• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 913421
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันอังคาร ที่ 15 พฤศจิกายน 2554
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 1558 , 01:00:33 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ฅนสยาม โหวตเรื่องนี้

  ความรู้สึกของบรรดาภรรยาที่ไม่มีบุตรของท่านศาสดามูฮัมหมัด

     แน่นอน ผู้หญิงในยุคไหนๆก็เหมือนกันในแง่ของความรู้สึก แม้บรรดาภรรยาหลายคนของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด จะข้ามเลยเรื่องการที่ท่านมีภรรยาหลายคนไปได้แล้ว ในเรื่องที่จะคิดอิจฉาต่อกัน แต่การที่ท่านหญิงมารีญะฮ์ ภรรยาที่มาจากการเป็นทาสนั้น พระเจ้ากลับทรงให้เธอมีบุตรชายกับท่านนบี ในขณะที่ภรรยาคนอื่นๆ นั้นตกอยู่ในการเป็นหมัน ซึ่งแม้แต่ภรรยาสาวที่อยู่ในวัยรุ่นและเป็นสาวบริสุทธิ์คนเดียวที่เป็นภรรยาของท่านนบี ก็หาได้มีบุตรไม่ ดูเหมือนทารก ที่เกิดใหม่นี้จะนำความปลาบปลื้มมาสู่ท่านนบีเป็นอย่างยิ่ง ยิ่งท่านมีความรักและเอาใจต่อเด็กน้อยมากเท่าไร ก็กลายเป็นสิ่งที่เพิ่มความรู้สึกอิจฉาแก่บรรดาภรรยาคนอื่นๆ มากขึ้นเท่านั้น

                        ท่านเอาอกเอาใจทารกน้อยและมอบความรักและยกย่องดูแลมารดาของเด็กน้อยมากขึ้น  ท่านให้รางวัลกับหมอตำแยที่ทำคลอดบุตรของท่านอย่างมากมาย ท่านฉลองการเกิดของลูกชายของท่าน ด้วยการให้ข้าวสารแก่คนยากจนอนาถาทั้งหมดในเมืองมะดีนะฮ์ และมอบให้อุมมุฟัยซ์ ให้เป็นแม่นม ซึ่งนางมีแพะอยู่เจ็ดตัว และใช้นมแพะนั้นเลี้ยงบุตรของท่าน ท่านจะแวะไปเยี่ยม ท่านหญิงมารีญะฮ์ ที่บ้านทุกวันเพื่อไปเชยชม ความเปล่งปลั่งและนุ่มนวลของเด็กน้อยผู้เกิดมาใหม่ สิ่งเหล่านี้ท้าทายต่อการอดทนของภรรยาคนอื่นๆของท่าน ว่าจะถึงขีดจำกัดเมื่อใด

                         อย่างที่ฉันกล่าวมาตั้งแต่ต้นว่า มุสลิมนั้นมองท่านนบีนั้นเป็นคนธรรมดาแม้ท่านจะอยู่ในฐานะของศาสนทูตของพระเจ้า(นบี) แต่ด้วยการสั่งสอนของท่านที่บอกเสมอว่าท่านเป็นเช่นนั้น แม้ฐานะของการเป็น นบีนั้น จะเป็นภารกิจที่สูงส่งและสำคัญที่สุดกว่าภารกิจอื่นๆก็ตาม ในยุคสมัยของท่านนั้น ท่านได้ครอบครองเมืองมักกะฮ์และมะดีนะฮ์และหัวเมืองโดยรอบอารเบีย หากจะว่าไปแล้วในขณะที่ท่านมีบุตรชายนี้ ท่านก็เปรียบเสมือนเจ้าเมืองหรือกษัตริย์แห่งอารเบียก็ว่าได้และไม่เคยมีใครเลยในประวัติศาสตร์ของอารเบียที่รวบรวมเผ่าต่างๆเข้าเป็นระบบเมืองเลย แต่ด้วยการสั่งสอนของท่านนั้นทำให้ฐานะกษัตริย์ที่ท่านครอบครองนั้น ไม่มีสิ่งใดที่แตกต่างไปจากคนธรรมดาเลย ท่านยังคงมีฐานะโดยรวมแล้วนับว่ายากจนด้วยซ้ำ ตัวท่านและภรรยาของท่านก็เพียงแค่พอกินไปวันต่อวันเท่านั้น หลังจากการจากไปของท่านแล้วภรรยาของท่านได้รายงานวจนะ(ฮาดิษ)ของท่านว่า ครอบครัวของท่านไม่มีเนื้อสัตว์และขนมปังกินได้ติดกันทุกวันเลย รวมทั้งมีข้อมูลที่กล่าวว่า ท่านและครอบครัวไม่เคยกินขนมปังจากแป้งชั้นดีเลย  ท่านห้ามเรื่องการทำความเคารพยกย่องท่านในฐานะกษัตริย์อย่างที่บรรดาชาวเปอร์เชียร์หรือโรมัน หรือแว่นแคว้นทั่วไปทำกัน ถึงแม้จะเริ่มมีทรัพย์จากสงครามหรือจากส่วนอื่นๆในฐานะของเมือง ท่านก็มิได้ใช้สิ่งเหล่านั้นไปในการส่วนตัวเลย นอกส่วนอันน้อยนิดที่จำเป็นต่อท่านเท่านั้น



                        บรรดาภรรยาทั้งหลายของท่านนั้นก็มิได้อยู่อย่างสุขสบายพิเศษอันใด นอกจากฐานะการได้เป็นภรรยาของท่านเท่านั้น ท่านยังช่วยภรรยารีดนม เย็บและซ่อมแซมเสื้อผ้าและรองเท้าของท่านเอง ไม่มีข้าทาสบริวารมากมายอย่างที่กษัตริย์หรือเจ้าเมืองควรจะเป็น แต่สิ่งหนึ่งที่ท่านให้กับภรรยาของท่านเป็นพิเศษก็คือ สิทธิอันมากมาย อย่างที่ไม่เคยมีสตรีคนใดของอาหรับในยุคนั้นเคยได้มาก่อน อย่างที่กล่าวมาแล้วก็คือยุคของท่านและยุคก่อนหน้าท่านนั้น สตรีไม่มีความหมายอันใดนักสำหรับสังคม นี่ขนาดที่ว่า สตรีอาหรับนั้น มีสิทธิมากกว่าสตรีในยุคเดียวกันเป็นอย่างมาก หากเทียบกับอาณาจักร โรมันและเปอร์เชียร์แล้วก็ตาม ยิ่งผู้ที่อยู่ในฐานะกษัตริย์หรือเจ้าเมืองด้วยแล้ว ผู้หญิงยิ่งกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายมากขึ้นไปอีก

                       บางครั้งท่านก็อุ้มลูกชายของท่านมาที่ห้องของบรรดาภรรยาคนอื่นที่ท่านสร้างไว้ให้เธอเหล่านั้นที่ข้างมัสยิด ท่านพาเด็กน้อยไปที่ห้องของ อาอีซะฮ์ เพื่ออวดเด็กให้นางดู และกล่าวทำนองว่าเด็กน้อยนั้นมีหน้าตาคล้ายกับท่าน แต่อาอีซะฮ์ มองเด็กน้อยแล้วก็กล่าวว่า ไม่เห็นเหมือนตรงไหนเลย บางครั้งท่านกล่าวว่า เด็กน้อยโตขึ้นมากเชียว เธอกลับย้อนอย่างเจ็บแสบว่า เด็กคนไหนที่กินนมมากอย่าง อิบรอฮีมกินนั้น ก็ต้องโตด้วยกันทั้งนั้นแหละ

                     เรื่องราวเหล่านี้ท่านย่อมรู้ได้ว่า หลายเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในใจต่อบรรดาภรรยาของท่านนั้น หรือเป็นสิ่งที่เธอเหล่านั้นเก็บความรู้สึกได้บัดนี้มันได้มาถึงจุดหนึ่ง ที่การตามใจและให้เกียรติ์บรรดาภรรยาของท่านนั้น เธอกำลังจะก้าวล่วงมากเกินไปเสียแล้ว อย่างเช่น การกล่าวของท่านหญิงอาอีซะฮ์ ที่ว่าเด็กนั้นไม่เหมือนกับท่านนั้น ดูจะเสมือนอาจจะเกินเลยไปเป็นการกล่าวหาต่อท่านหญิงมารีญะฮ์ชี้นำไปในทางที่ว่า แม่ของเด็กนั้นผิดประเวณีต่อผู้อื่น

                     การให้สิทธิมากมายต่อภรรยาของท่านนบีนั้น เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นในอารเบียเลย ท่านอุมัร ที่เป็นทั้งสาวกที่ใกล้ชิดท่าน เป็นทั้งพ่อตา คนหนึ่งของท่าน เป็นขุนพลฝ่ายบู้ของกองทัพอิสลามที่ดุดันนั้นได้เคยกล่าวว่า

 “ด้วยพระนามของพระเจ้า ในสมัยก่อนอิสลามนั้น เราไม่เคยเกรงอกเกรงใจต่อผู้หญิงของเราเลย หลังจากที่วะห์ยู (โองการในคัมภีร์อัลกุรอาน)ลงมาเกี่ยวกับนางนั่นแหละ เราจึงเริ่มทำกัน ครั้งหนึ่งภรรยาของฉันมาหาฉันและพยายามไม่ให้ฉันทำสิ่งหนึ่งที่ฉันตั้งใจว่าจะทำ ฉันตอบหล่อนไปว่า ไม่ใช่กงการอะไรของหล่อน หล่อนกลับตอบว่า “โอ้ อุมัร อิบนุล(บุตรของ)ค็อฏฏ็อบ เอ๋ย ท่านนี่ช่างแปลกจริง ท่านไม่ยอมให้ฉันบอกอะไรท่านเลย ในขณะที่ลูกสาวของท่าน สามารถตำหนิติเตียนสามีของนาง ซึ่งเป็นศาสนาทูตของพระเจ้า และตำหนิรุนแรงเสียจนท่านนบีกลุ้มใจไปทั้งวัน”

                    พอได้ยินเช่นนั้นฉันก็คว้าเสื้อคลุมมาใส่แล้วก็เดินไปที่บ้านของ ฮัฟเซาะฮ์ ลูกสาวของฉัน และบอกกับนางว่า

 “โอ้ลูกของพ่อ เป็นความจริงหรือที่ลูกตำหนิท่านศาสนทูตของพระเจ้า อย่างรุนแรงจนท่านกลุ้มใจไปทั้งวัน?” 

                   ฮัฟเซาะฮ์ตอบว่า

 “จริงๆค่ะ ลูกและภรรยาคนอื่นๆของท่านได้ตำหนิท่าน”

                    ฉันจึงตอบว่า

 “พ่อควรจะเตือนลูกไว้ว่านั่นมันจะทำให้ลูกได้รับโทษจากพระเจ้า และยังจะได้รับความโกรธเคืองจากท่านนบีอีกด้วย ลูกเอ๋ย จงอย่าให้ความเป็นผู้หญิงที่หยิ่งทระนงเพราะความสวยงามหรือเพราะการที่ท่านนบีรัก หล่อน มาหลอกลวงเจ้าเลย”

                     แล้วฉันก็ออกจากบ้านของลูกสาวฉันและมุ่งไปที่บ้านของอุมมุสะลามะฮ์ ซึ่งเป็นภรรยาคนหนึ่งของท่านนบีและเป็นญาติของฉัน เมื่อฉันถามนางด้วยคำถามเดียวกัน นางก็ตอบว่า

 “ท่านนี่ช่างแปลกเสียนี่กระไร โอ้ อิบนุล(บุตรของ)ค็อฏฏ็อบเอ๋ย นี่ท่านจะเข้ามายุ่งเสียทุกเรื่องแม้แต่เรื่องในบ้านของท่านนบีเชียวหรือ?””

                    อุมัรได้เล่าต่อไปว่า

 “พอได้ยินเรื่องดังนี้ ฉันก็เลยต้องทิ้งความคิดทุกอย่างเสีย”

                          บรรดาภรรยาวางแผนแกล้งท่านศาสดามูฮัมหมัด

 ภรรยาของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัดนั้น ดูเหมือนเธอจะมิสิทธิ์มากมายกว่าบรรดาผู้หญิงในยุคเดียวกันที่มีต่อสามีเป็นอย่างยิ่ง จนถึงขั้นปรึกษาว่าแผนกันแกล้งท่านนบี เพราะพวกเธอนั้นรู้พฤติกรรมในยามปกติของท่านดี ในยามกิจการบ้านเมืองไม่ได้อยู่ในภาวะคับขันหรือการสงครามที่ต้องเร่งรีบทุกเวลาเพื่อแก้ปัญหา

               ท่านมักจะไปเยี่ยมภรรยาของท่านทันทีหลังละหมาดบ่ายแล้ว ครั้งหนึ่งท่านได้ไปหาท่านหญิงซัยหนับที่บ้าน(บางรายงานบันทึกว่าท่านไปที่บ้านของท่านหญิงฮัฟเซาะฮ์) และได้อยู่ที่นั่นนานผิดปกติ ภรรยาคนอื่นๆรู้สึกอิจฉากันในเรื่องนี้ ท่านหญิงอาอีซะฮ์รายงานว่า

 “ฮัฟเซาะฮ์กับฉันจึงวางแผนร่วมกันว่า ถ้าท่านนบี ไปเยี่ยมเยือนใคร ก็ให้ผู้นั้นบ่นว่าลมหายใจของท่านมีกลิ่นเหม็น และถามท่านว่าท่านไปรับประทาน มะฆอฟีร์(ของหวานชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นเหมือน ซึ่งท่านนบีไม่ชอบกลิ่นนี้)มาหรือ? ในขณะที่ท่านไปหาภรรยาของท่านคนอื่น ท่านก็ถูกถามด้วยคำถามเดียวกันนั้น ท่านได้ตอบว่า”

 “เปล่าเลย ฉันกินเพียงแต่น้ำผึ้ง มาจากห้องของซัยหนับที่นำมาให้ฉัน แต่ฉันจะไม่กินอีกล่ะ” 

                  ด้วยการวางแผนของฮัฟเซาะฮ์และไออีซะฮ์นั้น ท่านหญิงเซาดะฮ์ได้เล่าว่า เมื่อท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัดได้เข้ามาหานาง นางก็ถามท่านด้วยคำถามเดียวกัน ท่านก็กล่าวปฏิเสธ ฉันจึงถามต่อไปว่า

 “แล้วกลิ่นเหม็นนั้นมาจากไหน?”

 ท่านตอบว่า

 “ฮัฟเซาะฮ์ให้น้ำผึ้งฉันกินนิดหน่อย คงเป็นน้ำผึ้งที่ผึ้งเก็บมาจากดอกไม้ของต้นไม้ที่มีกลิ่นเช่นนั้นกระมัง”

                เมื่อท่านมาหาท่านหญิงอาอีซะฮ์ เธอก็ถามเช่นนั้นอีก เมื่อท่านไปหาท่านหญิงซอฟียะฮ์ก็เจอคำถามเช่นนั้นอีก จนท่านนบีถึงกับกล่าวว่าจะไม่แตะน้ำผึ้งอีกเลย

               จนกระทั้งในที่สุดท่านหญิงเซาดะฮ์ก็ได้พูดขึ้นในวันหนึ่งว่า

 “การสรรเสริญจงมีแด่พระผู้เป็นเจ้า เราเกือบทำให้ท่านต้องละทิ้งสิ่งที่ท่านชอบจริงๆ เสียแล้ว”

                 แต่การสารภาพของท่านหญิงเซาดะฮ์นี้ ท่านหญิงอาอีซะฮ์ ผู้เป็นคนต้นคิดวางแผนก็มองค้อน และพยายามสงสัญญาณให้นางเงียบเสีย

                  น้องไลลาคงเห็นแล้วนะจากตัวอย่างที่ฉันนำมาเล่านี้ว่า บรรดาภรรยาของท่านนบีนั้น มีอิสระและสิทธิ ที่ท่านนบีให้แก่เธอเหล่านั้นขนาดไหน และจนเมื่อท่านได้บุตรชายกับ ท่านหญิงมารีญะฮ์  จึงกลายเป็นชนวนที่ก่อให้เกิดความไม่พอใจได้อย่างมากมายต่อบรรดาภรรยาของท่าน จนความใจเย็นและความอดทนที่จะควบคุมตัวเองของเธอเหล่านั้นแทบจะหมดลงไปเพราะความเคยชินต่อสถานะในการแสดงออกของเธอที่ท่านนบีมอบให้นั้น





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
musachiza วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 02.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
ฅนสยาม วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 05.43 น.
http://www.oknation.net/blog/khonsiam
ขอบคุณครับที่เข้ามาให้กำลังใจสม่ำเสมอ
พร้อมของฝาก


ความคิดเห็นที่ 2
สุรศักดิ์ วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 22.46 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยมพร้อมข้อคิดเห็น กับมุมมอง
ในเอ็นทรี่นี้


ความคิดเห็นที่ 3
vii๖ วันที่ : 17/11/2011 เวลา : 01.10 น.

"หืม... ไม่เคยมีอิมเมจว่าท่านนบี หรือชายอิสลาม(พิมพ์ไปโกรธไหมเนี่ย)"
ไม่โกรธครับ ต้องขอบคุณครับที่พูดคุยและแสดงความคิดเห็น
อย่างเป็นกันเอง
มีมุมมองหนึ่งที่อยากคุย อันต่างจากภาพที่คุณเคยอิมเมจคือ
อันที่จริงชายมุสลิมนั้น น่าจะเป็นผู้ชายที่รับใช้ภรรยามากกว่า
ทุกศาสนาก็ว่าได้นะครับ เหตุผลก็คือ เมื่อสตรีต้องคลุมศรีษะ
และถุกห้ามทำงานในสาธารณะโดยทั่วไป ..ผู้ชายจึงตัองเป็นผู้
ต้องทำงานมากกว่าปกติ เช่นการออกไปซื้อของนอกบ้านเพราะบางทีผู้หญิง
จะออกนอนกบ้านต้องเสียเวลาแต่งกายมิดชิด ฯ
การที่จะต้องออกไปไหนต่อไหนเพื่อเป็นเพื่อนกับภรรยา
หรือลูกสาว เพราะมีกฏว่าผู้หญิงจะเดินทางต้องมีผู้ปกครองดูแล

ตัวอย่างก็คือ ในประเทศอิสลามทั่วไป เช่น ดูไบ ซาอุ บาห์เรน ฯ
เราจะเห็นในตลาดมีแต่พ่อค้าผู้ชายทั้งนั้น ไม่ว่าจะขายปลาขายอาหาร
ในตลาดสด ไปยันตลาดเพชรพลอยและทองคำ
เพราะผู้หญิงมีสิทธิอ้างได้ว่า หน้าที่การเลี้ยงดู และดูแลนั้น
ศาสนากำหนดให้เป็นหน้าที่ของผู้ชาย และศาสดามูฮัมหมัด
ก็ทำแบบอย่างไว้...คุยกันอีกมุมมองนะครับ มิได้ขัดแย้ง
ต่อทัศนะคติของคุณ





ความคิดเห็นที่ 4
พิทักษ์ วันที่ : 19/11/2011 เวลา : 12.33 น.
ครับเห็นด้วยกับที่ท่านว่า...แต่อิสลามนั้นค่อนข้างจะโอนอ่อน
ค่อนข้างจะยอมรับความรู้สึกอันอ่อนไหวของผู้หญิง
มากกว่าจะให้อภัยกับความอ่อนไหวของผู้ชาย

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 19/11/2011 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

ความอิจฉาที่อยู่ในใจน่าจะดีกว่ามาแสดงออกภายนอก

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
vii๖ วันที่ : 17/11/2011 เวลา : 01.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

หืม... ไม่เคยมีอิมเมจว่าท่านนบี หรือชายอิสลาม(พิมพ์ไปโกรธไหมเนี่ย) จะช่วยภรรยาเลี้ยงลูก หรือรีดนมเท่าไรจริงๆ ถ้าไม่ได้มาอ่านก็คงไม่รู้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ (ได้จากที่นี่เลย)  "เทคนิคในการแก้โรคย้ำคิดย้ำทำ ของครูบาด่อน ทองใส !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบน

ความรู้สึกของบรรดาภรรยาที่ไม่มีบุตร
ก็คงจะอิจฉาเป็นธรรมดา จึงได้หาทาง
ต่าง ๆ นานา ขอบคุณมากครับที่ให้
ความรู้อย่างละเอียดในเรื่องของศาสนา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 05.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

โหวต 1 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว...


ทิ้งช่วงไปนานเดือนหนึ่งเลยนะครับ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]