ย เ ล ย น ะ ค รั บ
sign, signal, signify, fignification, significant, signature
แกงได ป้าย สัญลักษณ์คนพิการ ไฟเขียวไฟแดง ควันไฟ
สมมุติ บัญญัติ สมมุติสัจจะ สัญญะ สัญญาจำได้หมายรู้ บัญญัตินัดกันรู้
ฯลฯ
ฯลฯ
ฯลฯ
ต้องจุดธูปให้ คห.๒๕ ของชายมั้ยเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๔- ชบาตานี

ครับ
.

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 22.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๓- สโนว์ดร็อป

ผมวางโครงเรื่องแยกส่วนยังงี้ครับ
ส่วนที่ ๑ - เอาพฤติกรรมคนในสังคมที่มีต่อสิ่งที่รู้เห็นไม่ได้ด้วยประสาทสัมผัสปกติ ที่จะเป็นไปในสองทาง
คือหนึ่ง เชื่อ ไม่กล้าลบหลู่ ไม่ค้นหาข้อเท็จจริง, กับสอง ทึ่ง แปลก ประหลาดใจ แต่เป็นในฐานะที่ไม่เคยพบ
ไม่เคยเห็นหลากใจ ถ้ามีโอกาสก็จะค้นหาข้อเท็จจริงว่ามันคืออะไรแน่ ถ้าไม่มีโอกาสก็แค่ตั้งสมุฏฐานว่ามัน
ต้องเป็นอะไรสักอย่างในธรรมชาติที่เรายังไม่เคยมีโอกาสพบเห็นมาก่อนเท่านั้น

แต่ไม่ว่าจะเป็นในทางไหน ในความเห็นผม มันมีค่าเท่ากัน เพราะมันเป็นวิธี "ให้ค่า" ต่อสิ่งที่เราได้สัมผัส
เมื่อสัมผัส (ผัสสะ) แล้วก็จะมีกระบวนการเปรียบเทียบกับข้อมูลในสมอง แล้วคาดคะเนว่ามันเป็นอะไร การ
คาดคะเนนั้น ผมใช้คำที่ไม่เหมาะสมกระมังว่า 'จินตนาการ' มันคิดคำอื่นไม่ออก ไอ้เจ้าคำจินตนาการนี่เรา
จะเคยชินกับมันในอีกความหมายที่เป็นการคิดสร้างเรื่องเรื่อยเปื่อยไป ฟุ้งฝันไป สร้างเรื่องราวไม่มีขีดจำกัด

ถ้าเทียบกับตัวอย่างในคห.๑๐ + คห.๑๑ ... ก่อนเราจะ "ประดิษฐ์" วิธีเปิบข้าว เราต้องมีการคิด คาดคะเน สร้าง
ภาพขึ้นในใจก่อน ใช่มั้ยครับ
ก่อนการมีช้อน เราก็ต้องมีภาพในใจอย่างคาดคะเนก่อน และอาจเป็นรูปแบบอย่างอื่นมาก่อน เช่น ใช้ใบไม้
ที่ค่อนข้างแข็งหน่อย จับให้ใบโค้งห่อเป็นราง (เหมือนที่เด็กเล่นช้อนตักเมล็ดน้อยหน่า) ตักอาหารมาก่อน
แล้วมาเป็นชิ้นไม้ถากและขุดเป็นร่องแผ่บานออก (แบบกระจ่า ช้อนไม้คลุกสลัดผักเดี๋ยวนี้) มาเป็นเงิน ทองคำ
กาบมุก กะลามะพร้าว สังกะสีเคลือบ พล้าสติก สเตนเหลส
ถูกไหมที่ว่าข้าวของเครื่องใช้รอบตัวเรามี จินตนาการ ผนวกอยู่ในนั้น ยิ่งของใดมีพัฒนาดัดแปลงมาหลาย
ช่วงตอน มันก็เป็นจินตนาการซ้อนทับลงไปบนจุดประสงค์เดิม จากโทรโข่งโบราณ มาเป็นหลอดขยายเสียง
มาเป็นวิทยุหลอด ทรานซิสเต้อร์ แผ่นจานเสียง แถบบันทึกเสียง แผ่นจานแข็ง > บนจุดประสงค์เดิม - เสียง
ข้อมูลถ่ายทอดเป็นเสียง ฯลฯ

ส่วนที่ ๒ - ความจริงแค่เอามาเสริม เหตุว่าเราในปัจจุบันดูเหมือนจะพยายาม "แยกกันให้เด็ดขาด" ระหว่าง
จิตนิยมกับวัตถุนิยม ตามที่เหมาเจ๋อต่งวิเคราะห์ ตัวม้าร์กซ์เองที่เป็นต้นคิดเอาวิภาษวิธีมายำกับวัตถุนิยมที่ตน
กำลังเขียนหนังสือเผยแพร่แนวคิดอยู่มันไม่เท่าไหร่ เขาพยายามวิเคราะห์ว่าคนเรามี "ที่ยืน" อย่างไรกันมา
ในตลอดประวัติศาสตร์โลก แต่เลนินนี่แหละที่เอาประยุกต์เพื่อรับใช้การปฏิวัติ ถัดมา เหมาเจ๋อต่งก็เอามา
แตกยอดต่ออีก แค่แตกยอดสองที สองคนนี่ก็ชักพาให้วัตถุนิยม "แยกทาง" กับจิตนิยมไปไกล ชนิดที่ไม่ยอม
ให้มารวมกันด้วย เช่น เหมาบอกว่า จิตนิยม เป็นลัทธิแก้ (counter revolution) เป็นไปเพื่อจะกดขี่ เอาเปรียบ
เป็นความคิดล้าหลัง ตกเวทีประวัติศาสตร์
...........................................................

ผมมองว่า ตัวทฤษฎี ตอนที่ยังอยู่ในมือของ เฮเก้ล และ คาร์ล ม้าร์กซ์ นั้นยังมีสภาพเป็นปรัชญา การแสวงหา
ความรู้ ค้นไปในตัวตนความเป็นมนุษย์ แต่มากลายพันธุ์ เมื่อหลุดมาถึงมือวลาดิมีร์ อิลลิช เลนิน ต่อมาถึงมือ
ของเหมาเจ๋อต่ง - โก โซ บิ๊กกกกกก ไปกันใหญ่เลย

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

รายการท่องโลกกว้าง ช่องไทยเผียบสึ ๑๘.๐๐ น. เมื่อเย็น เสนอเรื่องประสาทวิทยา กับจิตสำนึกตัวตน
มีการเอาสมองทั้งก้อนของมนุษย์ ของแกะ ของหนูมาผ่า แต่ที่สร้างความก้าวหน้าคือที่อดีตช่างภาพ
สนใจลงมาค้นคว้า เขาย้อมสีชิ้นสมอง แล้วทำให้เห็นเม็ดเซลล์สมอง(ไม่ใช่เม็ดกลม)เป็นอิสระ มีสาย
ประสาทต่อกันไปมา
บางตอนอ้างความคิดของนักปรัชญา เรเน่ เดค้าร์ตส
นี่น่าจะเป็นหลักกิโลแรกๆที่ดำเนินมถึงการวิจัยสมองที่หลายสถาบัน เช่น แม๊กซ์ แพล้งก์ ฯลฯ ที่ค้น
หา "จิต" ที่มีในทฤษฎีของตะวันออก
มีคำบรรยายตอนหนึ่ง น่าสนใจ เป็นวลีที่ผมอยากเขียนในเนื้อเรื่องนี้ ก็ได้เขียนไปแล้ว เป็นสำนวน
อีกอย่างหนึ่ง ... บทในรายการพูดว่า ...


"นับแต่วินาทีที่มนุษย์ถือกำเนิดขึ้น ก็ได้เริ่มทำการเก็บความรับรู้สิ่งต่างๆสั่งสมไว้ แล้วสร้างเป็นต้นแบบ
ขึ้น เพื่อใช้เทียบเคียงสิ่งต่างๆ ... และก่อรูปเป็นอุปนิสัย ทัศนคติ"


มนุษย์เปรียบเหมือนเครื่องจักรหนึ่งตัวที่ทำงานอย่างมีระบบที่แน่นอน
.

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ChaiManU วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

(มาทำเครื่องหมายว่าได้อ่านแล้ว)

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ชบาตานี วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

แต่ละคนจินตนาการไปตามความเชื่อส่วนบุคคลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

สวัสดีค่ะลุงหนอน
เข้ามาอ่าน นึกว่า พญานาคบนกล่องไม้ขีดไฟ 555
อ่าน ๆ เพลินจนหาแก่นไม่เจอ .. (ก็มันโง่นี่นา)

งั้น..ลองทบทวนบทความอีกที.. คิด ๆ ไปมา ก็คาดว่า (จินตนาการ) ว่าที่เขียนมานี้ คงเรื่องของ "จิต" ล้วน ๆ

จิตที่คนแต่ละคน มีจินตนาการไปได้ทุกเรื่อง แล้วก็หาสิ่งรอบตัวมาสนับสนุน ในจินตนาการของตนเองนั้นเลิศหรู เห็นจริงจัง เป็น "วัตถุ" ขึ้นมา จนกระทั่ง มีคนกล่าวขวัญกัน เลื่องลือมา จากไม่มี พ.ศ. จนถึง พ.ศ.นี้ กระมัง ???

ย้อนไปสมัยเด็ก ๆ จำได้ว่า เวลากลับจากโรงเรียนมานั่งทำการบ้าน ก็มักจะเปิดวิทยุฟังหลวงพ่อปัญญา จัดรายการเล่านิทานชาดก เกือบทุกวัน เรื่องพระพุทธเจ้า ต้องฝ่าฟันกับมารหลากหลายรูปแบบ หลายภพ หลายชาติ ตอนนั้นฟังเอาสนุก เหมือนเราได้ดูละคร แต่ท้ายเรื่องทุกตอน ก็จะมี ปริศนาธรรม ให้เราได้จำไว้เสมอ

เมื่อเข้าประเด็น พญานาค ที่ลุงหนอนเล่ามา ก็คิดเอง (คิดเอาเองอีกแล้ว) ว่า

ในสมัยโบราณ อาจมีผู้คนเห็นสัตว์แบบดังกล่าว (ภาพที่ชาย 3 คนอุ้มไว้นั่น ใกล้เคียงจินตนาการพญานาค / มังกร มากที่สุด) แต่ละคนอาจได้พบในสภาพการณ์ต่างกัน อาจพบในยามที่ล่องเรือหาปลามายังชีพ เจอะเจ้าตัวนี้ ก็คงตกใจ เรือล่ม หรือ รับอันตราย อาจนำมาเล่าในทางอภินิหารของสัตว์ตัวนั้น พร้อมทั้งเติมแต่งสภาพทางกายภาพของสัตว์ให้ดูยิ่งใหญ่อลังการขึ้นไปอีก (เพิ่มความน่าเชื่อถือของผู้ฟัง)
หรือ หากได้พบในยามปกติ ก็อาจเห็นภาพแห่งความเมตตา พ่นน้ำได้ (อาจเหมือน วาฬ หรือปลาโลมาที่หายใจก็จะมีน้ำพ่นออกมา) แล้วเติมแต่งให้เป็นอภินิหาร ว่า มาขนดหางเป็นพระแท่นให้พระพุทธเจ้า จนเป็นที่มาของการขอบวช แม้ในปัจจุบัน ยังต้องขานนาคกันก่อน

ที่เขียน ๆ ไปข้างบน ก็แค่ จินตนาการของตนเองเหมือนกัน อิอิอิ

ส่วน คาร์ล มาร์ค ก็คงเป็นมนุษย์นักคิดคนหนึ่ง อาจมีจินตนาการที่ใฝ่ในทางการเมือง การปกครอง จึงดัดแปลงสิ่งที่ตนเองคิดเพื่อสนองตอบความรู้สึกลึก ๆ ของเขาขึ้นมาเสียใหม่ .. (มั้ง )

ส่วนเรื่อง อภินิหาร ปาฎิหาริย์ ของสิ่งที่สัมผัสไม่ได้ ไม่เห็นตัวตน (เหมือนคุณครูแดงเล่า) นั้น ก็คิดว่าน่าจะมีส่วนจริงอยู่บ้าง ที่เห็นชัด ๆ อย่างกรณีคนเสียชีวิตไป
วิญญานจะกลับไปหาญาติพี่น้อง แม้จะอยู่ห่างไกลแค่ไหน ก็มีให้เห็นบ่อยๆ

.. เออ .. ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ไม่รู้ว่าจะเข้ากันกับเรื่องของลุงหนอนไหมก็ไม่ทราบนะคะ
เพราะว่า เพิ่งเกิดมาไม่นานนี้เอง ย้อนไปถึง พ.ศ. ๑ ไม่ได้น่ะค่ะ

ปล. เคยเห็นสารคดีฝรั่งที่พูดถึงเจ้าสัตว์ประหลาดในทะเลสาบ Loch Ness มันก็คงคล้าย ๆ กับเรื่อง เจ้า Bigfoot

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

นาคะ .... ภาษาบาลี น (ไม่) + อคะ (มีบาป) = ผู้ไม่มีบาป
ผู้จะอุปสมบท ต้องบวชนาคคั่นกลางก่อน เพื่อให้เป็นผู้ไม่มีบาป
แต่เวลาสวดซ้อมกลับถามว่า มนุสโสสิ๊ เป็นมนุษย์หรือเปล่า
และ ภุชิสโส สิ๊ เป็นนาคปลอมตวมารึเปล่า

สิ๊ .. สะกดตามหนังสือ มนต์พิธี เข้าใจว่ามีเสียงต่างจาก ซิ

http://youtu.be/AhpRqxAU4GU เรื่องของนาค หลายตอน
.

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เรื่องจิตนิยมของเฮเก้ล กับแนวคิดวิภาษวิธีของเฮเก้ล
อ่านได้ที่นี่ครับ
http://www.oknation.net/blog/sangwan99/2008/07/25/entry-7
รึจะใส่ลิ้งค์ในทู้เลย แต่...กัวอ่ะ เดี๋ยวเป็น entry-4 ของวันนี้ไไป

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 16.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

***************************
พญานาค จะมีจริง หรือไม่มีจริงก็ตาม มันไม่สำคัญอะไร
เพราะ กรณีที่มีจริง บรรพบุรุษเราเห็นตัวเป็นๆ (เป็นวัตถุนิยม) เราก็ยังใช้จินตนาการคิดอยู่ดีว่า
ถ้าอย่างนี้ๆนะ เราจะเรียกด้วยคำนี้ๆ และต่อไปอีกมากมายเช่น อ้อ มีไฟเหรอ ไฟคงจะร้อน เรียกว่าพิษไฟ เราถูกเข้าผิวคงจะแสบไหม้
ดังนั้น ที่เรียกพญานาคนี้ = อันตราย มีพิษร้าย ดุร้าย ฯลฯ
กรณีที่ไม่มีจริง เราจินตนาการเสกสร้างขึ้น (เป็นจิตนิยม) จะต่างตรงไหน ในเมื่อการดำรงชีวิตประจำวันของเรา อะไรที่มีพิษร้อนแสบ
ไหม้ เราก็หลีกเลี่ยงอยู่แล้ว ถือเป็นอันตราย จะคิดจินตนาการเป็นตัวตน(character)ขึ้นมาเป็นโน่นเป็นนี่หรือไม่ก็ตาม
เราคิด เราคาดคะเน เราตัดสินใจเลือกอยู่ตลอดเวลา แม้เมื่อตัดสินใจแล้วก็ยังอยู่บนความคาดคะเนว่าจะเกิดอย่างที่เราจินตนาการไว้

พิมพ์ๆอยู่นี่ เอ..รึเราจะกินกาแฟสักถ้วย .. ฮื้อ อย่าเพิ่งเลย พิมพ์ให้เสร็จก่อน .. น่าลุกไปแป๊บเดียวเอง.. (ลุกขึ้นยืน) แต่ เอ โต๊ะกาแฟมัน
อยู่หลังบ้าน ก็จะคลาดสายตาจากข่าวโทรทัศน์สิ .. เอาก็เอาวะ .. หนึ่งก้าว สองก้าว (อีกแปดก้าวถึงโต๊ะกาแฟ) .. ความคิดคาดคะเนไป
แล้วว่า เดี๋ยวเราจะชง ไม่มาก เปิดขวด ตักใส่อย่างนี้ๆ ภาพในใจมีขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวเราชงอย่างนี้ๆ เดี๋ยวเราก็เดินถือถ้วยกาแฟควันโฉ่
มานั่ง ดูข่าวต่อ แล้วก็พิมพ์งานต่อ .....
... เป็นส่วนแห่ง จินตนาการ แห่งการคิด คาดคะเน ทั้งนั้น ตลอดเวลาเลย
*****************************

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 15.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๖- ลุงวอ

สืบไปให้ถึงต้นกระบวนการเลยครับ สมมุติเกิดตรงไหน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๕- ภูผาคราม

[ตัวผม ไม่มีความรู้ในเรื่อจิตนิยมหรือวัถตุนิยมมากเท่าไหร่ครับ]
อิอิ ลองงี้ดิคัฟ เช้าตื่นขึ้นมา แล้วนึกรู้ว่า "เออ นี่กู(หรือข้าพเจ้า)เอง"
มันเกิดเพราะ "คิด" หรือมีตัวเราอยู่จริง อิอิ ปวดหัวเนอะ ถองกาแฟดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๑๔- คุณ ting

มองเห็นได้ยากครับ ไอ้ตัวนั้น
เห็นแล้ว ก็เผลอลืมได้ทุกทีเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ลุงวอ วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

ล้วนเป็นสิ่งสมมุติ ไม่จริงทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
BlueHill วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 14.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ลุงหนอนครับ
ในป่าลึก เอาแค่แก่งกระจาน เราก็พบสิ่งมีชีวิตใหม่ ๆ อยู่เรื่อยทั้งพืชและัสัตว์
ทั้งสิ่งมีชีวิตที่เคยพบ และไม่พบกันอีกแล้ว เพราัะเชื่อว่าสูญพัีนธุ์ไป ก็สามารถพบได้ในเวลาต่อมา เมื่อมีการสำรวจเข้าไปยังป่าลึก
ยิ่งสะดือทะเล ยิ่งไม่ต้องพูดถึง มีสิ่งมีชีวิตรอให้ค้นพบอีกเป็นจำนวนมาก

ตัวผม ไม่มีความรู้ในเรื่อจิตนิยมหรือวัถตุนิยมมากเท่าไหร่ครับ แต่แปลกใจเหมือนกันเรื่องที่ตำนานมังกร หรือพญานาค มีความคล้ายคลึงกันมากทั้งในยุโรปและเอเชีย ผมไม่แน่ใจว่า ทางฝั่งทวีปอเมริกา มีปรากฎการณ์เช่นนี้หรือไม่

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ting วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

แทรกอุปทานดีคะ
ฅนเราก็ทุกข์ด้วยอุปทานทุกวันนี้นะคะยากที่จะแก้ไขจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ครูแดง วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ท่านลึกซึ้งเกินกำลังครูแดงจริงๆเลยนะนี่..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ครูแดง วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-มาอ่าน คห.๑๐ ของคุณหนอนแล้วค่ะ

-แลกเปลี่ยนได้...ขอบคุณค่ะ

-นี่ถ้า พ่อแม่ครูอาจารย์รับรู้ ท่านคงว่า"ส่งจิตออกนอกอีกแล้ว"...๕๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เราลืมไปแล้วว่า ช้อน นะเป็นของจากจินตนาการ และมันไปกันได้ดีกับชีวิตเรา
แล้วนับจาก ช้อน มาเรื่อยๆมีของใหม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ขึ้นมาอีกมากมายๆๆๆๆๆๆๆๆ
ที่สุดเราก็ไม่เฉลียวใจแล้วว่ามันล้วนเป็นจินตนาการเหมือนกับช้อนนั่นแหละ
เพราะเรา "ชิน" กับมัน จนมันบดบังเนื้อแท้ของมันไม่ให้เราเห็น
ความชินก็คือ อุปาทาน ความถือเอาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ที่ทับซ้อนลงไป

โอ้ พญานาค ช่างมาสอนให้ผมได้รู้ ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
.

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๙- ครูแดง

ผมคิดว่า ผมแยกประสบการณ์ที่ครูแดงเล่านั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่งไปก่อนนะครับ
สิ่งที่มีอยู่พ้นไปจากความสามารถที่เราจะสัมผัสได้นั้น ยกไว้ก่อน

ในที่นี้ ผมพยายามชี้ว่า แม้วัตถุที่เราจับต้องได้จากยุคดึกดำบรรพ์มาจนวันนี้นี่แหละ ก็เป็นจินตนาการสมมุติ
ยกตัวอย่างเด็กแบเบาะ ไม่มีคนดูแลเลย หิว ปากโดนอะไรก็งับๆๆๆไว้ก่อน (เราไปตั้งชื่อมันแล้วว่าสัญชาตญาณ พร้อมกำหนดความหมาย
ให้เรียนต่อๆกันมาด้วย และไม่ยอมให้เปลี่ยนความหมาย)
ถ้าเด็กอยู่รอดมาจนโต มันจะกินอะไร ก็ยื่นหัวไปเอาปากงับๆๆๆเลย
ดีหน่อยก็เริ่มจินตนาการว่ายื่นมือไปหยิบใส่ปากจะดีกว่า .. เฮ้ย ดีจริงๆด้วย ไม่ปวดคอ เมื่อยหัว
จนมาถึงการที่มนุษย์ทำ "ช้อน" ขึ้นมาใช้ตักของกิน เนี่ย จินตนาการมาก่อน พอมีช้อน เราก็ทำซ้ำๆๆๆๆๆกันมาเรื่อย
จนลืมสังเกตว่ามันมีจินตนาการอยู่ในนั้น
ฯลฯ
ลองแทนที่คำว่า จินตนาการ ข้างบนนั้นด้วยคำว่า สมมุติ สิครับ
๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ครูแดง วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-สวัสดีค่ะคุณหนอน....

-ยังไม่เคยเห็นด้วยตา เคยได้ยินครูบาอาจารย์ที่ท่าน มองทะลุมิติ(นั่งทางใน)บอกเล่าให้ฟัง..เราก็รับรู้ด้วยจิตคารวะ..ไม่ลบหลู่....

-แต่มีบางอย่างที่เกิดขึ้นโดยเราไม่สามารถพิศุจน์ได้...ซึ่งเคยสัมผัสมากับตนเอง..เช่นเจ้าที่มาสิงร่างเด้กนักเรียนในตอนเข้าค่ายพักแรม..เด้กวิ่งไปห้องน้ำ มีคนหนึ่งเดินไปกับเพื่อนแล้ว หงายหลังล้มตึง..เรียกไม่ตื่น..คือสลึมสลือ...หลบตาครูเป็นพัลวัน..ก่อนนำส่งโรงพยาบาล(อยู่ไกล)มีภารโรงกับท่านขุนพูลสวัสดิื(อดีตศึกษาธิการจังหวัดยุคนั้น)อยู่ในเหตุการณืด้วย..ท่านบอกว่า..ผีเข้า..เราคนสมัยใหม่(เมื่อ๔๐ ปีที่แล้ว) ไม่ค่อยเชื่อ..แต่เด็กไม่ยอมพูดไม่สบตา..หลับแล้วทำเสียง อือๆๆๆ..(ครูแดงประคองเด้กเองนะคะ)
-ท่านขุนถามว่ามารบกวนเด้กทำไม..เด้กตอบว่า..มันลบหลู่กู...ลบหลู่ยังไง..มันไม่บอกกล่าวกู กูหนวกหู..ท่านถามครูแดงว่าได้ไหว้เจ้าที่ไหม..แฮะๆๆ ไม่ได้ทำค่ะ..ท่านบอกว่า.งเดี๋ยวจะไปไหว้ขอขมา..อกนะ..ก็ตอบว่าไม่ออก..ท่านถามว่าจะเอาอะไร..ไข่ต้มไหม..เขาว่า หึ..หัวหมู่ไหม ..หึ...บอกไปจนครบก็ หึ(ไม่เอา)...จนคนสุกท้ายภารโรง..พูดแบบเกรงๆบารมีว่า..แถวบ้านผมเขาถวายบากเบญนะครับ..เราก็ อะไรบากเบญ..ท่านขุนบอกจะเอาบากเบญรึ จะให้ยายทำให้พรุ่งนี้ แถมผ้าขาว ๗ วา ด้วย...เขาบอกว่า..อือ..ท่านบอกว่า..งั้นปล่อยเด็กไป..

-๕๕๕๕ พอพูดเสร็จปุ๊บ...เด็กลุกขึ้นจากที่นอนอยู่บนตักครูแดง..แล้วหันมาเล่าว่า..ครูขา หนูเดินไปห้องน้ำกับเพื่อน..มีผู้ชายตัวใหญ่ๆ ดำๆ เดินมาชนหนูล้มค่ะ(เขาเข้าใจว่า เขาล้ม แล้วครูแดงมาประคองลุกขึ้น..พ่อแม่พี่น้องครับ ครั้งแรกในชีวิตข้าพเจ้าเลยละนั่น...กลัวจนมือสั่น ปั๊บๆๆๆ..แต่สะกดใจว่า..เมื่อสักครู่นี้ หนูพูดอะไรบ้าง ..เขาบอกว่า ไม่ได้พูด พอหนูล้ม คุณครูก็มาอุ้มหนูค่ะ บรื๊อๆๆๆ คืนนั้นจุดธูปกันให้ว่อน ๕๕๕(ครูนะคะ เด็กๆไม่ทราบเลย)
-เช้ามาพิธีขอขมา ถวายบากเบญก็มาครบชุด..เลยจำจนตาย ไปไหนๆ ก็ขอขมา ลาโทษก่อน ถ้าไปแม่น้ำโขงจะขอขมา พญานาคก่อนเลยค่ะ..

-เขากันไหมนี่ ....

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๕- มัยร่า

ในแง่ของมัยร่า ใช่ จินตนาการทำให้เกิดการดัดแปลงสิ่งใหม่ (synthesis ของ Freidrich Hegel
ที่ม้าร์กซ์ ยืมมาสวมลงทฤษฎีวัตถุนิยมของตน ไง)
ส่วนความรู้ ชนิดที่ท่องตามกันมา ใช้ต่อๆกันมา ทำซ้ำ ก็ใช่ สำคัญน้อยกว่า
(ตรงนี้ จำที่ผมเคยพูดได้ไหมว่าตลอดชีวิตคนเรา ใช้สัญญาจำได้หมายรู้-ความรู้- อาจไม่ถึง ๕๐ ชุดด้วยซ้ำ)
จึงไม่ใช่ชีวิที่ หยั่ง ลงถึงปัญญา

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๔- แหวน

ครับ ณ ขณะที่คนโบราณจับสังเกตธรรมชาติได้ มันเป็น "ความรู้"
ครั้นผ่านกาลนานมาเป็นร้อยปี ไม่มีแผ่นดินไหวให้ใครต้องมาพูดถึง ก็ไม่มีข้อพิสูขน์
ความรู้ ก็เลยกลายเป็นความคร่ำครึ
.............

อยากให้ความคิดตรองของแหวนเดินต่อไป ถอดรหัสได้ว่า ไอ้ที่เราจับต้องใช้อยู่ในชีวิตประจำวันทุกวันนี้
ก็เป็นจินตนาการทั้งนั้น ทั้งนั้น ทั้งนั้น ไม่มีอะไรจริง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๓- น.นันท์นภัส

ครับ ปู้ม้าร์กซ์ สนุกกับการคิด จนตกหลุมพรางตรรก

ส่วนที่ว่ายิวปั่นหนวดจิ้งหรีดทั้งฝ่ายซ้ายและขวานั้น ถ้าพูดเมื่อก่อนผมไม่เชื่อครับ
เพราะตอนนั้นผมมองว่าสังคมนิยม>ค็อมมิวนิสม์ มีความสมบูรณ์กว่าแนวคิดอื่น มีปลายทางที่ดีกว่า
แต่มาพูดตอนนี้ ผมเชื่อแล้ว จากเนื้อหาข้างบนที่ผมถอดรหัสออกมาได้ว่า สังคมนิยม>ค็อมมิวนิสม์ นั้นก็อยู่ในฐานะที่งมงายพอกัน
จึงตกเป็นเครื่องมือให้บางคนได้ไง
ปู่ม้าร์กซ์ ก็จับเอาจิตนิยมวิภาษวิธีของเฮเก้ลนะแหละ มาบิดหางเสือซะใหม่ แล้วมันลงตัวดังพล็อก
แกเลยเข้าใจว่า นี่แหละ สิ่งสัมบูรณ์ที่สุดแล้วในโลกนี้ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕ กุ๋ยๆๆๆๆ

นั่นมันแค่ "คิด" ต้องเอาคำของหลวงปู่ดูล มาเกทับว่า คิด มันเป็น สังขาร
ซึ่งปู่แหวนบอกว่า เขียนได้ก็ลบได้ ลบแล้วจะเขียนใหม่อย่างไรก็ได้
หุยยยย ฮา นักคิด นักคิด นักคิด

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Maira วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

อ่านบทความท่านกุรูวันนี้แล้วนึกถึงคำกล่าวที่ว่า .."จินตนาการ" สำคัญกว่า "ความรู้"

สวัสดีวันจันทร์ค่ะ ..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 12.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

๒.ผู้คนในจีนตื่นตาตื่นใจกับปลาลำตัวยาวคล้ายงูขนาดใหญ่ (oar fish) พร้อมความเชื่อที่มากับความรู้จากการสังเกตแต่โบราณว่าการพบเห็นมันคือสัญญาณบอกภัยพิบัติของแผ่นดินไหว แต่ก็จับมันขึ้นมาขายและกิน
........
ข้อนี้แหวนว่าพอจะมีเค้าค่ะพี่ทีเค ปลาขนาดใหญ่มักจะอาศัยในทะเลน้ำลึก ก่อนแผ่นดินไหวน้ำทะเลลึกจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น
ปลาใหญ่ต้องทะยานขึ้นมาสู่ผืนน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่า คนโบราณมักจะช่างสังเกตในเรื่องนี้

สัตว์ทุกชีวิตนอกจากคนมักมีสัญชาติญาณพิเศษ ในการหนีภัยเอาตัวรอด ก่อนน้ำท่วมหนักมดขนเสบียงหนีล่วงหน้าไปก่อน 2-3 วัน แต่แหวนเก็บของไม่ทันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น.นันท์นภัส วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nidnhoi

ที่แน่ ปลาดังกล่าว ไม่น่าจะใช่พญานาคหรอกค่ะ

ส่วนปู่คาล มาร์คนั้น เขียนทฤษฎีที่เขารูปธรรมแทนจิตเป็นตัวตั้ง สุดท้ายก็ปูไปสู่ ทฤษฎีที่ว่าด้วย " คอมมิวนิสต์" เพื่อเป็นพื้นฐานแด่ยิว นายธนาคาร(นายทุนเงินกู็)ใช้ประโยชน์ในการสร้างสงครามโลก และการปฏิวัิตนั่นเอง

รายละเอียด โปรดอ่านในหนังสือ " ปฏิบัติการ มารครองโลก" หรือ Prawn in the Game.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
captain.Jack วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mafia

สวัสดีครับ...เห็ยด้วยว่ามีพญานาคจริง...แต่เหลือน้อยแล้ว...(ไม้ขีดไฟตราพญานาค) แบบว่าไฟแช็คมาแทนที่ครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
driftworm วันที่ : 25/07/2011 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

มั่วจัง แก้ไขเนื้อหา ๒ ครั้ง
กลายเป็น entry-2, entry-3 ไปฉิบ
เลยลบ entry-1 ทิ้ง
มาเริ่มใหม่ จากคนอ่าน ๓๙ มาเป็น ๕ ที่ทู้ ๑ กับ ๗ ที่ทู้ ๒
เปล่ากังวลยอดคนอ่าน แต่กังวลว่ามีคนมาเขียนอะไรไว้เปล่า เราไม่เห็นก็จะไม่ได้ตอบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน