• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 940491
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันจันทร์ ที่ 12 ธันวาคม 2554
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 1358 , 18:27:32 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ฅนสยาม โหวตเรื่องนี้

  

อาณาเขตอำนาจของอาณาจักรไบเซนไทน์(โรมันตะวันออก) ในยุคที่ท่านนบีมูฮัมหมัดยังมีชีวิตอยู่



 ศาสดามูฮัมหมัดเรียกร้องให้ชาวอารเบียออกรบกับโรมันตะวันออก(1)

       มันเป็นภารกิจที่หนักหนามากหากเรามาลองคิดถึงสภาพของ รัฐอิสลามที่เพิ่งสถาปนาขึ้นท่ามกลางดินแดนแห่งทะเลทรายอารเบีย เป็นครั้งแรกที่ผู้คนในทะเลทรายที่ไม่เคยมีมหาอำนาจใดเข้ามารุกรานเอาผู้คนในแผ่นดินอารเบียเป็นเมืองขึ้นให้ส่งส่วย อาจเป็นเพราะพวกเขาก็กระจัดกระจายกันเป็นเผ่าเป็นหน่วยย่อยที่เล็กเกินไป จนมหาอำนาจไม่ให้ความสนใจในการยึดครอง ดูเหมือนไม่มีสิ่งก่อสร้างอันใดที่โดดเด่นเลยในอารเบียนับตั้งแต่มีโลกมาก็ว่าได้ แม้แต่สถานที่ๆเป็นศูนย์กลางของชาวอารเบียที่เมืองมักกะฮ์ ที่เรียกกันว่า บ้านของพระเจ้า  อันมีตำนานยาวนานและเป็นที่เคารพของอาหรับทั่วอารเบียตั้งแต่โบราณ ก็เป็นเพียงลักษณะของกองหินที่ก่อขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมเท่านั้น หาได้มีมีศิลปะอันบรรเจิด หรือตบแต่งด้วยทองคำหรือวัตถุมีค่าวิจิตรบรรจง อันควรค่าแก่มหาอำนาจอย่างโรมันหรืออาณาจักรที่เรืองอำนาจก่อนหน้านั้น คิดที่จะฝ่าทะเลทรายเข้ามายึดไม่

 ดูเหมือนสิ่งหนึ่งที่คนจากอารเบียจะได้รับการยอมรับก็คือ ความช่ำชองในการใช้ภาษาอาหรับของพวกเขา ที่เป็นศิลปะในการพูด การสร้างบทกวี การตีสำนวนโวหาร และการเล่าเรื่องการเดินทางค้าขาย ผจญภัยต่างแดน ที่ถูกบรรยายตระการตาด้วยภาษาอันวิจิตรจนเกินจริงรอบกองไฟในทะเลทรายที่พวกเขาล้อมวงกันเล่าเรื่องในยามราตรี อารเบียมีการแข่งขันกันระหว่างเผ่าให้ลือชื่อในเรื่องการใช้ภาษาและกวีไปทั่วท้องทะเลทราย และผู้ชนะก็จะได้นำเอาบทกวีไปติดอยู่ผนังด้านหนึ่งของวิหาร กะอ์บะฮ์ บ้านแห่งพระเจ้าที่ก่อด้วยกองหินเป็นรูปสี่เหลี่ยมลูกกบาศ์ เรียกรางวัลนั้นว่า “กวีแขวน” ซึ่งโชว์ไว้ให้ชาวเผ่าต่างๆที่มาแสวงบุญได้เสพสมถ้อยกวีที่ชนะเลิศแห่งปีให้ระบือนาม สิ่งนี้กระมังที่ดูจะมีค่าสำหรับอาหรับในยุคนั้นและก่อนหน้านั้น คู่กับการรักษาอิสระและศักดิ์ศรีชื่อเสียงของบรรพบุรุษในเผ่าของตน และเรื่องภาษานั้นก็ไม่ได้มีค่าอันใดที่มหาอำนาจอย่างโรมันจะต้องใช้กำลังเข้ายึดครอง หรือสนใจกับดินแดนแห่งนี้นัก

 แต่ในวันที่ ชายผู้อ้างตัวว่า เป็นนบี(ศาสนทูต)ของพระเจ้าส่งมา ที่ชื่อมูฮัมหมัด จากเผ่า กุร็อยช์ ที่กล่าวว่า พระเจ้าองค์เดียวที่ยิวและคริสต์นับถือนั้น ได้ส่งท่านมาเป็นศาสนทูตของพระองค์ ที่ทำภารกิจเช่นเดียวกับ นบีอาดัม อิบรอฮีม(อับราฮัม) ยะกู๊บ(ยาโคบ) มูซา(โมเสส) ดาวูด(กษัตริย์ดาวิด) อีซา(พระเยซู)

(ขอพระเจ้าทรงประทานพรแด่ท่านเหล่านี้) แถมประทานคัมภีร์ที่อ้างว่าเป็นเล่มสุดท้ายที่ต่อจาก พระคัมภีร์โตรา(พระคัมภีร์เดิม)และอินยีล(บางเรื่องราวในพระคัมภีร์ใหม่)หรือคัมภีร์ก่อนหน้านั้น ที่พระเจ้าเคยประทานมาแล้ว และคัมภีร์อัลกุรอานที่มูฮัมหมัดอ้างว่า เป็นถ้อยคำพระเจ้านั้น ยังกล่าวหาว่า มนุษย์ในประวัติศาสตร์ได้เข้าไปเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมบางอย่างในคัมภีร์ก่อนหน้านี้ของพระองค์ ตามสถานณะการณ์ของยุคผู้คนที่ผ่านมา จนยากที่จะแยกแยะ ระหว่างคำพูดของพระเจ้าที่แท้จริง กับสิ่งที่ผู้คนเข้าไปเขียนต่อเติม ด้วยเหตุผลต่างๆในช่วงเวลาของประวัติศาสตร์และผู้บันทึก

                                              ดังนั้นคัมภีร์ ที่ชื่ออัลกุรอานที่ มูฮัมหมัด ชายชาวอาหรับนำมานี้ได้ลงมาชำระคัมภีร์ของพระเจ้า เล่มก่อนๆ ที่ตอนนี้(ในยุคของท่านนบีมูฮัมหมัด) คัมภีร์ของชาวยิวและคริสต์ซึ่งถูกถ่ายทอดจาก นบี(ศาสนทูต)องค์ก่อนๆที่เป็นภาษา ฮิบรูว์ และอาราเมอิค ซึ่งถูกกระจายออกไปในแบบภาษากรีก ละติน ตามภาษานิยมของมหาอำนาจกรีกและโรมันตะวันออกและตะวันตกที่สืบทอดปกครองแผ่นดินปาเลสไตน์มายาวนาน ที่รับเอาศาสนาคริสต์ไว้ในเวลาต่อมา แต่คัมภีร์อัลกุรอาน เป็นภาษาอาหรับตามแบบภาษาพูดของศาสดาที่เกิดในเชื้อสายนี้ได้ลงมายืนยันเรื่องต่างๆที่ถูกต้องเฉพาะคำของพระเจ้าเท่านั้น กลับถูกนำมาโดยชายผู้อาหรับที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้แถมมาจากจากเชื้อสายและภาษาของคัมภีร์ที่ชาวยิวและคริสต์ไม่เคยคิดว่า พระเจ้าที่ตนนับถือว่าเป็นพระเจ้าแห่งสากลโลกนั้นจะประทาน ศาสนาทูตองค์สุดท้าย ผู้นำคัมภีร์เล่มสุดท้ายอันสมบูรณ์จากพระองค์  ในดินแดนทะเลทรายที่ไม่เคยรวมตัวกันเป็นอาณาจักร หรือถูกกล่าวถึงมากนักของนักปราชญ์ในประวัติศาสตร์ก่อนหน้านี้ มันมีองค์ประกอบภายนอกมากมายที่จะไม่เชื่อชายผู้นี้ว่าเขาพูดจริง หากมิได้พิจารณาเนื้อหาและ ภาษาของคัมภีร์อัลกุรอาน

                                          เรื่องความขัดแย้งในเรื่องคำสอนของศานาใหม่ต่อศาสนายิวและคริสต์ที่ฉันยกมานั้น อาณาจักรโรมัน และตัวแทนไบเซนไทน์ที่ปกครองดูแลซีเรียและปาเลสไตน์ ที่รวมกันรียกกันว่า อัชชามในยุคนั้น ก็คงรับฟังคร่าวๆ และคงไม่ใส่ใจ เรื่องราวของศาสนาอิสลามและคัมภีร์อัลกุรอาน และชายชาวอาหรับผู้อ้างตัวเป็นศาสนทูตของพระเจ้ามากนัก นี่ว่ากันด้วยตอนที่ท่านนบีอายุราวหกสิบแล้วนะตอนนั้นศาสนาอิสลามถูกประกาศได้ราว 20 ปี เรื่องทั้งหมดยังวนอยู่แต่ในอารเบีย เรื่องที่เรารู้ว่าท่านนบีขัดแย้งกับยิว และคริสต์ มีการดีเบต ถกเถียงกันระหว่างผู้รู้ที่นับถือสองศาสนานี้ ก็เป็นเรื่องที่ผ่านภาษาอาหรับทั้งนั้น เพราะทั้งยิวและคริสต์ที่มาถามไถ่โต้แย้ง ยอมรับหรือปฏิเสธ ประลองภูมิหรือแม้แต่รบกันกับอิสลามในยุคท่านนบีนั้น มันเป็นภาพรวมๆ แบบอาหรับยิวอาหรับคริสต์และอาหรับที่นับถือลัทธิเดียรถี ต่างๆ ในอารเบีย ที่มีปฏิกริยาต่อศาสนาอิสลามเท่านั้น โดยผ่านทางภาษาและวัฒนะธรรมของชาวทะเลทรายอารเบีย แม้มันเป็นที่เข้มข้นในด้านการชี้ชัดความเหมือนหรือแตกต่างระหว่างสามศาสนานี้ แต่เรื่องราวประวัติช่วงนี้ทั้งหมด มีทะเลทรายอารเบียและภาษาอาหรับเป็นฉากหลังและเสียงภาคทั้งสิ้น

                                   สิ่งที่โรมันตะวันออกและผู้สำเร็จราชการของโรมันใน อัชชาม(ซีเรียและปาเลสไตน์) เริ่มสนใจ ชายที่ชื่อมูฮัมหมัดและผู้คนของเขาขึ้นมาก็เพราะ ข่าวการรวมแผ่นดินอารเบียเข้าเป็นอาณาจักรเดียวกันได้ ด้วยการใช้คำว่าศาสนาอิสลาม อันเป็นศาสนาใหม่ที่เกิดขึ้นในดินแดนแถบนี้ ในความรู้สึกของโรมันและคนที่ไม่เข้าใจรากฐานศาสนาอิสลามมาก่อนก็ต้องคิดเช่นนั้นเป็นธรรมดา และเรื่องนักรบของมูฮัมหมัด ที่รบแบบไม่คิดที่จะมีชีวิตกลับออกไปจากสมรภูมิ ดูราวกับพวกเขาคิดจะอาศัยสมรภูมิในการรบที่บริสุทธิ์ใจเพื่อพระเจ้าเป็นทางลัดไปสู่สวรรค์ก็ว่าได้

  เราต้องไม่ลืมว่า ผู้ที่เข้ามารับอิสลามด้วยความบริสุทธิ์ใจในยุคของท่าน นบีมูฮัมหมัดนั้น ตอนแรกๆแม้จะมีจำนวนไม่มากนัก แต่หัวใจของทุกคนนั้นชัดเจนและยอมสละทุกอย่างทั้งทรัพย์สมบัติและชีวิตซึ่งมีบทพิสูจน์มากมายหลายครั้งที่ผ่านมา จนทำให้ผู้คนแปลกใจในความกล้าหาญนักรบเหล่านี้มายาวนานตั้งแต่อิสลามยังไม่ได้พิชิตเมืองมักกะฮ์และอารเบีย ส่วนโรมันนั้น เป็นอาณาจักรใหญ่ กว้างขวางในหลายทิศทางของโลก ในยุคแรกๆของชาวคริสต์ที่ลำบากลำบนในการรักษาและเผยแผ่ศาสนากันนั้น เราก็จะเห็นความศรัทธาและหัวใจที่เด็ดเดี่ยวของชาวคริสต์ทำนองนี้เช่นกัน แต่ในวันที่อิสลามกำลังจะโตนั้น ศาสนาคริสต์ในนามของคริสตจักรโรมันตะวันออก ได้เดินทางผ่านจุดรุ่งโรจน์สูงสุดทั้งเรื่องศรัทธาและความมุ่งมั่นสร้างอาณาจักรไปแล้ว ข้าหลวงที่ดูแลตามหัวเมืองเล็กเมืองน้อยและทหารนั้นต่างก็รบด้วยผลประโยชน์ หรืออำนาจลาภยศ และตำแหน่งเป็นหลัก เรื่องการจะยอมสละชีพเพื่ออาณาจักร เพื่อศาสนาหรือกษัตริย์นั้น เป็นเพียงแต่คำขวัญในตอนเข้ากองทัพเท่านั้น

  ส่วนคริสตจักรโรมันตะวันตกนั้น ก็กำลังเดินทางเข้าสู่ยุคที่เรียกว่ายุคมืดที่เดินคู่ไปกับการปกครองระบบฟิวดัล และดำดิ่งอยู่ในยุคมืดของยุโรปต่อจากนี้ไปอีกเกือบพันปี ดูเหมือนโรมันตะวันตกจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับประวัติศาสต์อิสลามในยุคของท่านนบีมูฮัมหมัด ยังมีชีวิตอยู่

 

 (ต่อตอนหน้า)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
musachiza วันที่ : 20/12/2011 เวลา : 03.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 8
Maira วันที่ : 18/12/2011 เวลา : 23.28 น.
ดีใจจัง ที่คุณแวะมาอ่านคำตอบ อันยือยาวของผม

"เรื่องราวของอิสลามส่วนใหญ่จะอ่านจากมุมมองของตะวันตก และคริสเตียน จึงแตกต่างออกไป .."
ผมว่าส่วนใหญ่ราว 80% ต่างเรียนรู้เรื่องอิสลามจาก
ตำราของนักบูรพาคดีตะวันตก และเขียนข้อเขียน
โดยอ้างอิงจากตำราของตะวันตก
และมองอิสลามผ่านสายตาของตะวันตก
แม้แต่คนเอเชียด้วยกัน

ขอบคุณครับที่แวะมาคุยกัน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Maira วันที่ : 18/12/2011 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณ masachiza ..

ขอบคุณที่กรุณาอธิบายและตอบคำถามค่ะ
ไว้วันหลังมีเวลาจะอ่านย้อนกลับไปค่ะ ..

ที่จริงมัยราชอบอ่านหลักฐานทางประวัติเก่าๆและโบราณๆ
ที่เป็นรากของความคิดและศาสนาและวัฒนธรรมมากๆค่ะ
เรื่องราวของอิสลามส่วนใหญ่จะอ่านจากมุมมองของตะวันตก และคริสเตียน จึงแตกต่างออกไป ..

พอได้อ่านในบล๊อกของคุณรู้สึกว่าหลายๆอย่างน่าทึ่งค่ะ ..เป็นมุมมองใหม่ที่ไม่ค่อยได้อ่านที่ไหนมาก่อน ..

ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
musachiza วันที่ : 18/12/2011 เวลา : 00.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 5
Maira วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 22.03 น.

........แต่ผมจะขอตอบในแบบข้อมูลของอิสลามนะครับ
โดยใช้เนื้อความจากคัมภีร์อัลกุรอาน(แต่ไม่ขอยกระบุ บทที่หรือโองที่นะครับ)
ข้อแตกต่างมันอยู่ที่ว่า อัลกุรอานนั้นได้กล่าวว่า
คัมภีร์ ก่อนหน้านี้ทุกเล่มที่พระเจ้าประทานมาให้แก่มนุษย์นั้น

มนุษย์เข้าไปปรับปรุงคำ ต่อเติมหรือไม่ตัดทอนออกไป
จนคัมภีร์เหล่านั้น ไม่บริสุทธิจนยืนยันได้เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า
อันใดคือดำรัสของพระเจ้าอย่างแท้จริง ตามที่ศาสดานำมา
เพราะมันถูกผสมปนเปกันไปหมด
และคัมภีร์เหล่านั้น ต่างก็มีข้อขัดแย้งกันมากมาย
จนไม่เป็นที่แน่ชัดในเจตนรมณ์ของพระเจ้า ที่แท้จริง

โดยศาสดามูฮัมหมัด เป็นผู้ที่พระเจ้าส่งมาเป็นองค์สุดท้ายนี้
ได้นำคัมภีร์อัลกุรอานมาชี้ชัดในเจตนารมณ์ของพระเจ้า
อย่างแท้จริง โดย เป็นดำรัสของพระเจ้าล้วนๆ
ที่ถูกถ่ายทอดจากปากของท่านศาสดา ให้การท่องจำ
สู่สาวก และบันทึกทุกคำมา โดยคัมภีร์นั้นแยกออกจาก
เรื่องราววจนะของท่านศาสดา และคัมภีร์อัลกุรอานนี้ได้ชี้
ข้อผิดพลาดของคัมภีร์ที่ผ่านมา เช่น
ชาวอิสราเอล ชนชาติที่พระเจ้าทรงเลือก
ในประวัติศาสตร์ที่ทรงประทานคัมภีร์ศาสดาในเชื่อสายเขาและภาษา
ของเขามากที่สุด เพื่อให้รักษาคัมภีร์และเป็นแบบอย่าง
แต่พวกเขากลับดื้อดึงและฝ่าฝืนต่อพระเจ้ามากที่สุด
พวกเขากลับคิดว่า พวกเขาเป็นคนที่พิเศษกว่าสายเลือดใดในโลก
และพระเจ้าจะรักพวกเขามากว่าสายเลือดอื่น
โดยมิได้ยึดสาระของศาสนาของพระเจ้า
พวกเขาแก้คัมภีร์ฝ่าฝืนคัมภีร์ ในประวัติศาสตร์
เพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพื่อบัลลังก์ เพื่อทรัพย์ทางโลก
และฆ่า ศาสดาอย่างมากมายที่มาทักท้วงตักเตือนสิ่งที่เขากระทำ
เช่น ศาคาริยาห์(นบีซะการียาฆ์) ยอห์น(นบียะฆ์ยา) พระเยซู(นบีอีซา)ฯลฯ

ในยุค500 ปีก่อนที่ พระเจ้าจะส่งที่นบีมูฮัหมัดมานั้น
พระเจ้าได้ส่งพระเยซู(นบีอีซา)มาเพื่อให้มาฟื้นฟูยืนยัน
สิ่งที่ชาวยิวละทิ้งและพยายามเอาศาสนาไปรับใช้โรมัน
หรือเพื่อหาผลประโยชน์แก่ผู้ศรัทธา และกล่าวหาข้อผิดพลาด
ของชาวยิวมากมาย(ในพระคัมภีร์ใหม่)ที่ออกจาคำสอนของพระเจ้า
ชาวยิวก็ปฏิเสธพระเยซู และคัมภีร์ที่พระเจ้าส่งพระองค์มา
...ศาสนาคริสต์ก็แยกออกมา

พอยุคท่านศาสดามูฮัมหมัดนั้น สองศาสนานี้ก็มีปะปนอยู่ในวัฒนธรรม
ของอาหรับ อาหรับส่วนใหญ่ก็นับถือผีเจ้าป่าและบรรพบุรุษ
ซึ่งพอพระเจ้าได้เลือกท่านให้เป็นนบี(ศาสดา,ศาสนทูต)นั้นท่านอายุได้40
จากช่วงเวลานี้ของท่าน ต่อไปอีกราว 20 -23 ปี
คัมภีร์อัลกุรอานจึงถูกประทานลงมาอย่างสมบูรณ์

และคัมภีร์นี้ก็ได้กล่าว ชาวยิวเช่นเดียวกับหลายเรื่องที่
นบีอีซา(พระเยซู)กล่าว และในยุคของท่านนบีมูฮัมหมัดนั้น
ชาวคริสต์ได้แตกออกเป็นหลายนิกายแล้ว
และแนวคิดเรื่อง ไตรภาคี รวมเป็นพระเจ้าองค์เดียวกัน
ได้กลายเป็นนิกายใหญ่ ที่เชื่อว่า พระบิดา พระบุตร พระจิต
รวมเป็นพระเจ้า และพระเยซู ก็เป็นพระเจ้าด้วย

คัมภีร์อัลกุรอานก็ได้กล่าวโต้แย้งเรื่องนี้
และยืนยันว่า นบีอีซา(พระเยซู)นั้นเป็นเพียงศาสนทูตของพระเจ้า
เช่นเดียกับ โมเสส ดาวิด ยอห์น ฯไม่ใช่พระเจ้า และสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่คำสอนของนบีอีซา
แต่เป็นสิ่งที่ถูกทำให้ผิดเพี้ยนไป

และคัมภีร์อัลกุรอานอานนั้น ยืนยันมั่นคง
ในหลัก เอกภาพของพระเจ้า องค์เดียวตามเจตนารมณ์เดิมแต่แรก
และมนุษย์ทุกคนนั้นอยู่ในฐานะ ข้าทาสบ่าวของพระเจ้าเท่ากัน
ความแต่กต่างของเขาขึ้นอยู่ที่หัวใจว่าใครจะมีความยำเกรงต่อพระเจ้ามากกว่ากัน
นี่คือข้อแตกต่างสำคัญ ที่ใช้หลักการของคัมภีร์ของอิสลาม









..และทำไมอิลามถึงได้แยกแนวคิดออกจาก คัมภีร์เล่มเก่า? (เคยอ่านวรรณคดีของอาหรับเก่าแก่มาหลายเล่ม แต่ไม่เคยอ่านพระคัมภีร์ของอิสลามค่ะ)”

ผมคิดว่าคำตอบที่ผ่านมาคงครอบคลุมถึงคำถามนี้แล้ว
แต่อยากจะกระซิบคุณซักนิดว่า
หากคุณพอมีเวลา และต้องการ หลักฐาน
ข้อความเปรียบเทียบ ในกรณีต่างๆ
จากคัมภีร์ ของศาสนา ยิว คริสต์และอิสลาม
ในบล็อกนี้ของผมเป็นที่เก็บและรียงลำดับ
ข้อมูล ของทั้งสามศาสนาโดยเฉพาะ
หมวดหมู่ด้านซ้ายมือ ตั้งแต่ฉบับที่ 11
นั้น ผมลำดับข้อมูล ตั้งแต่การสร้างโลก
และจักรวาล จากคัมภีร์ของ ยิวคริสต์และอิสลาม
จนผ่านตัวบุคคลที่ทั้งสามคัมภีร์กล่าวถึง
เช่น อาดัม โนอาห์ อับราฮัม โมเสส พระเยซู ฯลฯ
แต่มีเนื้อเรื่อง บางอย่างแตกต่างกัน
และสำนวนการเล่าก็แตกต่างกัน หลังจากที่แปลเป็นไทยแล้ว
ผมคิดว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณเข้าใจความแตกต่าง
และ แยกแยะกรณี ต่างๆได้ เพราะผมได้รวมบทวิเคราะห์ต่างของผู้รู้ไว้ด้วย

ยินดีที่ได้ร่วมสนทนาด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
musachiza วันที่ : 18/12/2011 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 5
Maira วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 22.03 น.
http://www.oknation.net/blog/Illusions
สวัสดีครับ ยินดีที่คุณแวะมาเยี่ยม
และขอบคุณกับคำถามที่ให้ผมมีโอกาสได้ร่วมสนทนา

คุณเล่าถึง พระคัมภีร์เล่มเก่าของยิวและคริสต์ ..คงจะหมายถึง "Old Testament"

ผมหมายถึง พระคัมภีร์ Old Testament และ New Testament ครับ
และหมายรวมไปถึงคัมภีร์เล่ม ก่อนหน้านี้ หรือระหว่างช่วงของสองคัมภีร์นี้
ที่อัลกุรอานกล่าวถึง


“มัยรามีคำถามค่ะ ..เพราะไม่เคยอ่านคัมภีร์ของอิสลาม ..แต่เคยอ่าน "Old Testament" อยากทราบว่า ความแตกต่างอยู่ตรงไหน?

ผมจะตอบคำถามคุณในขอบเขตของคำถามก่อนนะครับ
เนื้อหาหลักนั้น ในเรื่องการนับถือพระเจ้าองค์เดียวกัน ว่าเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง
และมีอำนาจเด็ดขาดเบ็ดเสร็จโดยหนึ่งเดียวนั้น เหมือนกัน

การแยกความแตกต่างนี้ ผมตอบได้ยากเพราะ ทั้งสามศาสนานั้น
โดย สาระที่แท้จริงแล้วได้เดินทางมาถึงจุดที่ ไม่สามารถยอมรับ
แก่นแท้ในความเชื่อ แก่กันและกันได้ อันเป็นเหตุให้แยกศาสนาออกจากกัน
ด้วยรายละเอียด ทั้งใหญ่น้อยมากมาย ในความเชื่อ
ดังนั้น แต่ละศาสนาต่างก็ต้องคิดว่าของตนนั้นถูกที่สุด
จึงไม่มีข้อแตกต่างใดถูกยอมรับต่อกัน

โดยภาพรวมแล้วผมเป็นอิสลาม การที่จะตอบว่า
ยิวแตกต่างพราะอย่างนั้น คริสต์แตกต่างเพราะอย่างนี้
จึงไม่มีน้ำหนัก
(อันนี้ตอบในประเด็นนะครับ)

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Maira วันที่ : 15/12/2011 เวลา : 22.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีค่ะคุณ musachiza..

คุณเล่าถึง พระคัมภีร์เล่มเก่าของยิวและคริสต์ ..คงจะหมายถึง "Old Testament"

มัยรามีคำถามค่ะ ..เพราะไม่เคยอ่านคัมภีร์ของอิสลาม ..แต่เคยอ่าน "Old Testament" อยากทราบว่า ความแตกต่างอยู่ตรงไหน? ..และทำไมอิลามถึงได้แยกแนวคิดออกจาก คัมภีร์เล่มเก่า? (เคยอ่านวรรณคดีของอาหรับเก่าแก่มาหลายเล่ม แต่ไม่เคยอ่านพระคัมภีร์ของอิสลามค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
musachiza วันที่ : 13/12/2011 เวลา : 05.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 3
ฅนสยาม วันที่ : 13/12/2011 เวลา : 03.25 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาคุยกัน
ผมชอบภาษที่คุณใช้นะครับ
ฟังแล้ว เป็นแบบบ้านๆธรรมดาดีครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 13/12/2011 เวลา : 03.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

โหวต 1 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว..

สวัสดียามดึกมากๆไปหน่อย...ครับ...


ได้อ่านที่คุณคุยในเอ็นทรี่่ก่อน..จุใจและจับใจครับ
ผมไม่ค่อยได้รับรู้เกี่ยวกับศาสนาื่อื่นๆมากนัก..โดยเฉพาะศาสนาอิสลาม..แต่ก็ได้รับความรู้มากขึ้นจากบล๊อคของคุณนี่ล่ะ..ก็ต้องขอขอบคุณด้วยครับ..จะพยายามติดตามอ่านให้สม่ำเสมอ..ยอดผู้อ่่านอาจไ่ม่ทะลุเป้าเช่นกับเอ็นทรี่การเมือง..แต่อยากให้รับรู้ได้เลยว่า..1 คนในนั้นคือผมคนนี้..ครับ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
musachiza วันที่ : 13/12/2011 เวลา : 01.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
พิทักษ์ วันที่ : 12/12/2011 เวลา : 21.54 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาติดตาม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 12/12/2011 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

สู้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งชัยชนะย่อมตามมา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]