• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 914343
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันเสาร์ ที่ 24 กันยายน 2554
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 1065 , 04:32:33 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ฅนสยาม โหวตเรื่องนี้


ภาพเขียนของชาวคริสต์ ในยุคที่อิสราเอล ยังไม่ได้ตั้งกษัตริย์ แต่อาณาจักรถูกบริหารด้วยพระหรือนักบวช 
หรือศาสดาที่พระเจ้าแต่งตั้งมาให้ โดยไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับการทหารและการรบ



  หากศาสนาและศิลธรรมแข็งแรง กษัตริย์และผู้นำอาณาจักรก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็น

  หากมีใครถามว่า หน้าที่ของศาสดาคือสิ่งใด แน่นอนทุกคนคงตอบว่า คือการเผยแผ่ศาสนา และศาสนานั้นน่าจะเป็นสิ่งที่ใช้ปกครองคนได้โดยไม่ต้องพึ่งสิ่งใดอีก เรื่องแบบนี้ในอดีตเมื่อก่อนยุคที่พระเจ้าจะส่งท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด มาเผยแผ่ศาสนา และเนิ่นนานต่อไปตั้งแต่ก่อนยุคของพระพุทธเจ้าจะประสูติในอินเดียนั้น ชาวยิวก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน แม้ยุคนั้นนบีมูซา(โมเสส)จะพาชาวอิสราเอลฝ่าฟันการปองร้ายของฟาโรว์แห่งอียิปต์ ข้ามทะเลแดงหนีมาได้โดยปาฏิหาริย์มากมายก็ตาม แต่นบีมูซานั้น ก็รบกับเผ่าต่างๆมาตลอดทางเพื่อพาชาวอิสราเอลกลับมายังแผ่นดินปาเลสไตน์ตามที่พระเจ้าสัญญาว่าจะมอบแผ่นดินสร้างชาติให้แก่ชาวอิสราเอล

 ตอนนั้นชาวอิสราเอลเอลนั้นคิดว่า มนุษย์ไม่จำเป็นต้องมีผู้นำหรอกหากว่ายึดอยู่ในหลักธรรมอันถูกต้องของศาสนา ชาติไม่จำเป็นต้องมีกษัตริย์ บรรดาพระและนักบุญนักบวชและศาสดาที่พระเจ้าส่งมานั้น ก็เพียงพอแล้ว เมื่อเกิดปัญหาใดๆก็ให้ท่านผู้รู้ผู้ทรงศีลเหล่านั้นตัดสินก็สิ้นเรื่อง หากถึงยามคับขันต้องรบกันกับเพื่อนบ้านหรือคนต่างแดน ก็หานักรบอาสากันขึ้นมาปกป้องแผ่นดินของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องมีกษัตริย์หรือผู้นำในการรบเป็นจริงเป็นจังก็ได้

 ดังนั้นในยุคแรกของประเทศอิสราเอลโบราณ หลังจากที่นบีมูซา(โมเสส) มอบหมายให้นบี ยูซะฮ์(โยโชวา)นำผู้คนมายึดแผ่นดินจากชาวเมืองเผ่าต่างๆและชาวปาเลสไตน์นั้น อาณาจักรยูดาห์ของอิสราเอลจึงไม่มีผู้นำ หรือกษัตริย์แต่อย่างใด มีแต่บรรดาผู้รู้เรื่องศาสนาที่พระเจ้าแต่งตั้งมาให้คำปรึกษา แต่ละเผ่าของอิสราเอลต่างก็มีกองกำลังของตนเอง ไม่ขึ้นแก่กัน แต่ก็ไม่ใช่กองกำลังของชาติโดยตรงที่ขึ้นต่อกษัตริย์อันเป็นจอมทัพ

 แต่พอเอาเข้าจริง เมื่อเกิดสงคราม ที่ชาวดินแดนใกล้เคียงยกทัพมา แต่ละเผ่าก็เกิดการเกี่ยงกัน หาคำตัดสินและข้อคิดที่เด็ดขาดในการนำทัพได้ไม่

 จึงมาถึงเรื่องที่ว่า หน้าที่ของกษัตริย์โดยพื้นฐานจริงๆนั้นคืออะไร เป็นเรื่องต้นๆ คำตอบก็คือ การเป็นจอมทัพนี่แหละ ที่ต้องนำทัพปกป้องเอกราชของชาติหรืออาณาจักรของตนเพื่อยังความสงบมาให้แก่ประชาราษฎ์ในอาณาจักรของตน ดังนั้น เมื่อถึงเวลาที่สำคัญอันคับขัน ชาวอิสราเอลก็ร้องขอต่อพระเจ้าให้ประทานกษัตริย์มาให้เป็นผู้นำทัพแก่พวกเขาเถิด พวกเขาเริ่มยอมรับผู้นำมากขึ้น ในยุคนั้นพวกเขาประสงค์ชัดเจนว่าพวกเขาต้องการกษัตริย์ แต่ไม่ว่าคนเผ่าใดของอิสราเอลต่างก็อยากให้คนในเผ่าของตนขึ้นเป็นกษัตริย์ด้วยกันทั้งนั้น คำตอบสุดท้ายที่ลดปัญหาการขัดแย้งกันก็คือพวกเขาขอให้ อัลเลาะฮ์พระผู้เป็นเจ้าทรงเลือกกษัตริย์มาให้แก่พวกเขา

 ในยุคของท่านนบีมูฮัมหมัดนั้นก็เช่นกัน แน่นอนหน้าที่โดยตรงที่เรารู้กันก็คือท่านนบีมูฮัมหมัดนั้น เป็นศาสนทูตที่พระเจ้าทรงเลือกให้มาเผยแผ่ศาสนาของพระองค์ และท่านก็มีภารกิจในการเป็นกษัตริย์แห่งเมืองมะดีนะฮ์ และเมื่อท่านพิชิตนครมักกะฮ์ได้ท่านก็เป็นกษัตริย์แห่งมักกะฮ์ด้วยเช่นกัน จริงอยู่บางครั้งกษัตริย์นั้นก็เป็นเพียงจอมทัพแต่ในนามมิได้ออกรบจริง

 แต่ท่านนบีมูฮัมหมัดในวัยที่ใกล้จะหกสิบในเวลาแห่งสงคราม หุนัยน์นั้น ท่านยังเป็นจอมทัพที่นำทัพออกมารบเองอย่างสมบูรณ์ยิ่งในภารกิจของกษัตริย์แห่งอารเบียก็ว่าได้

 ท่านได้นำทัพมาจำนวนมหาศาล ชนิดที่ว่าผู้คนที่ร่วมมากับกองทัพของท่านนั้นรู้สึกลำพองใจและมั่นใจเป็นยิ่งนัก เพราะไม่เคยมีกองทัพใดในอารเบียที่เคยรวมทัพได้ถึง หนึ่งหมื่นสองพันคน มาก่อน

 หนึ่งหมื่นคนนั้น เป็นพวกที่เคยพิชิตเมืองมักกะฮ์มาสดๆร้อนๆตามที่ฉันได้เล่าผ่านมา และอีกสองพันคนนั้นได้มาจากเผ่ากุรอยช์(กุเรช)รวมทั้งอบูซุฟยานที่เป็นผู้นำชาวมักกะฮ์ พร้อมด้วยเครื่องอาวุธยุทธภัณฑ์อันดีเยี่ยมครบมือ พวกเขามีทั้งม้าทั้งอูฐ และเสบียงเพียบพร้อม แถมด้วยกระสุนดินดำที่พร้อมจะทำระเบิดเพลิง มีธงชูอยู่เหนือแนวทหารของแต่ละเผ่าให้เคลื่อนตามกันอย่างเป็นระเบียบ มุสลิมทั้งเก่าและใหม่ต่างก็ภาคภูมิใจในภาพของกองทัพของพวกเขายิ่งนัก บางคนถึงกับกล่าวทำนองที่ว่า

 “อย่างน้อยที่สุด วันนี้พลังอันมหาศาลของพวกเราทำให้เราไม่หวาดกลัวต่อกองทัพใดๆเลย”

 เมื่อทัพมุสลิมได้ยกมาถึงตำบลหุนัยน์ ในเวลาพลบค่ำ พวกเขาก็ตั้งค่ายอยู่ตรงปากทางของหุบเขาเพื่อรอรุ่งเช้าของอีกวัน จึงค่อยเคลื่อนทัพ ท่านนบีมูฮัมหมัด ขี่ล่อสีขาวของท่านที่เสมือนว่าจะมีอยู่ตัวเดียวทั้งอารเบียในเวลานั้น อยู่ท้ายแถว มีแม่ทัพหนุ่ม คอลีด อิบนุลวาลีด เป็นผู้บัญชาการทหารเผ่า บนู สุลัยม์ เป็นกองระวังหน้า

 การปะทะกันของกองทัพในยกแรก

 เมื่อรุ่งอรุณมาถึง กองทัพมุสลิมก็เคลื่อนทัพผ่าน หุบเขาหุนัยน์ แม่ทัพหนุ่ม มาลิก อุบนุ เอาฟ์ แห่งเผ่า ฮะวาซิน ที่ยกทัพมาซุ่มรอจังหวะโจมตีกองทัพมุสลิมก็ส่งสัญญาณให้ไพร่พลของตนที่มาซุ่มอยู่ในหุบเขานานแล้ว โจมตีระลอกแรกด้วยลูกธนูที่ถูกซัดลงมาราวห่าฝน จนกองทัพมุสลิมที่อยู่ด้านล่างระส่ำระสาย และตามด้วยสัญญาณคำสั่งให้บุกโจมตีด้วยอาวุธ ทั้งสั้นและยาว กองทัพมุสลิมแตกพ่ายกระเจิงอย่างไร้ระเบียบท่ามกลางความสลัวของรุ่งอรุณของวันนั้น

 เราจะเห็นได้ว่า ในขณะที่อิสลามเผยแผ่ออกไป ด้วยจำนวนคนที่ไม่มากแต่เข้มแข็งด้วยศรัทธานั้น เราจะไม่ค่อยเห็นความแตกแยกในหมู่มุสลิมเพราะทุกคนรบด้วยหัวใจที่เด็ดเดี่ยวและทุ่มเทเลือดทุกหยดอย่างศรัทธาที่เต็มเปี่ยม เพื่อพระเจ้าและท่านนบี แต่วันแห่งสงครามหุนัยน์นั้นแม้มุสลิมมีจำนวนมากมายและอาวุธครบมือก็ตาม แต่ในจำนวนคนที่มากมายเหล่านั้น ต่างก็เข้ามารับนับถือศาสนาอิสลามด้วยเหตุผลที่ต่างกันไปมิใช่ด้วยศรัทธาอันบริสุทธิใจเป็นประเด็นหลัก เช่น บางคนเข้ามานับถือ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองการค้า เพราะกระแสมุสลิมกำลังมาแรก บางคนต้องการพรรคพวก บางคนต้องการความอยู่รอดเพื่อแลกกับชีวิต ที่ความผิดของพวกเขาก่อนหน้านั้นคือสมควรตาย และอิสลามเป็นข้อเสนอเพื่อให้ทางรอดสุดท้ายแก่พวกเขา เมื่อกองทัพมุสลิมแตกพ่ายตาลีตาเหลือกกับการโจมตีอันกะทันหันในครั้งนี้ บางคนในกองทัพของมุสลิมเองกลับรู้สึกดีใจถึงกับกล่าวอย่างเย้ยหยันออกหน้าออกตาว่า

 “ พวกมุสลิมรบเก่งคงจะไม่แพ้หรอก จนกว่าจะถูกเหวี่ยงตกทะเลตายหมด”

บางคนที่ญาติของเขาเคยทำสงครามกับมุสลิมและพ่ายแพ้ถูกฆ่าตายในสงครามเมื่อครั้งก่อนหน้านี้ สมัยที่พวกเขายังเป็นศัตรูกับมุสลิมก็กล่าวว่า

 “วันนี้ละเป็นวันที่ฉันจะได้แก้แค้นกับมูฮัมหมัด และพรรคพวกของเขา”

 “วันนี้ชะตากรรมของพวกมุสลิม คงจบสิ้นเป็นแน่”

 แต่บางคนในกองทัพมุสลิมที่เป็นพี่น้องของพวกเขาเองก็โต้ตอบกลับไปว่า

 “เงียบเถอะน่า ..! ขอให้ลิ้นของพวกเจ้าถูกสาปแช่งเถอะ การที่ได้เจ้านายเป็นคนเผ่ากุร็อยช์ด้วยกันนั้น(ท่านนบีมูฮัมหมัดก็เป็นคนของเผ่ากุรอยช์) ย่อมดีกว่าที่จะได้เจ้านายจากคนเผ่า ฮะวาซินนะ”

   คงเป็นคำพูดทำนองนี้ในเหตุการณ์ที่กองทัพมุสลิมกำลังขวัญเสียชุลมุนกันอยู่ หลายคนวิ่งหนีแตกกระเจิงไปยังท้ายแถวทิ้งแนวรบที่ตนต้องรักษาไว้โดยไม่รู้ว่าท่านนบีมูฮัมหมัดอยู่ตรงนั้น

 ในสถานการณ์อันฉุกเฉินเช่นนี้ ทุกอย่างในภาวะวิสัยแห่งความเป็นจริงกำลังพุ่งมาสู่การตัดสินใจของท่านนบีมูฮัมหมัด ในฐานะจอมทัพ ว่าท่านจะต้องทำอย่างไร หรือจะต้องรักษาชีวิตของท่านไว้และปล่อยให้ความพยายาม 20 ปีที่ผ่านมาแห่งการประกาศศาสนาอิสลามของท่านต้องจบสิ้นลงในเช้าวันนี้ที่สมรภูมิหุนัยน์

 แน่นอนท่านไม่เคยสิ้นหวังในพระเจ้า แม้เกือบจะประสบกับความตายในหลายครั้งที่ผ่านมา ท่านได้พิสูจน์มาแล้ว และหากพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะให้ท่านประสบกับความตาย ท่านจะต้องประวิงเวลาไปเพื่อสิ่งใดเล่า

 ท่านจึงปักหลักมั่น ไม่แตกตื่นหรือวิ่งถอยตามคนเหล่านั้นไป แล้วพวกมูฮาญิรูน(พวกที่อพยพร่วมกับท่านตั้งแต่ครั้งแรก)และพวกอันศอร(ชาวมะดีนะฮ์ที่ให้การช่วยเหลือผู้อพยพตั้งแต่แรก) และบรรดาญาติสนิทของท่านจำนวนหนึ่งก็ได้เข้ามาห้อมล้อมท่านไว้ ในขณะที่คนอีกพวกหนึ่งในกองทัพได้วิ่งหนีผ่านท่านไป ท่านได้เรียกพวกเขาทำเข้ามาประจำแถวแนวรบอีกครั้งหนึ่ง แต่พวกนั้นก็ขวัญเสียเกินกว่าจะได้ยิน หรือไม่ก็ไม่สนใจต่อเสียงของท่าน เพราะเหตุที่พวกเผ่าฮะวาซินและพันธมิตร เข้าโจมตีอย่างกะทันหันอย่างเป็นระบบกว่า พวกนั้นหลั่งไหลกันลงมาจากเชิงเขาอย่างมากมาย เข้าโจมตีกองทัพมุสลิมที่อยู่ด้านล่าง

 หัวหน้าของพวกเขา ขี่อูฐสีน้ำตาลแดง ผูกธงดำติดที่หอกแทงทะลุทะลวงลงไปที่หน้าอกและทุกส่วนของมุสลิมที่ผ่านเข้ามาใกล้อย่างน่าสะพรึงกลัว ตามด้วยนักรบเดินเท้าถือดาบที่ไล่ฟาดฟันมุสลิมอย่างบ้าคลั่ง จนมุสลิมแตกพ่ายไปอย่างพวกสติแตก

 ท่านนบีมูฮัมหมัด อยู่ในเหตุการณ์ท่ามกลางการโจมตีราวกระแสน้ำอันเชี่ยวกราดของศัตรูเช่นนั้น ด้วยสัญชาติญาณ ท่านได้ชักล่อของท่านให้โจนเข้าไปเพื่อต้านกองทัพของศัตรู แต่ อบู ซุฟยาน ได้ดึงบังเหียนล่อของท่านนบีไว้มิให้มันวิ่งไปข้างหน้า

 

 






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 25/09/2011 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
ฅนสยาม วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 21.21 น.
http://www.oknation.net/blog/khonsiam
ขอบคุณครับที่มาเจิมพร้อมกำลังใจ


ความคิดเห็นที่ 2
พิทักษ์ วันที่ : 25/09/2011 เวลา : 11.13 น.
http://www.oknation.net/blog/jaopad
ขอบคุณครับที่แวะมาติดตาม
และข้อคิดเห็น กับเรื่องราวในเอ็นทรี่นี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 25/09/2011 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ศาสนา และศีลธรรมที่แข็งแรง ชุมชนหรือประเทศนั้นก็แข็งแกร่งได้ไม่ต้องพึ่งผู้นำ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 21.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

โหวต 1 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว...

สวัสดียามค่ำคืนครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  



[ Add to my favorite ] [ X ]