• ศิษย์หลวงพ่อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 77586
  • ส่ง msg :
  • โหวต 118 คน
วัดดอนสะท้อน
ประวัติหลวงพ่อทอง ประเพณีแข่งเรือยาว คลิป ธรรมะ คลายเครียด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/don-sathon
วันศุกร์ ที่ 12 ธันวาคม 2551
Posted by ศิษย์หลวงพ่อ , ผู้อ่าน : 1769 , 20:52:37 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผ้ายันต์...สัมพันธมิตร

 

      เอามาลงให้ดูกันจะจะ  ผ้ายันต์ที่ได้รับการกล่าวขานมานาน  ในหนังสือ วารสาร บทความต่างๆที่เขียนถึง  ทั้งในจังหวัดชุมพรเองและเผยแพร่ทั่วประเทศ  ด้วยเรื่องเกี่ยวกับผ้าผืนนี้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้  แต่มันก็เกิดขึ้นและประจักษ์ต่อสายตาคนในสมัยนั้นแล้ว 

            จริงๆแล้วไม่ได้มีชื่อว่าผ้ายันต์สัมพันธมิตรหรอก  แต่เป็นผ้ายันต์ที่หลวงพ่อให้ไว้เพื่อป้องกันการโจมตีของฝ่ายสัมพันธมิตร  ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒  กับประเทศเพื่อนบ้านของเราคือญี่ปุ่น  แต่ท้ายที่สุดญี่ปุ่นก็ต้องยอมแพ้สงคราม  เพราะโดนประเคนด้วยป็นการสู้รบล่าอาณานิคมของโลกตะว ซึ่งเป็นความขัดแย้งในวงกว้าง ครอบคลุมทุกทวีปและประเทศส่วนใหญ่ในโลก เริ่มต้นในปี พ.ศ.๒๔๘๒ (ค.ศ.๑๙๓๙) และดำเนินไปจนกระทั่งสิ้นสุดในปี พ.ศ.๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๙๔๕) ได้ชื่อว่าเป็นสงครามที่มีขนาดใหญ่และทำให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ซึ่งเป็นการสู้รบระหว่างประเทศโลกตะวันตก  ที่รวมตัวกันในนาม”สัมพันธมิตร”  กับประเทศเพื่อนบ้านของเราคือญี่ปุ่น  แต่ท้ายที่สุดญี่ปุ่นก็ต้องยอมแพ้สงคราม  เพราะโดนประเคนด้วยระเบิดนิวเคลียร์ถึง ๒ ลูก  ที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ

ญี่ปุ่นประกาศสงครามกับพันธมิตรเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๔  ต่อมาวันที่ ๘ ธันวาคมปีเดียวกัน  กองกำลังทหารของญี่ปุ่นก็เข้าเมืองไทย ทางจังหวัดภาคใต้ สงขลา ปัตตานี  ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ รวมถึงชุมพร  ทางด้านฝ่ายพันธมิตรก็เริ่มเข้ามาทิ้งระเบิดในปี ๒๔๘๕ หลังจากนั้นรัฐบาลไทยก็ประกาศสงครามกับฝ่ายพันธมิตร เมื่อวันที่ 25 มกราคมในปีนั้น

หลังจากญี่ปุ่นได้ยอมจำนนเมื่อ 15 สิงหาคม ๒๔๘๘  นายควง อภัยวงศ์ซึ่งได้ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนจอมพล ป.พิบูลสงคราม  ได้ออก "ประกาศสันติภาพ"มีผลให้การประกาศสงครามของไทยต่อฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นโมฆะ ทำให้ประเทศไทยไม่ตกอยู่ในฐานะผู้แพ้สงคราม

            อย่างไรก็ตามจังหวัดทางภาคใต้ได้รับความบอบช้ำผลจากสงครามครั้งนี้  การคมนาคมถูกตัดขาดโดยเฉพาะทางรถไฟ  ซึ่งทหารญี่ปุ่นได้ใช้ในการเดินขบวนทัพและขนยุทธปัจจัยต่างๆ  ที่น่าแปลกคือสะพานรถไฟสายใต้ขาดทุกสะพาน  เพราะถูกทิ้งระเบิดจากเครื่องบินฝ่ายพันธมิตร  แต่ทว่าสะพานรถไฟที่ข้ามแม่น้ำสวีหนุ่มไม่ได้ขาดแต่อย่างใด

            เรื่องมันมีอยู่ว่า  นายฮก บุญสมบัติ ซึ่งเป็นคหบดีเป็นผู้ที่ศรัทธาเคารพหลวงพ่อมาก  มีโรงสีอยู่ริมแม่น้ำติดกับสะพานรถไฟ  ได้มาหาหลวงพ่อเนื่องจากทราบข่าวว่าสะพานรถไฟจะโดนโจมตี  ซึ่งหมายถึงบริเวณใกล้เคียงกับสะพานด้วยจึงมีความหวั่นใจมาก  มาหาหลวงพ่อขอให้ท่านช่วยทำอะไรก็ได้เพื่อช่วยป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน  ด้วยความเมตตาหลวงพ่อจึงเขียนผ้ายันต์ผืนนี้ขึ้น  สั่งกำชับให้นายฮกเอาไปปิดไว้ที่สะพานรถไฟ  เวลาผ่านไปเครื่องบินของสัมพันธมิตรมาทิ้งระเบิด  เพื่อทำลายสะพานรถไฟ  ระเบิดลูกแล้วลูกเล่าที่ถูกทิ้งลงมาผิดเป้าหมาย  เป็นอันว่าสะพานนี้เป็นสะพานรถไฟเดียวของสายใต้ที่ไม่ถูกทำลาย  จะเห็นได้จากร่องรอยที่เหลืออยู่ให้ลูกหลานได้หวนรำลึก  ซึ่งอยู่นอกอาณาบริเวณสะพานและบ้านของนายฮก  มีบางลูกถึงแม้จะตกลงในบริเวณแต่ก็หาระเบิดไม่  เป็นเรื่องแปลกและอัศจรรย์แก่ผู้พบเห็น  แถมชาวบ้านยังเก็บระเบิดที่ถูกทิ้งลงมาตัดเป็น ๒ ท่อนแล้วเอามาถวายหลวงพ่อ  โดยส่วนหัวของระเบิดดังกล่าวท่านได้ทำเป็นระฆังเสียงเพราะซะด้วยสิ  ระฆังจะแขนอยู่บนกุฏิหลวงพ่อใช้ได้ดีมาถึงปัจจุบัน

            ผ้ายันต์ผืนนี้มีผู้เก็บไว้เป็นอย่างดี  โดยตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น  ผู้เขียนได้รับความอนุเคราะห์จากเจ้าของให้นำรูปมาลง  เพื่อเผยแพร่สำหรับท่านที่ชื่นชอบเครื่องรางประเภทนี้  และมีความศรัทธาในพุทธคุณของหลวงพ่อ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนใส่แว่น วันที่ : 13/12/2008 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chattrg

หลวงพ่ออะไร ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กู่ วันที่ : 12/12/2008 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พ่อ..มองเห็นเราเสมอ

เด็กหญิงมาลัยรัตน์กับจดหมายถึง...พ่อ

View All
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


"รับน้อง"อย่างไร?จึงจะ"ถูกใจ"และ"ถูกต้อง"
ทัศนศึกษาร่วมกันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง
3 คน
เปลี่ยนจาก"รับน้อง"เป็น"รับขวัญแบบไทยๆ"
3 คน
"รับน้อง"ภายใต้การดูแลของอาจารย์
7 คน
ทุกสถาบันเข้มงวดในพฤติกรรมรุ่นพี่ก่อน"รับน้อง"
15 คน

  โหวต 28 คน