• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 888062
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันพุธ ที่ 22 มิถุนายน 2554
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 7149 , 15:45:31 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Patui โหวตเรื่องนี้

 

วิหารกะบะฮ์(บ้านของพระเจ้า) ซึ่งถูกสร้างตั้งแต่สมัยที่นบี(ศาสนทูต)อิบรอฮีมหรืออับราฮัม ที่ถูกสร้างด้วยรูปทรงที่เรียบง่ายตั้งแต่ 5,000ปีที่แล้ว ซึ่งยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้ ยกเว้นบริเวณภายนอกที่ล้อมรอบเท่านั้นที่สถาปัตยกรรมถูกสร้างเปลี่ยนไปตามยุคสมัย


เมืองมักกะฮ์และบ้านของพระเจ้าจากภาพในอดีต

 ชัยชนะในการยกทัพมาของ นบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด ในครั้งนี้ คนต่างศาสนาหรือแม้แต่มุสลิมหลายคน มองกันไปในแง่ของ ชัยชนะหรือพ่ายแพ้ หรืออาจคิดลึกเข้าไปถึงความรู้สึกในเรื่องของธรรมะ ว่าทำไมท่าน ศาสดาของศาสนาอิสลามต้องทำสงคราม แทบจะเรียกได้ว่า ในช่วงสิบปีหลังจากการเป็นศาสดาหลังจากที่ท่านและสาวกได้อพยพมาอยู่ในเมืองมะดีนะฮ์ และท่านได้รับการสถาปนาให้ขึ้นปกครองเมืองนี้นั้น มีสงครามเข้ามาเกี่ยวข้องกับท่านเสมอ ประเด็นเหล่านี้แล้วแต่จะคิดกันไปตามพื้นฐานของศรัทธาแต่ละคนในการอ่านประวัติของท่านนบี

 แต่การยกทัพมาพิชิตเมือง มักกะฮ์นั้น เป็นสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่ ในเรื่องราวระหว่างพระเจ้ากับมนุษยชาติในการนับถือสิ่งอื่นนอกจากพระเจ้าก็ว่าได้ เราจะเห็นได้ว่า แผ่นดินของมักกะฮ์ในซาอุดิอารเบียและเยรูซาเล็ม ในปาเลสไตน์นั้น มีประวัติศาสตร์ ที่ถูกกล่าวถึงมาตั้งแต่การกล่าวถึงแผ่นดินโลกที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาก่อนที่ใดในโลกเมื่อตอนที่น้ำหุ้มโลกไว้และพระเจ้าก็ทรงให้มาลาอิกะฮ์(ทูตสวรรค์)ทำเครื่องหมายอันเป็นบอกถึงความสำคัญของสองแผ่นดินนี้ เพื่อเป็นที่สะกิดใจแก่มวลมนุษยชาติ ในเรื่อง ศาสนาของพระเจ้าที่ทรงประทานมาให้มนุษย์

เมืองมักกะฮ์และวิหารบ้านแห่งพระเจ้าในปัจจุบัน 

 อย่างที่ฉันเคยเล่าเท้าความ จากเกร็ดประวัติศาสตร์ (อันนี้ไม่ขอยืนยัน แต่เป็นเพียงเรื่องเล่าที่ฉันได้รวบรวมข้อมูลผ่านมาแล้ว )ที่ว่า ท่านนบี(ศาสนทูต)อาดัม มนุษย์คนแรกที่พระเจ้าทรงสร้างนั้น ถูกส่งให้มาอยู่ในแผ่นดิน อินเดียก่อนหลังเหตุการณ์ที่ถูกให้ออกจากสวนสวรรค์ แต่พระนางฮาวอ หรือฮาวาห์ หรืออีฟ หรือ เอวาห์ นั้นได้ถูกส่งให้มาอยู่ที่ เมืองมักกะฮ์ ในอารเบียและท่านนบีอาดัมก็เดินทางจากอินเดียมาหานางที่นี่  และมีการแสวงบุญที่นี่มาตั้งแต่อดีต และสืบลูกหลาน จนเป็นรากฐานต่อมาของบาบิโลนในอดีตเมื่อมนุษย์รุ่นลูกหลายท่านได้ออกไปสร้างสังคมสร้างเมือง ก่อนยุคน้ำท่วม จนถึงยุคของนบีนูฮ์ (โนอาห์) อันเป็นยุคกล่าวกันว่าเป็นยุคน้ำท่วมโลก พอน้ำลดมนุษย์ตั้งรกรากกันใหม่ ความสำคัญของแผ่นดินปาเลสไตน์และ มักกะฮ์ก็ถูกลืมเลือนไป มีความเชื่อในโลกเกิดขึ้นมากมายอีกครั้ง จนเบียดเบียนความเชื่อในพระเจ้าองค์เดียว แทบจะหายไปจากโลก ตอนนั้นโลกกำลังเจริญด้วยวัตถุ มีการสร้างสถาปัตยกรรมที่ใหญ่โต นครบาบิโลนกลับมาอีกครั้ง เป็นอาณาจักรใหม่ และเมโสโปเตเมียตามที่เราคลำทางกล่าวกันมาว่านี่คือประวัติศาสตร์โลก ในยุคอารยธรรม อันนี้ก็มีจีนอินเดีย อียิปต์ เปอร์เชีย ก็อยู่ในรุ่นๆนี้เช่นกัน คือหลังเหตุการณ์น้ำท่วมโลกไปแล้ว


 โลกก็เข้าเรื่องประวัติศาสตร์โลกยุคแห่งอารยธรรม ตามที่เรารู้จักร่ำเรียนกันทั่วไปนี้ ถ้าจะนับเวลากันก็ประมาณห้าพันปี ตอนที่กล่าวนี้โลกมีมนุษย์มากมาย มีอารยธรรมการสร้างสรรค์หลายสิ่งทิ้งไว้เป็นหลักฐานทั้ทางวัตถุและวิชาการ ที่นักประวัติศาสตร์ราว สองสามร้อยปีก่อนหน้ายุคเรานี้ได้ขุดค้นพบและเขียนตำรับตำราอ้างอิงเป็นหลักฐาน ให้คนรุ่นเราได้เรียนได้อ่านกัน

โดมแห่งศิลาบนเขาที่ใกล้กับมัสยิดอัลอัคซอว์ ในนครเยรูซาเล็ม ที่อิสราเอล(ใหม่)พยายามยึดทั้งหมดไปเป็นของตนจากชาวปาเลสไตน์

 แต่คัมภีร์ของพระเจ้านั้น ไม่ว่าศาสนายิวคริสต์ อิสลามจะทะเลาะกันขัดแย้งกันอย่างไรก็ตาม เช่น อิสลามไม่เชื่อว่าคัมภีร์เดิมของยิวและคริสต์หรือพระคัมภีร์ใหม่ของชาวคริสต์ที่มีอยู่ ตั้งแต่ก่อนยุคของท่านนบีมูฮัมหมัดจะเกิดนั้น ยังบริสุทธิ์ทุกถ้อยคำว่ามาจากพระเจ้า แต่เชื่อว่ามันได้ถูกดัดแปลงเพิ่มเติมหรือมีสิ่งที่มนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องในการเขียนคำพูดเหล่านั้นไว้นานแล้วปะปนอยู่ สรุปก็คือไม่ใช่คำพูดของพระเจ้าเพียวๆ ฝ่ายยิวก็ไม่เชื่อว่า นบี(ศาสนทูต)อีซาหรือพระเยซูเป็นนบีที่พระเจ้าเลือกมา และทั้งฝ่ายยิวและคริสต์นั้น ก็ไม่เชื่อว่า ท่านนบีมูฮัมหมัดซึ่งเป็นชาวอาหรับนั้น เป็นนบี(ศาสนทูต)ที่พระเจ้าแต่งตั้งมา อย่างที่เคยแต่งตั้ง อับราฮัม(นบีอิบรอฮีม) โมเสส (นบีมูซา) ดาวิด(ดาวู) พระเยซู(นบีอีซา) ฯลฯ ตามที่ท่านอ้างเพราะศาสดาที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะมาจากเชื้อสายอิสราเอลและยิว และก็คิดว่า คัมภีร์อัลกุรอานของอิสลามนั้นเป็นคำที่ท่าน นบีมูฮัมหมัดแต่งขึ้นมาเอง หาได้มาจากพระเจ้าไม่

 แต่สิ่งที่พอสรุปได้รวมๆกันในสามคัมภีร์นี้ก็คือ พอมาถึงยุคประวัติศาสตร์อารยธรรมของมนุษย์เมื่อ 5,000 ปีที่แล้วนั้น คัมภีร์ทั้งสามเล่มต่างเล่าตรงกัน และยอมรับว่า ช่วงเวลานั้น ศาสนาของพระเจ้าผู้สร้างผู้เป็นเจ้าของทุกสรรพสิ่งกำลังจะจางหายไปจากโลก ตอนนั้นผู้คนทั้งโลกนิยมการกราบไหว้บูชาไฟ แม่น้ำดวงจันทร์ดวงอาทิตย์ธรรมชาติ ต้นไม้รูปปั้นก้อนหินก้อนดิน และเชื่อเรื่องโชคชะตาที่หมอดูทายทัก และรวมไปถึงพวกที่คลั้งไคล้ความรู้นับถือวิชาการสาขาเช่น สถาปัตยกรรม การคำณวน หรือปรัชญาความคิด ไปในเชิงของศาสนา หรือวิชาการทางความคิดปัญญา อันเป็นประสบการณ์ หรือลัทธิแห่งเหตุผล ของมนุษย์ด้วยกันแทน และมิได้คิดนับถือในเรื่องพระเจ้าผู้สร้างผู้เป็นเจ้าของทุกสรรพสิ่ง ตามสัญญาที่นบี(ศาสนทูต)อาดัมมนุษย์คนแรก หรือนบีนูฮ์(โนอาห์) ได้ตั้งเจตนาและสัญญาว่า ศาสนาที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวด้วยบริสุทธิ์ใจนี้ต้องเป็นศาสนาของมนุษยชาติเท่านั้น เพระเป็นศาสนาของผู้สร้างแห่งทั้งปวง ที่ทุกสรรพสิ่งพึงศิโรราบกราบไหว้

  ในยุคที่ว่านี้ คัมภีร์ทั้งสามเล่มได้กล่าวถึง ชายที่ชื่อ นบีอิบรอฮีม(อับราฮัม) ผู้อพยพออกจากบาบิโลน(อีรัค) เดินทางไปอยู่ที่ เยรูซาเล็มเล็ม ในปาเลสไตน์ และ ได้เดินทางมาสร้างบ้านแห่งพระเจ้าในตำแหน่งเดิมที่พระเจ้าทรงชี้บอกในทะเลทรายอารเบียอีกครั้ง และเรื่องของสองแผ่นดินนี้ก็ถูกกล่าวถึงความสำคัญในประวัติศาสตร์ของมันควบคู่มากับอารยธรรมโลกและมนุษย์อีกครั้ง โดยมิได้ถูกลืมเลือนไป แม้ท่านนบีอิบรอฮีมหรืออับราฮัมจะเป็นเพียงคนธรรมดา ที่พระเจ้าเลือก ที่จะนำเอามากล่าวถึงประวัติศาสนาของพระองค์เท่านั้น แต่เรื่องราวของท่านก็ถูกกล่าวอย่างเป็นอมตะเทียบเท่ากันอาณาจักร บาบิโลน เมโสโปเตเมีย อียิปต์ ซึ่งอาณาจักรเหล่านั้น ที่ถูกยืนยันด้วยสิ่งก่อสร้างและวัตถุมากมาย  

 แผ่นดินเยรูซาเล็มก็ถูกสืบทอดเรื่องราวของอุดมการณ์ศาสนาของพระเจ้าเรื่อยมาผ่านทางลูกชายคนที่สองของท่านนบีอิบรอฮีม คือนบีอิสหาก(อิสอัค)อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา โดยคนเชื้อสายของอิสราเอล(นบียะกู๊บหรือยาโคบ)บุตรของนบีอิสหากและยิว(บุตรคนหนึ่งของนบียะกู๊บ)ในยุคถัดมาพระเจ้าทรงให้พวกเชื้อสายทางด้านนี้ของอับราฮัมสร้างอาณาจักรบนแผ่นดินแห่งนี้เพื่อเผยแผ่ศาสนาของพระองค์ตามข้อเรียกร้องต่างๆของพวกเขาแต่ด้วยเรื่องต่างๆตามที่กล่าวมาแล้วทั้งดีและเลวของพวกเขาในจดหมายฉบับก่อนๆที่ฉันยกเรื่องราวจากประวัติศาสตร์ของคัมภีร์เดิมของยิวและคริสต์และอัลกุรอานของมุสลิมมาเทียบให้ดูแล้ว แล้วอาณาจักของยิวก็ล่มสลายไป โดยชัยชนะในการรบของบาบิโลนบ้างของกรีกบ้างและโรมัน เปอร์เชียร์บ้าง

นครเยรูซาเล็ม และมัสยิดอัลอัคซอว์ และโดมแห่งศิลา

 ส่วนแผ่นดินบ้านของพระเจ้าอีกแห่งในทะเลทรายอันแห้งแล้งของอารเบียนั้น หลังจากหมดยุคของท่านและนบีอิสมาอีล(อิชเมล)บุตรชายคนแรกของท่านนบีอิบรอฮีม แผ่นดินแห่งนี้และบ้านของพระเจ้าที่ท่านสร้างไว้ให้เป็นที่สำหรับนับถือพระเจ้าองค์เดียว ก็กลายเป็นสถานที่ๆสักการะรูปปั้นและความงมงาย กลายเป็นที่แก้บน ดูหมอ เชือดสัตว์บูชายันต์ตามแต่แต่ละลัทธิความเชื่อในทะเลทรายจะคิดกันไป รวมทั้งเป็นศูนย์รวมเทวรูปของเผ่าและความเชื่อต่างๆตามใจชอบที่จะคิดประดิษฐ์สร้างกัน แล้วเอารูปปั้นเหล่านั้นมาตั้งไว้กราบไหว้นับถือสืบทอดกันมา ราวสองพันกว่าปีกว่าจะมาถึงของยุคของท่านนบีมูฮัมหมัด ที่พระเจ้าทรงให้ท่านรื้อความเชื่อเรื่องพระเจ้าองค์เดียวอันบริสุทธิ์นี้อีกครั้ง หลังจากที่คัมภีร์ที่ประทานในอดีตก่อนจะมาถึยุคของท่านในภาษาต่างๆนั้นได้คลาดเคลื่อนเอนเอียงหลักการออกไป จากเจตนาอันแท้จริงของพระเจ้า

 แล้วพระเจ้าประทานคัมภีร์อัลกุรอานมาเป็นภาษาอาหรับแก่ศาสดาที่เป็นอาหรับที่กล่าวย้อนหลังประวัติศาสตร์ของพระองค์ วันที่ท่านนบีมูฮัมหมัดพิชิตเมืองมักกะฮ์นั้น มีเทวรูปรอบวิหารบ้านแห่งพระเจ้ามากกว่า 300 ตน แม้แต่ในตัววิหารกะบะฮ์ ก็มีเทวรูป เป็นประธานอยู่ตนหนึ่ง สถานที่แห่งนี้กลายเป็นที่ที่นับถือรูปปั้นต่อเนื่องกันมาอยู่หลายพันปี อย่างยากที่จะลบล้าง ให้กลับมาสู่หลักการเจตนารมณ์เดิมได้ 

มักกะฮ์และวิหารกะบะฮ์ในปัจจุบัน

 (ต่อตอนหน้า)   





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Patui วันที่ : 24/06/2011 เวลา : 06.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat


มอร์นิ่งอีกครั้งนะคะบัง...
ศาสนาทุกศาสนาสอนให้เป็นคนดีกันทั้งนั้น...
ป้าตุ้ยเองก็เคยเข้าโบสถ์คริสต์ตอนไปสวิสฯ
อยากรู้อยากเห็นน่ะค่ะว่าเขาสอนอะไรบ้าง....


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 16.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

สวัสดีครับไม่ได้เข้ามาอ่านซะหลายวัน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
musachiza วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 5
ลุงตุ่ย วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 22.38 น.
สวัสดีครับ..ขอบคุณครับทีแวะมาเยี่ยมบ้านนี้
@@@@@@@@@@@@

ความคิดเห็นที่ 6
ยายเช้า วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 00.34 น.
สวัสดีครับ...บ้านนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจริงจังสักหน่อย
ถ้าพอมีเวลาแวะมาอ่านนะครับ
ขอบคุณครับ
@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ความคิดเห็นที่ 7
khox วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 05.18 น.
สวัสดีครับ....ผมเห็นท่านเขียนรู้ธรรมะความรู้สึกภายใน
ในแบบศาสนาพุทธ อย่างลึกซึ้ง แต่มารู้ว่าท่านชอบอ่านคัมภีร์หลายศาสนา
นั่นย่อมแสดงว่าย่อมมีความรู้ความเข้าใจในหลายศาสนา
อย่างกว้างขวาง...หากพอมีเวลาแวะมาคุยกันในเรื่อง
แบบนี้กันอีกนะครับ...อาจได้มุมมองแลกเปลี่ยนต่อกันได้
และผมคงได้อะไรบางอย่างจากคุณบ้างเพื่อนำไปเขียน
ในเอ็นทรี่ต่อๆไปของบ้านนี้
ขอบคุณครับ
@@@@@@@@@@@@@

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
khox วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 05.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

ชอบมากครับ..ผมเองตามอ่านพระคัมภรีเก่าและใหม่ ของคริสต์มาตั้งแต่ยังไม่ยี่สิบ.ซึ่งปกติผมจะเข้าวัดและดำเนินชีวิตตามแบบพุทธร้อยเปอร์เซ็นต์..ได้มาอ่านในมุมมองอิสลาม..ยิ่งชื่นชอบครับ ผมเองชอบอ่านปรัชญาและสารที่มักมีคำอธิบายว่ามาจากพระเจ้าโดยผ่านฑูตสวรรค์มาก..อย่างคัมภรีย์พระเวท และภควัทคีตนั้นอ่านหลายรอบเลยเช่นกัน..หลายปีแล้วที่วางๆ เรื่องเหล่านี้ ได้มาอ่านก็รู้สึกว่าคล้ายได้น้ำทิพย์..จากสวรรค์ทำนองนั้นคับ(ไม่รู้จะเปรียบยังไง คับ)

แต่มีคำกล่าวว่า มนุษย์สนใจเรื่องราววิชาการมากมาย ส่วนใหญ่ล้วนเป็นเรื่องภายนอก..

หากเรื่องราวที่เกียวกับชีวิตของมนุษย์ เกียวกับประวัติศาสตร์จิตวิญญาณของมนุษย์เองกะละเลยที่จะใส่ใจอย่างจริงจัง..นี่ถึงทำให้มนุษย์กลายเป็นคนดีอย่างแท้จริงได้ลำบาก

บางที.ที่มนุษย์ละเลย..หันหลังให้กับสิ่งเหล่านี้..อาจเป็นเพราะ..ผลพวกหลังจากอาดัมและอีฟ..ฝืนคำสั่งของพระเจ้าก็ได้นะคับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยายเช้า วันที่ : 23/06/2011 เวลา : 00.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

แวะมาเยี่ยมจ้ะ
แล้วจะแวะมาอ่านอีกที
น่าสนใจมาก แต่ตอนนี้ง่วงแล้ว
ขอนอนก่อน ราตรีสวัสดิ์

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 22.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
musachiza วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 22.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
ฅนสยาม วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 17.05 น.
http://www.oknation.net/blog/khonsiam
สวัสดีครับ ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมบ้านนี้
อาจงงๆหน่อยนะครับเพราะผมเขียนต่อเนื่องและมักจะเท้าความ
ในตอนที่กล่าวมาแล้ว ...หากท่านอยากติดตามเรื่องใด
บอผมนะครับผมจะทิ้งลิงค์ไว้ให้ ...เพราถ้าค้นหาเองอาจ
ใช้เวลาอยู่สักหน่อ
javascript:editor_insertHTML('comment_detail','');

ความคิดเห็นที่ 2
คนริมคลอง วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 18.09 น.
http://www.oknation.net/blog/konrimklong
ขอบคุณครับที่แวะมาติดตามเรื่องยาวที่บ้านนี้


ความคิดเห็นที่ 3
khox วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 18.15 น.
สบายดีนะครับท่าน ไม่เห็นหลายวัน
อาจงงๆหน่อยนะครับเพราะบ้านนี้เป็นเรื่องยาวต่อเนื่องกันตั้งแต่เรื่องแรก
จากสี่ปีที่แล้วโน้น ว่างๆแวะมาคุยกันนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
khox วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

สวัสดียามเย็นครับ กะลังค่อยๆ ละเมียดละไมอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
คนริมคลอง วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konrimklong
เสียงจากประชาชนกลุ่มน้อยของประเทศไทย

...แวะเข้ามาศึกษาวิถีทางแห่งอิสลามครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 22/06/2011 เวลา : 17.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

สวัสดียามเย็นครับ..

ตามคร่าวๆก่อน..ว่างๆจะตามอ่านอย่างละเอียดครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2011 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]