*/
  • driftworm
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-10-11
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 55985
  • จำนวนผู้โหวต : 15
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
<< ตุลาคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 4 ตุลาคม 2554
Posted by driftworm , ผู้อ่าน : 4489 , 13:57:07 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชบาตานี โหวตเรื่องนี้

.

เราเคยมีเหตุให้วิ่งเข้าออกบ้านช่องห้องหับ(หรือเรียกตำหนัก)ของคนทรงองค์เจ้ามากหน้าหลายตาในช่วงปี ๒๕๒๔ – ๒๕๓๔  ไม่ว่าจะองค์ของอดีตกษัตริย์หลายท่าน อดีตพระสงฆ์ที่มรณภาพไปแล้ว จนถึงวีรบุรุษจากนิทาน ลิเก พวกโกมินทร์ แม้แต่พวกเทพในศาสนาพราหมณ์

กระบวนการที่เป็นที่พึ่งของคนป่วยในสังคมระดับล่างจนถึงสูงก็มี เป็นเหมือนการแสดงประเภทมายากลก็มี เช่น ตอกไข่ไก่ที่ห่อมิดชิดแล้วพบตะปูตัวโต ใบมีดโกน แล้วอ้างที่มาว่าเป็นเรื่องที่เรียกกันว่า “ลมเพลมพัด” แม้จะรู้สึกตงิด ๆ ว่าเป็นทักษะของมายากล แต่เกินวิสัยที่เราจะจับได้ไล่ทัน

มีอยู่ตำหนักหนึ่งที่มักคุ้นอยู่เป็นเวลานานนับปี ไม่มีการแสดงอะไรในแบบที่คล้ายมายากลที่นี่ แต่ได้รับประสบการณ์แปลกกับตัวเอง เป็นแบบที่ได้พบเห็น บุคคล เหตุการณ์ ตามคำกล่าวอ้างที่คนทรงผู้นั้นจะทำให้มีขึ้น เป็นไปในทางดี ช่วยเหลือแก้ไขสถานการณ์ เช่น เราเดินทางออกจากพญาไท ไปค้างเติ่งอยู่ที่หัวถนนสุขุมวิทสายเก่าตอนตีสองกว่า จนคิดว่าคงต้องนอนแกร่วตากยุงอยู่ที่เพิงขายของตรงนั้นเสียแล้ว แต่แล้วก็มีชายร่างม่อต้อกับลักษณะการแต่งกายตรงตามที่คนทรงผู้นั้นเอ่ยไว้ ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมา และยอมขับเลยไปส่งที่บางปูใหม่ ไม่ยอมคิดสตางค์

กับประสบการณ์ที่ผ่านทางพี่ชายเราผู้เป็นต้นเรื่องที่ทำให้ต้องวิ่งเข้าออกบ้านคนทรงเหล่านี้ สิ่งที่พี่ชายพบเห็นตามที่คนทรงมาเอ่ยทักทำนองตรวจสอบว่าเห็นตรงกันไหม ขณะที่คนทรงผู้นั้นนั่งสมาธิอยู่ที่บ้าน(หรือตำหนัก) และพี่ชายเรานอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เรานอนเฝ้าพี่ชายที่ป่วยอยู่ จู่ ๆ พี่ชายเรียกให้ปิดไฟอยู่ครู่ใหญ่ แล้วให้เปิดไฟดังเดิมพร้อมเล่าภาพที่เห็นเมื่อที่ผ่านมาให้เราฟังอย่างตื่นเต้น (ขอไม่เล่ารายละเอียด มันจะส่งเสริมความไขว้เขวของผู้ปฏิบัติมากไป จะเป็นบาปกับเรา)

ประสบการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องที่สร้างความสับสนและรบกวนการใคร่ครวญในหลักพุทธศาสนาที่เราตรองมาแล้วส่วนหนึ่ง ที่สุด เราตัดสินใจละทิ้งความคิดที่รบกวนอยู่นั้น ไม่นำพาว่าจะเป็นโทษอย่างไรต่อเรา เราไม่ให้ราคาคำพูดเชิงแก้ตัวที่ว่า “ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่” นั่นหรอก เป็นไรเป็นกัน และเราก็ไม่เป็นไร เรามั่นใจในไตรสรณคมน์อยู่ ไม่ทิ้ง และที่เราตัดความคิดอันรบกวนนั้นก็เพียงปล่อยให้วันเวลาเฉลยเรื่องออกมาเอง

 

วันนี้ พบคำเฉลยที่แก้ข้อสงสัยมานานของเราได้บางส่วนแล้ว จากหนังสือคำสอนของหลวงพ่อวิริยังค์ ดังนี้


บางทีเราจะพบกับผู้ทำสมาธิเกิดตัวสั่นเหมือนผีเข้า อย่างนี้เป็นกิริยาอาการหนึ่งของใจ ความสั่นนี้จะเกิดขึ้นจากการทนไม่ไหวในการที่จิตกำลังจะเข้าสู่อาทิสมานกาย เมื่อจิตละความรู้สึกของกายหยาบสู่อาทิสมานกาย ตวามเป็นตัวของตัวเองจะไม่มี เพราะอาทิสมานกายนั้นยังไม่ได้ถูกจุดพลังอำนาจดพำเนินการ จึงต้องคล้อยไปตามอารมณ์อุปาทานที่คั่งค้าง เพราะขาดจุดพลังอำนาจที่ได้ฝึกให้เกิดพลังแห่งความสามารถบังคับอาทิสมานกายได้ ณ เวลานั้น เป็นความสำเร็จขั้นสำคัญของสมาธิ แต่บุคคลไม่ได้ผ่านการทำสมาธิ หรือผ่านแต่ไม่ถึงจุดพลังอำนาจ การเป็นไปของอาทิสมานกายจะต้องไปตามอารมณ์และอุปาทาน เมื่อเป็นเช่นนั้นจึงต้องเคลิ้มไปตาม เนื่องจากจิตได้เคลียร์ปลายสุดประสาทของกายหยาบได้แล้ว กายหยาบก็หมดสิทธิ์ที่จะทำงาน จึงเป็นหน้าที่ของอาทิสมานกายในการสั่งการไปตามอารมณ์และอุปาทาน จิตของคนเรานั้นเป็นตัวสะสมทุกสิ่งทุกอย่างที่มันได้ประสบมา เมื่อประสบพบเห็นก็ฉายเข้ามาเก็บเอาไว้นานัปการ ครั้นเมื่อจิตเข้าภวังค์ จิตที่ฉายเอาไว้หรือเท่ากับถ่ายเป็นฟิล์มเก็บไว้ที่จิต ก็จะถูกอัดรูปออกมา เป็นไปด้วยอารมณ์อุปาทานนั้นๆ ด้วยเหตุนี้ กายหยาบจึงแสดงวิธีหรืออาการต่างๆออกมาอย่างไร้สติ เป็นสิ่งที่ถูกกดดันจากอทิสมานกายให้พูดสำเนียงต่าง ๆ อักขระต่าง ๆ อารมณ์อุปาทานติดค้างเจ้าพ่อเจ้าแม่อยู่ในใจแต่ก่อนก็จะแสดงวิธีหรืออาการเหล่านี้ออกมา ซึ่งผิดปกติธรรมดา ไม่เหมือนคนที่มีสติโดยทั่วไป การแสดงออกเหล่านี้ทำให้คนที่มีสติปกติเข้าใจว่าเทพบ้าง ปิศาจบ้าง เจ้าพ่อบ้าง วิญญาณต่าง ๆ บ้าง เกิดมีความเชื่อด้วยความประสงค์ต้องการให้ช่วยเหลือต่าง ๆ นานา เป็นต้นว่า ดูชะตา ดูคู่ ดูเมียน้อยเมียหลวง รักษาโรคภัยไข้เจ็บ ดูอนาคต ให้ช่วยในหน้าที่การงาน ค้าขายให้มีโชคลาภ

ด้วยประการใดก็ตาม หรือด้วยความประสงค์ของประชาชนเอง ตลอดความเชื่อที่ยังไม่ได้รับการกลั่นกรองของผู้คนทั้งหลาย หาที่พึ่งอื่นไม่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องมาเอาสิ่งที่ไม่มีตัวตนเป็นที่พึ่ง โดยคิดว่ามันก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไร ประชาชนมาคิดกันอย่างนี้ การที่จิตเข้าภวังค์ด้วยความโน้มน้าวของอารมณ์ อุปาทานจึงเกิดขึ้นแล้วตั้งเป็นกลุ่มตามความที่บุคคลมิได้มีการกลั่นกรองให้ทราบและเข้าใจในกรณีเช่นนี้

(จากหนังสือหลวงพ่อ หน้า ๑๔ – ๑๕)


เมื่อได้แก้ข้อสงสัยไปเป็นส่วนใหญ่แล้วดังนี้ ถือเป็นอุมาหรณ์สำหรับเราเองว่าไปภายหน้า หากพบเห็นปรากฏการณ์อะไรที่แปลกไปจากความสามารถรู้เห็นปกติของเรา ก็อย่าเพิ่งรีบไปให้ราคามันว่าเป็นสิ่งวิเศษมหัศจรรย์ และอย่าได้รีบโยงเข้ามาเป็นเรื่องในพุทธศาสนาอย่างเด็ดขาด อย่าได้รีบทึกทักว่าเป็นทางเดียวกับสิ่งที่เรากำลังปฏิบัติอยู่อย่างเด็ดขาด

 

  เรื่อง ต้นไม้พิษของลัทธิการใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง

  เรื่อง  ควรคิดคำไทยใช้แทนคำทับศัพท์






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
driftworm วันที่ : 28/02/2012 เวลา : 02.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอบคุณครับ

ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ติดค้างตัวเองเป็นเดือนแล้ว ยังไม่ได้เขียน
เรื่อง คติพุทธมองทุกสิ่งเป็นสมมุติ เป็นมายาบังตาได้อย่างไร
ในเมื่อเราเห็นความก้าวหน้าทางวิทยาการให้ได้ใช้เห็น ๆ เป็นจริงอยู่ทุกวันนี้

ตอนนี้เร่งวิจารณ์รวมเรื่องสั้นเล่มหนึ่งอยู่ครับ แบบทยอยทีละเรื่อง
http://www.oknation.net/blog/secondaryreader/2012/02/26/entry-1
กำลังอ่านและตีประเด็น ในเรื่องที่ ๒

ระลึกถึงครับ
.

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
musachiza วันที่ : 28/02/2012 เวลา : 02.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

มาอ่านมุมมองของชาวพุทธในเรื่องนี้
ซึ่งประเด็นในเรื่องแบบนี้..จะต่างกับอิสลามโดยสิ้นเชิง
เพราะฐานตั้งต้นของความเชื่อนั้นต่างกัน
ดังนั้นปลายในการอธิบาย ก็ต่างกัน
ขอบคุณกับการนำความรู้มาเรียบเรียงต่อสาธารณะ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
Vphibul วันที่ : 18/01/2012 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Thaipray

จะติัดตามอ่านนะครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
สตังค์ วันที่ : 18/01/2012 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ลุงหนอน..เมื่อไหร่จะขึ้นเรื่องใหม่สักทีล่ะค่ะ..
จะกลายเป็นวัดร้าง..เอ๊ยยย บ้านร้าง ไปซะแร้ววว

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
driftworm วันที่ : 07/10/2011 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คิดว่าเข้าใจสามคำนั้นนะครับ กัปตัน
.

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 07/10/2011 เวลา : 00.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

พี่หนอนครับ เฝ้าฐานบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ใจเที่ยว เดี๋ยวได้เห็นปรากฎการณ์
reproduction ที่เป็นnew production ที่เป็น New detail...เอวัง เอนหลังหนอนดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
สตังค์ วันที่ : 07/10/2011 เวลา : 00.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

ไปซะแร่ะ..
เอามาฝากไว้..ช่วงนี้อาจไม่อยู่ค่ะ ไว้จะมาตามอ่านอีกที..

คติธรรม..............วิธีปฏิบัติของผู้เล่าเรียนมาก
จากหนังสือ คติธรรมคำสอน หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
http://www.oknation.net/blog/stang1/2011/10/07/entry-1


ความคิดเห็นที่ 28 (0)
driftworm วันที่ : 07/10/2011 เวลา : 00.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อือ ไปแระ ฮ่วง
นอนน้อยเดี๋ยวไม่โต
.

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
สตังค์ วันที่ : 07/10/2011 เวลา : 00.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.26

คิดว่าเป็น ก้อเป็น
คิดว่าไม่เป็น ก้อไม่เป็น


ความคิดเห็นที่ 26 (0)
driftworm วันที่ : 07/10/2011 เวลา : 00.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ตกลงใช่อภิธรรมจริงๆรึ

ฟังได้ แต่ไปไม่เป็น
.

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
สตังค์ วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

คห.24
ตามใจลุงนะ อยากกัดก้อกัดไป
พอดีช่วง กำลังอินกะอภิธรรม แบบว่า เห็นอะไรดี ๆ เยอะ
หลังจากคลำหาทางออกมานาน...

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
driftworm วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 23.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๒- สตังค์

พิมพ์โขก คือ ชิ้นงาน อาจเป็นชิ้นศิลปะ งานปั้น เช่น หัวเม็ด ที่ประดับบนเสา
เมื่อจะทำซ้ำเยอะๆ .....เอ้อ.. พระเครื่องก็ใช่ .... ก็ทำแม่พิมพ์ สมัยก่อนคงเป็นแบบที่ใช้กับตุ๊กตาน้ำตาลเป่าลม
ที่ขายตามงานวัด คือเป็นแม่พิมพ์หินสองชิ้นประกบกัน เอาดิน หรือปูนใส่ ทิ้งให้หมาด แห้ง แล้วโขกให้หลุด

ผมว่ามนุษย์เราก็เหมือนหุ่นที่พิมพ์ขึ้นมาเป็นแบบที่เรียกด้วยคำสมัยนี้ว่า การทำซ้ำ (reproduction) ออกมาเยอะๆ
แล้วก็เหมือนกันหมด มีสองแขน สองขา หนึ่งตัว หนึ่งหัว สองตา สองรูจมูก สองหูกาง หนึ่งปาก .......

มาเขียน มาแปะ คห. อะไร ๆ ที่ห้องนี้ก็ได้ มีเงื่อนไขข้อเดียว ถ้ามาตอนไม่อยู่ในอารมณ์ - มีกัด

อย่างช่วงนี้ เอียนอภิธรรม แสลงมาก
.

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
driftworm วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒๑- คนในแผ่นดิน

[พระอาจารย์หลวงพ่อฯ ท่านกล่าวไว้ว่า วิปัสสนาง่ายนิดเดียว
แต่คนที่จะได้ทำวิปัสสนาแท้ๆ นั้น มีน้อยกว่าน้อย]

อ่อ คิดว่าเข้าใจนะ จะยังไม่ถามอะไรตอนนี้

[ของจริงๆ ถ้าได้ทำแล้ว จะไร้ซึ่งความสงสัยทั้งหมดทั้งมวลครับ ]

ตรง "ความสงสัย" สำหรับผมแล้ว ผมคิดมากนะ
มันไม่ใช่ประเถทความสงสัยไอ้โน่นไอ้นี่ในชีวิตปกติของเรา แล้วก็ได้คำตอบจากครูที่โรงเรียน
จากเพื่อน จากสิ่งที่ปฏิบัติต่อๆกันมา ตามๆกันมา จากการถือเอาตามหนังสือ หรือตำราที่อ่าน
ฮู้ยยย ปวดหัวว่ะ พักนี้เรื่องปวดหัวเยอะจัง
.. หรือจะเป็น "ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญู หิ" อย่างที่ส้มว่าใน -๒๒- ????
อันนี้ ไม่ถามใคร แค่บ่นไปตามประสา
.

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
สตังค์ วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

เคยคิดอยู่นานว่า .. จะเขียนคอมเม้นท์ เรื่องธรรมะ ในที่นี่หรือที่ไหนต่อไปดีหรือไม่..
หลังจากลุงขึ้นบ้านใหม่ " ยกมชนคนพิมพ์โขก "
และคำตอบ มันมีก้อมีอยู่แล้วในชื่อบ้านหลังนี้
จะแปลกอะไรถ้าคนในหลายๆล้านคนบนโลกส่วนใหญ่ จิตของคนเราก้อ "พิมพ์โขก"ออกมาคล้าย ๆ กัน
เพียงก้าวที่ก้าวอาจจะแต่ต่างกันไปบ้าง หุ หุ
อย่างงั้ย ๆ คน ๆ นั้นก้อต้องเป็น "ปัจจัตตัง" รู้เเฉพาะตนอยู่ดี




(......ปัจจัตตัง คำแปล
เฉพาะตน, พระธรรมคุณบทหนึ่งว่าปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ แปลว่า
พระธรรมอันผู้บรรลุจะพึงรู้เฉพาะตัว, คำว่า ปัจจัตตัง ใน ที่นี้หมายถึงว่า
ความสุขที่เกิดจากการบรรลุธรรม นั้น เป็นความสุขที่ผู้บรรลุจะรู้กับใจของตัวเอง
ต้องปฏิบัติจึงจะรู้ไม่เป็นสิ่งที่จะรู้ได้ด้วยการฟังคนอื่นเล่าหรือให้คนอื่นปฏิบัติแทนตน. )

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

พระอาจารย์หลวงพ่อฯ ท่านกล่าวไว้ว่า วิปัสสนาง่ายนิดเดียว

แต่คนที่จะได้ทำวิปัสสนาแท้ๆ นั้น มีน้อยกว่าน้อย

บุญกุศลบารมี ที่ต้องสะสมให้ถึงพร้อมเท่านั้นครับ มิใช่ดูกันแค่ในชาตินี้ เป็นของเก่าที่สะสม ข้ามภพข้ามชาติ ดั่งเช่น ทศชาติของพระพุทธองค์ที่สะสมบารมีทั้ง 10 ทัศ

เอาแค่ว่า ได้ทำถูกทาง นี่ก็ยากแล้ว....?

แต่ไม่ว่าจะปฏิบัติถูกทางหรือไม่ ก็ทำต่อไปเถอะครับ ถือว่าอย่างน้อยชาตินี้ได้สะสมบุญกุศล สะสมทานบารมี กันต่อไป

ของจริงๆ ถ้าได้ทำแล้ว จะไร้ซึ่งความสงสัยทั้งหมดทั้งมวลครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
driftworm วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

เอา เอา ....
อย่าเพิ่งข้ามไปเรื่อง สมมติสัจจะ (สมมติบัญญัติ)
หรืออุปาทานในระดับที่จำเป็นกับการดำเนินชีวิตและการภาวนา

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

คห18
ก็คงไม่ได้คุยกันต่อ เพราะมันลบไปแล้ว...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
driftworm วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 13.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ข้อความจากหนังสือของ ลพ.วิริยังค์ ที่ยกมาข้างบน ตรงท่อนนี้ ...
"จิตของคนเรานั้นเป็นตัวสะสมทุกสิ่งทุกอย่างที่มันได้ประสบมา เมื่อประสบพบเห็นก็ฉายเข้ามาเก็บเอาไว้นานัปการ
ครั้นเมื่อจิตเข้าภวังค์ จิตที่ฉายเอาไว้หรือเท่ากับถ่ายเป็นฟิล์มเก็บไว้ที่จิต ก็จะถูกอัดรูปออกมา เป็นไปด้วยอารมณ์อุปาทานนั้นๆ "
(ผมแก้คำว่า นานับประการ เป็น นานัปการ)

ตรงกับคำสอนของ ลพ.จรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี ซึ่งใช้คำเปรียบว่าเหมือนเครื่องเล่นเทปเพลง

จิตคนจึงเหมือนรอยขีดบนหิน ขีดเป็นรอยแล้วไม่ลบเลือนเหมือนรอยขีดบนผืนทราย
(แม้แต่อุปกรณ์เช่น อ้ารดดิ๊สก์ ดีวีดี ซีดี เชื่อไหมว่าต่อให้ลบหมด มันยังเหลือร่องรอย -trace- ให้แกะรอยได้)

น่าคิดเล่นๆไหมว่า หากเราสามารถ ลบ (delete) ข้อมูลบันทึกทั้งมวลออกไปจากจิตอย่างสิ้นเชิง
จะมีสภาพเช่นไร
... นี่เป็นคำขู่ ? นี่คือความท้าทาย !!! ..........
.

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
driftworm วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 13.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


ความคิดเห็นที่ 16 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน

จะไปให้ไกล ต้องลืมให้หมด
การจะลืมให้หมด ต้องเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
การจะเข้าใจถูกต้องเป็นสัมมาได้นั้น ต้องมีพลังจิต
การจะเกิดพลังจิตได้นั้น มีวิธีเดียว คือ สมาธิ


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
driftworm วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 11.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พรรค์นั้นแระ

เหอ เหอ
.

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สตังค์ วันที่ : 06/10/2011 เวลา : 06.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

กดไลค์ คห.12 ซะร้อยครั้งล่ะกัน
..........

คห.13.. หุ หุ เฮ้อ..พักก่อนยังเห็นเล่นเป็นพระเอกลิเกอยู่เร่ย..พอหนูเปลี่ยนเป็นนางเอกมั้งกลับเวียนหัวซะแร่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
driftworm วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

คือ ผมเจอศัพท์ลิเก๊ ลิเก แบบนั้นแล้วเวียนหัวอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
driftworm วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

นั่นมันอภิธรรม เกินสถานะที่จะด่วนตริตรองเรื่องเหล่านั้น
สถานะขนาดนี้ที่เป็นอยู่ จะไปย่อยเรื่องขนาดนั้นมันก็ไปใช้ คิด
คิดในสิ่งที่ยังไม่ประสบ ก็เป็น เดา ไปซะเท่านั้น
เดาแล้วถ้าเผลอ ก็พลาด
พลาดแล้ว กู่ไม่กลับ
งดใจไว้ก่อน อยากรู้ก็ให้มันอยากไป
.

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สตังค์ วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

มีช่วงหนึ่งได้คำนี้มาค่ะลุง.. อยากให้กัปตันช่วยอธิบายด้วยนะคะ..พี่ยังไปไม่ถึง
** ชวนะ **
ชวนะ “การแล่นไป” , การไปเร็ว”, “การสว่างวาบ”, ความเร็ว,ความไว
จิตขณะที่แล่นไปในวิถี ทำหน้าที่รับรู้เสพอารมณ์ ทางทวารทั้งหลาย (ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ)เป็นวิถีในช่วงหรือขั้นตอนที่ทำกรรม (เป็นกุศลชวนะ หรืออกุศลชวนะ แต่ถ้าเป็นจิตของพระอรหันต์ ก็ไม่ทำกรรมเป็น กิริยาชวนะ) จึงถือว่าอยู่ในช่วงสำคัญ, โดยทั่วไปและอย่างมากที่สุด
ปุถุชนในกามภูมิ มีชวนเกิดขึ้น ๗ ขณะ แล้วเกิด ตทารมณ์ (ตทาลัมพณะ หรือ ตทาลัมพนะ)เป็นวิปากจิตขึ้นมา ๒ ขณะ แล้วเกิดเป็นภวังคจิต เรียกกันว่า ตกภวังค์ เป็นอันสิ้นสุดวิถีจิต คือสิ้นสุดการรับอารมณ์ไปวิถีหนึ่ง, ที่ว่ามานี้
เป็นกรณีที่รับอารมณ์ที่มีกำลังแรงหรือเด่นชัดมาก
•ถ้าเป็นอารมณ์ใหญ่ที่มากทางปัญจทวาร คือ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย เรียกว่า
•อติมหันตารมณ์
•ถ้าเด่นชัดทางมโนทวาร เรียกว่า วิภูตารมณ์
แต่ถ้ามีอารมณ์ที่รับมานั้นมีกำลังไม่มากนักหรือไม่เด่นชัด
(คือเป็นมหันตารมณ์ทางปัญจทวาร หรือเป็นอวิภูตารมณ์ทางมโนทวาร)
พอชวนจิตขณะที่ ๗ ดับไปก็เกิดเป็นภวังคจิตต่อเลย (เรียกว่าตกภวังค์) ไม่มีตทารมณ์เกิดขึ้น,ยิ่งกว่านั้นในทางปัญจทวาร ถ้าอารมณ์ที่กระทบ มีกำลังน้อย (เป็นปริตตารมณ์) หรืออ่อนกำลังอย่างยิ่ง (เป็นอติปริตรตารมณ์)
วิถีจิตจะเกิดขึ้นน้อยขณะ แล้วเกิดเป็นภวังคจิต (ตกภวังค์) โดยไม่มีชวนจิตเกิดขึ้นเลย, ที่ว่ามานั้นเป็นการพูดทั่วไปยังมีข้อพิเศษหลายวอย่างเช่น ในกามภูมินี้แหละ ในกรณีที่อารมณ์อ่อนกำลังชวนจิตเกิดแต่ ๖ ขณะก็มี
ในเวลาจะสิ้นชีวิต ชวนจิตเกิดเพียง ๕ ขณะ ในเวลาเป็นลม สลบ ง่วงจัด เมาสุราเป็นต้น หรือกรณีมีปสาทวัตถุอ่อนกำลังยิ่งอย่างทารกในครรภ์หรือเพิ่งเกิด ชวนจิตเกิดขึ้นเพียง ๔-๕ ขณะ ส่วนในภูมิที่สูงขึ้นไป เช่น ในการบรรลุฌานแต่ละขั้นครั้งแรก ในการทำกิจแห่งอภิญญาในการสำเร็จกิจแห่งมรรค และในเวลาออกจากนิโรธสมาบัติ ชวนจิตเกิดขึ้นขณะเดียว (แต่ในเวลาเข้านิโรธสมาบัติชวนจิตเกิดขึ้น ๒ ขณะ) สำหรับผู้ชำนาญในฌาน ชวนจิต (อัปปนาชวนะ) จะเกิดดับต่อเนื่องไปตลอดเวลาที่มีอยู่ในฌานนั้น อาจจะตลอดทั้งวัน ไม่มีกำหนดจำนวนขณะ (เป็นอัปปนาวิถี ตลอดเวลาที่ฌานจิตสืบต่อติดเนื่องกันไป) จนกว่าจะเกิดเป็นภวังคจิตขึ้นมา สันนตติของฌานจิตก็ตัดขาดตอน เรียกว่าตกภวังค์ คือ ออกจากฌาน; คำว่า “ชวนะ” นี้ ใช้หมายถึงจิตซึ่งทำหน้าที่รับอารมณ์ในวิถี ก็ได้ หมายถึงการทำหน้าที่ของจิตในการรับอารมณ์นั้น ก็ได้ ถ้าต้องการความหมายให้จำเพาะชัดลงไปก็เติมคำกำกับลงไปว่า “ชวนจิต” หรือ “ชวนกิจ” ตามลำดับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
สตังค์ วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

มาตามอ่าน...ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
กัปตันแจ๊ค วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 13.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faifahmaeklong

หวัดดีครับ พี่หนอน
-อนุโมทนาสาธุการกับพี่นินจาด้วยครับ
-บางสิ่งบางอย่างจะได้เห็นหรือไม่ จะเชื่อว่ามีหรือไม่
เขาก็มีอยู่อย่างปกติเป็นสัตว์โลกครับ
-บางสิ่งบางอย่างรู้สึกได้ด้วยมโนทวารครับ
-บางครั้งบางคนก็ได้คนทรง(ที่เป็นสัมมาทิฎฐิก็มีเยอะ มิจฉาทิฎฐิก็มีเยอะ)เป็นปัจจัยในการสร้างกุศลครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

พูดถึงความคิด (ที่เกิดในภวังค์) ว่าตัวเองเคยเป็นนั่นเป็นนี่มาก่อน
ตลอดชีวิตผม เจอคนที่เชื่อว่าตัวเองเคยเป็น พระนางจามเทวี เมื่อชาติก่อน อย่างน้อย ๓ คน ที่จริงถ้าสำรวจจริงๆมีอย่างนี้เป็นพัน
ส่วนของจริงที่เปิดเป็นตำหนักคนทรง "เสด็จพ่อฯ" เคยมีการสำรวจมาแล้วเพื่อทำสารคดีโทรทัศน์ว่ามีเป็นร้อยในจังหวัดเดียว
ขนาดที่ช่วงถนนหนึ่งเส้นมีถึงสิบตำหนัก จึงคาดว่าทั่วประเทศคงมีเป็นพัน
ผมเองเคยถามคนทรงรายหนึ่งว่า เหตุใดจึงเป็นองค์เดียวกันที่นั่นที่นี่ตั้งร้อยๆ แล้วเวลาลงทรง "ท่าน" ไม่วิ่งหัวปั่นหรือ
ตอบว่า ฮู้ย ท่านแบ่งภาคได้ ไม่ใช่เป็นองค์เดียววิ่งรอกสักหน่อย
ถามอีกว่าแล้วอย่างจามเทวี ก็มีชาติเดียวที่ชื่อจามเทวี แล้วทำไมใครต่อใครแย่งกันเป็นจามเทวี
ตอบว่า (อันนี้พิสดาร) พระท่านว่าคนเราที่เห็นกันทุกวันนี้ล้วนเกิดตายมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน คนมีองค์จามเทวีก็มีตั้งหลายชาติ
แต่ที่ใช้ชื่อจามเทวีอย่างเดียว (ทุกชาติทุกองค์ที่ทรง) ก็เพื่อไม่ให้สานุศิษย์สับสนไง

เอ๊ออออออออออออออออออ

สังขารปรุงแต่งกันไปได้ตั้งร้อยสีพันอย่างไม่มีที่จบสิ้น อันนั้นเป็นความคิดปรุงแต่งใน "ภวังค์" ทีนี้ถ้าเป็นยามเราตื่น ๆ อยู่ละ
มีสติดี ๆ อยู่ละ คนเรามีความคิดปรุงแต่งไปร้อยสีพันอย่างอย่างไม่มีการควบคุมหรือเปล่า
มีสิครับ ในคนที่ไม่ใช้ปัญญา รู้น้อย ก็เป็นแบบฟุ้งซ่านไปไม่มีกฏเกณฑ์
ส่วนในคนที่มีการศึกษามีความรู้ในการแยกแยะแจกแจง ความคิดปรุงแต่งมันแสดงตัวผ่านการใช้ตรรกะนั่นไง
.
.................................................................................................................
กล่าวสำหรับคำว่า ภวังค์ ที่ใช้ในเนื้อหาที่ยกมานี้ หมายถึงช่วงเวลาที่เป็นขั้วต่อระหว่างจุดที่หมดความรู้สึกของกายหยาบ
ต่อกับจุดที่อาทิสมานกายเริ่มทำงาน (อย่างไร้การควบคุม ในผู้เริ่มปฏิบัติ)
แต่ยังมีที่ใช้ในอภิธรรมที่แบ่งจิตเป็นดวงต่างๆ หลวงพ่อจรัญ (วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี) อธิบายว่า เป็นช่วงขณะเล็กๆที่สั้นมาก
คั่นอยู่ทุกครั้งที่สังขารปรุงแต่งเสร็จสิ้น สังขารว่าเป็นช่วงขณะที่สั้นมากจนเราสังเกตไม่ทันแล้ว ภวังค์ในแง่นี้ยิ่งสั้นลงไปอีก
ท่านอธิบายว่า ภวังค์ มาจากคำว่า ภว + องค์ (ภว กับ ภพ เป็นคำเดียวกัน) แปลว่าองค์แห่งภพ หมายความว่ามีการเสวยภพ
ที่คนปกติอย่างเราไม่สามารถมองเห็นอย่างซอยแยกเป็นขณะเล็กๆเช่นนั้นได้ เพราะมันเกิดอย่างต่อเนื่อง (สันตติ) รวดเร็วมาก
และไม่มีขาดตอน
ถ้าเราบอกตัวเองว่า เราคือ คน
นั่นคือการทำงานของ ภวังค์ นับร้อยๆชุด ร้อยๆครั้ง ที่ย้ำซ้ำอย่างต่อเนื่องและเร็วยิ่งยวด จนเราสังเกตไม่ทัน

เวลาใช้คำว่า ภวังค์ ในการคุยกัน จึงต้องทำความเข้าใจว่าใช้ในความหมายอันไหน
.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
driftworm วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๖- ภูผาคราม

พอจะรู้สึกว่ามีหลักในการแยกแยะขึ้นมาบ้างมั้ยครับ
แต่ก็อย่างที่ "คนในแผ่นดิน" บอกในคห.๔ ว่ามันมีรายละเอียดประกอบเยอะ
ผมว่าเปรียบเหมือนมีประมวลกฎหมายอาญา แล้วยังต้องมี ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญาป มาช่วยอีกน่ะ
ซึ่งมาจากแบบวิธีที่มีคำพิพากษาที่เกิดขึ้นจริงก่อนๆมา
ทำนองเดียวกับเรื่องความคิดที่ฟุ้งไปในภาวะ "ภวังค์" ถ้ามีประสบการณ์จริงก็จะรู้หลักอย่าง "ขึ้นใจ"
... แต่ผมยังไม่นะ ของผมมาจากการอ่าน ตรอง ถอดรหัส ยังไม่ได้ปฏิบัติจริง ...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

มาฟังคำอธิบายจากพุทธศาสนาครับลุงหนอน
ผมเองก็แปลกใจสำหรับเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
driftworm วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ฮิ้ว มาแล้ว คนบุญที่ปริยัติ+ปฏิบัติเดินคู่กัน ให้เป็นเครื่องป้องกันความพลาด
(ถึงจะเดินคู่อย่างนี้ก็ยังพลาดได้ หากว่ามี "การถือเอาความหมายผิด" เกิดขึ้น -- ปริยัติอีกแล้ว ตู)

"มุตโตทัย" ใช่สิ ผมอ่านเล่มนี้แหละให้แรงบันดาลใจมากมาย บอกเงื่อนแง่ที่มิติของมายาได้ปิดบังเรามาแสนนาน
เมื่อได้ประโยชน์ ย่อมรู้สึกถึงคุณความดีของคนทั้งหลายที่มีส่วน คนที่เอาหนังสือเล่มนี้มาให้ผมรู้จัก เป็นคนที่ช่วย
งานทักษิณมาแต่ต้น (ปี ๒๕๔๔) อ้าว!! แล้วเขาเป็นคนที่เชื่อในวัตถุนิยมประวัติศสตร์ของม้าร์กซ์อีกด้วย !!
.. เหอะ ๆ โลกนี้มีสิ่งที่ย้อนเกล็ดตัวเองมากมายหลายเรื่อง !

เริ่มอ่านหนังสือ มุตโตทัย เมื่อปี ๒๕๓๐ นับมาถึงปีนี้ ๒๕๕๔ ก็๒๔ ปีทีเดียว ที่เพิ่งมารู้เมื่อต้นปีนี้เองว่าผู้รจนา
หนังสือเล่มนี้มิใช่หลวงปู่มั่น แต่คือหลวงพ่อวิริยังค์ จังหวะเวลาที่บางสิ่งจะมาถึงเราให้ได้รู้ บางทีก็ทิ้งระยะนาน

"นินจา" ใช้พื้นที่ของผมได้ทุกกระทู้ (เอ็นทรี่) สำหรับข่าวสารของกิจกรรมของหลวงพ่อวิริยังค์ครับ เอางี้ดีมั้ย ผม
จะทำป้ายเล็ก ๆ เป็นลิ้งค์ไปเว็บของสถาบันจิตตานุภาพ แปะท้ายทุกกระทู้ เหมือนสองป้ายที่ทำแล้วตามที่เห็น นั่น
ลิ้งค์ไปที่อีกสองบ้านในโอเคนี้ ถือว่าผมได้ทำอะไรให้หลวงพ่อบ้าง เป็นความสำนึกถึงผู้นำความสว่างมาให้ ที่สุด
แล้วก็เป็นการอุทิศให้พระศาสนา

ว่าที่จริงแล้วที่นำเนื้อหาส่วนนี้มาลง เพราะจากประสบการณ์ของตัวเอง เรื่องราวของพวกคนทรงมักปนเปมาด้วย
การอ้างคำสอนพระศาสนา และมักมีพิธีกรรมแบบพระพุทธศาสนาด้วย **"จึงมักสร้างความสับสนในศรัทธาต่อ
แนวทางที่ถูกต้อง เป็นสัมมา ให้เกิดไขว้เขวไปได้ง่าย แม้ต่อผู้ปฏิบัติเอง"**

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
คนในแผ่นดิน วันที่ : 05/10/2011 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ninja45
เขียนไม่เก่ง แต่อยากเขียน


สวัสดีครับท่านพี่

สิ่งที่พี่เขียน แม้จะเป็นความจริง แต่ยากที่จู่ๆ จะตัดตอน มาถ่ายทอดให้เข้าใจได้ง่ายๆ คงยากจริงๆ ครับพี่ เพราะมีองค์ความรู้ที่ปัจจัยประกอบอยู่หลายๆ ส่วน เช่น อทิสมานกาย, เคลียปลายสุดประสาทของกายหยาบ ฯลฯ

คงต้องแนะนำให้ไปเรียน "หลักสูตรครูสมาธิ" ที่สถาบันพลังจิตตานุภาพ ของพระธรรมมงคลญาณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ ซึ่งปัจจุบันมีสาขา หลายสิบสาขาทั่วประเทศไทย

พระธรรมมงคลญาณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ ท่านเคยอยู่ดูแลใกล้ชิดเป็นพระเลขาของ หลวงปู่มั่น ถึง 4 ปี และเป็นผู้ที่เขียนหนังสือมุตโตทัย......

ตลอด 4 ปี ที่ท่านอยู่กับหลวงปู่มั่นนั้น ท่านจะถามปัญหาของการปฏิบัติภาวนา ทั้งยังได้มีโอกาสรับฟังคำสอนที่หลวงปู่มั่น เมตตาอบรมแก่ พระอริยสงฆ์รุ่นใหญ่ (เช่น หลวงปู่ฝั้น, หลวงปู่ขาว, หลวงปู่เทส ฯลฯ) ตลอดเวลา

ดังนั้น "หลักสูตรครูสมาธิ" ถือได้ว่าเป็นการรวบรวมแนวทางคำสอนโดยตรง จากหลวงปู่มั่น ทีเดียว

มีสาขาที่ตึกเนชั่น, สาขาหาดใหญ่, สาขาเชียงใหม่-เชียงราย เป็นต้น หรือ สาขาเปิดใหม่อีกหลายแห่ง เช่น วัดโพธิสมภรณ์ จ.อุดรธานี, วัดสุทธจินดา จ.นครราชสีมา ฯลฯ

ส่วนในต่างประเทศก็มีหลายสาขา หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศแคนนาดา มีถึง 8 สาขา มีชาวแคนนาดาให้ความสนใจ ปฏิบัติภาวนาสมาธิ กันมาก ซึ่งตอนนี้รัฐบาลแคนนาดาได้ให้ความสนับสนุน และรับรองหลักสูตรครูสมาธิ เป็นทางการ โดยที่หากชาวแคนนาดาต้องการเดินทางมาเดินธุดงค์ร่วมกับพระธรรมมงคลญาณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ ที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เค้าจะออกค่าใช้จ่ายให้บางส่วนเลยทีเดียวครับ

http://www.samathi.com/content/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%9B%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4-%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B2-%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E-%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B2

หลักสูตร 6 เดือน แต่ละสาขา มีวันเวลาที่เรียนอาจจะไม่เหมือนกัน เช่น บางสาขาเปิดสอนเฉพาะ จันทร์-ศุกร์ 18:00-20:30 น. , บางสาขาเปิดสอนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ 09:00-17:00 น. หรือบางสาขาเปิดสอนทุกวัน

มีหนังสือ 3 เล่ม จบแล้วมีการสอบข้อเขียน สอบภาคปฏิบัติ และเดินธุดงค์ที่ดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

นอกจากหลักสูตรครูสมาธิ ที่เรียนฟรีแล้ว ยังมีหลักสูตรพิเศษที่เปิดสอนที่ สถาบันพระปกเกล้า (ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ), สถาบันพระจอมเกล้า.... ฯลฯ อีกต่างหาก

พระธรรมมงคลญาณพระอาจารย์หลวงพ่อวิริยังค์ ท่านเน้น "สมาธิเพื่อความสันติสุขของโลก"

ในเนื้อหาที่เรียน นอกจากจะได้ ทราบแนวทางของการดำเนินจิตให้เข้าสู่พระนิพพาน ที่ถูกต้อง มีเหตุมีผล ชัดเจน...

ขจัดข้อสงสัย - บางคนปฏิบัติธรรมมาตั้งนาน ยังไม่เข้าใจ ถึงตรงนี้ ต้องทำยังไงต่อ? , และความเข้าใจที่ถูกต้องว่า "ทำสมาธิเพื่ออะไร?" จุดประสงค์นี่สำคัญเลยครับ บางคนนั่งนานมาก เดินจงกรมนานมาก....... แต่สำหรับหลักสูตรครูสมาธิ เน้นให้ เดิน และนั่ง เพียงครั้งละ 30 นาที

ยึดเอนทรี่พี่นี่ละ เผยแพร่ธรรม (อยากเปิดช่อง )

อนุโมทนาบุญ ด้วยครับพี่ สาธุ สาธุ สาธุ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 04/10/2011 เวลา : 19.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

-๒- ชบาตานี

อาราย ลบหลู่ลบหลู่
ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนะ

ลองเปรียบเทียบอย่างนี้
คนเรามีชั้นพื้นๆที่ทำนาทำไร่ตากแดดตากฝน ตีนเปล่าในท้องทุ่ง ไม่ใส่เสื้อ
ขึ้นอีกชั้นหนึ่งทำงานค้าขายในตลาดก็สวมเสื้อผ้าดีหน่อย ไม่ตากแดดตากฝน
ขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง วันๆแต่งตัวปรานีต อยู่แต่ห้องแอร์ แทบไม่เคยเหงื่อออก

สมมติให้ชั้นที่สองนั่นเปรียบเป็นสภาวะของภวังค์ที่เป็นขั้วต่อคั่นระหว่างกายหยาบกับกายละเอียด
พอเราจุกช่องของกายหยาบให้หยุดทำการ ส่วนของภวังค์คือภาวะที่คั่นกลางก็แสดงตัวก่อน
ทีนี้ ไอ้ที่คุณชบาฯบอกว่าเป็นความแปลกและไม่ควรลบหลู่ นั่น มันก็แค่ "อาการ" ที่เป็นไปอย่างหลากหลาย วิจิตรพิสดาร
หลากหลายอย่างสุดประมาณ ไม่มีขอบเขตจำกัด เพราะเป็นเรื่องของการปรุงแต่ง (เหมือนคนบ้าตรรกะ ตรรกะมันจะพาไปไม่มีที่สิ้นสุด)

เรื่องมันก็มีเท่านั้น
อิอิ สูงกว่านั้น ผมยังไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ชบาตานี วันที่ : 04/10/2011 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เป็นความแปลกอย่างหนึ่งค่ะ
ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สตังค์ วันที่ : 04/10/2011 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/stang
ถึงแม้ความจริงจะเป็นอักษรที่ไม่รื่นสายตาในบางครั้ง แต่มันดีกว่า เพราะมันคือ ความจริง

มาสวัสดีไว้ก่อนค่ะลุงหนอน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน