• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 887731
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันอังคาร ที่ 7 ธันวาคม 2553
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 3384 , 03:05:38 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน มะอึก , โอลิมปัส และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

                      

 

 ศาสดามูฮัมหมัดแต่งงานครั้งสุดท้ายกับ ท่านหญิงมัยมูนะฮ์

     อัล อับบาส ลุงของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด ซึ่งท่านมิได้เป็นอิสลามและอยู่ในเมืองมักกะฮ์ แต่ท่านนั้นรักหลานของท่านคนนี้มาก ตามที่เราได้เห็นในตอนแรกๆ ของศาสนาอิสลามที่ผู้คนในเมืองนี้รุมกลั่นแกล้งและถึงกับลอบสังหารท่าน ซึ่งลุง ที่ชื่อ อัล อับบาส นี้เคยให้การช่วยเหลือท่านอยู่บ่อยๆ ลุงท่านนี้ได้เข้ามาหาท่านนบี เพราะคำขอร้องของภรรยา ที่น้องสาวของนางนั้นให้นางช่วยหาสามีให้แก่นางอย่างถูกต้องด้วย

 มัยมูนะฮ์ น้องเมียลุงของท่านนบีนั้น อายุ 26 ปี และเธอนั้นมีศักดิ์เป็น ป้า ของ คอลิด อิบนุล วะลีด ขุนพลหนุ่มผู้ห้าวหาญ โหดเหี้ยมเด็ดขาดในการรบ อันเป็นแม่ทัพคนสำคัญของชาวมักกะฮ์ ที่ไม่เคยผิดหวังในการบัญชาการรบของเขาเลย ซึ่งเขาเคยทำให้กองกำลังมุสลิม ประสบกับความพ่ายแพ้มาแล้วในสงครามอุฮุด ที่ผ่านมา ด้วยแผนการรบกลศึกอันหลักแหลมของเขา ในสงครามครั้งนั้นท่านนบีมูฮัมหมัด แทบเอาชีวิตไม่รอดเช่นกัน และท่านต้องเสียฟันหน้าไป 1-2 ซี่ เพราะถูกหินเหวี่ยงเข้าที่ศีรษะและปาก

 เมื่อ มัยมูนะฮ์ ได้เห็นการกระทำของมุสลิม อย่างมีระเบียบและเคร่งครัดในการมาแสวงบุญ เยี่ยมเยือน(อุมเราะห์) ที่วิหาร กะอ์บะฮ์ในครั้งนี้ นางเกิดความเลื่อมใส ในศาสนาอิสลามเป็นยิ่งนัก นางยินยอมให้อัล อับบาส ผู้เป็นพี่เขยของนาง มาเจรจากับท่านนบี หลานชายของท่าน ในเรื่องที่จะแต่งงานกับนาง

 ท่าน นบีมูฮัมหมัด ถึงตอนที่เล่านี้ก็อายุราว 55-57 ท่านตอบตกลงจะแต่งงานกับนาง ท่านได้มอบสินสอดให้แก่นาง 400 ดิรฮัม แต่ยังไม่ทันได้จัดพิธีแต่งงาน สิทธิในการอยู่ในเมืองมักกะฮ์ สามวัน ที่ชาวมักกะฮ์ อนุญาตแก่มุสลิมไว้ก็หมดลง ตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาอัล ฮุดัยบียะฮ์

 ท่านนบีเห็นว่า นี่ก็เป็นโอกาสอันดีที่ท่านจะแต่งงานกับมัยมูนะฮ์ในช่วงเวลานี้ และคิดว่าน่าจะเป็นช่วงเวลาที่จะปรับความเข้าใจต่อกัน ระหว่างชาวเผ่ากุรอยช์แห่งมักกะฮ์ กับบรรดามุสลิมที่ขัดแย้งบาดหมางกันมานาน

 เมื่อครบกำหนด สุฮัยล์ อิบนุ อัมร์ และหุวัยฏิบ อิบนุ อับดุลอุซซา ได้มาหาท่านนบี และขอให้ท่านและบรรดามุสลิมออกจากเมือง เพราะครบกำหนดสัญญา ซึ่งชาวมักกะฮ์ก็ได้ทำตามสัญญาแล้ว ท่านนบีได้ขอร้องพวกเขาโดยอ้างถึงการแต่งงานของท่านที่ท่านกำลังจะจัดขึ้นในเมืองมักกะฮ์นี้ และขอเชิญชาวมักกะฮ์ และเผ่ากุรอยช์และอื่นๆมาร่วมงานเลี้ยง แต่งงานของท่าน ที่มุสลิมจะเป็นฝ่ายจัดขึ้น และท่านนบีนั้นรู้ดีถึงผลทางจิตวิทยาที่เกิดขึ้นแก่ชาวเมืองมักกะฮ์ ที่เฝ้ามองการทำพิธีฮัจญ์เล็ก(อุมเราะฮ์)ของมุสลิม ว่าพวกเผ่ากุรอยช์ที่เป็นเผ่าใหญ่ของมักกะฮ์หลายคนนั้นเริ่มมองอิสลามอย่างประทับใจ ในความเคร่งครัด และห่างไกลอบายมุข ท่านอยากให้ชาวมักกะฮ์มาร่วมในงานแต่งงาน อันเป็นงานรื่นเริงนี้ร่วมกัน ก่อนที่ท่านมุสลิมจะกลับไปยังเมืองมะดีนะฮ์

 แต่ตัวแทนของเผ่ากุรอยช์ แห่งมักกะฮ์นั้น รู้สึกกลัวในคำเชิญชวนของท่านนบี และกล่าวว่า

 “ไม่ละ พวกเราไม่ต้องการอาหารของท่าน โปรดออกไปจากเมืองของเราเสียจะดีกว่า”

 ท่านนบีก็ปฏิบัติตามคำของร้องของชาวเผ่ากุรอยช์ เพราะหมดเวลาที่ระบุไว้ในสัญญานั้นจริงๆ ท่านจึงได้ให้ประกาศแก่ผู้คนที่มากับท่านให้เตรียมตัวกลับนครมะดีนะฮ์ แล้วท่านก็เป็นผู้นำขบวนกลับออกจากเมืองมักกะฮ์ไป ตามกำหนดเวลา

 ท่านได้ทิ้งให้ อะบู รอฟี สาวกของท่านให้เป็นผู้ดูแล มัยมูนะฮ์ และเป็นเพื่อนเดินทางตามไปสมทบกับท่านทีหลังเมื่อนางพร้อม เมื่อมุสลิมเดินทางออกมานอกเขตเมืองมักกะฮ์แล้ว ได้หยุดพักที่ ตำบล ชารีฟ นางเดินทางมาทันขบวนที่หยุดรออยู่ที่นั่น และพิธีแต่งงานก็ได้ถูกจัดขึ้นที่นี่ และท่านหญิงมัยมูนะฮ์ก็ได้เป็น “มารดาแห่งศรัทธาชน” เป็นภรรยาคนสุดท้ายของท่านนบี ท่านนบีได้รับพี่น้องของท่านหญิงมัยมูนะฮ์ มาดูแลสองคน คือ ซัลมา ซึ่งเป็นภรรยาหม้ายของ ฮัมซะฮ์ ผู้มีศักดิ์เป็นลุงของท่านแต่ที่มีอายุพอๆกับท่าน ที่เสียชีวิตในสงคราม และอิมาเราะฮ์ ซึ่งนางมิได้แต่งงาน

  หลังจากที่ท่านนบีมูฮัมหมัด เสียชีวิต(ซึ่งอีกราว6-8ปีถัดมาหลังการแต่งงานครั้งนี้) ท่านหญิงมัยมูนะฮ์ยังมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกราว 50 ปี ก่อนนางจะจากโลกนี้ไป นางขอร้องให้ฝังศพนางไว้ที่ตำบลชารีฟ ที่ซึ่งนางแต่งงานกับท่านนบี ชายที่นางรักยิ่งเสมอตลอดอายุขัยของนาง

  

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Chaoying วันที่ : 16/12/2010 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

สงสัย ..นอนอยู่หละซี..กรนดังนะเรา...ตื่นมาแล้วอ่านเรื่องสนุกๆ นี้นะ

http://www.oknation.net/blog/nukpan/2010/12/16/entry-1

พระเอกขี่ม้า...หล่อด้วยนิ..บายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
musachiza วันที่ : 16/12/2010 เวลา : 02.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 11
arexy13 วันที่ : 12/12/2010 เวลา : 16.38 น.
ขอบคุณครับทีแวะมาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 12
Chaoying วันที่ : 13/12/2010 เวลา : 07.24 น.
หวัดดีครับคุณเจ้าหญิง
ผมมักจะนอนเช้าบ่อยๆครับ


ความคิดเห็นที่ 13
โอลิมปัส วันที่ : 13/12/2010 เวลา : 09.10 น.
ขอบคุณครับที่รู้สึกสนุก...เป็นพยายามที่ผมอยากจะ
เขียนประวัติศาสตร์ให้ออกมาในความรู้สึกเช่นนั้นครับ
..แต่หลายคนเขาว่าเรื่องขอบ้านนี้
ค่อนข้างจะเครียด...

ความคิดเห็นที่ 14
โรงเรียนบ้านทุ่งคัวะ วันที่ : 13/12/2010 เวลา : 15.00 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมชมบ้านนี้

ขอบคุณครับที่เดินทางตามมาทันอีกครั้งหนึ่ง
เราเดินทางด้วยกัน จนจะผ่านไปอีกปีแล้วนะครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

อ่านแล้วซาบซึ้งในความรักจังเลยฮะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
โรงเรียนบ้านทุ่งคัวะ วันที่ : 13/12/2010 เวลา : 15.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thungkuaschool
เดิน-วิ่ง ไผ่โทนมินิฮาร์ฟมาราธอน # ๑๕ เสาร์ที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖..

ขอบคุณครับ...ได้ความรู้เพิ่มเติมมากมายเลยครับ..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
โอลิมปัส วันที่ : 13/12/2010 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Present-life

หวัดดีครับ สบายดีนะครับ

ไม่ได้มาเยี่ยมนาน อ่านจบแล้วครับ

สนุกดีครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Chaoying วันที่ : 13/12/2010 เวลา : 07.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวัดดีค่ะ บังมุสซาชิซ่า..
เจอแล้ว คุณอยู่ที่นี่ นี่เอง ..คิดอยู่เหมือนกันว่า คุณต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง..
ขอบคุณมากที่แวะไปแลช้าง ตอนตี 3..ยังไม่นอนหรือว่าเพิ่งตื่น กลับจากเล่นดนตรีหรือคะ ...
อ่านแล้วค่ะ และชอบภาพผู้หญิงนัยน์ตาหวานจัง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
arexy13 วันที่ : 12/12/2010 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/myarexy13

สวัสดียามเย็นนะคับ ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะคับ...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
musachiza วันที่ : 11/12/2010 เวลา : 01.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 6
ni_gul วันที่ : 09/12/2010 เวลา : 09.41 น.
ผมนำหลักฐานจากอัลกุรอานมาประกอบ
ซักหนึ่งหลักฐานนะครับเท่าที่หาได้ตอนนี้


22. ซูเราะฮฺ อัลฮัจยฺ (Al-Hajj)โองการที่
17. แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธา และบรรดาชาวยิว และพวกศอบิอีน(พวกบูชาดวงเดือนดวงอาทิตย์และธรรมชาติพวกต้นไม้ ลม ดิน) และพวกนะศอรอ(คริสต์) และพวกบูชาไฟ และบรรดาผู้ตั้งภาคี(ผู้ตั้งภาคีร่วมกับการนับถือพระเจ้าองค์เดียว หรือไม่นับถือพระเจ้าก็ตาม อิสลามถือว่า พระเจ้าจะเอาเขาลงนรก) แท้จริงอัลลอฮ์จะทรงตัดสินใจในระหว่างพวกเขาในวันกิยามะฮ์(วันสิ้นโลก) แท้จริงอัลลอฮ์ทรงเป็นพยานต่อทุกสิ่ง"

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
musachiza วันที่ : 09/12/2010 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 4
พิทักษ์ วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 14.56 น.
สวัสดีครับ..ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมเยือน
และติดตาม



ความคิดเห็นที่ 5
จ่าจินต์ วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 17.01 น.
สวัสดีครับจ่า...โกอินเตอร์แล้วนะ
มีกาแฟร้อนๆสำหรับจ่าแก้หนาวเสมอครับ



ความคิดเห็นที่ 6
ni_gul วันที่ : 09/12/2010 เวลา : 09.41 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม
พร้อมกับคำถามที่ว่า

"อยากถามนิดนะคะ ติดใจเรื่องจุดเทียนชัยถวายพระพร อิสลามห้ามอย่างไรคะเรื่องไฟ การบูชาไฟ"

ผมตอบแบบตรงๆเลยนะครับ
อิสลามห้ามทำพิธีการใด ในเรื่องศาสนาที่เริ่มด้วย
การจุดไฟครับ ไม่ว่าจะเป็นธูปเทียน หรือสิ่งอื่น
หากว่าเป็นส่วนหนึ่งพิธี
..ยกเว้นในเรื่องสร้างกลิ่นหอมปรับบรรยากาศในเชิง
การดำเนินชีวิตดูแลสุขอนามัย..ซึ่งต้องไม่เกี่ยวกับความเชื่อหรือการเคารพใดๆ..
...เพราะอิสลามนั้น มีหลักการในความเชื่อและการ
เคารพบูชาที่ชัดเจนสมบูรณ์แล้วซึ่งท่าน ศาสดาแบบอย่างไว้และคัมภีร์จากพระเจ้า(อัลกุรอาน)ให้หลักฐาน อันเป็นสิ่งที่ผู้ที่ยอมรับนับถือศาสนานี้ต้องยึดไว้ ..
..หากฝ่าฝืน ..ในเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขั้น สิ้นสภาพอิสลาม(ตกศาสนา)อันหมายความว่า หากเขาตายไป โดยมิได้กลับตัวหรือขออภัยต่อพระเจ้า..พระเจ้าไม่ยอมรับว่า เขาคนนั้นได้ตายในสภาพของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม....ทั้งๆที่เขานั้นคิดว่าเขาเป็นอิสลามก็ตาม..(อันนี้เป็นเรื่องสำหรับคนที่ยึดว่า
อิสลามเป็นศาสนาที่เี่ที่ยงแท้จากพระเจ้า ..และเขาเลือกศาสนานี้ให้นำพาชีวิต..ทั้งโลกนี้และหลังความตาย)
@@@@

"ถ้าจะขอเดาจากแหล่งกำเนิดของศาสนา เป็นดินแดนที่มีทะเลทรายอยู่เยอะ น้ำคือสิ่งจำเป็นและบางที่ก็ขาดแคลน และไฟคืออันตรายเพราะมันจะผลาญเอาน้ำไปด้วย จึงห้ามเรื่องการบูชาไฟไว้... ใช่ไหมคะ"

ขอตอบว่า
"ไม่ใช่ครับ..เหตุที่ศาสนาระบุเรื่องข้อห้ามในการบูชาไฟอย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้าที่จะมีศาสนา ยิว คริสต์ อิสลามนั้น(ราวห้าพันปี) ศาสนาบูชาไปครอบครอง
ดินแดนแถบนี้เกือบทั้งหมด คือ ศาสนาที่มีไฟเข้ามาเกี่ยวข้องในการสักการะ
และมาเด่นชัดในศาสาโซโรอัสเตอร์ ของเปอร์เชียร์
ที่ไม่ว่าจะทำพิธีการใดใหญ่น้อย ก็ต้องเริ่มด้วยการจุดไฟ..(อันนี้ถ้าจะตีความก็คงได้หลากหลาย ปรัชญา ตรรกะ และการเปรียบเทียบ)
ถัดจากนั้นก็บูชาเทวรูป หรือบรรพบุรุษหรือผู้คน
ที่อยู่ในขั้นสมติเทพที่ปกครองเมือง(เช่น บาบิโลน อัสซีเรีย เปอร์เชียร์) เป็นสิ่งที่ยึดกันมาเก่าแก่ของ
คนแถบนี้ จนแยกไม่ออก แม้พระเจ้าจะทรงให้ศาสนา
ผ่านมาหลายยุคก็ตาม ไฟก็ยังถูกผู้คนสร้างเหตุผล
ให้เข้ามามีส่วนในพิธีกรรม และความเชื่อเสมอ
...ดังนั้นเมื่อถึงยุคอิสลาม อันเป็นยุคสุดท้ายที่พระเจ้า
ทรงประทานศาสนาให้ผ่านศาสดาที่พระองค์เลือก(หมายความว่า ตั้งแต่ อาดัม อิบรอฮีม(อับราฮัม) มูซา(โมเสส)ฯลฯ- อีซา(พระเยซู) และมูฮัมหมัด พระเจ้าทรงเลือกทั่งสิ้น
ตามหลักฐานของคัมภีร์อัลกุรอานนะครับ)
..จึงมีดำรัสจากพระเจ้าเด็ดขาด ในคัมภีร์อัลกุรอาน
และการกระทำแบบอย่างของท่าน ศาสดามูฮัมหมัด
ที่ห้ามนำไฟ เข้ามาเกี่ยวกับพิธกรรมทางศาสนา
หรือการแสดงความเคารพต่อสิ่งใด เพื่อเป็นสื่อไปในคำพูดต่างๆ ที่มนุษย์จะเอามากล่าวอ้าง
...หากมุสลิมคนใดรู้หลักการนี้ แต่ยังทำ ก็ถือว่าเขาสิ้นสภาพอิสลาม ..หากเขาไม่รู้พระเจ้าให้อภัย ..หากเขารู้ภายหลัง เขาก็ต้องขอให้พระเจ้ายกโทษแก่เขาและกลับตัวกลับใจ ไม่กลับไปทำอีก..
...หากเขาถูกบังคับอย่างรุนแรงก็อีกกรณีหนึ่ง
..หากเขาแค่เกรงใจมนุษย์ .อยากเข้ากับกันอื่นและเอาใจสังคม ..นั่นก็จะมีคำถามว่า ไหนเล่าที่บอกว่า
พระเจ้านั้นทรงยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่ง...หากเขาเป็นมุสลิม
..เขาก็คงต้องไปตอบคำถามของพระเจ้าในโลกหน้าเอง..

"ท่านศาสดาบอกเหตุผลไว้ไหมคะ หรือแค่บัญญัติห้ามไว้เท่านั้น หรือมีภาษิตใดที่ท่านศาสดาได้ให้ไว้เตือนเรื่องไฟอีก"
ต้องขอโทษด้วยที่ผม หาหลักฐานประกอบจากอัลกุรอานยังไม่ได้
เพราะผมไม่มีคัมภีร์ อยู่ในมือตอนนี้ ...แล้วผมจะนำหลักฐาน
จากฮาดิษ(วจนะของท่านนบี)และอัลกุรอานมาให้ทีหลังนะครับ
ขอตอบในแบบรวมๆในเรื่องหลักการไปก่อนครับ


ความคิดเห็นที่ 7
driftworm วันที่ : 09/12/2010 เวลา : 10.17 น.
หวัดดีครับ..สบายดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
musachiza วันที่ : 09/12/2010 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
khox วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 03.52 น.
ขอบคุณครับที่คุณแวะมาติดตามเสมอ

ความคิดเห็นที่ 3
ฅนสยาม วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 06.28 น.
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมครับ
ผมพยายามจะหาคำตอบใดให้คุณเห็นภาพค่าของ
เงินที่เป็นรูปธรรมในช่วงเวลาเมื่อ 1,400ปีที่แล้วจริงๆ
"(ปล.ดิรฮัม..นี่ประมาณเท่าไร..เงินไทยครับ..)"
เรื่องนี้มีความขัดแย้งกันอยู่มาก ในเรื่องค่าของเงิน
กับเวลา ในการตีความที่ไม่ได้ยึดหลัก
เศรษฐศาสตร์การเปลี่ยนแปลงไปในเรื่องค่าของเงิน
เมื่อเที่ยบกับค่าของเงินอีกที่หนึ่ง ก็เลยกลายเป็น
ข้อยึดบางอย่างในการให้สินสอด เพราะไปยึดจำนวน
เงิน ในสมัยนั้้นมาเป็นหลักการบางอย่าง
ในการให้สินสอดต่อหญิงอิสลามในประเทศไทย
ผมขอตอบแบบตรงๆ ตามลักษณะจำนวนเงินนะครับ
"ท่านครูสมัยก่อนได้ตีราคามะฮัร(สินสอด)จำนวน 500 ดิรฮัมว่า 1 ดิรฮัมเท่ากับ 1 สลึง และ 4 สลึงเป็น 1 บาท เอา 4 หารด้วยกับ 500 ก็จะได้ 125 บาทไม่ขาดไม่เกิน "

หากเอาจำนวนเงิน ดิรฮัมสมัยก่อนมาคิดปัจจุบัน
ดูแค่นิดเดียวเอง

แต่ผมอยากเล่าเรื่องหนึ่งที่เกิดในสมัยท่านศาสดา
มูฮัมหมัด แบบย่อๆ(ไม่ขอยกสายรายงาน(สายสืบ-ผู้บันทึก)เรื่องนี้ประกอบนะครับ )

"เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งมีชายคนหนึ่งมาหาท่านนบี(ศาสดา)มูฮัมหมัด (ขอพระเจ้าทรงประทานพร) เขาเห็น ท่านนบี นั้นใส่เสื้อผ้าที่เก่าและขาด
...เขาจึงให้เงิน 12 ดิรฮัมแก่ท่านนบีให้เอาไปซื้อเสื้อ
ผ้า
...ท่านจึงให้ อาลี ซึ่งเป็นหลานของท่าน ไปซื้อเสื้อผ้าที่ตลาดมาให้
...อาลีกลับมาด้วยเสื้อผ้าราคา 12 ดิรฮัม ท่านนบีตกใจ
บอกว่า .ให้เอาเสื้อผ้านี้ไปคือ บางทีเจ้าของร้านอาจใจดีรับคืนมัน
...ท่านอาลีก็ไปคืน ..เจ้าของร้านก็ใจดีรับคืน..และคืนเงินให้
...ท่านจึงไปซื้อเสื้อด้วยตัวเองกับ อาลี..ระหว่างทาง
ท่านเห็น ทาสหญิงร้องให้ สอบถามดูปรากฏว่า
นางทำเงินที่เจ้านายให้มาซื้อของ จำนวน 4 ดิรฮัมหายไป ..ท่านจึงมอบเงินให้เธอ 4 ดิรฮัม
....แล้วท่านก็ไปซื้อเสื้้อผ้าชุดหนึ่ง จำนวน 4 ดิรฮัม
...ระหว่างเดินออกจากตลาด..ท่านได้เห็นชายคน
หนึ่งร้องขอเสื้อผ้าเพราะเขาไม่มีจะสรวมใส่และเขาตะโกนว่า
"ผู้ใดบริจาคเสื้อผ้าให้แก่ฉัน...พระเจ้าจะประทาน
อาภรณ์จากสวรรค์สรวมใส่ให้แก่ผู้บริจาค"
ท่านนบี ..ได้มอบเสื้อผ้าตัวนั้นแก่เขา

ท่านเหลือเงินอยู่ที่ 4 ดิรฮัม ...ท่านจึงเดินกลับไปซื้อ
เสื้อผ้าแบบเดิม มาเป็นของท่าน
...แต่เมื่อท่านเดินกลับมาก็ยังพบว่า..ทาสหญิงคนนั้น
ยังร้องให้อยู๋ ..สอบถามนางนางตอบว่า
"แท้จริงฉันล่าช้าเกินกว่าจะกลับไปหาเจ้านายได้
เกรงว่าเจ้านายจะทุบตี"
ท่านจึงอาสาไปส่งเพื่อเป็นพยานแก่เธอ กับเจ้านายของเธอ

เมื่อไปถึงหน้าบ้าน ท่านได้ทักทาย(กล่าวสลาม)
สองครั้งก็มิได้คำตอบมาจากในบ้าน
ท่านได้กล่าวครั้งที่สาม..จึงมีเสียงรับจากในบ้านว่า
"ขอสันติจากพระเจ้าจงมีแด่ท่านเช่นกัน โอ้..ศาสดาของพระองค์"
ท่านได้ถามว่า..เหตุใดจึงไม่รับสลาม แต่ครั้งแรกหรือครั้งที่สอง ..เจ้าของบ้านตอบว่า
"ฉันรักที่จะได้ฟังเสียงของท่านหลายๆครั้ง"
..ท่าน นบีได้กล่าวว่า
"อย่าถือโทษในการ ล่าช้าของทาสหญิงของท่านเลย"
เจ้าของบ้านได้ตอบว่า
"แท้จริงนางเป็นอิสระแล้ว ด้วยการมาของท่าน"

ท่านนบีได้กล่าวว่า
"ทั้งมวลแห่งการสรรเสริญนั้นเป็นสิทธิของพระเจ้าองค์เดียว...ฉันไม่เคยเห็นเงินจำนวน 12 ดิรฮัม
ที่จะมีความยิ่งใหญ่ และสิริมงคลเช่นนี้เลย
เงิน 12 ดิรฮัมนี้ พระเจ้า ทรงสวมอาภรณ์ให้แก่ผู้ที่ไร้อาภรณ์ และทรงปลดปล่อยทาสให้เป็นอิสระชน"

ขอบคุณกับคำถามครับ...อ่านไม่จบก็ไม่เป็นไรครับ








ความคิดเห็นที่ 7 (0)
driftworm วันที่ : 09/12/2010 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว


ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ni_gul วันที่ : 09/12/2010 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
ร.๙ : ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้ (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗)

ได้อ่านเรื่องนี้ค่ะ
http://www.oknation.net/blog/localbetong/2010/12/06/entry-2
พิธีถวายพระพรชัยมงคล ที่อยากให้คนไทยทั่วประเทศอ่าน
Posted by ศณีรา
เพิ่งรู้ว่าสามจังหวัดแดนใต้มีเรื่องละเอียดอ่อนทางศาสนามากมายที่บางทีเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใส่ใจ มีคู่มือแต่ไม่รู้จริง

อยากถามนิดนะคะ ติดใจเรื่องจุดเทียนชัยถวายพระพร อิสลามห้ามอย่างไรคะเรื่องไฟ การบูชาไฟ

ถ้าจะขอเดาจากแหล่งกำเนิดของศาสนา เป็นดินแดนที่มีทะเลทรายอยู่เยอะ น้ำคือสิ่งจำเป็นและบางที่ก็ขาดแคลน และไฟคืออันตรายเพราะมันจะผลาญเอาน้ำไปด้วย จึงห้ามเรื่องการบูชาไฟไว้... ใช่ไหมคะ

ท่านศาสดาบอกเหตุผลไว้ไหมคะ หรือแค่บัญญัติห้ามไว้เท่านั้น หรือมีภาษิตใดที่ท่านศาสดาได้ให้ไว้เตือนเรื่องไฟอีก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จ่าเอาหิมะมาฝาก..
ถึงภูเก็ต..
มีกาแฟไหมนั้น..

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 14.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ยอดหญิงมัยมูนะฮ์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 06.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

ซาบซึ้งกับความรักของ..ท่านหญิงมัยมูนะฮ์..ครับ..


(ปล.ดิรฮัม..นี่ประมาณเท่าไร..เงินไทยครับ..)

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 06.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

สวัสดียามเช้าครับ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
khox วันที่ : 07/12/2010 เวลา : 03.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

มาติดตามอ่านต่อเช่นเคยครับ

อรุณสวัสดิ์ยามเช้ามากๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]