• doreme_da
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : doreme_da@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-31
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 113596
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
Czarevna_da's blog
Blog ให้ความรู้นานาสาระทั่วไป
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/doremeda
วันอังคาร ที่ 22 มกราคม 2551
Posted by doreme_da , ผู้อ่าน : 15982 , 21:49:03 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

4 ซูสมหาเทพเจ้าชู้ - ฮีราเทพีขี้หึง

ซูสนั้นได้ชื่อว่าเป็นมหาเทพจอมเจ้าชู้ เป็นหนึ่งในเรื่องรัก แม้จะมีมเหสีที่มีความงามเป็นหนึ่งในสวรรค์อย่างเทพีฮีราอยู่แล้ว แต่ก็ไม่วายไปมีสัมพันธ์กับเทพธิดาและมนุษย์อื่นๆ อีกหลายคนจนเทพีฮีราต้องตามหึงหวงไม่ได้หยุด

วีรกรรมความเจ้าชู้ของซูสกับบรรดาเทพธิดาบนสวรรค์ รวมทั้งสาวๆ เมืองมนุษย์นั้นมีมากมาย เช่น มีทิส

มีทิสเป็นชายาองค์แรกของซูส เป็นธิดาของเทพไทแทนโอเชียนัสกับธีทิส แต่มีทิสก็ถูกซูสกลืนกินเมื่อพระนางเริ่มตั้งครรภ์ เนื่องจากซูสกลัวคำพยากรณ์ของจอมมารดาจีอาว่านางจะให้กำเนิดโอรสที่มาโค่นบัลลังก์ แต่หลังจากกลืนมีทิสลงท้องไปแล้ว ซูสก็ยังให้กำเนิดธิดากับมีทิสได้โดยต้องผ่าออกมาจากพระเศียรของซูส ธิดาองค์นั้นก็คือ เทพีเอเธนา เทพีครองปัญญานั่นเอง ธีมิส

ชายาองค์ที่สองของซูสเป็นเทพธิดาไทแทนอีกเช่นกัน คือ ธีมิส ธีมิสมีธิดากับซูสเป็นเทพธิดาแห่งฤดูกาล 3 องค์ คือ ยูโนเนีย ไดซ์ และอีริน รวมเรียกว่า ซีซัน (Season) และเทพธิดาแห่งโชคชะตาอีก 3 องค์ คือ โคลธโธ แลซซิซิส และแอตโทรพอส รวมเรียกว่าเฟท (Fates) เทพธิดา 3 องค์นี้รูปร่างเป็นหญิงชรา ต่อมาทั้งสามพี่น้องก็ได้ลงไปอยู่ยมโลกกับเทพฮาเดส ทำหน้าที่กำหนดโชคชะตาของมนุษย์ โดยคนเล็กปั่นฝ้ายให้ชีวิต คนกลางฟั่นเป็นเชือกทำให้ชีวิตมั่นคง และคนโตตัดเชือกทำลายชีวิตให้สิ้นลง ยูรินโนม

ชายาองค์ที่สามของซูสเป็นธิดาของโอเชียนัสกับธีทิส ชื่อ ยูรินโนม (Eurynome) ให้กำเนิดเทพอัปสรที่เรียกว่าเกรซ 3 องค์ คือ อกลาเอีย (Aglaia) ยูโฟรซีน (Euphrosyne) และเธลเลีย (Thalia) เกรซนี้เป็นเทพอัปสรคุ้มครองพันธุ์ไม้ ซึ่งต่อมาเทพธิดาทั้งสามก็ไปเป็นเทพอัปสรรับใช้เทพีอโฟรไดทีและมีหน้าที่สร้างความบันเทิงบนสวรรค์โอลิมปัสร่วมกลุ่มกับมิวส์ ดิมิเตอร์

ชายาองค์ที่สี่ของซูสคือเทพีแห่งพืชพันธุ์ ดิมิเตอร์ พี่สาวของซูสเอง และดิมิเตอร์ก็ให้กำเนิดเทพธิดาชื่อเพอร์ซิโฟนี เทพธิดาฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งต่อมาฮาเดสได้มาลักพานางลงไปเป็นชายาในยมโลก นีโมซินี

ชายาองค์ที่ห้าของซูสคือเทพธิดาไทแทน นีโมซินี ชายาองค์นี้มีที่มาคือเมื่อครั้งที่ซูสเอาชนะศึกไทแทนได้แล้ว ทวยเทพก็หารือกันว่าควรจะมีวิธีการเฉลิมฉลองชัยชนะให้ยิ่งใหญ่ ซูสกับนีโมซินีจึงได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลา 9 คืน เพื่อให้กำเนิดคณะศิลปเทวีเรียกว่ามิวส์ 9 องค์ เทพอัปสรทั้ง 9 องค์นี้มีความเชี่ยวชาญทางด้านศิลปการละครและการแสดงต่างๆ มีหน้าที่สร้างความอภิรมย์ให้บรรดาเทพในโอลิมปัส และผลงานชิ้นแรกของมิวเซสก็คือการแต่งเพลงฉลองที่เหล่าเทพมีชัยในศึกไทแทน

รายชื่อของมิวส์ทั้งเก้า คือ

ไคลโอ (Clio) เทวีประวัติศาสตร์

ยูเรเนีย (Urania) เทวีดาราศาสตร์

เมลโพมีนี (Melpomene) เทวีเรื่องโศกนาฏกรรม

ธาเลีย (Thalia) เทวีเรื่องสรวล

เทิร์ปซิโครี (Terpsichore) เทวีการฟ้อนรำ

คัลลิโอพี (Colliope) เทวีบทกวีเรื่อง

เออราโต (Erato) เทวีบทกวีรัก

ยูเทอร์พี (Euterpe) เทวีบทกวีร้อง

โพลิฮิมเนีย (Polyhymnis) เทวีบทกวีร่ายอาศิรพจน์ (คำอวยพร) ลีโต

ชายาองค์ที่หกของซูส คือ ลีโต ธิดาของไทแทนซีอัสกับฟีบี

ความสัมพันธ์ของซูสกับนางลีโตนี้คงเป็นไปแบบลับๆ เพราะเมื่อนางลีโตเริ่มตั้งครรภ์ซูสก็เข้าพิธีอภิเษกสมรสกับพระนางฮีรา

พระนางฮีราเริ่มบทมเหสีขี้หึงกับลีโต โดยการขับไล่ลีโตลงจากสวรรค์ แถมยังส่งงูร้ายชื่อ ไพธอน ตามไล่ล่าอีก ซูสก็ได้แต่บอกให้เทพแห่งลมเหนือช่วยพัดหอบพาลีโตหนีงูร้ายจนสุดแผ่นดิน

สุดท้ายลีโตก็ตัดสินใจหนีลงทะเลทั้งที่มีครรภ์ใกล้คลอดเพื่อให้พ้นจากงูร้าย

เทพสมุทรโปไซดอนเห็นก็สงสาร จึงเนรมิตเกาะให้เป็นที่อยู่อาศัย ชื่อว่า เกาะดีลอส

ณ ที่นั้น ลีโตได้ให้กำเนิดโอรสและธิดาแฝด คือ อพอลลอน เทพสุริยัน กับอาร์ทีมิส เทพธิดาจันทรา โดยอพอลลอนนั้นเกิดหลังอาร์ทีมิส 9 วัน

และหลังจากเทพอพอลลอนประสูติได้ 4 วัน เขาก็สามารถฆ่างูร้ายไพธอนลงได้ ทำให้ลีโตปลอดภัยจากความขี้หึงของพระนางฮีราตั้งแต่บัดนั้น ไมอา

ชายาองค์ที่เจ็ดคือ ไมอา (Maia) ธิดาคนโตในจำนวนเจ็ดคนของแอตลาสกับนางพลีโอนี ไมอาเป็นคนสวย เรียบร้อย และขี้อาย อาศัยอยู่ในถ้ำไซลีนี แต่ซูสก็เห็นนางจนได้และลักลอบมาได้นางเป็นชายาจนให้กำเนิดโอรสชื่อ เฮอร์เมส

ไมอา กับ โอรสเฮอร์เมส ไม่ได้ถูกพระนางฮีราตามอิจฉาหรือกลั่นแกล้งเหมือนชายาองค์อื่น นอกจากนี้เมื่อชายาอีกคนหนึ่งของซูส คือ คัลลิสโต ถูกฆ่าตาย เฮอร์เมสก็ได้นำลูกชายของคัลลิสโตชื่อ อาร์คัส มาให้พระมารดาไมอาเลี้ยงดูด้วย ฮีรา

ชายาองค์ที่แปด คือ เทพีฮีรา พระพี่นางของซูสเอง เป็นมเหสีของมหาเทพอย่างเป็นทางการ

เทพีฮีรานั้นเป็นเทพีที่สวยมาก ถึงขั้นสวยที่สุด 1 ใน 3 ของบรรดาเทพีสวรรค์ สามเทพีสวรรค์ที่สวยที่สุดจนเทพทั้งหลายไม่อาจตัดสินแพ้ชนะได้ประกอบด้วย ฮีรา เอเธนา และอโฟรไดที

ซูสจึงตามจีบตามตื้อเทพีฮีราอยู่นานถึง 300 ปี ฝ่ายเทพีฮีราก็คอยหลีกหนีเพราะรู้ว่าซูสนั้นเจ้าชู้เป็นที่หนึ่ง แต่ด้วยอุบายของซูสที่แปลงร่างเป็นนกบินฝ่าสายฝนที่พระองค์เนรมิตขึ้นมาเองบินมาตกตรงหน้าเทพีฮีราและทำท่าอ่อนแรงใกล้ตาย เทพีฮีราสงสารจึงจับนกขึ้นมากอดไว้แนบอก ซูสได้ทีแปลงร่างกลับเป็นมหาเทพและกอดรัดเทพีฮีราไว้จนดิ้นหนีไม่ออก เทพีฮีราจึงต้องยินยอมอภิเษกเป็นมเหสีของซูสในที่สุด

ในงานอภิเษกสมรสของซูสกับฮีรานั้นเอง จอมมารดาจีอาได้มอบของขวัญให้แก่พระนางฮีราเป็นแอปเปิ้ลทองคำ 3 ผล ซึ่งพระนางก็นำไปเก็บไว้ในสวนส่วนพระองค์บนเขาแอตลาส แต่ต่อมาภายหลังเฮรากลิสก็มาโขมยไปหมดเป็น 1 ใน 12 ภาระกิจที่ยากยิ่งของเฮรากลิส ซึ่งที่มาของภาระกิจ 12 อย่างนั้นก็มีพระนางฮีรานี้เองที่เป็นต้นเหตุ

พระนางฮีรามีโอรสธิดากับมหาเทพซูส 3 องค์ คือ ฮีบี้ (Hebe) อิลลิธธียา (Ilithyia) และแอรีส (Ares)

หลังอภิเษกสมรสแล้วซูสก็ยังไม่หายเจ้าชู้ ยังคงมีชายาน้อยเพิ่มจำนวนมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นมนุษย์เนื่องจากต้องหลบให้พ้นสายตาของพระนางฮีราที่ตามขัดขวางอยู่ตลอด พระนางฮีราที่เป็นเทพีแห่งการแต่งงานจึงมีภาพพจน์เป็นเทพีขี้อิจฉาหรือเทพีขี้หึงจากบทบาทที่ต้องตามราวีชายาน้อยๆ จำนวนมากของมหาเทพนั่นเอง นางแอลก์มีนี

นางแอลก์มีนีเป็นธิดาของท้าวอีเล็กไทรอน ผู้ครองนครอาร์กอส ครั้งเมื่อชนชาติป่าเถื่อนบุกนครอาร์กอส บรรดาโอรสของท้าวอีเล็กไทรอนออกศึกก็พ่ายแพ้กันหมด ท้าวอีเล็กไทรอนจึงขอให้หลานชายคือแอมฟริไทออนมาช่วยโดยสัญญาว่าหากชนะศึกพระองค์จะยกราชธิดาให้ ซึ่งแอมฟริไทรอนก็ยินดี ในที่สุดแอมฟริไทรอนกับนางแอลก์มีนีก็ได้แต่งงานกันหลังจากชนะศึก

แต่แอมฟริไทรอนหารู้ไม่ว่าระหว่างการออกศึกนั้น มหาเทพซูสได้แอบแปลงร่างเป็นตนเองตัดหน้ามาจู๋จี๋นางแอลก์มีนีไปเสียแล้ว ดังนั้นเมื่อนางแอลก์มีนีตั้งครรภ์แฝด ทารกในครรภ์นั้นจึงเป็นบุตรของแอมฟริไทรอนคนหนึ่ง กับเป็นบุตรของซูสอีกคนหนึ่ง

แต่ก่อนที่นางแอลก์มีนีจะคลอด พระนางฮีราก็รู้ว่าพระสวามีแอบมามีชายาลับอยู่บนโลกมนุษย์ พระนางจึงส่งเทวีลูซินาให้แปลงกายเป็นหญิงชรามานั่งขวางประตูไว้ทำให้นางแอลก์มีนีคลอดไม่ได้ ทุรนทุรายอยู่เป็นเวลานาน ดีที่บ่าวคนหนึ่งสังเกตเห็นจึงแกล้งบอกข่าวว่านางแอลก์มีนีคลอดแล้ว เทวีลูซินาเข้าใจผิดกลับไป นางแอลก์มีนีจึงสามารถประสูตรโอรสแฝดออกมาได้

โอรสแฝดนั้นคนหนึ่งคือ อิฟฟิคลีส เป็นโอรสของ แอมฟริไทรอน ส่วนอีกคนหนึ่งคือ เฮรากลิส เป็นโอรสของมหาเทพซูส ยูโรปา

นางยูโรปาเป็นธิดาท้าวอจีนอร์ (Agenor) กรุงฟินีเซีย ซึ่งเป็นบุตรของเทพโปเซดอนกับนางลิเบีย นอกจากยูโรปาแล้ว ท้าวอจีนอร์ยังมีบุตรอีก 3 คน มีนามตามลำดับว่า แคดมัส ฟินิกซ์ และซิลิกซ์

วันหนึ่งยูโรปากับบริวารสาวๆ ไปเที่ยวเก็บดอกไม้อยู่ริมทะเล บังเอิญซูสมองเห็นเข้าก็อยากได้เป็นชายา ซูสจึงแปลงร่างเป็นโคเผือกลักษณะพ่วงพีตัวหนึ่งเดินเยื้องกรายมาหลอกล่อยูโรปา ยูโรปาเห็นโคเผือกนั้นดูเชื่องจึงเดินเข้าไปลูบหลังลูบไหล่ ฝ่ายโคเผือกก็ทำเป็นคู้เข่าเชิญชวนให้ยูโรปาขึ้นขี่หลัง พอยูโรปาขึ้นขี่หลังโคนั้นก็เผ่นโผนโจนทะยานออกสู่ทะเลในทันที

โคเผือกแปลงวิ่งตะบึงบนผิวน้ำ พายูโรปาไปเกาะครีต

ซูสอยู่กับยูโรปาชายาน้อยบนเกาะครีตจนมีโอรสด้วยกัน 3 องค์ ชื่อ แรดดะแมนทัส ไมนอส และซาร์พีดอน ซึ่งต่อมาไมนอสได้ปกครองเกาะกรีต ส่วนซาร์พีดอนเสียชีวิตในสงครามกรุงทรอย

เมื่อสิ้นชีวิตแล้วท้าวไมนอสกับแรดดะแมนทัสได้ไปทำหน้าที่เป็นตุลาการอยู่ในยมโลก ซีมิลี

เรื่องราวของนางซีมิลีนั้นต่อเนื่องจากเรื่องราวของยูโรปา คือ

เมื่อยูโรปาหายตัวไป ท้าวอจีนอร์ก็ให้โอรสทั้งสาม คือ แคดมัส ฟินิกซ์ และซิลิกซ์ ออกติดตามหายูโรปาโดยสั่งว่าถ้าไม่พบก็ไม่ต้องกลับมา โดยงานนี้พระมารดาของทั้งสามก็ขอติดตามไปด้วย

ทั้งสี่คนออกติดตามหายูโรปา แต่ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไรก็ไม่มีแม้แต่ข่าวคราว

ฟินิกส์เป็นคนแรกที่หมดความพยายาม พอพบถิ่นฐานที่อุดมสมบูรณ์ก็หยุดตั้งหลักปักฐาน

ซิลิกซ์เป็นคนที่สองที่เลิกตามหายูโรปา และหยุดตั้งหลักในที่สมบูรณ์อีกแห่งหนึ่ง

ต่อมาพระมารดาก็หมดแรงตามต่อไปไม่ไหว และได้สั่งให้แคดมัสออกติดตามต่อไปก่อนที่พระนางจะสิ้นใจ

แคดมัสติดตามหายูโรปาต่อไป จนวันหนึ่งเขาก็มาถึงวิหารเดลฟี ซึ่งเป็นที่บูชาเทพอพอลลอน แคดมัสได้เสี่ยงทายกับเทพอพอลลอน แต่คำทำนายที่ได้ไม่ทำให้แคดมัสได้รับความกระจ่างแต่อย่างใด เพราะคำทำนายนั้นบอกว่าให้แคดมัสเดินตามโคตัวหนึ่งไป เมื่อโคหยุดก็ให้แคดมัสตั้งบ้านเมืองที่นั่น

แคดมัสทำตามคำพยากรณ์นั้น เขาได้สร้างเมืองขึ้นชื่อว่า ธีบส์ และซูสมหาเทพได้ประทานนางเฮอร์ไมโอนี ธิดาของเทพแอรีสกับอโฟรไดทีมาให้เป็นชายา

แคดมัสกับเฮอร์ไมโอนี มีธิดา 4 คน คือ ซีมิลี ไอโน ออโทโนอี และอเกวี

ซีมิลีนั้นมีความสวยงามต้องตามหาเทพซูส จนซูสลักลอบหนีพระนางฮีราแปลงร่างเป็นมนุษย์มาได้นางเป็นชายาอยู่บ่อยๆ แต่ความลับไม่มีในโลก ในที่สุดพระนางฮีราก็รู้เรื่องจนได้

พระนางฮีราได้แปลงองค์เป็นพี่เลี้ยงชราของซีมิลี และแกล้งซักถามซีมิลีว่าคนรักของนางเป็นใคร ซึ่งซีมิลีก็ตอบด้วยความซื่อว่าเป็นมหาเทพซูส

พระนางฮีราจึงยุให้นางซีมิลีขอดูองค์มหาเทพในร่างจริง และบอกว่าก่อนขอต้องให้มหาเทพสาบานกับแม่น้ำสติกซ์เสียก่อน

นางซีมิลีหลงเชื่อคำยุ เมื่อเจอหน้ามหาเทพจึงเอ่ยปากขอให้ซูสสาบานกับแม่น้ำสติกซ์ว่าพระองค์จะประทานสิ่งที่นางขออย่างหนึ่ง ซึ่งมหาเทพก็สาบาน จากนั้นนางซีมินีก็ขอดูร่างพระสวามีในร่างเทพ

มหาเทพซูสตกใจด้วยรู้ว่าหากพระองค์ปรากฎในร่างมหาเทพ นางซีมิลีจะทนรัศมีของพระองค์ไม่ได้และจะมอดไหม้เป็นจุนไป แต่เมื่อสาบานกับแม่น้ำสติกซ์แล้วมหาเทพก็ไม่อาจทวนคำสาบานได้

มหาเทพจำเป็นต้องปรากฎองค์ในร่างเทพ ซึ่งนางซีมิลีทนรัศมีของมหาเทพไม่ได้ก็มอดไหม้ตายไป และวิญญานก็ลงไปอยู่ยมโลก

ในขณะนั้น นางซีมิลีกำลังตั้งครรภ์อยู่ แม้จะช่วยนางซิมิลีไม่ได้ แต่มหาเทพซูสก็ช่วยทารกในครรภ์ได้โดยคว้าเอาทารกนั้นมาเก็บไว้ในเข่าของตนเอง ภายหลังทารกนี้ได้คลอดออกมาชื่อว่าไดโอนิซัส และเทพเฮอร์เมสได้รับเอาไดโอนิซัสนี้ไปให้นางอัปสรที่ทุ่งนีสาเลี้ยงไว้

ไดโอนิซัสเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทพ แต่หนักไปทางเทพมากกว่าจึงมีความเป็นอมตะดั่งเทพ แต่ก็ชอบเดินทางท่องเที่ยวบนผืนแผ่นดินดังเช่นมนุษย์

ไดโอนิซัสเป็นเทพแห่งเหล้าองุ่น และเป็นที่ยอมรับของพระนางฮีรา เพราะเมื่อครั้งเฮฟิสทัสทำเก้าอี้กลจับพระนางมัดติดเก้าอี้ไว้ เทพเฮอร์เมสไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่สำเร็จ พอไดโอนิซัสไปเกลี้ยกล่อมบ้าง เฮฟิสทัสก็ยินยอมปล่อยพระมารดา ตั้งแต่นั้นพระนางฮีราจึงยอมรับไดโอนิซัส

เนื่องจากไดโอนิซัสมีเชื้อสายมนุษย์ด้วย เมื่อครั้งต้องต่อสู้กับไทแทน ไดโอนิซัสก็ถูกจับฉีกร่างจนเสียชีวิต วิญญานไดโอนิซัสล่องลอยลงไปในยมโลกและได้พบกับนางซิมิลีมารดา

ไดโอนิซัสจะพาซิมิลีขึ้นสวรรค์ แต่เทพฮาเดสไม่ยอม ทั้งสองจึงเถียงกันว่าใครจะเหนือกว่าใคร ไดโอนิซัสบอกว่าตนเองเหนือกว่าเพราะตายได้ดั่งมนุษย์ แต่ฟื้นได้เพราะเป็นอมตะแบบเทพ เทพฮาเดสยอมแพ้ จึงยอมให้ไดโอนิซัสพามารดากลับไปได้

ไดโอนิซัสจึงพานางซิมิลีขึ้นไปอยู่บนโอลิมปัส จึงนับว่านางเป็นเพียงมนุษย์หนึ่งเดียวที่เป็นอมตะ และอยู่บนโอลิมปัสเช่นเดียวกับเหล่าเทพ ไอโอ

ไอโอ เป็นธิดาของท้าวอินนะคัสเจ้าเมืองอาร์กอสโอรสของเทพไทแทนโอเชียนัสกับเทวีธีทิส เมื่อโตขึ้นไอโอได้ทำหน้าที่เป็นผู้ทำพิธีบวงสรวงเทพีฮีรา

ซูสเห็นความงามของไอโอก็ลอบมาได้นางเป็นชายา และเพื่อปกปิดให้รอดพ้นสายตาของพระนางฮีรา เวลาที่ซูสมาหาไอโอพระองค์ก็จะเนรมิตเมฆหมอกปกคลุมเอาไว้

แต่ความลับนี้ไม่สามารถเก็บไว้ได้ตลอด เพราะวันหนึ่งพระนางฮีราได้แอบติดตามซูสมาและเกิดสงสัยเมฆหมอกเนรมิตนั้น พระนางจึงใช้ฤทธิ์ขับไล่เมฆหมอกให้จางหายไป

ซูสต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการแปลงร่างไอโอให้กลายเป็นโคและบอกพระนางฮีราว่าพระองค์เนรมิตโคนี้ขึ้นเองจากก้อนดิน ซึ่งพระนางฮีรารู้ทันจึงเอ่ยปากขอโคจากพระสวามี ซูสจึงต้องจำใจมอบโคให้พระนางฮีราเพราะเกรงว่าความลับจะแตก

พระนางฮีราได้นำโคแปลงนั้นไปให้อาร์กัสผู้มีตาร้อยดวงเฝ้าไว้ป้องกันซูสมาพานางกลับไป แต่ซูสก็คิดหาทางแก้ไขได้โดยการให้เฮอร์เมสไปกำจัดอาร์กัสเสีย

เฮอร์เมสจำแลงกายเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ไปเป่าปี่ต้นอ้อและเล่านิทานให้อาร์กัสฟัง ซึ่งอาร์กัสก็เกิดความเคลิบเคลิ้มเผลอหลับไป เฮอร์เมสจึงฆ่าอาร์กัสตายและปลดปล่อยไอโอได้สำเร็จ พระนางฮีราจึงได้นำดวงตาของอาร์กัสไปติดไว้ที่หางนกยูงจนทำให้หางนกยุ.มีลวดลายรูปดวงตาจนถึงทุกวันนี้

เคราะห์กรรมของไอโอยังไม่สิ้น เพราะพระนางฮีราได้ร่ายมนต์ป้องกันไม่ให้นางคืนร่างเป็นมนุษย์ แถมยังส่งเหลือบมากัดไอโอในร่างโคให้ทรมานอีกด้วย

ไอโอกระเซอะกระเซิงไปทั่ว ทั้งแถบทะเลไอโอเนีย ที่ราบอิลลิเรีย เขาฮีนัส ข้ามช่องแคบบอสฟอรัส

วันหนึ่งไอโอขึ้นไปถึงยอดเขาคอเคซัส ได้พบกับเทพโปรมิธิอุสที่ถูกซูสลงโทษจองจำอยู่บนหน้าผาเพราะเหตุขโมยไฟจากสวรรค์มาให้มนุษย์ใช้ โปรมิธิอุสได้ช่วยทำนายว่าไอโอจะคืนร่างเป็นมนุษย์ได้เมื่อเดินทางถึงแม่น้ำไนล์ ไอโอจึงดั้นด้นเดินทางต่อไปจนถึงแม่น้ำไนล์

ขณะเดียวกัน ซูสก็อ้อนวอนง้องอนเทพีฮีราจนพระนางใจอ่อนยอมคลายมนต์ให้ ไอโอจึงได้คืนร่างกลับเป็นคนที่แม่น้ำไนล์นั่นเอง

ณ ที่นั้น ไอโอได้ให้กำเนิดโอรสชื่อ เอพาฟัส ซึ่งต่อมาได้ตั้งนครที่มีชื่อเสียงในอียิปต์ ชื่อว่า นครเมมฟิส และเชื้อสายรุ่นที่ 11 ของเอพาฟัสคนหนึ่งเป็นวีรบุรุษคนสำคัญ ชื่อว่า เฮรากลิส ได้กลับมาช่วยปลดปล่อยโปรมิธิอุสให้เป็นอิสระได้ ไดโอนี

ไดโอนี เป็นธิดาของเอปิธิอุส เป็นชายาอีกองค์หนึ่งของซูส

ตำนานของไดโอนีค่อนข้างสับสน ชาวกรีกโบราณนับถือว่าไดโอนีเป็นมเหสีของซูสก่อนที่พระนางฮีราจะได้ตำแหน่งนี้ไปครองแทนในภายหลัง

และบางตำนานก็ว่าเทพีอโฟรไดทีนั้นเป็นธิดาของซูสกับไดโอนีด้วย ซิลีน

ซิลีนเป็นธิดาของเทพไทแทนไฮเพอร์เรียนกับเธีย เป็นเทพธิดาดูแลวิถีโคจรของดวงจันทร์ เป็นเทพธิดาที่ได้ชื่อเรื่องรักๆ ใคร่ๆ

ซิลีนเป็นชู้รักองค์หนึ่งของซูส แต่ชู้รักที่ซิลีนรักมากที่สุดนั้นคือ เอนดีเมียน หนุ่มเลี้ยงแกะ ซิลีนถึงขนาดขอพรจากซูสเพื่อบันดาลให้เอนดิเมียนนอนหลับไปตลอดกาลเพื่อจะได้ไม่แก่ไม่ตาย และนางก็ลงมาหาเขาได้ทุกค่ำคืน

แต่บางตำนานกล่าวถึงความรักกับหนุ่มเลี้ยงแกะแอนดีเมียนนี้ว่าเป็นเทพีอาร์ทีมิส ไม่ใช่ซิลีน ตำนานนี้ค่อนข้างสับสนเนื่องจากทั้งซิลีนและอาร์ทีมิสต่างก็เป็นเทพีแห่งจันทราเหมือนกัน เพียงแต่คนละยุคกันเท่านั้น คัลลิสโต

คัลลิสโต เป็นนางอัปสรบริวารคนสนิทของเทพีอาร์ทีมิส เธอดำรงความเป็นสาวบริสุทธิ์เหมือนเทพีอาร์ทีมิส และชอบล่าสัตว์เหมือนเทพีอาร์ทีมิส เมื่อซูสเกิดต้องตาคัลลิสโตเข้า พระองค์จึงต้องใช้อุบายแปลงร่างเป็นอาร์ทีมิสเข้าไปหานาง และได้นางเป็นชายา

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คัลลิสโตก็พยายามปกปิดไม่ให้เทพีอาร์ทีมิสรู้ แต่วันหนึ่งขณะที่อาบน้ำด้วยกันเทพีอาร์ทีมิสเห็นท้องของคัลลิสโตก็รู้ว่านางสูญเสียความบริสุทธิ์ไปแล้ว เทพีอาร์ทีมิสจึงเนรเทศนางออกไป

คัลลิสโตให้กำเนิดโอรสตามลำพัง ขณะนั้นพระนางฮีราที่คอยทีอยู่เมื่อเห็นว่าคัลลิสโตอยู่ตามลำพังก็ลงมาสาบนางให้เป็นหมี

ส่วนโอรสของคัลลิสโตนั้นเทพเฮอร์เมสได้พาไปให้นางไมอา มารดาของพระองค์ช่วยเลี้ยงดู โอรสองค์นั้นชื่อว่าอาร์คัส ซึ่งแปลว่าหมี และเมื่อโตขึ้นอาร์คัสก็ได้เป็นนายพรานตามรอยมารดาของตน

ต่อมาวันหนึ่งอาร์คัสเข้าป่าล่าสัตว์ นางคัลลิสโตเห็นบุตรของตนเองก็จำได้จึงเข้ามาหา อาร์คัสตกใจจึงใช้หอกแทงคัลลิสโตในร่างของหมีตาย ซูสจึงบันดาลให้คัลลิสโตกลายเป็นกลุ่มดาวหมีใหญ่อยู่บนฟ้า และให้อาร์คัสบุตรชายกลายเป็นดาวหมีเล็กอยู่เคียงข้างกัน

พระนางฮีรานั้นยังไม่หายโกรธชายาน้อยองค์นี้ของซูส พระนางจึงได้ให้ทีธิสช่วยลงโทษสองแม่ลูกที่ตอนนี้กลายเป็นดาวบนฟ้าไปแล้วให้ด้วย ซึ่งทีธิสก็บันดาลให้ดาวหมีใหม่และหมีเล็กลอยอยู่บนฟ้าตลอดเวลา ไม่มีโอกาสลงมาพักบนโลกตลอดกาล และนี่เองที่เป็นสาเหตุให้กลุ่มดาวหมีใหญ่และดาวหมีเล็กต้องลอยล่องอยู่บนฟ้าตลอดปี ไม่มีช่วงเวลาที่ลับขอบฟ้าเหมือนดาวดวงอื่นๆ ลีดา

นางลีดาเป็นธิดาของเจ้าเมืองเธสพิอัส และเป็นมเหสีของท้าวทินดาริอุส เจ้าผู้ครองนครสปาร์ต้า

วันหนึ่งหลังจากตั้งครรภ์กับท้าวทินดาริอุสได้ไม่กี่วัน นางลีดาก็ลงไปอาบน้ำในแม่น้ำยุโรทาส และบังเอิญที่มหาเทพซูสมองลงมาเห็นเธอเข้า และเกิดอาการเจ้าชู้กำเริบ

ซูสวางแผนแปลงร่างเป็นหงส์บินหนีนกอินทรีโผไปซบอกนางลีดา นางลีดาก็โอบกอดหงส์แปลงนั้นและขับไล่นกอินทรีไป ซึ่งก็เป็นไปตามแผนของซูส

ซูสจึงได้นางลีดาเป็นชายา

เมื่อครบกำหนดคลอด ลีดาก็ให้กำเนิดไข่สองฟอง ฟองหนึ่งแตกออกมาเป็นหญิงชายแฝด หญิงชื่อ ไคลเทมเนสตรา และชายชื่อ คาสเตอร์ ทารกคู่นี้เป็นโอรสธิดาของท้าวทินดาริอุส

ไข่อีกฟองหนึ่งแตกออกมาก็เป็นหญิงชายแฝดเช่นกัน หญิงชื่อ เฮเลน ส่วนชายชื่อ พอลลักซ์ ทารกคู่นี้เป็นโอรสและธิดาของมหาเทพซูส

เฮเลนนี้เป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งต่อมาเป็นต้นเหตุให้เกิดมหาสงครามแห่งกรุงทรอย เลเมีย

เลเมีย (Lamia) เป็นธิดาของโปไซดอนกับนางไลบี เป็นชายาที่ซูสหลงรักมากคนหนึ่ง

เมื่อพระนางฮีรารู้ว่าซูสมาได้นางเป็นชายา พระนางก็ได้ตามมาฆ่าลูกของเลเมียจนตาย และสาบให้เลเมียกลายเป็นปีศาจ มีหน้าและนมเป็นผู้หญิง ส่วนร่างกายเป็นงู และต้องทนทุกข์ทรมานเนื่องจากถูกสาบให้ไม่สามารถหลับตาได้

ด้วยความสงสาร ซูสจึงให้พรให้เลเมียสามารถถอดและใส่ดวงตาได้ตามที่ต้องการ

เลเมียที่น่าสงสารกลายเป็นปิศาจร้ายที่คอยลักพาเด็กไปกิน เนื่องจากความพยาบาทที่ลูกของนางถูกฆ่าตายนั่นเอง ดาเน่

ดาเน่ เป็นราชธิดาของกษัตริย์ อกริเซียส แห่งนครอาร์กอส

กษัตริย์อกริเซียสนั้นไม่มีโอรส จึงได้ไปขอคำพยากรณ์จากวิหารเทพอพอลลอน คำพยากรณ์ที่ได้บอกว่าพระองค์จะถูกโอรสของนางดาเน่ราชธิดาฆ่าตาย พระองค์จึงขังนางดาเน่ไว้บนยอดหอคอยทองเหลืองเพื่อป้องกันไม่ให้ราชธิดาสาวสวยได้พบกับชายหนุ่มคนใด

แต่การอยู่บนหอคอยสูงกลับทำให้ความสวยงามของเจ้าหญิงดาเน่ไปเตะตามหาเทพซูสเข้า พระองค์จึงเสด็จลงมาหาและได้นางเป็นชายา

วันหนึ่งเจ้าหญิงดาเน่ก็ประสูติโอรสนามว่า เพอร์ซูส เสียงร้องของทารกดังจากยอดหอคอยไปถึงท้าวอกริเซียส ท้าวอกริเซียสไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะคนหนึ่งก็ลูกคนหนึ่งก็หลาน ก็เลยจับสองแม่ลูกลอยทะเลไป

แพน้อยลอยทะเลไปเกยหาดที่เกาะเซอริฟัส และท้าวโพลิเดคทิส เจ้าเกาะนั้นก็รับสองแม่ลูกให้อยู่อาศัยด้วย

ท้าวโพลิเดคทิสนั้นอยากได้นางดาเน่เป็นชายา แต่นางดาเน่ก็บ่ายเบี่ยงเรื่อยมาจนเพอร์ซูสเติบโตเป็นหนุ่มใหญ่ ท้าวโพลิเดคทิสเห็นว่าเพอร์ซูสจะเป็นคนขัดขวางไม่ให้พระองค์สมหวังในตัวนางดาเน่ จึงออกอุบายให้เพอร์ซูสไปตัดหัวเมดูซ่ามาถวาย

เพอร์ซูสไปฆ่าและตัดหัวเมดูซ่ากลับมาได้ และได้ภรรยาชื่อ อันโดรเมดา กลับมาด้วย เขาเอาหัวเมดูซ่าให้ท้าวโพลิเดคทิสดู ท้าวโพลิเดคทิสจึงกลายเป็นหินไป

จากนั้นเพอร์ซูสก็พานางดาเน่กลับบ้านเมือง ซึ่งพอท้าวอกริเซียสรู้ว่าลูกสาวกับหลานชายเดินทางกลับเมืองก็กลัวว่าคำทำนายจะเป็นจริง จึงแอบเดินทางไปหลบที่กรุงลาริสสา

และที่กรุงลาลิสสานั้นเองได้มีงานจัดงานแข่งขันกีฬากันอยู่ เพอร์ซูสผ่านมาก็แวะเข้าร่วมแข่งขันกีฬากับเขาด้วย กีฬาที่เพอร์ซูสเข้าร่วมแข่งขันคือขว้างจักร

ด้วยพละกำลังมหาศาลของเพอร์ซูส จักรที่เขาขว้างลอยละลิ่วไปตกบนอัฒจันทร์คนดู และถูกศีรษะของชายชราผู้หนึ่งถึงแก่ความตาย

ชายชราผู้นั้นคือท้าวอกริเซียส เอคโค

เอคโค (Echo) เป็นนางไม้ที่ไม่ได้เป็นชายาของซูส แต่โดนลูกหลงความขี้หึงจากพระนางฮีรา เนื่องจากมื่อพระนางฮีราตามหาสวามีจอมเจ้าชู้บนโลกมนุษย์ นางเอคโคได้เข้ามาพูดนอกเรื่องนอกราวเสียยืดยาวจนพระนางฮีราตามพระสวามีไม่ทัน พระนางจึงสาบให้เอคโคพูดเองไม่ได้ ได้แค่พูดทวนคำพูดของคนอื่นเท่านั้น

โปรดติดตามตอนต่อไป.....

ที่มา : หนังสือ ตำนานเทพกรีก และ

http://angkarn.siamtapco.com/home/home.htm มีเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมะมากมาย ลองเข้าไปดูได้คะ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน