• ศิษย์หลวงพ่อ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 30
  • จำนวนผู้ชม : 77256
  • ส่ง msg :
  • โหวต 118 คน
วัดดอนสะท้อน
ประวัติหลวงพ่อทอง ประเพณีแข่งเรือยาว คลิป ธรรมะ คลายเครียด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/don-sathon
วันพุธ ที่ 24 ธันวาคม 2551
Posted by ศิษย์หลวงพ่อ , ผู้อ่าน : 1448 , 19:07:21 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  อย่างน้อยก็ทำให้คนไทยหายใจทั่วท้องมากขึ้นในยามวิกฤติเช่นนี้   แต่ที่คนไทยต้องจับตามองเป็นพิเศษคือขั้วอำนาจทุนนิยมเดิม  ที่พยายามแทรกแซงทุกวิถีทาง  ถ้าไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา  สุดท้ายก็เข้าทางหมอผีเขมรชื่อเนวินจนได้  (เฮ้อ...เวรกรรมของประเทศชาติ)  เอาล่ะ..ไหนๆก็ไหนแล้ว  เราต้องเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แสดงผลงานศักยภาพที่มีอยู่ให้ชัดเจนก่อนที่จะวิพากษ์วิจารณ์  แต่ความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์มีส่วนสำคัญมาก  ที่จะทำให้วิกฤติต่างๆไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจ ความสามัคคีของคนในชาติ ความสงบสุขใน๓จังหวัดชายแดนภาคใต้  หรือแม้แต่ปัญหาการจ้างงานอันเป็นผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ

            ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก(๒๓ ธ.ค.) นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็ได้แสดงแนวทางร่วมในการทำงานร่วมกันของคณะรัฐมนตรีชุดนี้จุดมุ่งหวังเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาวะบ้านเมืองให้ดีขึ้น  ดังนี้..

๑.      ให้คณะรัฐมนตรีน้อมนำพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทานให้เมื่อวันที่เข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในเรื่องของการปฏิบัติงานให้เกิดความเรียบร้อย และเกิดความสุขในหมู่ประชาชน

๒.      การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด  เพราะเมื่อใดรัฐบาลไม่สามารถบริหารอยู่บนความซื้อสัตย์สุจริตได้  ก็จะเป็นปัญหาทางการเมืองและปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาล  และบางครั้งนำไปสู่ความสูญเสียอธิปไตยด้วยซ้ำ  ที่สำคัญจะต้องดูแลไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาและบุคลากรที่มาช่วยงาน

๓.      นโยบายที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติเป็นนโยบายที่จะมีการแถลงต่อสภา  ถือเป็นเป้าหมายร่วมของรัฐบาลชุดปัจจุบัน  ดังนั้นรัฐมนตรีที่จะไปกำหนดนโยบายเพิ่มในระดับกระทรวง  หรือแม้แต่การแสดงความคิดเห็นในเชิงนโยบายขอให้อ้างอิงนโยบายของรัฐบาล  เพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ

๔.     การทำงานของรัฐบาลต้องรวดเร็วมีประสิทธิภาพมีเอกภาพ  แม้จะเป็นรัฐบาลผสมเราต้องไม่เป็นรัฐบาลที่แบ่งพรรคต้องเป็นรัฐบาลที่รับผิดชอบร่วมกัน  เพราะปัญหาในประเทศหลายอย่างในขณะนี้  ไม่สามารถแก้ไขได้โดยกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง  ดังนั้นการประสานงานระหว่างกระทรวงเป็นเรื่องสำคัญ  ซึ่งหมายถึงบทบาทของการมีระบบคณะกรรมการ  หรือบทบาทของนายกฯและรองนายกฯ  ที่จะเข้าไปทำให้เกิดรูปธรรมโดยเร็วที่สุด  ดังนั้นจึงขอให้คณะรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของระบบการทำงานแบบคณะกรรมการ  โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่จะต้องแก้วิกฤติ

๕.     รัฐบาลนี้อยู่ในวิถีทางรัฐสภา  รัฐมนตรีทุกท่านต้องเข้าร่วมประชุมสภาอย่างสม่ำเสมอไปรับฟังความเห็นของผู้แทน  ทั้งการอภิปรายในสภาหรือพบปะพูดคุยกับส.ส.ในพื้นที่ต่างๆ ที่สำคัญที่สุดรัฐมนตรีต้องทราบเวลาที่ชัดเจนเรื่องกระทู้ถามสด  คือ 13.30 น. ของทุกวันพฤหัสบดี  จึงขอให้รัฐมนตรีที่ไม่มีภารกิจนัดหมายใดๆ  ยกเว้นกรณีที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง

๖.      รัฐมนตรีทุกคนถือเป็นบุคคลสาธารณะ  ในภาวะที่มีปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาความขัดแย้งในสังคมสูง  ขอให้รัฐมนตรีปฏิบัติโดยคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน  ไม่อยากให้นำไปสู่เหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นศรัทธา  ขอให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ

๗.     ในรัฐบาลที่เชื่อมั่นในวิถีทางประชาธิปไตยนั้น  ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม ฉะนั้นการดำเนินนโยบายหรือโครงการที่ยังไม่เป็นที่รับทราบของประชาชน  ขอให้อดทนและอย่าตั้งแง่ต่อการเข้าไปรับฟังประชาชน  ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการประชาพิจารณ์หรืออะไรก็ตาม

๘.     รัฐบาลชุดนี้ต้องพร้อมรับการตรวจสอบ  จะมีทั้งการตรวจสอบเชิงนโยบายหรือเรื่องอื่นๆ รัฐมนตรีต้องไม่ไปสร้างอุปสรรคขัดขวางการตรวจสอบ  นอกจากนี้อยากจะขอว่าเมื่อใดก็ตามที่มีการตรวจสอบลักษณะวิพากษ์วิจารณ์หรือการสัมภาษณ์  ขอให้ชี้แจงโดยใช้เหตุผล ข้อเท็จจริง  หลีกเลี่ยงการนำรัฐบาลหรือตัวเองเข้าไปตอบโต้หรือทะเลาะ  ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางรัฐบาลที่ต้องการสร้างความสามัคคี

๙.      รัฐมนตรีทุกท่านไม่มีสิทธิเหนือประชาชนคนอื่นในแง่ของการปฏิบัติตามกฎหมาย  แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองนั้น  จะต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย
       ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล  มีหน้าที่ประเมินผลงานของรัฐมนตรี  หากการดำรงอยู่ในตำแหน่งของรัฐมนตรีเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง  แม้จะไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ได้ทำความผิดก็ตาม  ขอให้รัฐมนตรีทุกคนหรือแม้กระทั่งนายกฯเอง ต้องยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมาก่อนประโยชน์ของตนและรัฐบาล  ซึ่งทั้ง ๙ ข้อนี้เป็นแนวทางและถือเป็นกติกาในการทำงานร่วมกัน

ในทางพระพุทธศาสนา  หลักธรรมที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในการปกครองเรียกว่า “ทศพิธราชธรรม”  คือธรรมของพระราชาหรือหลักของนักปกครอง ๑๐ ประการ  ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครองระดับใดหากเป็นผู้ที่มีทศพิธราชธรรมแล้ว  ประเทศหรือหน่วยงานนั้นก็จะสงบสุข  ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของนักปกครอง  ซึ่งพระองค์ปฏิบัติแนวทางทศพิธราชธรรม  จนบ้านเมืองสงบสุขเสมอมาและเป็นที่ยอมรับในนานาอารยประเทศทั่วโลก  ทศพิธราชธรรมนั้นมีดังนี้..

๑.         ทาน หรือการให้  หมายถึงการเสียสละกำลังในการปกครอง การใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหาวิกฤติและพัฒนาเศรษฐกิจ  การให้โอกาสประชาชนมีสิทธิตามหลักกฎหมาย

(เหมือนกับที่บอกว่าหากนักการเมืองไม่โกงไม่กิน  มีจิตคิดจะให้มากกว่าจิตที่คิดจะเอาแล้ว  ประเทศพัฒนาเจริญก้าวหน้ากว่าประเทศใดๆในโลก)

๒.         ศีล หรือความเป็นปกติ  การประพฤติกาย วาจาให้ปราศจากโทษทั้งในการปกครอง  อันได้แก่ปฏิบัติตามหลักศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมือง  และมีความรับผิดชอบในการกระทำอันขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมของตนเอง

(หากนักการเมืองมีจิตสำนึกและรับผิดชอบในการกระทำผิดต่อหลักกฎหมายและศีลธรรมแล้ว  จะเป็นตัวอย่างที่ดีของประชาชนเองทำกฏหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งส่วนมากรับชอบแต่ไม่รับผิด)

๓.         บริจาค(จาคะ)  หรือการสละสิ่งไม่เป็นประโยชน์หรือมีประโยชน์น้อยเพื่อสิ่งที่ดีกว่า  คือเมื่อถึงคราวก็สละได้ แม้แต่ตำแหน่งหน้าที่ พวกพ้อง หรือผลประโยชน์ตัวเอง  เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยของประเทศและหลักประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

(หากเห็นแก่ประโยชน์ประเทศมากกว่าผลประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง  ผลประโยชน์ที่ได้จะเกิดกับประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง  ซึ่งนักการเมืองไทยส่วนมากไม่เป็นเช่นนี้)

๔.         ความซื่อตรง(อาชชวะ)   หรือการที่ซื่อตรงในฐานะที่เป็นนักปกครอง  ที่มาทำหน้าที่แทนพี่น้องประชาชน  ดำรงอยู่ในสัตย์สุจริตความตรงไปตรงมา  ไม่หลอกตนเองและประชาชนทั้งประเทศ

(หากเป็นเช่นนี้แล้ว  สถาบันการเมืองที่มีหน้าที่ในการปกครองบริหารประเทศ  ทั้งอำนาจบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ  ก็จะเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจมั่นคงมีเสถียรภาพอย่างแท้จริง  สุจริตโปร่งใสรวจสอบได้)

๕.         ความอ่อนโยน(มัททวะ)  หรือเคารพในเหตุผลที่ควร  มีสัมมาคารวะต่อผู้บังคับบัญชาและอ่อนโยนต่อบุคคลที่เสมอกันรวมทั้งผู้ใต้บังคับบัญชา

(เหตุผลที่ควรเคารพ  เป็นเหตุผลที่อ้างอิงบนหลักกฎหมายของประเทศ  และไม่ขัดต่อศีลธรรมวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม  รับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายเพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารงาน)

๖.         ความเพียร(ตบะ)  หรือความเพียรที่แผดเผาความเกียจคร้าน  คือการที่มีความอุตสาหะขวนขวายในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

(ด้วยมุ่งหวังความเจริญก้าวหน้าและการแก้ไขปัญหาวิกฤติต่างๆเป็นหลัก  ทำตามนโยบายที่วางไว้อย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม)

๗.        ความไม่โกรธ(อักโกธะ)  หรือความไม่แสดงความโกรธให้ปรากฎ  ไม่พยายามมุ่งร้ายผู้อื่นแม้จะลงโทษผู้ทำผิดก็ทำตามเหตุผล  

(รู้จักข่มใจตนเองไม่ให้เกิดความโกรธตามสิ่งที่มากระทบ  ไม่ว่าจะเป็นการกระทำหรือคำพูด  และถึงแม้จะโกรธก็สามารถระงับยับยั้งชั่งใจได้  รวมทั้งไม่สร้างความโกรธให้กับผู้อื่น  ไม่ระดมปลุกปั่นยั่วยุให้ผู้อื่นมีความโกรธ  มุ่งหวังในการสร้างสามัคคีอย่างแท้จริง)

๘.         ความไม่เบียดเบียน(อวิหิงสา)  หรือไม่เบียดเบียนผู้อื่นทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม  ปกครองประชาชนในประเทศให้เหมือนบุคคลในครอบครัวเดียวกัน

(ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบ่งสี  ไม่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น  รักษากฎหมายบ้านเมืองโดยไม่เลือกปฏิบัติ  ประชาชนมีสิทธิหน้าที่เท่าเทียมกัน  มีนโยบายที่ไม่ทำให้เกิดความเดือดร้อน)

๙.        ความอดทน(ขันติ)  หรือ การอดทนต่อสิ่งทั้งปวงที่เป็นปัญหาและอุปสรรค

(ในสภาวะวิกฤติเช่นนี้นักปกครองต้องมีความอดทนและความรับผิดชอบในหน้าที่สูง  เพื่อให้ประเทศชาติผ่านพ้นเดินหน้าไปได้ด้วยความเรียบร้อย  มีความอดทนแม้แต่จะขัดความรู้สึกของตนเอง  อดทนด้วยความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อมุ่งหวังประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง)

๑๐.       ความเที่ยงธรรม(อวิโรธนะ)  หรือการประพฤติให้เกิดความยุติธรรม  ยกย่องคนที่มีความดีความชอบ  ลงโทษผู้กระทำความผิดโดยปราศจากอำนาจอคติ ๔ ประการ  ให้ทุกคนในประเทศได้รับความยุติธรรมตามหลักกฎหมายเท่าเทียมกันทุกคน ทุกสถานะ

(สร้างความยุติธรรมตามหลักนิติธรรม นิติรัฐ  โดยปราศจากอำนาจอคติ๔คือ  ยุติธรรมโดยปราศจากความกลัวแรงกดดันต่างๆ  ยุติธรรมโดยปราศจากความลำเอียงเพราะรักชอบเห็นด้วย  ยุติธรรมโดยปราศจากความเห็นผิดทางกฎหมายและศีลธรรม  ยุติธรรมโดยปราศจากความโกรธไม่เห็นด้วย)

            ทั้งนี้  หากคณะรัฐมนตรีผู้ที่ทำหน้าที่แทนประชาชนทั้งประเทศ  เป็นผู้รับพระราชอำนาจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ซึ่งพระองค์ทรงประทานพระบรมราโชวาทและหลักในการบริหารประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติ  ทรงเตือนว่าหากบริหารไม่ดีแล้วจะทำให้ประเทศล่มจมได้  ฉะนั้นคณะรัฐมนตรีที่ประกอบด้วยการใช้อำนาจทางการบริหาร นิติบัญญัติและตุลาการ  จึงต้องยึดหลักที่สำคัญตามรอยพระบาทพระองค์ท่าน  ที่ทรงใช้หลักทศพิธราชธรรมในการปกครองบริหารประเทศเสมอมา่าง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศิษย์หลวงพ่อ วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/don-sathon

ดูท่านหลวงตามหาบัวเป็นตัวอย่าง นักการเมืองไม่ดีท่านไม่ต้อนรับ ไม่สนทนาด้วย ให้มันรู้ซะมั่ง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ชายเขา วันที่ : 25/12/2008 เวลา : 01.21 น.

อย่าว่าแต่๙กฏเหล็กกับ๑๐ทศพิธราชธรรมเลย..สำหรับนักการเมือง ต่อให้จับมาบวชเจ้าอาวาสก็กลัวว่าพระประธานจะหาย...เวรกรรมแท้ๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศิษย์หลวงพ่อ วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/don-sathon

ทุกๆคนในสังคมมีแค่ศีล๕ที่บริบูรณ์ เท่านี้ประเทศก็สงบสุข เพราะศีล๕คือกฏหมายธรรมชาติเบื้องต้น สาธุ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปยุต วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

คนธรรมดา เอาแค่ 4 ข้อพอแล้ว เพื่อความทุกข์ที่มีอยู่ให้ทำใจรับไหวนั่นคือ
1.นึกไว้เสมอว่าตัวเรานั้นตัองตายและอาจตายวันนี้ได้
2.ไม่สงสัยคำสอนของพระพุทธเจ้า
3.ศีล 5 ไม่ละเมิดโดยเจตนา
4.ตั้งใจไว้ทุกวันว่า ตายแล้วขอไปอยู่พระนิพพาน ไม่ขอเกิดเป็น มนุษย์ เทวดา พรหม

นอกนั้นอยากทำอะไรก็ทำเถิด
อย่าละเมิดศีล 5 ทำได้ทั้งสิ้น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kaikhong วันที่ : 24/12/2008 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaikhong
เมนูจานเด็จ  กับ  นาย Kaikhung Fusion หน่อย ๆ สวย อร่อยครับ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

พ่อ..มองเห็นเราเสมอ

เด็กหญิงมาลัยรัตน์กับจดหมายถึง...พ่อ

View All
<< ธันวาคม 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


"รับน้อง"อย่างไร?จึงจะ"ถูกใจ"และ"ถูกต้อง"
ทัศนศึกษาร่วมกันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง
3 คน
เปลี่ยนจาก"รับน้อง"เป็น"รับขวัญแบบไทยๆ"
3 คน
"รับน้อง"ภายใต้การดูแลของอาจารย์
7 คน
ทุกสถาบันเข้มงวดในพฤติกรรมรุ่นพี่ก่อน"รับน้อง"
15 คน

  โหวต 28 คน