• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 914286
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันจันทร์ ที่ 20 กันยายน 2553
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 1601 , 23:38:49 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน กระเจี๊ยบ โหวตเรื่องนี้


เฮราคลิอุส กษัตริย์แห่งคริสตจักรโรมันตะวันออก มหาอำนาจในยุคของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด ประกาศศาสนาอิสลามในอารเบีย

 ภาระกิจศาสดามูฮัมหมัดที่ต้องเผยแผ่ศาสนา สู่ชาติมหาอำนาจของโลกในยุคนั้น

   .         มาถึง ณ.เวลานี้นับตั้งแต่มีการสร้างโลก ตามที่ฉันดำเนินเรื่องมา มีมนุษย์ ที่หลากความคิด มีนบี(ศาสนทูต)ของพระเจ้ามาสอนมนุษย์ไม่เคยขาดสาย ศาสดามูฮัมหมัดกล่าวว่า ก่อนที่จะมาถึงพระองค์นั้น มีนบีหรือศาสดาของพระเจ้ามาสู่โลกแล้วโดยประมาณ 124,000 องค์ นับจาก นบีอาดัม ผ่านคนหลักๆที่มีชื่อในคัมภีร์ มีประวัติศาสตร์ประกอบยุคของแต่ละนบี เช่น ประมาณ5,000 ปี ที่แล้วเกิดนบีที่ยิ่งใหญ่ขึ้นต่อจากหลายองค์ก่อนหน้านั้น นั่นก็คือ นบี(ศาสนทูต) อิบรอฮีม(อับราฮัม) มีอาณาจักร เมโสโปเตเมีย เป็นฉากประกอบของมหาอำนาจ ต่อมาสมัย อาณาจักรแรกที่พระเจ้าทรงสร้างให้มนุษย์ คืออาณาจักรยูดาห์(ยิว)เพื่อให้แก่ชาวอิสราเอลปกครองตามกฎหมายของพระเจ้า และเผยแผ่ศาสนาของพระองค์ ก็มี บาบิโลน เปอร์เชีย กรีกเป็นมหาอำนาจ เป็นฉากประกอบ ประเทศยูดาห์รุ่งโรจน์ตกต่ำเป็นแบบอย่าง ทั้งดีและเลวผ่านศาสดา ผู้คนและสงครามอย่างมากมายเพื่อรักษาสัจธรรมของพระเจ้าให้เด่นชัดต่อมาตามที่ฉันได้เล่าไปแล้ว

                         จนมาถึงยุค นบีอีซา(พระเยซู) มหาอำนาจก็เป็นโรมัน ซึ่งเอาชนะกรีกได้สำเร็จต่อมาอาณาจักรนี้ก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์ ศาสนาคริสต์ก็เจริญรุ่งเรื่องกลายเป็นศาสนาของอาณาจักรโรมันไป แล้วไม่นานนักเปอร์เชียก็ชนะโรมันในช่วงสั้นๆ หลังจากยุคพระเยซูหรือนบีอีซาแล้ว ว่างเว้นไว้ประมาณ 500ปี ไม่มีนบี(ศาสนทูต)ของพระเจ้าอีกเลยแม้แต่ในเชื้อสายยิว

                     ในช่วงที่คริสตจักรโรมันตะวันออกเรืองอำนาจหลังจากที่เอาชนะเปอร์เชียได้อีกครั้งนี้ มูฮัมหมัดชาวอาหรับผู้อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้นี้ ได้กล่าวว่าพระเจ้าได้แต่งตั้งตัวท่านให้เป็น นบีหรือศาสนทูตของพระเจ้า หรือศาสดา ผู้สืบทอดศาสนาเพื่อนำบัญญัติและคัมภีร์เล่มสุดท้ายคือคัมภีร์อัลกุรอาน อันสมบูรณ์เสร็จในเล่มเดียว อันเป็นดำรัสจากพระเจ้าผู้ทรงสร้างทุกสรรพสิ่งในสากลจักรวาล แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่มีคำพูดของมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง  มาสู่มนุษยชาติ ใช้เป็นสรณะธรรมนูญกฎหมายทั้งตอนมีชีวิตและหลังตาย  เป็นหลักการพิพากษามนุษย์ ไปจนวันสิ้นโลก จะไม่มีเรื่องใหม่เกี่ยวกับศาสนาของพระเจ้าอีกแล้ว เพราะศาสนาของพระเจ้าที่สัญญาว่าจะประทานให้มนุษย์นั้นได้สมบูรณ์ครบถ้วนแล้ว

.                  ที่ฉันยกมานั้นดูมันเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่แก่ชาวโลกจริงๆ น้องไลลาคิดเช่นนั้นไม๊ แต่เรากลับมามองภาพ ความเป็นจริงของท่านนบีมูฮัมหมัดหลังการทำสัญญา อัลฮุดัยบียะฮ์ ซิ ยังเป็นแค่เรื่องการทำสัญญาระหว่างเผ่าในทะเลทรายอารเบียอันห่างไกล อารเบียเป็นดินแดนที่มหาอำนาจทั้งเปอร์เซีย และโรมัน ไม่สนใจนัก ศาสดาจากอารเบียกับศาสนาใหม่ที่เรียกว่าอิสลาม ที่ผ่านโดยการสื่อด้วยภาษาอาหรับ จากอารเบีย ซึ่งเป็นดินแดนไม่อยู่ในความยิ่งใหญ่ใดๆในเรื่องศาสนาหรือประวัติศาสตร์แห่งอาณาจักรเรืองอำนาจมาก่อนเลยในโลกของมหาอำนาจ เช่น โรมัน ที่ยึดกรีกเป็นแบบอย่างอันยิ่งใหญ่ทั้งภาษาศาสนาและความรู้วิชาการ ส่วนเปอร์เชีย ก็มีภาษาปาซีร์ อันยิ่งใหญ่ที่ศาสนาโซโรอัสเตอร์ใช้ถ่ายทอด และอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมายาวนาน










อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
musachiza วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 18.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ขอบคุณคุณ driftworm ครับที่กลับมาอ่าน
พร้อมทั้งเกร็ดเรื่องราวการกำเนิดมนุษย์
ในแบบชาวพุทธ ขอโทษกับศัพย์บางศัพท์
ที่เขียนไม่ถูกต้อง เช่น จักรวาล(ผมเขียนเป็นวาร"
และอีกหลายคำที่อาจผิดไว้ล่วงหน้าด้วยหากมีการพูดคุยกันอีก


หวัดดีครับ ศิษย์น้อง
กลับมาแล้วนะครับ หลังจากที่ให้ผม
เินทางล่วงหน้ามาไกล

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีฮะศิษย์พี่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
driftworm วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

[ผมก็เคยอ่านกำเนิดมนุษย์ในแบบพระพุทธศาสนาอยู่เหมือนกัน นานมากแล้ว
แต่ก็อธิบายในเชิง วัฏจักรอยู่ดี โดยไม่กล่าวถึงจุดเริ่ม แต่กล่าวถึงการล่มสลายของจักรวาร
มนุษย์หมดพัน แล้วเทพก็ลงมายังโลกเมื่อโลกเย็น มีเรื่อง กายทิพย์สู่กายหยาบ
กินง่วนดิน ดอกบัว เริ่มแบ่งเพศ ฯลฯ จำได้นิดหน่อยครับแต่ไม่รู้ตรงกันหรือเปล่า]

เป็นพระสูตร (เรื่องที่ร้อยเรียงเรื่องหนึ่งๆในกรอบหัวข้อหนึ่งๆ) สูตรหนึ่งชื่อ อัคคัญญสูตร
แต่มีสูตรชื่อเดียวกันนี้อยู่สามสูตร เพราะคำว่าอัคคัญญ คล้ายจะหมายความว่าตัวมูลการณ์,
ตัวต้น ทำนองเดียวกับ เยเนสิศ ทีนี้ที่มีสามสูตร ก็แล้วแต่ว่าจะพูดถึงตัวต้นของกำเนิดโลก,
ตัวต้นของกำเนิดวงจรปฏิจจสมุปบาท, ....

เพราะพุทธศาสนากล่าวถึงสัตว์ มีสภาพความเป็นสัตว์มากมายหลายแบบ เห็นได้ก็มี ไม่เห็น
ได้ด้วยตาเนื้อก็มี ที่บริโภคอาหารเป็นคำๆอย่างมนุษย์ก็มี ที่เสพย์ความระลึก(สัญญา)เป็น
อาหารหล่อเลี้ยงให้มีให้เป็นก็มี อาภัสสะระพรหมอยู่ในสัตว์พวกหลังนี้ มีความปิติเป็น
อาหารยังให้ดำรงสภาพอายุขัย
กล่าวถึงเมื่อโลกวิบัติไปหมด แต่มนุษย์ก่อนหน้าวิบัติมีที่อยู่ศีลในธรรมมาก จึงไปเกิดเป็น
อาภัสสะระพรหมมาก
เมื่อโลกดำเนินไปจนเย็นตัวลง ธาตุที่ทับถม เทถ่ายจนหยุดความอลหม่านแล้ว เกิดไคลขึ้น
ที่ผิวหน้าเหมือนเช่น ฝานมเดือดในหม้อ อาภัสสะระพรหมเกิด ดำริ ว่าจะลองชิมดู คำว่า
ดำริ เป็นคุณสมบัติหนึ่งของจิต เปรียบเสมือนกระสวนตรรกในไมโครโพรเซ้สเซ่อร์ เดิมก็
นิ่งอยู่ แต่มีการเคลื่อนเพราะมี “กระสวนที่เป็นเงื่อนไข” ป้อนเข้าไปให้กระทำการ เมื่อกิน
ง้วนดินมากเข้าก็ติดใจไม่ยอมเลิก ผิวกายและร่างหยาบอันประกอบจากธาตุของโลกก็เริ่ม
ประกอบกัน(form)ขึ้น

หากเปรียบความติด และอยาก ที่กินง้วนดินไม่เลิก ก็ว่าเป็นกิเลส แล้วเมื่อพิจารณาร่วมกับ
คำสอนในศาสนาที่ใกล้เคียงคืออิสลามและคริสต์ ก็คือการกระทำอันพระเจ้าตรัสห้าม

ในการสนทนาเนื่องด้วยศรัทธาทางศาสนา ผมไม่มีความคิดที่จะหักล้างความเชื่อ หรือ
เปรียบเทียบความดีเด่นกว่ากัน ว่าไปแล้วความคิดเช่นนั้นเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง ที่จะขวาง
การเข้าถึงบรมธรรม (ขวาง รากศัพท์บาลีว่า มาร นี่เองแหละ)
.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
musachiza วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ขอบคุณกับการทักท้วงเรื่องภาษา ปาร์ซีครับ
ภาษา ปาร์ซี ก็คือภาษา เปอร์เชีย อันเก่า
แก่ของอีหร่านนี่แหละครับ ทุกวันนี้ อิหร่านยัง
ใช้ภาษานี้กันอยู่ครับ
โดยที่อิหร่านนั้นนับถือนิกายชีอะฮ์ ตำราที่เกี่ยวกับ
ศาสนาอิสลามของเขาก็เลยมีเขียนเป็นปาร์ซีด้วย
เช่นเดียวกับปัตตานี เคยรุ่งเรืองมากในวิชาการอิสลาม
สาย ซุนนี(ซุนนะฮ์)ก็เลยมีตำราวิชาการอิสลาม
เป็นภาษายาวี อย่างแพร่หลายใยอดีต จนทั่วทั้ง
แหลมมาลายูต่างก็เดินทางมาเรียนศาสนาที่ปัตตานี
ซึ่งถ่ายทอดถ้วยภาษายาวี กับอาหรับคู่กัน
แต่ปัจจุบันทุกอย่างในเรื่องนี้ถูกทำลายไปหมดแล้ว
เหลือเพียงอดีตแห่งเมืองวิชาการอิสลามเท่านั้น

ขอบคุณครับที่แวะมาสนทนากับผม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
musachiza วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

“เรื่องที่ว่า เป็นพระดำรัสของพระเจ้า ผมเชื่อว่าเป็น"ความตระหนักรู้อยู่ข้างใน"
บางบทพูดในเรื่องเล่าต่อกันมาใช้คำว่า "ดลใจ" "เสด็จมาสู่ที่ใจ"
เป็นเรื่องต้องตีความ
หรือบางทีอาจไม่ใช่เลย แต่เป็นเรื่องต้องเรียนรู้ ฝึกเข้าถึงการประจักษ์มากกว่า”

คำว่าคัมภีร์นั้น หากมาประเมินจากข้อความที่คุณพูดนี้
ผมคิดว่าคุณ มีความรู้ความเข้าใจและผ่านเรื่องศาสนา
พุทธและคริสต์พอสมควร รวมทั้งได้อ่านต้นฉบับของคัมภีร์เก่าและใหม่ของยิวและคริสต์
รวมทั้งพระไตรปิฎก มาอย่างที่ผมคงคาดไม่ถึง ในทัศนะของผมก็คงมองเช่นเดียวกับคุณ
แม้ผมจะอ่านคัมภีร์ที่กล่าวมานี้น้อยกว่าคุณ ว่าน่าจะเป็นอย่างที่คุณว่า หากเราเอาข้อมูล
ประวัติศาสตร์รวมๆ เหตุการณ์ต่างๆในการบันทึก และสถานการณ์ของผู้บันทึก สำนวนในแต่ละบท รวมทั้งภาคขยายต่างๆ ในเชิง อรรถกถา ด้วยเจตนาดีอันอยากให้คนเข้าใจ
ตรงข้อความที่ผู้บันทึกตีความ(ในบางครั้งบางบท)
รูปแบบนั้นเป็นเสมือนเรื่องเล่า ที่บุคคลที่สามกล่าวถึงเรื่องราวของบุคคลที่สอง กล่าวถึง
เรื่องพระเจ้า หรือชายที่กระทำการบรรลุในความรู้หนึ่งหรือศาสดาได้นำมาสั่งสอน
แต่อัลกุรอานนั้น ต่างกันตรงที่ ทุกคำพูดนั้นถูกถ่ายทอดโดย ท่านนบี
(ศาสดา,ศาสนทูต)มูฮัมหมัดเอง รวมทั้งการรวบรวมเรียงลำดับทุกโองการ
และตรวจทานด้วยพระองค์เอง ซึ่งสาวกนั้นท่องจำทุกโองการได้เช่นเดียวกับท่านก่อนการรวบรวม
จึงไม่มีเรื่องคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องคัมภีร์อัลกุรอาน ที่ถูกถ่ายทอดทุกคำ ถอดจากปากนบี
ทุกครั้งที่มีโองการมานั้น ท่านนบีจะบอกสาวกทุกคนให้ท่องจำถ่ายทอดและ
จดบันทึกไว้บนวัสดุเท่าที่หาได้อย่างชัดเจน อัลกุรอานจึงชัดเจนว่ามาจากนบีทุกคำ
(อันนี้เราศรัทธาว่าท่าน นบีไม่โกหกนะเช่นเดียวกับที่ชาวพุทธหรือคริสต์เชื่อและศรัทธาว่า
พระพุทธเจ้าและพระเยซูไม่โกหก)
สำนวนในอัลกุรอานนั้น เป็นสำนวนที่พระเจ้าเป็นบุคคลที่หนึ่ง เป็นผู้ตรัสหรือเล่าผ่านท่านนบีมูฮัมหมัดเป็นบุคคลที่สฮง สู่มนุษยชาติเป็นบุคคลที่สาม (อันนี้เป็นการใช้สำนวนและตัวบุคคลย้อนหลังกับการบันทึกของคัมภีร์ในทุกศาสนาที่ผ่านมา)
ส่วนการแปล การให้ความหมาย การตีความนั้นก็มีวิชาการแยกออกไปที่ต้องเรียนโดยละเอียดด้วยข้อมูลมากมายโดยยึดตัวบทและการกระทำของท่านนบีเป็นตัวชี้ความหมาย
ยกเว้นในบางกรณีปลีกย่อย(ไม่ใช่หลักการหลักๆ)
ดังนั้นมุสลิมทุกคนจึงเข้าถึงความหมายได้โดยมิต้องฝึกอันใดพิเศษ
มากเกินกว่าความธรรมดาของมนุษย์ที่จะเข้าใจได้โดยไม่คลางแคลงใจ
ในรอยรั่วใดๆของนาวาแห่งศรัทธาอิสลาม ในเรื่องคัมภีร์อัลกุรอาน

ผมคิดว่าผมเคยดูนะสารคดีเรื่องที่ว่ามนุษย์มาเริ่มเผ่าพันธุ์มาจากอาฟริกา
แต่ถ้าใช้ทฤษฎีเดียวกันที่ว่ามนุษย์มาจากลิง ก็มีข้อโต้แย้งเพราะเราเจอ
โครงกระดูกสิ่งคล้ายมนุษย์ที่อายุเก่าแก่กว่าอยู่ในแถวเอเชียก็มี แต่ก็ว่ากันไปหนุกดี

ผมก็เคยอ่านกำเนิดมนุษย์ในแบบพระพุทธศาสนาอยู่เหมือนกัน นานมากแล้ว
แต่ก็อธิบายในเชิง วัฏจักรอยู่ดี โดยไม่กล่าวถึงจุดเริ่ม แต่กล่าวถึงการล่มสลายของจักรวาร
มนุษย์หมดพัน แล้วเทพก็ลงมายังโลกเมื่อโลกเย็น มีเรื่อง กายทิพย์สู่กายหยาบ
กินง่วนดิน ดอกบัว เริ่มแบ่งเพศ ฯลฯ จำได้นิดหน่อยครับแต่ไม่รู้ตรงกันหรือเปล่า
เพราะ อ่านหลายครั้งมักจะจบตรงเป็นเรื่องอจินไตย ซึ่งผมก็รับฟังไว้
หากคุณเจอก็กลับมาเล่าสู่กันฟังนะครับ










ความคิดเห็นที่ 5 (0)
musachiza วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

woww..คุณdriftworm ดีใจจังที่แวะมาคุย
ที่บ้านนี้ ผมเคยคุยกับเพื่อนผมคนหนึ่งที่คนนับถือศาสนาพุทธ
ในเรื่องคัมภีร์ ก็สะสางเรื่องในการข้าวของแต่ละคนอยู่นานหลายวันหลายคืน
หากจะนับเวลา กว่าจะมาถึงตรงคำถามว่า
“คุณเชื่อในศาสดาของคุณใช่ไม๊ คุณจึงคิดว่าคัมภีร์นั้นถูกต้องทั้งหมดและมาจากพระเจ้า”
ในความเป็นมุสลิมนั้น ผมตอบอย่างไม่ลังเล เพราะอิสลามนั้นมีกฎที่ต้องศรัทธาว่า
ต้องเชื่อว่า 1 มีพระเจ้าองค์เดียว
2ต้องศรัทธาในบรรดามะลาอิกะฮ์(ทูตสวรรค์(ทหารของพระเจ้า))ว่ามีจริง
3ต้องเชื่อในบรรดาคัมภีร์ของพระเจ้า(หมายถึงต้องเชื่อว่าพระเจ้าประทานคัมภีร์มาในโลกจริง
ก่อนหน้าอัลกุรอานก็มี)
4ต้องศรัทธาในบรรดาศาสดา(นบี)ของพระเจ้าที่ถูกส่งมาทุกพระองค์
5 ต้องศรัทธาในวันสิ้นโลกว่ามีจริง
6 ต้องเชื่อว่าการกำหนดความดีและชั่วนั้น พระเจ้าเป็นผู้กำหนด

คำถามของเพื่อนผมนั้นมันรวมอยู่ในทุกหัวข้อที่บังคับมุสลิมให้ตอบว่า
“ใช่”
เป็นคำตอบรับที่ผมมิได้ลังเลเลย
เขาก็ถามกลับมาว่า
“คุณจะเชื่อได้อย่างไรว่า ศาสดาหรือนบีของคุณไม่ได้โกหก”
“............” ผมนิ่งและไม่ตอบคำถาม
เพราะผมตกใจและรู้สึกได้ว่า การสนทนาของผมกับเขาอันยาวนาน
ในหลายวาระนั้น ล่มสลายลง ณ.ตรงนี้นี่เอง
ฟ้าสว่าง ไก่ขันพอดี ผมจึงขอตัวเข้านอน
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑
แต่นั่นก็เป็นเรื่องการสนทนาที่มีความเหนื่อยล้าและสภาวะทางอารมณ์
เข้ามาเป็นส่วนประกอบเสมอ เป็นธรรมดา
อันที่จริงแล้ว คนเราทุกคนนั้น ต่างก็ต้องตัดสินใจเชื่อ ในศาสดาองค์ใด
องค์หนึ่งด้วยบริสทุธิ์ใจอยู่แล้ว จึงได้มอบความศรัทธาเป็นผู้น้อมนอบนับถือในศาสนาๆนั้น
เป็นธรรมดาของมนุษย์ที่ศรัทธายาก ที่ใจมักจะค้นหารอยรั่วของนาวาที่ตนฝากศรัทธาล่องลอยไว้
เพราะหาก มีรอยรั่วตรงศาสดา หรือคัมภีร์ ที่น่าสงสัย อันแยกกันไม่ออกระหว่าง
คำพูดของพระเจ้า คำพูดของ ศาสดา คำพูดของผู้รู้ จนถึงคนทั่วไป
ลามไปถึงคัมภีร์ ศาสดา ข้อบัญญัติศาสนา หลักการเชื่อ ทุกอย่างถูกปัดให้อยู่
แค่เรื่อง ที่ควรนำมาใช้หรือเชื่อบางเรื่องเช่นเดียวกับคำพูดของมนุษย์ทั่วไปเท่านั้น
แม้จะมีรูปแบบการให้ความสำคัญและการยกย่องทางคำพูดมากกว่า
คำพูดของคัมภีร์หรือหนังสือของคนทั่วไป
เพราะคัมภีร์เหล่านี้ถูกรองรับด้วย คำว่า พระเจ้า หรือบุรุษผู้บรรลุ
หรือศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ แม้อาจถูกห้อมล้อมด้วยภาพพิธีกรรมอันสูงสงเมื่อกล่าวถึง
คำพูดในคัมภีร์ที่มวลชนศรัทธามากมาย สุดท้ายก็มิได้นำผู้ศรัทธายากให้สิ้นสุดการสงสัย
ว่า คัมภีร์นี้เป็นคำพูดของพระเจ้าหรือศาสดาล้วนจริงหรือเปล่า หรือแค่การตีความ
ของใครสักสักคน จนไปถึงถูกหรือไม่ ใช่หรือเปล่า ตรงเจตนารมณ์ของต้นฉบับหรือไม่?

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
driftworm วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ้อ บรรทัดที่สองจากล่างพูดถึงภาษาปาซีร์
ผมเคยได้ยินในหนังแต่คำภาษาฟาซีร์
แต่เหมือนในหนังจะบอกว่าเป็นภาษานอร์ดิคโบราณ (จำไม่แม่นครับ)
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
driftworm วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ผมคงต้องไล่อ่านใหม่ ตามแต่จัดเวลาได้ เพื่อทบทวน
เรื่องที่ว่า เป็นพระดำรัสของพระเจ้า ผมเชื่อว่าเป็น"ความตระหนักรู้อยู่ข้างใน"
บางบทพูดในเรื่องเล่าต่อกันมาใช้คำว่า "ดลใจ" "เสด็จมาสู่ที่ใจ"
เป็นเรื่องต้องตีความ
หรือบางทีอาจไม่ใช่เลย แต่เป็นเรื่องต้องเรียนรู้ ฝึกเข้าถึงการประจักษ์มากกว่า

เพื่อนคนหนึ่งเล่าว่าพระแร็บไบ (ในกรุงเทพฯนี่แหละ) มีพรตในการรัดหน้าอกให้แน่่นจนเจ็บปวด
พร้อมภาวนา เพื่อเข้าถึงพระเจ้า ผมแย้งกับเพื่อนว่า คงไม่เข้าถึงหรอก แต่หากบอกว่าเกิด
สมาธิหรือเกิดฌานที่ระดับใดระดับหนึ่งละก้อ อาจกล่าวได้

สามวันที่ผ่านมา ดูรายการโทรทัศน์ เป็นหนังสารคดีฝรั่ง เรื่องการสืบค้นย้อนหากำเนิดมนุษย์
เขาว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์และหลักฐานทางพันธุกรรมศาสตร์บ่งบอกว่า
มนุษย์ทั้งโลกอพยพเดินทางมาจากจุดกำเนิดต้นในอ๊าฟริกา
..ก็รับฟังไว้ ตอนที่ผมบวช เพื่อนพระก็เล่าว่าในพระไตรปิฏกบอกว่าคนเราเกิดเป็นคนทันที ไม่ได้มาจากลิง
แต่เขาไม่ได้ใส่ใจจดบันทึกว่าเล่มไหน หมวดไหน
..ก็เก็บรับ และใคร่ครวญกันต่อไปครับ
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
musachiza วันที่ : 22/09/2010 เวลา : 23.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

สวัสดีครับคุณ driftworm
บ้านนี้ เป็นลักษณะจดหมายที่เขียนถึงน้องไลลา
ทั้งหมด แยกเป็นฉบับๆ เพื่อเรียงเรื่องความเชื่อ
ในแบบที่นับถือพระเจ้าเองค์เดียว ตั้งแต่ วิธีคิด
วิธีเชื่อ เรื่องมาจนมีโลก มีมนุษย์ ฯ โดยใช้หลัก
ฐานจากคัมภีร์ ทั้งสามเล่มที่ถูกอ้างว่ามาจากพระเจ้า
เป็นข้ออ้างอิงเปรียบเทียบ เพื่อให้ง่ายต่อการเรียบเรียง
ความคิดในเรื่องพระเจ้า ทั้งในมุมที่เหมือนกันและขัดแย้งกัน เป็นลำดับต่อเนื่องกันตั้งแต่ฉบับที่หนึ่ง ตอนนี้มาถึง
ฉบับที่57 แล้วครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยม พร้อมกับเรื่องราว
บรรยากาศ ร่วมในการได้เรียนรู้คัมภีร์ของเพื่อน
มาเล่าให้ฟัง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
driftworm วันที่ : 22/09/2010 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

อ่านแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนครั้งที่เรียนโรงเรียนประจำ กลางคืนก่อนนอนจะมีนักเรียนรุ่นพี่
ชั้นม.ศ.๕ นั่งอ่านไบเบิ้ลเก่าให้ฟังทุกคืน
แล้วบาทหลวงจะพูดประโยคภาษาละติน ชวนขอบคุณพระเจ้า

กระทู้เพิ่มความรู้ทางประวัติศาสตร์
อื้มม จ.ม.ถึงน้องไลลา ... จำได้ จำได้ว่าแปะต่อกันมาหลายกระทู้
จำไลลาได้ตั้งแต่ปีที่แล้วมั้ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]