• ศิษย์หลวงพ่อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 77585
  • ส่ง msg :
  • โหวต 118 คน
วัดดอนสะท้อน
ประวัติหลวงพ่อทอง ประเพณีแข่งเรือยาว คลิป ธรรมะ คลายเครียด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/don-sathon
วันอังคาร ที่ 23 ธันวาคม 2551
Posted by ศิษย์หลวงพ่อ , ผู้อ่าน : 14551 , 21:49:14 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๔๖๔ ชินราช

            เหรียญห้อยคอ  เป็นหนึ่งในบรรดาเครื่องรางของขลังที่ชายชาตรีส่วนมากต้องมีไว้กับตัว  จะด้วยมีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองตัวเอง  ด้วยอำนาจพุทธคุณของเหรียญนั้นๆ  ทำให้ตัวเองรู้สึกว่าแคล้วคลาดปลอดภัย  หรือมีสะสมไว้เพราะความชอบ  ผู้ชายส่วนมากจะนิยมชมชอบพระเครื่อง  บ้างก็ชอบเพราะความสวยงามในการออกแบบ  ชอบในความเป็นของเก่าน่าสะสม  หรือชอบเพราะตนเองมีความเคารพศรัทธาในพระเกจิท่านนั้นๆ  จะด้วยเหตุผลใดก็แล้วแต่  สรุปว่าสำหรับคนที่ชอบพระเครื่องแล้ว  ถึงไม่มีไว้ในครอบครองก็ขอให้ได้ชมสักครั้ง  เท่านี้ก็อิ่มตาอิ่มใจกันแล้ว  สำหรับเหรียญของหลวงพ่อทองนั้น  ได้เป็นที่รู้จักไม่เฉพาะแต่นักสะสมพระเครื่องในภาคใต้เท่านั้น  แต่เป็นที่ติดตามเสาะหาของเซียนพระเครื่องทั่วประเทศด้วย  วันนี้จึงนำพระเครื่องของหลวงพ่อทองที่เป็นเหรียญห้อยคอ  ทั้งที่สร้างสมัยหลวงพ่อยังมีชีวิตอยู่  และที่สร้างหลังจากท่านมรณภาพแล้วก็มี

            เหรียญปี พ.ศ.๒๔๖๔ นี้เป็นเหรียญรุ่นแรกที่หลวงพ่อท่านสร้าง  ด้วยเจตนาที่รวบรวมปัจจัยเป็นทุนทรัพย์  ในการสร้างกุฏิ(ปัจจุบันขึ้นทะเบียนโบราณสถาน)แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๔๖๖  ซึ่งในขณะนั้นไม่ได้กำหนดว่าต้องทำบุญเท่าไรจึงได้รับเหรียญ  เรียกว่าใครมีศรัทธาเท่าไรก็ทำบุญเท่านั้น 

รายละเอียดของเหรียญ ๒๔๖๔ ชินราช  ไม่ชื่อวัดไม่มีชื่อหลวงพ่อไม่มีปีที่สร้างมีแต่ยันต์ด้านหลังที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น  เป็นเหรียญรูปตาลปัดคว่ำไม่ยกขอบ (จะว่ารูปไข่ก็ไม่เชิง)  ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธชินราชปางเรือนแก้ว  นั่งขัดสมาธิมีกลีบบัวคว่ำ-หงายรองรับ  อักษรขอม ๗ ตัววางโดยรอบขอบเหรียญอ่านจากล่างขึ้นไปเวียนขวาได้ว่า กา, นะ, อะ, เร,นะ, นะ, นะ  ส่วนด้านหลังเป็นยันต์เอกลักษณ์เฉพาะของหลวงพ่อ  อ่านจากบนลงล่าง มิ, นะ, อุ  อ่านจากซ้ายไปขวา มะ, นะ, อะ  เหรียญที่สร้างไม่ทราบจำนวนแน่ชัดแต่ทราบว่าน้อยมาก  มีเนื้อเงินและทองแดง

..

..ด้านหน้า..

..

..ด้านหลัง..

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๔๗๓

            เป็นเหรียญรุ่นที่ ๒  ไม่มีชื่อวัดไม่มีชื่อหลวงพ่อไม่มีปีที่สร้างมีแต่ยันต์ด้านหลังที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น  สร้างเป็นที่ระลึกในโอกาสฉลองศาลาการเปรียญ(ปัจจุบันขึ้นทะเบียนโบราณสถานเช่นเดียวกัน)

รายละเอียดของเหรียญ ๒๔๗๓ ชินราช  เป็นรูปพัดเสมาคว่ำ  มีเส้นขอบ ๑ เส้นถัดมาเป็นเส้นจุดไข่ปลา ๑ เส้นและเส้นขอบอีก ๒ เส้น  ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปพระพุทธชินราชปางเรือนแก้ว  นั่งขัดสมาธิมีกลีบบัวคว่ำ-หงายรองรับ  อักษรขอม ๗ ตัววางโดยรอบขอบเหรียญอ่านจากล่างขึ้นไปเวียนขวาได้ว่า กา, นะ, อะ, เร,นะ, นะ, นะ  ส่วนด้านหลังมีเส้นขอบ ๑ เส้นถัดมาเป็นเส้นจุดไข่ปลา ๑ เส้นและเส้นขอบอีก ๒ เส้น  ตรงกลางมียันต์เอกลักษณ์เฉพาะของหลวงพ่อ  อ่านจากบนลงล่าง มิ, นะ, อุ  อ่านจากซ้ายไปขวา มะ, นะ, อะ  เหรียญที่สร้างไม่ทราบจำนวนแน่ชัดแต่ทราบว่าน้อยมาก  มีเนื้อเงินและทองแดง

..

..ด้านหน้า..

..

..ด้านหลัง..

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๔๘๐

            เป็นเหรียญรุ่นที่ ๓  ไม่มีชื่อวัดไม่มีชื่อหลวงพ่อไม่มีปีที่สร้างมีแต่ยันต์ด้านหลังที่เป็นเอกลักษณ์เท่านั้น  สร้างเพื่อสมทบทุนสร้างอุโบสถหลังใหม่  ซึ่งสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๔๘๒

รายละเอียดของเหรียญ ๒๔๘๐  มีเส้นขอบ ๑ เส้นถัดมาเป็นเส้นจุดไข่ปลา ๑ เส้นและเส้นขอบอีก ๑ เส้น  ด้านหน้าเป็นรูปพระพุทธชินราชปางเรือนแก้ว  นั่งขัดสมาธิมีกลีบบัวคว่ำ-หงายรองรับ  มีอักษรขอม  อิ จำนวน ๔ ตัว  ส่วนด้านหลังมีเส้นขอบ ๑ เส้นถัดมาเป็นเส้นจุดไข่ปลา ๑ เส้นและเส้นขอบอีก ๑ เส้น  ตรงกลางมียันต์เอกลักษณ์เฉพาะของหลวงพ่อ  อ่านจากบนลงล่าง มิ, นะ, อุ  อ่านจากซ้ายไปขวา มะ, นะ, อะ  เหรียญที่สร้างไม่ทราบจำนวนแน่ชัดแต่ทราบว่าน้อยมาก  มีเนื้อเงินและทองแดง

..

..ด้านหน้า..

..

..ด้านหลัง..

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๔๘๖

            เป็นที่ทราบกันดีว่า  ในปีพ.ศ.๒๔๘๔-๒๔๘๘ นั้น  เป็นช่วงที่เกิดภาวะสงครามโลกครั้งที่๒  ชายชาตรีตามหมู่บ้านต่างๆถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเพื่อรับใช้ประเทศ  ในการป้องกันศัตรูผู้มุ่งร้ายต่ออธิปไตยของชาติ  มีบางรายถึงกับต้องหนีการเป็นทหาร  บางรายก็ต้องเป็นด้วยความจำใจ  แต่มีผู้ชายส่วนหนึ่งจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่ตั้งใจจะไปสู้รบกับศัตรู  สมกับเป็นชายชาติทหารอก ๓ ศอก  วีรชนที่เสียสละกอบกู้บ้านกู้เมืองเสียจริงๆ  แต่ในการไปทำหน้าที่นั้น  ทุกคนรู้ดีว่าเป็นภาระที่หนักหน่วง  และตระหนักดีว่าแม้ชีวิตตนเองก็สามารถพลีได้  แต่กระนั้นก็ยังหวังพึ่งอำนาจพุทธคุณของหลวงพ่อตามวัดต่างๆ  เพื่อให้ตนเองมีชีวิตรอดกลับมาโดยปลอดภัย  จึงต้องเสาะแสวงหาเครื่องรางมาไว้กับตัว

            ในหมู่บ้านดอนสะท้อนก็เช่นเดียวกัน  มีพระอาจารย์ทองซึ่งเป็นพระเถราจารย์ผู้ทรงพุทธคุณ  เป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้านแถบนี้รวมถึงส่วนอื่นๆในภาคใต้ด้วย  หลวงพ่อท่านจึงสร้างวัตถุมงคลซึ่งเป็นเหรียญห้อยคอ  เพื่อให้แก่ลูกศิษย์ที่มารบเร้ากันมาก  รูปเหรียญที่ท่านสร้างนี้นับเป็นเหรียญรุ่นแรกที่เป็นรูปหลวงพ่ออยู่ด้านหน้า  ส่วนด้านหลังนั้นมียันต์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของท่าน  ตัวเหรียญเป็นรูปใบสาเกแต่ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า”พิมพ์เต่า”  เพราะมีลักษณะคล้ายเต่าที่เหยียดขาออก  ด้านหน้าเหรียญจะมีความโค้งนูนเหมือนกับกระดองเต่าเช่นเดียวกัน

            ด้านหน้าจะเป็นรูปหลวงพ่อครึ่งองค์  ส่วนบนมีชื่อเขียนเป็นแนวโค้งตามรูปเหรียญว่า”วัดดอนสท้อน”  โดย ไม่มีสระอะเหมือนชื่อวัดในปัจจุบัน  โค้งด้านล่างเขียนว่า “พระอาจารย์ทอง”  ขอบเหรียญ ๒ ชั้นที่เรียกกันว่า ๒ ขอบ  ส่วนตำหนิของเหรียญที่บ่งบอกว่าเป็นของแท้  ขอให้สังเกตและพิจารณาด้วยตัวท่านเองแล้วกัน  เพราะมาระยะหลังเหรียญหลวงพ่อที่เป็นเหรียญเลียนแบบ  ออกมาสู่วงการพระเครื่องมากมายเหลือเกิน

            ด้านหลังจะเป็นรูปยันต์เอกลักษณ์เฉพาะของท่าน  ตัวยันต์ภาษาขอมตามแถวที่เรียงจากบนสู่ล่าง(แถวกลาง)คือ มะ,นะ,อุ  แถวที่เรียงจากซ้ายสู่ขวา(แถวกลาง)คือ มะ,นะ,อะ  ด้านบนตัวยันต์มี อุณาโลม  ด้านซ้ายและขวาของแถวบนมี นะทรหด วางคู่กัน  ด้านซ้ายและขวาแถวล่างมี นะล้อม วางคู่กัน  ส่วนด้านล่างสุดเขียนบอกปีที่สร้าง พ.ส.๒๔๘๖

            เหรียญรุ่นนี้สร้างน้อยมากแต่จะเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้น  หลักฐานที่ชัดเจนเป็นหนังสืออ้างอิงไว้ไม่มีเขียนบอก  ทราบแต่เพียงว่าเป็นเนื้อโลหะทองแดงและเงินเท่านั้น

..

..ด้านหน้า..

..

..ด้านหลัง..

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๕๐๘

อย่างที่ทราบว่าหลวงพ่อท่านได้สร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นในปี ๒๔๘๒  แต่ต้องประสบกับภาวะสงครามจึงเป็นอุปสรรคในการก่อสร้าง  หลวงพ่อไม่ได้ละความพยายามจนแล้วเสร็จ  ขอพระราชทานเขตวิสุงคามสีมาได้ในปี ๒๔๙๕ (ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๖๙ ตอนที่ ๒  หน้า ๙๙๓ ลงวันที่ ๒๖ สิงหาคม พ.. ๒๔๙๕)  หลังจากที่ท่านมรณภาพประมาณ ๕ เดือน  ต่อมาหลวงพ่อประเดิม โกมโล(วัดเพลงวิปัสสนา กทม.)  ได้ร่วมกับศาสนิกชนในการจัดผูกพัทธสีมาอุโบสถในปลายปี ๒๕๐๘

            ในครั้งนั้น  หลวงพ่อประเดิมท่านได้เป็นประธานสร้างเหรียญที่ระลึกหลวงพ่อทอง  โดยมีลักษณะเหรียญด้านหน้าและด้านหลังผิดกับเหรียญรุ่น ๒๔๘๖ เล็กน้อย(เพื่อเป็นตำหนิ)  ด้านหลังเขียนบอกปีที่สร้างคือ ๒๕๐๘ และเหรียญมีขนาดบางกว่า  เป็นเนื้อทองแดงและมีจำนวนน้อยมาก  ต่อมาพระสมุห์สว่าง ถาวรจิตฺโต เจ้าอาวาสในขณะนั้น  เห็นว่าคณะศิษย์จำนวนมากยังไม่มีเหรียญที่ระลึกและหาทุนสมทบสร้างอาคารเรียนโรงเรียนวัดดอนสะท้อน  จึงสร้างเหรียญเพิ่มอีกโดยเป็นเนื้อกะหลั่ยทองจำนวน ๒,๕๐๐ เหรียญ  รูปเหรียญมีลักษณะเหมือนกันกับเนื้อทองแดงทุกประการ

..

..ด้านหน้า..

..

..ด้านหลัง..

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๕๓๖

            หลังจากที่พระสมุห์สว่าง ถาวรจิตฺโต ได้ลาสิกขาบท  ก็มีเจ้าอาวาสปกครองมาเป็นลำดับจนมาถึง พระสมุห์แช่ม อตฺตสนฺโต เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน(รับตำแหน่งเจ้าอาวาสปี ๒๕๒๖)  เห็นว่าอุโบสถชำรุดลงมากจึงร่วมกับศาสนิกชน  บูรณะซ่อมแซมอุโบสถเสียใหม่ในปลายปี ๒๕๓๖  ในครั้งนั้นเช่นเดียวกันได้สร้างเหรียญหลวงพ่อทองเป็นเนื้อทองเหลืองจำนวน ๕,๐๐๐ เหรียญ  เพื่อเป็นที่ระลึกในงานยกช่อฟ้าอุโบสถ  โดยมีคณาจารย์เกจิสายใต้ทำพิธีพุทธาภิเษก  รูปเหรียญทั้งด้านหน้าและด้านหลังผิดกับปี ๒๕๐๘ เล็กน้อย(เพื่อเป็นตำหนิ) มีขนาดหนากว่าและเปลี่ยนปี พ.ศ.จาก ๒๕๐๘ เป็น ๒๕๓๖

..

..ด้านหน้า..

..

ด้านหลัง

เหรียญหลวงพ่อทอง ๒๕๓๘ นายพล

            ในปี๒๕๓๘  มีคณะศิษยานุศิษย์นำโดยนายพลโทสุทิน เอมะพัฒน์(ยศขณะนั้น)  ได้ร่วมกันสร้างเหรียญหลวงพ่อทองถวายในโอกาสเลื่อนยศทางทหาร  เป็นเหรียญเนื้อทองแดงรมดำจำนวน ๗,๐๐๐ เหรียญ   ด้านหน้าผิดกับปี ๒๕๓๖ เล็กน้อย ส่วนด้านหลังไม่เขียนบอกปี พ.ศ.ที่สร้าง  ใต้ยันต์มีรูปมงกุฎครอบดาว ๒ ดวงบอกถึงยศทางทหาร  จึงเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า “รุ่นนายพล”ตามยศของผู้สร้าง

..

..ด้านหน้า..

..

..ด้านหลัง..





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

Merry Christmas & Happy New Year

Wishing you all the best for the Happy Holiday Season.

http://www.oknation.net/blog/supawan/2008/12/24/entry-1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชายเขา วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 03.26 น.

มีอาจารย์ทองแล้ว ขออาจารย์แช่มบ้าง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พ่อ..มองเห็นเราเสมอ

เด็กหญิงมาลัยรัตน์กับจดหมายถึง...พ่อ

View All
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


"รับน้อง"อย่างไร?จึงจะ"ถูกใจ"และ"ถูกต้อง"
ทัศนศึกษาร่วมกันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง
3 คน
เปลี่ยนจาก"รับน้อง"เป็น"รับขวัญแบบไทยๆ"
3 คน
"รับน้อง"ภายใต้การดูแลของอาจารย์
7 คน
ทุกสถาบันเข้มงวดในพฤติกรรมรุ่นพี่ก่อน"รับน้อง"
15 คน

  โหวต 28 คน