• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 941946
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันอังคาร ที่ 26 เมษายน 2554
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 1648 , 01:15:58 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน Patui , โอลิมปัส และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

รองเท้าแตะของท่านศาสดามูฮัมหมัด

             ข่าวการเคลื่อนทัพของมุสลิม ได้เริ่มสร้างความหวาดหวั่นแก่ฝ่ายอาหรับเผ่ากุรอยช์ผู้นำแห่งมักกะฮ์ เมื่อขบวนทัพมาถึง อัลซอฮ์รอน แล้ว แม้พวกเขาจะคาดไม่ถึงว่ากองทัพมุสลิมมาถึงใกล้กว่าที่เขาคิดนัก 

           หลังจากที่พวกเขาเสียเวลาวกวนอยู่กับการโต้เถียงกัน ในคืนนั้นพวกเขาได้ส่งอบูซุฟยาน บุดัยล์ และหะกิม ออกไปลาตระเวนสืบข่าว มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ท่านลุงอัลอับบาส ของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด ได้ขี่ล่อสีขาวออกมาลาดตระเวนหาใครบางคนเพื่อส่งข่าวแก่ผู้นำฝ่ายมักกะฮ์

 อัล อับบาส ได้ยินเสียงการสนทนาของ ฝ่ายลาดตระเวณของชาวกุรอยช์สนทนากันในความมืดนั้น เขาได้ยินเสียงการสนทนาที่คนหนึ่ง ที่ได้อุทานว่า เขายังไม่เคยเห็นการตั้งค่ายและแสงไฟที่รายล้อมกว้างใหญ่อย่างนี้มาก่อนในทะเลทรายอารเบีย ดุบัยล์ที่ร่วมลาดตระเวนด้วยบอกว่าคงเป็นผู้คนของเผ่า คุซาอะฮ์ กระมังคงจะรวมตัวกันออกมารบหลังจากที่ถูกยั่วยุจากเผ่าบะนูบักร์ ที่เป็นพันธมิตรกับเผ่ากุรอยช์ แต่อบู ซุฟยานนั้น รอบรู้เรื่องเผ่าต่างๆในทะเลทรายมากกว่าใคร เขาก็ค้านว่า เป็นไปไม่ได้เพราะเผ่าคุซาอะฮ์นั้นมีจำนวนน้อยกว่านี้มากนัก ยากที่จะมีกองไฟหรือค่ายใหญ่โตขนาดนี้ได้

  เมื่ออัลอับบาสฟังจนแน่ใจว่าเป็นเสียงของอบูซุฟยานเป็นแน่ เขาจึงร้องทักไป ด้วยคำทักทายที่เขาสองคนมักจะใช้เรียกกันเสมอในฐานะคนสนิดส่วนตัว โดยเรียกชื่อบุตรชายคนอื่นของอบูซุฟยานว่า

 “อบู(พ่อของ)ฮันซะละฮ์”

   อบูซุฟยานก็ออกเสียงเรียกชื่อลูกชายของอัลอับบาสว่า

 “อบู(พ่อของ) อัลฟัดล์” 

 แล้วอัล อับบาส ได้เดินเข้ามาและกล่าวว่า

 “ระวังตัวไว้เถิด โอ้อบูซุฟยาน สิ่งที่ท่านเห็นค่ายพักใหญ่โตและกองไฟมากมายนั้นคือ กองทัพของท่านศาสนทูตของพระเจ้า พรุ้งนี้อาจเป็นวันพินาศของชาวกุรอยช์เป็นแน่ ถ้ากองทัพของท่านนบีเข้าถล่มนครมักกะฮ์”

 อบู ซุฟยาน รู้จักท่านอัลอับบาสดีว่าเป็นคนที่พูดตรงไปตรงมา และชัดเจนเสมอ เขาเริ่มรู้สึกเป็นกังวลหนักขึ้นไปอีก

 “แย่ล่ะ คราวนี้เราจะทำอย่างไรกันดีเล่า”

  อัล อับบาส เชิญให้ อบู ซุฟยาน ขึ้นนั่งบนหลังล่อสีขาวของเขา ให้ผู้ร่วมลาดตระเวนที่มากับอบู ซุฟยานกลับเมืองมักกะฮ์ไปก่อน แล้วเขาก็กลับไปค่ายของฝ่ายมุสลิมพร้อมกับอบู ซุฟยาน ล่อพา อบู ซุฟยาน ผ่านบรรดานักรบมุสลิมที่อยู่อย่างมากมายนับพันในค่ายที่ก่อกองไฟกองใหญ่ไว้ ทุกคนจำอบูซุฟยานได้ ว่าเขาเป็นศัตรูของฝ่ายมุสลิม แต่ไม่มีใครทำร้ายเขาเพราะทุกคนจำล่อสีขาว ที่ชื่อ ดุลดุล ของท่านนบีมูฮัมหมัดได้ดีเช่นกัน และตระหนักว่า ผู้ที่ได้นั่งอยู่บนหลังล่อตัวนี้ ย่อมมีสิทธิ์ หรือความสำคัญบางอย่างต่อท่านนบีซึ่งเป็นแม่ทัพใหญ่เป็นแน่

ล่อสีขาว

                            แต่เมื่อล่อผ่านกองไฟของท่าน อุมัร ผู้เป็นขุนพลฝ่ายบู้ ในสงคราม ท่านอุมัร คิดว่า ท่านอัล อับบาส คงจะนำอบู ซุฟยาน มาอยู่ในการคุ้มครองของเขา ซึ่งอัล อับบาสเองนั้น เพิ่งจะหลบออกจากนครมักกะฮ์มาเข้ากับฝ่ายมุสลิม และเพิ่งเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เมื่อเห็นอัลอับบาส นำ อบูซุฟยาน เข้าไปหาท่านนบีมูฮัมหมัด ที่กระโจม เขาจึงเดินตามมาทันที ด้วยความใจร้อนตามนิสัยของท่าน ท่านอุมัร ขอให้ท่านนบีอนุญาตเขาฟันคอของ อบู ซุฟยาน ทิ้งเสีย ท่านอับบาส ซึ่งเป็นลุงของท่าน นบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด ได้ร้องขอต่อท่านนบี เพราะรู้ถึงนิสัยของท่านอุมัรดีเขาพูดว่า

 “โอ้ ท่านศาสนทูตแห่งพระเจ้า ฉันขอความคุ้มครองจากท่านต่อชายคนนี้ เนื่องจากค่ำคืนอันรีบเร่งนี้”

 จากนั้นก็เป็นเรื่อง ถกเถียงทำไม้ทำมือกันอย่างดุเดือดระหว่างท่าน อุมัรและท่านลุงอัล อับบาส ซึ่งอบูซุฟยาน ได้แต่เฝ้ามองเหตุการณ์อันชุลมุนนั้น ในที่สุดท่านนบีก็กล่าวว่า

  “โอ้ ท่านลุงอับบาส จงนำแขกของท่านไปที่กระโจมของท่านเถิด พรุ้งนี้เช้าค่อยพาเขามาใหม่”

 นั่นแหละเหตุการณ์จึงได้ยุติลง

     ทั้งปลอบทั้งขู่ให้ เข้ารับอิสลาม

 ฉันขอเท้าความถึง อบูซุฟยาน ซักนิดตามที่ชายคนนี้ได้ปรากฏชื่อและเข้ามาเกี่ยวข้องกับสงครามกับมุสลิมหลายครั้ง ทุกครั้งเขาเป็นตัวตั้งตัวตีในการเป็นศัตรูกับฝ่ายมุสลิมเสมอ เขาเป็นชนชั้นผู้นำของเมืองมักกะฮ์ และเป็นที่นับหน้าถือตาของเผ่ากุรอยช์ เขาเป็นคนที่ดื้อดึงเยื้อหยิ่งและฉลาดและไม่ยอมใครง่ายๆ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเสมือนเส้นบางๆที่เชื่อมต่อระหว่างท่านนบีกับเขาก็คือ บุตรสาวของเขาคนหนึ่งนั้น เป็นภรรยาของท่านนบี ซึ่งการแต่งงานทำให้เชื่อมไปสู่คอลิด อิบนุวาลิด ซึ่งเป็นหลานของนางที่เป็นศัตรูคนสำคัญและเป็นนักรบฝีมือฉกาจของฝ่ายมักกะฮ์และในที่สุดคอลิด ก็หันมานับถือศาสนาอิสลาม และการแต่งงานนี้ก็เป็นสิ่งที่รบกวนใจในเชิงจิตวิทยากับอบูซุฟยาน เป็นยิ่งนัก ซึ่งเขานั้นในอีกทางหนึ่งก็เป็นพ่อตาของท่านนบีด้วย แต่การเป็นพ่อตาของท่านนบีนั้นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นกันเพราะเขานั้นเกลียดอิสลามเข้าใส้และมุ่งแต่จะเป็นศัตรูต่อมุสลิมและตัวท่านนบี หลายครั้งที่เขาเป็นตัวการสำคัญทำความเสียหายแก่มุสลิม แต่หลายครั้งเขาก็รอดพ้นไปได้ ด้วยสถานการณ์และความฉลาดด้วยการตัดสินใจและคิดไวก่อนคนอื่นไปหนึ่งก้าวเสมอ นั่นก็เพราะการเป็นคนไม่ยอมคนของเขา ด้วยเหตุผลแล้วเขารู้ดีว่า ยากที่ชาวกุร็อยช์และกองทัพของชาวเมืองมักกะฮ์จะต้านทานของทัพมุสลิมที่ยกมาในครั้งนี้ได้ แต่ความรังเกียจต่ออิสลามและท่านนบี ก็ยังคงทำให้เขาดื้อดึงอย่างไร้เหตุผลต่อไป การจะฆ่าเขาหรือปล่อยเขาไปนั้นเป็นทางเลือกที่อันตรายทั้งสิ้นสำหรับจิ้งจอกทะเลทรายอย่างอบูซุฟยาน แต่การที่จะให้เขามาเป็นอิสลามนั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแก่ฝ่ายมุสลิมเพราะเท่ากับทำให้ฝ่ายมักกะฮ์ลดกำลังการรบลงไปเป็นอย่างมาก แต่ปัญหาคือจะเอาชนะความเป็นคนดื้อดึงเย่อหยิ่งของเขาได้อย่างไร นี่ไม่ใช่จิตวิทยาเรื่องเล็กๆเลย ที่จะเจรจากับคนฉลาดเจ้าสำนวนอย่างอบู ซุฟยาน

 เช้าวันรุ่งขึ้น อบู ซุฟยาน ได้ถูกนำตัวมาหาท่านนบี ท่ามกลางที่ประชุมที่ประกอบไปด้วย มุสลิมผู้อพยพ และมุสลิมชาวมะดีนะฮ์ ท่านนบีได้กล่าวแก่อบูซุฟยานว่า

 “โอ้ อบูซุฟยาน นี่ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านจะรู้ว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใด ๆ นอกจากพระเจ้าองค์เดียวดอกหรือ?”

 อบู ซุฟยาน ได้ตอบกลับด้วยโวหาร อันแคล้วคล่องตามวิสัยของชาวทะเลทรายที่ถนัดในการใช้ภาษาและการตีสำนวน ตามที่โลกยกย่องว่า

  “โอ้ท่านศาสดาของพระเจ้า! ท่านนั้นช่างดีงาม และเอื้อเฟื้ออย่างมากมาย ข้าพเจ้าขอสาบานว่า ถ้าหากพระเจ้าทรงมีภาคี พระองค์ก็คงจะมีเวลาพอที่จะพิสูจน์ด้วยพระองค์ได้ แต่พระองค์ก็มิได้เคยพิสูจน์อันใด”

 ท่านนบี ตอบกลับการเล่นลิ้น ขอบอบู ซุฟยานไปว่า

 “ ความพินาศ มีแด่ท่านแล้ว โอ้อบูซุฟยาน นี่ยังไม่ถึงเวลาอีกหรือ ที่ท่านจะน่าจะรู้ว่า ฉันคือ ศาสนทูตของพระเจ้า?”

  อบู ซุฟยาน ตอบกลับมาด้วยสำนวนอีกว่า

  “โอ้ท่านศาสนทูตของพระผู้เป็นเจ้า ท่านนั้นช่างยิ่งใหญ่ ดีงามและเอื้อเฟื้อเป็นยิ่งนัก ในขณะนี้ข้าพเจ้าไม่สงสัยอีกแล้วว่า พระผู้เป็นเจ้าทรงมีภาคีใดๆ แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่แน่ใจในเรื่องนี้”(เขาหมายถึงเรื่องที่ว่า มูฮัมหมัด เป็นศาสนทูต(นบี)ที่พระเจ้าส่งมา)

  อัล อับบาสนั้น รู้ว่า อบูซุฟยานเป็นเช่นไร เพราะความที่เป็นเพื่อนใกล้ชิดกันมาจนแก่ เขาได้เข้ามาแทรกและขอร้องกับอบูซุฟยาน เป็นการส่วนตัว ให้เปลี่ยนมานับถืออิสลามเสีย และยอมรับว่า ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะฮ์(พระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวผู้ทรงบริสุทธิ์ยิ่ง)และมูฮัมหมัดเป็นศาสนทูตของพระองค์(นี่คือสองคำสำคัญ ในการกล่าวปฏิญาณตนสำหรับผู้ที่จะนับถือศาสนาอิสลาม) เสียเถิดไม่เช่นงั้น สถานะการณ์เช่นนี้เขาอาจจะถึงตายได้

 เมื่อเพื่อนที่ไว้ใจได้ของเขามาง้าง อบู ซุฟยาน ผู้ยอมหักไม่ยอมงอเสมอ ได้เข้ามาทั้งปลอบทั้งขู่ เขาก็ยอมอ่อนลง และเขาก็ยอมเปลี่ยนศาสนา และยอมกล่าวคำปฏิญาณเข้ารับอิสลาม อัลอับบาสนั้น รู้ดีว่าเพื่อนของเขาเป็นเช่นไร เพื่อรักษาหน้าของเพื่อนของเขาและเป็นการปลอบใจเขาจึงหันไปหาท่านนบีและกล่าวว่า

  “โอ้ท่าน ศาสนทูตของพระเจ้า อบู ซุฟยานนั้น เป็นคนหยิ่งและทระนง ท่านจะไม่ให้สิทธิพิเศษอันใดแก่เขาบ้างหรือ?”

 ท่านนบีได้ตอบว่า

 “ได้ซิ ผู้ใดก็ตามในเมืองมักกะฮ์ ที่เข้าไปหลบอยู่ในบ้านของ อบูซุฟยาน ก็จะได้รับความปลอดภัย ผู้ใดคงอยู่ในบ้านของเขาไม่ออกมาสู้รบ ก็จะปลอดภัย และผู้ใดเข้าไปอยู่ในบริเวณวิหารกะบะฮ์บ้านแห่งพระเจ้า เขาก็จะปลอดภัย”

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Patui วันที่ : 25/06/2011 เวลา : 16.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat

คนสมัยก่อนสวมรองเท้าข้างละแบบหรือคะ...
หรือนำมาแสดงแค่ข้างเดียว..
ผลิตผลจากม้ากับลา...คือฬ่อ...ฬ่อสีขาวตัวนี้สวยมากค่ะ.


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 04/05/2011 เวลา : 00.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

เรื่องนี้ต้องนับเป็นความชาญฉลาดและทันเกม
ของท่านนบีฮะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 30/04/2011 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

ทักทายกันก่อนฮะศิษย์พี่
เดี๋ยวขออ่านก่อนฮะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
โอลิมปัส วันที่ : 30/04/2011 เวลา : 04.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Present-life

สบายดีนะครับพี่

ไม่ได้มีเวลามาเยี่ยมนาน

+

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 29/04/2011 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

ดีจังเจ้าค่ะ

รองเท้าของท่าน เก็บรักษาไว้อย่างดีเยี่ยมเลยนะเจ้าค่ะ ดีใจจัง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
musachiza วันที่ : 27/04/2011 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 06.11 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมและแลกเปลี่ยนมุมมอง


ความคิดเห็นที่ 2
พิทักษ์ วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 08.26 น.
ขอบคุณที่ท่านแวะมาติดตามอย่างต่อเนื่อง


ความคิดเห็นที่ 3
ชบาตานี วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 10.19 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม


ความคิดเห็นที่ 4
ฅนสยาม วันที่ : 27/04/2011 เวลา : 22.32 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาติดตาม..พร้อมข้อคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 27/04/2011 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

สวัสดีก่อนดึกครับ..

สงครามจิตวิทยา..ที่ได้ผล..ครับ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชบาตานี วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชอบรองเท้าเหมือนกันค่ะ เท่มากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 08.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ผมชอบตรงรองเท้าท่านเก็บไว้ดีมากเลยครับ แบบยังทันสมัยอยู่เลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธรรมทัพบูรพา วันที่ : 26/04/2011 เวลา : 06.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thum
http://www.oknation.net/blog/sirachat  "งานกวี ที่รัก"

มาอ่านเอาความรู้ใหม่ๆ
ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]