• หมอโจ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : drnuttorn@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-24
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 45306
  • ส่ง msg :
  • โหวต 51 คน
Doc Joe's Blog
หมอโจเป็นจิตแพทย์เด็กอยู่รพ.จุฬาฯ ใช้เวลาว่าง (ซึ่งไม่ค่อยมี) เขียนบทความเผยแพร่ตามที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นความรู้สำหรับประชาชน นำมารวบรวม ณ ที่นี้เพื่อให้ได้อ่านกันนาน ๆ :-)
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/docjoe
วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม 2552
Posted by หมอโจ , ผู้อ่าน : 2376 , 23:19:56 น.  
หมวด : Blog Kids

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                ปิดเทอมนี้คุณแม่ของเจมส์อยากให้เจมส์ลองหยุดยาสมาธิสั้นดูบ้าง  จริง ๆ แล้วคุณแม่ดีใจมากที่สามารถแก้ปัญหาของเจมส์ไปได้ตั้งเยอะ  เพราะก่อนที่จะมารักษาเจมส์แทบจะทำการบ้านคนเดียวไม่ได้เลย  แต่พอกินยาแล้วเจมส์ทำการบ้านเสร็จทุกวัน  เป็นที่สรรเสริญเจริญพรของครูบาอาจารย์ที่แปลกใจมากว่าอะไรทำให้เจมส์เปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้  แต่คุณอาม่าของเจมส์นี่สิที่ดูจะไม่ปลื้มสักเท่าไร  ตอนแรกอาม่าก็ไม่อยากให้พามารักษาอยู่แล้วเพราะคิดว่าหลานซน ๆ อย่างนี้แหละถึงจะน่ารัก  พอตอนนี้เจมส์เกิดอาการเบื่ออาหารขึ้นมาเพราะผลข้างเคียงของยาอาม่าเลยยิ่งได้ทีกดดันเช้าเย็นให้หยุดยาซะ

                วันนี้ตอนพาลูกมาตรวจคุณแม่เลยรวบรวมความกล้าถามหมอตรง ๆ ว่าถ้าจะไม่กินยาตอนปิดเทอมจะได้ไหม  เพราะยาที่กินนี่มันยาสมาธิ  แล้วตอนปิดเทอมนี่ก็เห็นลูกใช้สมาธิอยู่เรื่องเดียวคือกดเกม  ซึ่งจะว่าไปไม่ต้องใช้ยาใด ๆ เจมส์ก็นิ่งสนิทไม่ไหวติงอยู่แล้ว  ส่วนคุณพ่อยังสองจิตสองใจอยู่อยากรอฟังจากหมอก่อน

                สิ่งแรกที่หมอตอบไปคือแสดงความชื่นชมที่คุณแม่เอาคำถามนี้มาถาม  เพราะแสดงให้เห็นเลยว่าห่วงลูกจริง ๆ  แล้วพ่อแม่ก็มีทางเลือกง่าย ๆ คือหยุดกินมันซะดื้อ ๆ ไม่ต้องเสี่ยงมาถามให้หมอบ่นหรือหมอดุ  พ่อแม่ไทยจำนวนมากก็เลือกวิธีนี้แหละคือตอนคุยกับหมอก็รับ ๆ ไปก่อนเรื่องกินยา  แต่จะให้กินจริงหรือเปล่าขึ้นกับอารมณ์คนให้กินในวันนั้น  การที่คุณแม่เจมส์ตัดสินใจเอาเรื่องนี้มาคุยแก้ปัญหาร่วมกันต้องชื่นชมว่าเป็นวิธีที่สร้างสรรค์มากเพราะจะได้ถกกันให้เข้าใจตรงกันแล้วทำตามนั้นได้อย่างมั่นใจ 

                คำตอบของหมอคือ “ได้”  แต่อ่านถึงตรงนี้แล้วอย่าเพิ่งรีบเลิกอ่านแล้วตะโกนบอกลูกว่าวันนี้ไม่ต้องกินยานะครับ  เพราะ “ได้” ของหมอไม่ได้แปลว่า “ควรทำ”  แต่แปลว่า “เป็นไปได้” ที่จะทำอย่างนั้น  แต่ก่อนทำต้องคิดให้รอบคอบ  เพราะผลกระทบอาจมากมายอย่างคาดไม่ถึง

                ปัญหาสำคัญที่จะตามมาจากการหยุดยาก็คืออาการสมาธิสั้นอาจจะกลับมาด้วย  อันนี้ไม่ได้แปลว่าลูกติดยานะครับเพราะยาสมาธิสั้นนั้นไม่มีฤทธิ์เสพติด  แต่โรคสมาธิสั้นนั้นไม่ได้หายในสามวันเจ็ดวันเหมือนเป็นหวัด  ตรงกันข้ามเป็นโรคที่เป็นต่อเนื่องได้จนโต  การใช้ยาจะช่วยให้อาการดีขึ้นในขณะมีฤทธิ์ยา  แต่ถ้าหยุดยาในขณะที่โรคยังไม่หายความป่วนก็กลับมาเยือนสิครับ

                จริงอยู่ว่าปิดเทอมเด็กไม่ค่อยต้องใช้สมาธิหรอกยกเว้นต้องเรียนพิเศษหรือเรียนซัมเมอร์  แต่อาการของโรคสมาธิสั้นไม่ได้ก่อปัญหาเฉพาะเรื่องสมาธิในการเรียนอย่างเดียว  แต่เรื่องพฤติกรรมก็มักเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้าให้กับพ่อแม่อย่างแสนสาหัส

                ก็คือเป็นไปได้ที่ลูกจะกลับมาซน  อยู่ไม่นิ่ง  เล่นแผลง ๆ แล้วถ้าโชคร้ายจะได้ความดื้อต่อต้านเถียงคำไม่ตกฟาก  หรืออารมณ์ร้อนโมโหร้ายกลับคืนมาด้วยหลังจากหยุดยา 

คุณพ่อคุณแม่ที่เจออย่างนี้เข้าไปก็ตายสิครับ  ต้องกลับมาปวดหัวความดันขึ้นกับปัญหาเดิม ๆ ที่เคยคิดว่ามันหายไปแล้ว  ถ้าใช้คำจากปากคุณพ่อน้องเจมส์เองเลยก็ต้องบอกว่า “ที่เคยฝึกไว้บรรลัยหมดเลยครับหมอ

ก็จริงล่ะครับเพราะการรักษาโรคสมาธิสั้นที่ได้ผลดีไม่ได้มีแต่การทานยาอย่างเดียว  แต่ควรปรับพฤติกรรมลูกร่วมไปด้วยเช่นการจัดกิจวัตรประจำวันให้เป็นระเบียบ  การลดสิ่งเร้าที่มารบกวนให้เขาเสียสมาธิ  การฝึกให้ทำอะไรแค่ทีละอย่างแต่ทำให้สำเร็จ  รวมทั้งการให้คำชมและรางวัลสำหรับพฤติกรรมดีที่พ่อแม่อยากเห็น

แต่พอลูกไม่กินยาขึ้นมาอาการก็กลับมามากเหมือนเดิม  แทนที่จะได้ชมเชยหรือพูดจากันดี ๆ  ก็ต้องกลับมาโหมดเดิมคือแม่บ่นพ่อด่า ส่วนปู่ย่าตายายก็คอยให้ท้ายถือหางกันตามถนัด  สุดท้ายก็เลยทะเลาะกันนัวเนียทั้งครอบครัว  ปิดเทอมอันควรจะแสนสุขก็เลยกลายเป็นวันเวลาอันน่าเหนื่อยหน่าย  ระเบียบที่ตั้งใจฝึกกันมาตั้งหลายเดือนอาจมลายหายไปในไม่กี่วัน

จริง ๆแล้วก่อนที่แม่น้องเจมส์จะมาถามคำถามวันนี้ก็ได้ไปลองหยุดยาเองมาสองสามวันแล้ว  พอหมอพูดถึงตรงนี้ก็เลยเกิดอาการรู้แจ้งเห็นจริง  เพราะมาลองชั่งน้ำหนักเปรียบเทียบผลดีผลเสียเอาจริง ๆ แล้วไม่คุ้มเลยที่ครอบครัวจะต้องมาปั่นป่วนวุ่นวายไร้ความสุขอย่างนี้เพราะเจ้าโรคสมาธิสั้น (ซึ่งเป็นเจตคติที่น่าชื่นชมนะครับเพราะคุณแม่ไม่ได้บอกว่าเป็นเพราะน้องเจมส์  แต่เป็นเพราะโรค  คือเจมส์ไม่ได้ผิด  แต่เป็นเพราะโรคที่ทำให้เขาเป็นอย่างนั้น)

หมอให้คำอธิบายเพิ่มเติมว่าการหยุดยาสามารถกระทำได้ในกรณีที่ลูกอาการไม่รุนแรง  เช่นสมาธิไม่ดีอย่างเดียว แต่ไม่ซนไม่ดื้อมากนัก  หรือถ้าซนมากหน่อยพ่อแม่ก็เตรียมแผนรับมือไว้แล้วอย่างรอบคอบเช่นปิดเทอมส่งไปเข้าค่ายฝึกกีฬา  แบบว่าอยากวิ่งนักก็มีที่ให้วิ่งกันให้น้ำมันหมดไปเลย 

แต่ตัวตัดสินที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นเรื่องสุขภาพจิตของคนในบ้าน  ก็คือถ้าพ่อแม่ก็ไม่มีความสุขเพราะปัญหาลูก  ลูกก็ไม่มีความสุขเพราะโดนพ่อแม่ตวาดแหวใส่อยู่ทุกเมื่อเชื่อ ทิ้งไว้นาน ๆ ก็ยิ่งรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองเพราะคิดว่าตัวเองเป็นเด็กไม่ดีสร้างแต่ปัญหา อย่างนี้ดูอย่างไรก็ไม่คุ้มล่ะครับที่จะหยุดยา  เพราะกินยาต่อเนื่องก็ไม่ถือว่าเป็นอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย  ปัญหาเรื่องไม่กินข้าวก็หาวิธีแก้ไขกันไป  จะเพิ่มแคลอรีในอาหารมื้อที่กินได้ก็พอไหว  หรือจะให้อาหารเสริมสักหน่อยก็ดี  แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ผอมจนเกิดปัญหารุนแรงอะไรหรอกครับ  แค่ไม่ “อ้วน” ได้อย่างใจผู้ปกครอง(กรณีของเจมส์คืออาม่า) แค่นั้นเอง 

แล้วถ้าให้เปรียบเทียบกันอย่างรอบคอบจริง ๆ จัง ๆ แล้ว  ระหว่างเด็กอ้วนป่วนเหลือขอ กับเด็กผอมนิสัยดีมีระเบียบ  ไม่ต้องบอกก็รู้ครับว่าน่าจะเลือกอะไรดี

สุดท้ายพ่อแม่เจมส์เลยตัดสินใจว่ายังไม่หยุดยาดีกว่า  แล้วปิดเทอมนี้ก็จะตั้งใจฝึกระเบียบปรับพฤติกรรมลูกต่อไป  ส่วนเรื่องหยุดยาไว้ปิดเทอมหน้าค่อยว่ากันใหม่แล้วกัน

------

Newsletter (supported by Eli-Lilly)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แม่หมี วันที่ : 13/05/2009 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

แม่หมีอ่านแล้วขำมากกับประโยคนี้ค่ะ

ถ้าใช้คำจากปากคุณพ่อน้องเจมส์เองเลยก็ต้องบอกว่า “ที่เคยฝึกไว้บรรลัยหมดเลยครับหมอ!”

เข้าใจคุณพ่อน้องเจมส์เลยค่ะ เหมือนกับนับ 1 ใหม่

แม่หมีขอเลือกเด็กผอมนิสัยดีมีระเบียบดีกว่าค่ะ

แต่ที่บ้าน มีแต่อ้วน นิสัยดีมีระเบียบ ( พี่หมีใหญ่น่ะค่ะ )
ส่วนหมีน้อยอวบ ขี้งอน มีระเบียบตามแบบฉบับเด็กออน่ะค่ะ
แม่หมีขออนุญาตแอดคุณหมอโจเป็นเพื่อนบ้านนะคะ



ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ยากันยุง วันที่ : 11/05/2009 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จุดหมาย วันที่ : 11/05/2009 เวลา : 21.52 น.

ขอต่อความคิดเห็นหน่อย กับคห1หน่อยครับ ไม่พบกับตัวเองมันยากที่จะตอบ ผมให้เวลากว่า 2 ปีเฝ้ามองลูกกับการตัดสินใจพาไปหาหมอ(ยังไม่เชื่อหรือฝืนความจริงก็ไม่รู้) จนในที่สุดก็ต้องพาไป แม้ผลที่ได้ยังไม่เท่ากับรายของคุณหมอโจ แต่ก็ยอมรับว่าได้ผลทางบวกมากขึ้น ช่วงปิดเทอมก็มีหยุดยาเพราะลูกไม่ชอบ ถามใจพ่อแม่เกือบทุกคนใครอยากให้ลูกต้องกินยาทุกวัน ไม่ใช่เพราะความรักกับลูกเหรอครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
windmill วันที่ : 11/05/2009 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/windmill
คำว่า "รัก"  ของบางคน ทำไมมันช่าง .. ง่ายดาย

เอ่อ ..ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นว่า

ถ้าเป็นลูกตัวเอง จะไม่ให้กินตั้งแต่ต้นค่ะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน