• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 888062
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันจันทร์ ที่ 6 ธันวาคม 2553
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 1507 , 05:14:58 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน มะอึก โหวตเรื่องนี้

เมืองมักกะฮ์และกะอ์บะฮ์(วิหารของพระเจ้า)ในซาอุฯปัจจุบัน

ในฤดูฮัจญ์ ที่ผู้คนเดินทางมาแสวงบุญจากทั่วโลก

                           มุสลิมพักในนครมักกะฮ์ สามวันตามสัญญากำหนดไว้

           เจ็ดปีผ่านมาแล้วที่มุสลิมถูกห้ามมิให้เข้าแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นสถานที่ตั้งของวิหารแห่งพระเจ้า ในเมือมักกะฮ์  แต่เมื่อทำสัญญาอัลฮุดัยบียะฮ์ต่อกันนั้น ได้กำหนดว่า เมื่อครบปีหลังจากการทำสัญญา มุสลิมจึงจะกลับเข้าเมืองมักกะฮ์เพื่อมาแสวงบุญได้ แต่อยู่ได้ไม่เกินสามวันเท่านั้น มันเป็นสามวันที่มีค่ามาก แม้จะดูน้อยนิดก็ตาม

               เมื่อมุสลิมได้เข้ามาเดินวนรอบวิหารแห่งพระเจ้าตามหลักการที่ท่านนบีทำเป็นตัวอย่างแล้ว ท่านก็นำมุสลิมไปยัง ทางระหว่างภูเขาเศาะฟา และมัรวะฮ์ ท่านได้ขี่อูฐกลับไปกลับมาระหว่างเนินเขาทั้งสองนั้น เจ็ดเที่ยว เช่นเดียวกับที่อาหรับ ที่มาแสวงบุญทำต่อๆกันมา และการกระทำของท่านในครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นแบบอย่างของพิธีฮัจญ์เล็ก(อุมเราะฮ์)ในอิสลาม ซึ่งทางเดินระหว่างเนินเขาทั้งสองนี้ ก็คือ จุดที่ท่านนบี(ศาสนทูต) อิบรอฮีม(อับราฮัม) ผู้วางรากฐานวิหารแห่งพระเจ้า(ราวห้าพันปีก่อนนับจากยุคของเรา)ได้นำภรรยา คนที่สองที่ชื่อ ฮาญัร(ฮักการ์)ซึ่งเป็นทาสหญิงชาวอียิปต์ และลูกชายที่แบเบาะมาทิ้งไว้ที่นี่ตามบัญชาของพระเจ้า ซึ่งเมื่อท่านไปแล้ว นางได้วิ่งไปวิ่งมาระหว่างเนินเขาทั้งสองนี้ด้วยไม่รู้ว่าจะหาน้ำจากที่ไหนมาให้ลูกของนาง อันเป็นการรำลึกถึงความวิตกของมารดา และท่านนบีอิสมาอีล(อิชมาเอล)อันเป็นบรรพบุรุษของอาหรับ ที่สร้างเมืองมักกะฮ์และเป็นผู้ที่ร่วมกันสร้างวิหารแห่งพระเจ้าร่วมกับท่านนบีอิบรอฮีม(อับราฮัม)บิดาของท่าน

              แล้วท่านก็ได้นำสัตว์ที่เตรียมมาสำหรับทำกุรบ่าน(เชือดพลี) มาเชือดที่เนินเขา อัรมัรวะฮ์ อันเป็นการรำลึกถึงท่านนบีอิบรอฮีมที่จงรักภักดีต่อพระเจ้าที่นำ ลูกชายคนเดียวของท่านคือท่านนบีอิสมาอีล(อิชมาเอล) มาเชือดถวายตามบัญชาของพระเจ้า ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า  แล้วท่านนบีมูฮัมหมัดก็โกนศรีษะ อันเป็นการเสร็จสิ้นพิธี อุมเราะฮ์ (เยี่ยมเยือน)หรือฮัจญ์เล็ก ที่เป็นแบบอย่างของอิสลามอันชัดเจนจนถึงทุกวันนี้

                     วันรุ่งขึ้น ท่านนบีได้เข้าไปอยู่ในวิหารกะอ์บะฮ์ จนถึงเที่ยงวัน ซึ่งในเวลานั้น ทั้งบริเวณวิหารยังคงเต็มไปด้วยภาพวาด รูปปั้นเทวรูป ลักษณะต่างๆ ทั้งที่เป็นรูปมนุษย์และครึ่งคนครึ่งสัตว์ทั้งใหญ่และเล็กต่างๆ ของแต่ละเผ่าแต่ละความเชื่อ ยังคงตั้งอยู่เต็มไปหมด รอบวิหารแห่งพระเจ้า หรือแม้แต่ในวิหารก็มีเทวรูปตั้งอยู่เช่นกัน

               บิลาลซึ่งเป็นสาวกใกล้ชิดท่านหนึ่งของ นบี ซึ่งเป็นคนผิวสีมาจากอัฟริกา ที่สาวกของท่านนบีไถ่ตัวมาและปล่อยให้เป็นไทซึ่งเขาเป็นคนที่มีเสียงไพเราะ ได้ขึ้นไปบนหลังคาวิหารของพระเจ้า และเรียกร้องให้มุสลิมมาทำการละหมาด(นมัส) รอบๆวิหารในตอนบ่าย

                      เราต้องไม่ลืมว่า ในวันที่เหลืออีกสองวันหลังจากการทำพิธีสำคัญที่ท่านนบีได้ทำเป็นแบบอย่างแล้วนั้น ก็ยังเป็นวันที่เมืองมักกะฮ์ นั้นไร้ผู้คน เพราะชาวเมือง ต่างออกไปหลบไปอยู่ตามเนินเขา กางกระโจมในทะเลทรายหรืออาศัยตามโคนต้นไม้ตามที่กล่าวมา และเฝ้ามองพฤติกรรมของบรรดามุสลิมอยู่ตามที่สูง เมืองนี้จึงเป็นเสมือนเปิดโอกาสให้มุสลิมได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระ มุสลิมผู้อพยพ(มุฮาญิรูน)  ก็คงจะเป็นไกด์นำ ผู้ช่วยเหลือ(อันศอร)จากเมืองมะดีนะฮ์ที่มาแสวงบุญด้วยกัน เที่ยวชมบ้านช่องร้านรวงเก่าๆของตนที่หลงเหลืออยู่ เสมือนผู้เป็นเจ้าของบ้าน เล่าถึงสถานที่ที่ตนเคยประทับใจอันเป็นบ้านเกิด ให้แก่บรรดามุสลิมจากที่พวกเขาได้อพยพไปอาศัยและเอื้อเฟื้อที่พักพิงแก่เขา ในนามของอิสลามด้วยกัน

                     พวกกุรอยช์ชาวเมืองที่หลบไปอยู่ตามกระโจม เนินเขาคงเฝ้ามอง บรรดามุสลิมที่ต่างก็มีไมตรีต่อกันซึ่งอยู่ในขอบเขตของศาสนา โดยมิได้มีการฉลองด้วยสิ่งมึนเมาหรือการใดในทางที่เกินขอบเขตของศาสนาเลย  และไม่เขาไม่ดื่มของมึนเมาหรือกินอาหารแบบไม่เลือก หรือยึดติดกับทรัพย์สมบัติที่พวกเขาได้ละทิ้งไปเลย มันเป็นภาพที่ชาวมักกะฮ์ไม่คุ้นเคยเลยกับพฤติกรรมเช่นนี้ ซึ่งต่างจากอาหรับเผ่าอื่นๆที่มาแสวงบุญที่พวกเขาคุ้นเคย ซึ่งมักมีอบายมุขเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ

                  แน่นอนความประหลาดใจเหล่านี้ มันได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในใจของชาวเมือง เกี่ยวกับภาพของศาสนาใหม่นี้อย่างที่พวกเขาไม่รู้ตัว และมันอาจจะหมายถึงความหวาดหวั่นต่อผู้ที่คิดต่อต้านต่ออิสลามอย่างมากเช่นกัน เพราะมันหมายถึงพลังที่กำลังสั่นคลอนตัวเขาและคนของเขาอย่างเงียบๆแต่มีความรุนแรงอยู่ภายใน 

             มันส่งผลในเชิงจิตวิทยาต่อพวกชาวเมืองมักกะฮ์และเผ่ากุรอยช์(กุเรช)ผู้ทระนงในศักดิ์ศรีของเผ่าตนเองเป็นยิ่งนัก





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

ผมว่าเอ็นทรี่นี้เป็นเรื่องของพลังเงียบชัดๆ เลย
อีกอย่างพิธีกรรม ที่มีการจัดขึ้นเพื่อระลึกถึงเรื่องราว
แต่หนหลัง ในยุคสมัยนี้ก็ยังมีให้เห็นกันอีกเยอะแยะ
ศิษย์พี่ว่าอย่างนั้นไหม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 00.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
ฅนสยาม วันที่ : 06/12/2010 เวลา : 06.20 น.
สวัสดีครับ ...ขอบคุณครับที่มาทักทายแต่เช้า
ให้อบอุ่น


ความคิดเห็นที่ 2
พิทักษ์ วันที่ : 06/12/2010 เวลา : 09.09 น.
สวัสดีครับ...ขอบคุณครับที่เข้ามาอ่าน
พร้อมกับคำถามที่ว่า
"ข้อความข้างต้นนี่คือนำบุตรชายมาเชือดพลีถวายใช่หรือไม่"
ตอบแบบสั้นๆ ในสมัยของ นบี(ศาสนทูต)อิบรอฮีม(อับราฮัม)
เมื่อ ห้าพันปีที่แล้วก็คือ
"ใช่ครับ"
ตามคัมภีร์อัลกุรอานนั้น เป็นการเต็มใจของทั้งสองฝ่าย
เพราะ ทั้ง อิบรอฮีม(ในไบเบิ้ลเดิมเรียกว่า อับราฮัม) และลูกชาย ที่ชื่อ อิสมาอีล(ในไบเบิ้ลเรียกว่า อิชมาเอล) ทั้งสองคนนั้น ต่างก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตหรือศาสดา(นบี)ของพระเจ้า ซึ่งจิตใจของทั้งสองนั้น ไม่มีสิ่งใดเคลือบแคลงในการศรัทธาต่อพระเจ้า
เมื่อรู้ว่าเ็ป็นบัญชาของพระเจ้าจริง ก็มิได้ขัดขืนแต่อย่างใด ยินดีทำตามบัญชา แม้จะขัดใจและนำความเสียใจมาสู่พ่อผู้มีลูกชายคนเดียว ในวัยชราก็ตาม..แต่ถือว่าคำสั่งของพระเจ้านั้น ไม่มีสิ่งใดฝ่าฝืนได้ หากมีศรัทธาจริง
นี่เป็นอุทาหรณ์ในเื่รื่องความบริสุทธิใจใจการนอบน้อมเชื่อฟังพระเจ้าโดยไม่มีเงื่อนใข..แก่มนุษย์
แต่เรื่องนี้ มาถึงตอนที่พ่อจะลงดาบนั้น
พระเจ้าก็ได้ให้ มะลาอิกะฮ์(เทพ-ผู้รับใช้พระองค์)นำ
แกะมาให้เชือดแทน...ท่านจึงบมิได้ฆ่าลูก
ซึ่ง นบี ทั้งสองพ่อลูกนี้เป็นคนที่ สร้างกะอ์บะฮ์
วิหารของพระเจ้าอย่างถาวรขึ้นมาจากจุดเดิมนี้อีกครั้ง
หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลก และนำหินดำมาตั้งไว้ในวิหาร
ดังนั้น ส่วนหนึ่งในการแสวงบุญของท่านนบี จึงมาจบลงที่ การเชือดสัตว์(ซึ่งต้องเป็นสัตว์ที่สมบูรณ์ ตามหลักการ) และแจกเนื้อนั้น แก่ผู้คนให้เป็นทาน
ซึ่งก่อนหน้านั้น อิสลามให้มีการทำทานโดยการแจก ข้าว หรือแป้ง หรืออาหารหลักของภูมิประเทศนั้นๆ
มาก่อนแล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นกฎอย่างหนึ่งของการ
บริจาคทานแบบพิเศษ ซึ่งการทำทานในเรื่องอื่น
เช่น เงินทอง สิ่งของนั้น มิได้กำหนดจำนวนหรือช่วงระยะเวลาไว้ ซึ่งต่างจากการทำทานในช่วงพิเศษ
ที่กำหนดการบริจาค ข้าว หรือเนื้อสัตว์ ซึ่งกำหนดจำนวนและช่วงเวลาไว้ชัดเจน หากไม่ทำตามเวลาและให้ครบจำนวน บุคคลผู้ประสงค์ทำทานชนิดนี้ที่ศาสนากำหนดไว้ ก็ไม่ถือว่าเป็นทาน กุรบาน(การแจกเสื้อสัตว์) หรือซะกาตฟิตเราะฮ์(การแจกอาหารหลัก พวก ข้าว แป้ง อินทผาลัม นมผงฯ)
แต่จะถือว่าเป็น การทำทาน(ซาดาเกาะฮ์)ทั่วไปตามปกติ ที่จะทำทานจากสิ่งใดก็ได้ที่ดี และบริสุทธิ์ใจ
ส่วน สิ่งที่ท่านนบี มูฮัมหมัดทำในเอ็นทรี่นี้ เป็นการเชือดสัตว์ ที่เตรียมมาครับ ไม่เกี่ยวกับการลูกชาย
หรือมนุษย์แล้วครับ เพียงแต่นำสัตว์มาเชือดในบริเวณ
ที่เคยมีประวัติศาสตร์ เรื่องนี้ ก่อนยุคของท่าน สอง-สามพันปีครับ กลายเป็นหลักการหนึ่งของการทำฮัจญ์
และต่อด้วยการโกนศรีษะ หนวดเครา
เหตุที่ผมไม่ได้เขียนให้ละเอียดในเรื่องที่คุณถามใน
เอ็นทรี่นี้ เพราะผมลงเรื่องนี้ผ่านมาแล้ว
และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความเห็นขัดแย้งในหลักฐาน
ระหว่างคัมภีร์ ที่ชาวยิวและคริสต์เชื่อ กับสิ่งที่คัมภีร์
ของอิสลามบอก
หากคุณสนใจหลักฐานของทั้งสองฝ่าย
ลองคลิ๊กเข้าไปในจดหมายถึงน้อง
"จดหมายถึงน้องฉบับที่18จุดเริ่มต้นของศาสนา ยิว คริสต์ อิสลาม"
และ
"จดหมายถึงน้องฉบับที่19ข้อมูลและหลักฐานของความเชื่อ"
ผมได้คัดลอกเรื่องราวของอับราฮัมและลูกชาย
ในพระคัมภีร์เดิมของยิวและคริสต์ไว้ให้เป็นแนวทางแล้วครับ
และเรื่องราวของนบี อิบรอฮีม กับลูกชาย
ที่คัดลอกจากคัมภีร์ อับกุรอาน ของอิสลาม
รวมนักบทวิเคราะห์ ของนักวิชาการ
ที่เปรียบเทียบ เรื่องราวของทั้งสองคัมภีร์
ไว้ ว่า ลูกชายคนไหนที่น่าจะถูกเชือดพลี
หากมีเวลาของเขาไปดูนะครับ
ขอบคุณกับคำถามนี้ครับ
ยินดีที่ได้สนทนาและตอบคำถามครับ



ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 06/12/2010 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

แล้วท่านก็ได้นำสัตว์ที่เตรียมมาสำหรับทำกุรบ่าน(เชือดพลี) มาเชือดที่เนินเขา อัรมัรวะฮ์ อันเป็นการรำลึกถึงท่านนบีอิบรอฮีมที่จงรักภักดีต่อพระเจ้าที่นำ ลูกชายคนเดียวของท่านคือท่านนบีอิสมาอีล(อิชมาเอล) มาเชือดถวายตามบัญชาของพระเจ้า ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้า แล้วท่านนบีมูฮัมหมัดก็โกนศรีษะ อันเป็นการเสร็จสิ้นพิธี อุมเราะฮ์ (เยี่ยมเยือน)หรือฮัจญ์เล็ก ที่เป็นแบบอย่างของอิสลามอันชัดเจนจนถึงทุกวันนี้
ช้อความข้างต้นนี่คือนำบุตรชายมาเชือดพลีถวายใช่หรือไม่

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 06/12/2010 เวลา : 06.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

สวัสดีเช้าจันทร์ครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]