• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 940583
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันพุธ ที่ 11 เมษายน 2555
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 1608 , 19:49:50 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Maira , ฅนสยาม โหวตเรื่องนี้



วิหารแห่งพระเจ้าในปัจจุบัน ซึงมีมาก่อนวิหารโซโลมอนในเยรูซาเล็ม



                       การแยกศาสนาอิสลามออกจากลัทธิบูชารูปปั้นของอาหรับในอารเบีย

 ในที่สุด เทวรูปบูชาสูงสุดของเมืองฏออีฟ ของเผ่า ซะกีฟที่ชื่ออัลลาต ได้ถูกทำลายลงตามสัญญา ทำให้ดูเหมือนว่าชัยชนะของอิสลาม ที่ชูประเด็นการนับถือพระเจ้าองค์เดียวโดยปราศจากภาคีใดๆจะเป็นหนึ่งเดียวเบ็ดเสร็จในทะเลทรายอารเบีย ในช่วงปี ฮ.ศ.ที่9 ของอิสลาม และชายแดนทางตอนเหนือที่ต่อกับเขตอำนาจปกครองของไบเซนไทน์ ก็สงบลงหลังสงครามตะบูก ชาวยิวและชาวคริสต์ในอารเบียต่างก็อยู่ในที่ของตนอย่างสงบ

              โดยรูปการแล้ว ท่านนบี(ศาสนาทูต)มูฮัมหมัด คงจะต้องไปทำพิธีขอบคุณพระเจ้าที่เมืองมักกะฮ์ อันเป็นที่ตั้งวิหาร กะบะฮ์ บ้านแห่งพระเจ้า อย่างสง่างามเพราะ ณ. เวลานี้ไม่มีอำนาจใดในทางโลกในย่านอารเบียที่จะยืนขวางทางของ ท่านนบีมูฮัมหมัดได้ แต่ทุกคนคาดผิด ท่านนบีมิได้ประกาศว่าท่านจะไปทำพิธีฮัจญ์ในปีนั้น ทั้งที่ๆผ่านมาท่านยังมิได้แสดงการทำฮัจญ์อย่างจริงจังให้เป็นพิธีกรรมให้มุสลิมยึดเป็นแบบอย่างเลย การเข้าเมืองมักกะฮ์มาที่สักการะสถาน วิหารกะบะฮ์บ้านแห่งพระเจ้าของท่านนั้นเป็นเพียงลักษณะการเยี่ยมเยือนวิหารในเดือนอื่นๆเท่านั้น หาใช่เดือนแห่งการแสวงบุญไม่

               ท่านยังคงรอ คำสั่งจากพระเจ้าในเรื่องพิธีการแสวงบุญ แม้เดือนแห่งการแสวงบุญกำลังจะเข้ามาในเร็ววัน ในปีที่ฉันกำลังกล่าวถึงนี้ วิหารแห่งพระเจ้ายังคงมีผู้บูชารูปปั้นและลัทธิต่างๆที่ยังหลงเหลืออยู่ ยังมาแสวงบุญอยู่ เนื่องจากพวกเขายังมีสัญญาที่คุ้มครองซึ่งได้ตกลงกับบรรดามุสลิม

 สภาพของเมืองมักกะฮ์และวิหารกะบะฮ์ บ้านแห่งพระเจ้านี้ เทียบกันไม่ได้กับเยรูซาเล็มในเวลานั้น ที่ชาวยิวและคริสต์ต่างก็ไปแสวงบุญร่วมกันเพราะ ถึงสองศาสนานี้แม้จะแยกออกจากกัน แต่โดยนัยยะแล้ว ศาสนาทั้งสองนั้นมีความเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก และมีจุดรวมสุดท้ายก็คือการการสักการะพระเจ้าองค์เดียวกัน และมีสถานที่สำคัญแห่งองค์ศาสดาของทั้งสองศาสนาตั้งอยู่อย่างชัดเจนมาตั้งแต่อดีต แต่วิหารกะบะฮ์ บ้านแห่งพระเจ้าในอารเบียนี้ อิสลาม กับลัทธิบูชาเจว็ดนั้น มิสามารถจะอยู่ร่วมกันได้ เพราะฝ่ายที่นับถือรูปปั้นและพระเจ้าหลายองค์ต่างก็ต้องการจะมาทำพิธีกรรมในแบบของตน มิได้นับถือพระเจ้าองค์เดียวโดยปราศจากภาคี ส่วนมุสลิมนั้นไม่นับถือวัตถุใดๆและต่อต้านการบูชารูปปั้น และนับถือพระเจ้าองค์เดียวโดยปราศจากภาคี

                มันเป็นความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน และการปนเปกันในการแสวงบุญ ณ.วิหารแห่งนี้ ระหว่างฝ่ายที่ทำลายรูปปั้นต่างๆที่เคยตั้งอยู่ในบริเวณวิหารแห่งนี้เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งประกาศจุดยืนในการต่อต้านการเคารพบูชารูปปั้นอย่างชัดเจน กับอีกฝ่ายหนึ่งคือผู้ที่เคารพบูชารูปปั้นที่ถูกทำลายไปจากสักการะสถานแห่งนี้

              แม้แต่เดิมตั้งแต่ต้นผู้สร้างวิหารแห่งนี้คือ ท่านนบี(ศาสนทูต)อิบรอฮีม(อับราฮัม) สร้างวิหารแห่งนี้โดยคำสั่งของพระเจ้าก็เพื่อการเคารพบูชาพระเจ้าองค์เดียวตั้งแต่วันที่วางรากฐานขึ้นในทะเลทรายอันว่างเปล่าแห่งนี้เมื่อหลายพันปีก่อน แต่เมื่อถึงยุคท่านนบีสถานที่แห่งนี้มีรูปปั้นมากมายกลายสถานที่สักการะบูชารูปปั้นนาๆชนิดของอาหรับ จนต้องฝ่าฟันในทุกรูปแบบทั้งสันติวิธีและสงครามด้วยความยากลำบากและเสียเลือดเนื้อกันไปอย่างมากมายทั้งสองฝ่าย เพื่อให้วิหารแห่นี้กลับมาสู่จุดยืนเดิมในแนวทางของท่านนบีอิบรอฮีมและนบีอิสมาอีล(อิชเมล) ตามที่ฉันได้เล่ามาแล้ว

              ท่านนบีได้มีคำสั่งให้ ท่านอบูบักร สหายผู้ใกล้ชิดผู้เป็นเสมือนขุนพลด้านขวาในสายบุ๋น ให้นำประชาชนไปทำฮัจญ์(แสวงบุญ)แทนท่าน ในช่วงเวลาหลังสงครามตะบูกนั้น พระเจ้าใด้ประทานโองการในบท อัตเตาบะฮ์ มาเป็นระยะ ซึ่งมีข้อความในตอนต้นของบทที่กล่าวแก่ผู้ตั้งภาคีในการนับถือพระเจ้า ให้รู้ว่า นับแต่นี้ไป ข้อสัญญาใดๆระหว่างมุสลิมกับผู้ตั้งภาคี จะถูกยกเลิกทั้งหมด เมื่อพ้นกำหนดข้อสัญญาที่เคยทำกันไว้แต่ก่อน แต่ในช่วงเวลาของการทำฮัจญ์ในปีที่กล่าวถึงนี้ยังอยู่ในกำหนดของสัญญาที่กำหนดไว้ และมุสลิมยังยึดมั่นและให้เกียรติ์ในสัญญาที่กำหนดไว้

             ท่านนบีได้ส่ง ท่านอาลี บุตรของ อบู ฏอลิบ ผู้เป็นเสมือนทหารเอกของท่านให้ไปสมทบกับท่านอบูบักรในนครมักกะฮ์ เพื่อกล่าวปราศรัยในที่ประชุมของผู้ที่มาทำฮัจญ์ในปีนั้น ซึ่งชุมนุมกางเต้นพักอยู่ในทุ่ง อารอฟาต  โดยมอบหมายให้ประกาศดำรัสของพระเจ้าในอัลกุรอาน โองการที่ 1-36ของบท อัตเตาบะฮ์(บะรออะฮ์) และสาส์นของท่านนบี

 เมื่อท่านอาลี มาถึงท่านอบูบักรได้ถามว่า

             “ท่านมาที่นี่ในฐานะผู้บัญชาการหรือผู้นำสาส์น ?”



วิหารกะบะฮ์(บ้านแห่งพระเจ้า)


  ท่านอาลีตอบว่า มาในฐานะผู้นำสาส์น และได้บอกถึงภารกิจของเขา เมื่อผู้ทำฮัจญ์มารวมตัวกันที่ตำบลมินา ท่านอาลีก็ลุกขึ้นกล่าวปราศรัยโดยยกโองการอัลกุรอาน


 


“1. (นี้คือประกาศ) การพ้นข้อผูกพันธ์ใด (*1*) ๆ จากอัลลอฮ์ และร่อซูลของพระองค์ แด่บรรดาผู้สักการะเจว็ด (มุชริกีน) ที่พวกเจ้า(*2*)ได้ทำสัญญาไว้


(1)  คือข้อผูกพันธ์อันเป็นพันธะสัญญาที่ร่อซูลได้กระทำไว้แก่พวกมุชริกนั้นตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป พ้นจากการรับผิดชอบจากอัลลอฮ์และร่อซูลของพระองค์แล้ว ทั้งนี้เนื่องจากพวกเขาละเมิดสัญญาอยู่เป็นประจำ 
(2)  พวกเจ้าที่นี้หมายถึงพวกมุมิน ตามสั่ง ผู้ที่ทำสัญญานั้นคือท่านนะบีในฐานะที่ท่านเป็นผู้นำ แต่ก็หมายถึงว่าบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลายกระทำด้วย ในการนี้จึงได้ระบุว่า บรรดามุมินเป็นผู้กระทำ

(อ่านต่อโองการทั้งหมดได้ที่)

((http://www.alquran-thai.com/Showsurah.asp?SurahNo=9&wPage=1

จนถึงโองการที่ 36 ของที่9 อัตเตาบะฮ์

 หลังจากที่เขาท่องจนจบ เขาได้พูดต่อไป ด้วยถ้อยคำของเขาว่า

        “โอ้ ผู้คนทั้งหลาย ไม่มีผู้ไร้ศรัทธาคนใดจะได้เข้าสวรรค์หลังจากปีนี้ไป จะไม่มีผู้ตั้งภาคีคนใดมาแสวงบุญและจะไม่อนุญาต  ให้ผู้เปลือยกายคนใด มาเดินรอบบ้านอันศักดิ์สิทธิ์นี้ ผู้ใดที่ได้สัญญาไว้กับศาสดาของพระเจ้า(ขอความสันติและพรจากพระผู้เป็นเจ้าประสบแด่ท่าน) จะได้เป็นไปตามสัญญานั้นตราบเท่าที่ยังไม่หมดกำหนด”

             อาลีประกาศคำสั่งดังกล่าว และให้เวลาแห่งสันติภาพและการอภัยแก่ทุกคนเป็นเวลาสี่เดือนซึ่งในระหว่างเวลานั้น ผู้ใดก็ตามจะอยู่ในความปลอดภัยที่สัญญาคุ้มครอง

             นับจากบัดนั้นเป็นต้นมา  ก็ไม่มีผู้ตั้งภาคีคนใดมาแสวงบุญในวิหารแห่งนี้อีก และไม่มีผู้เปลือยกายคนใดมาเวียนรอบวิหารแห่งพระเจ้าอีกต่อไป  และรัฐอิสลามก็ถูกก่อตั้งขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งในด้านทางโลกและจิตวิญญาณ อย่างสมบูรณ์แบบแท้จริง

             หากน้องไลลา ได้อ่านซูเราะฮ์ ที่9 อัตเตาบะฮ์จาก โองการที่1-36 จะเห็นได้ว่า มีความชัดเจนในการแยกศาสนาอิสลาม ออกจากความเชื่อในแบบ ยิวและคริสต์ ที่เสมือนจะมีแนวทางเดียวกันในการนับถือพระเจ้า และแยกอิสลามจากลัทธิบูชารูปปั้น และลัทธิการตั้งภาคีต่อพระเจ้าในแบบการนับถือพระเจ้าหลายองค์ออกจากกันอย่างเด็ดขาด นักประวัติศาสตร์ ทั้งฝ่ายยิวคริสต์และฝ่ายนับถือรูปปั้นหรือทั้งเทวะนิยมและอเทวะนิยม ต่างก็มีข้อโจมตีต่อท่านนบีและอิสลามมากมายในกรณีนี้ตามพื้นฐานในเชิงตรรกะ ปรัชญา การเมืองการปกครองและประวัติศาสตร์ที่ตนเชี่ยวชาญหลายมุมมองอย่างมีเหตุผล ซึ่งฉันจะไม่ขอยกมา ซึ่งยืดยาวมาก คงเก็บไว้คุยกันในส่วนอื่นนอกเหนือจากจดหมายที่ฉันเขียนมานี้

              เพียงอยากขอเน้นประเด็นของเหตุการณ์นี้ว่า  เป็นเสมือนการสิ้นสุดความคลุมเครือระหว่าง ศาสนาของพระเจ้าองค์เดียวในนามของอิสลาม กับศาสนาอื่นๆ ทุกศาสนาในอดีตที่ผ่านมาทั้งที่เกี่ยวพันและไม่เกี่ยวพันกับอิสลาม  อิสลามได้เดินทางมาถึงความสมบูรณ์ ทั้งในด้านระบบการปกครองการเมืองทางโลกในแบบภาวะวิสัย และทางด้านหลักฐานของคัมภีร์ ที่มีวจนะของท่านนบีมูฮัมหมัดเป็นผู้ชี้ขาดและแบบอย่างในการใช้ปฏิบัติและอัตถาธิบายตัวบท ทั้งทางด้านพิธีกรรม และสังคมของรัฐอิสลาม รวมไปถึงศาสนะสถานอันสำคัญสูงสุดในเชิงพิธีกรรมสำหรับแสวงบุญของอิสลาม ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในยุคที่ท่าน ศาสดาของอิสลามยังมีชีวิตอยู่ทั้งสิ้น  ถึงแม้รัฐอิสลามจะมิได้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ใดๆในเวลานั้น เมื่อเทียบกับ เปอร์เชียร์ ไบเซนไทน์ หรือ ชมพูทวีป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็เพียงพอสำหรับประวัติศาสตร์และแบบฉบับตัวอย่างในทุกด้านอย่างสมบูรณ์ที่คนรุ่นถัดไปจะได้ใช้ อิสลามในการกล่าวอ้างทั้งทางโลกและทางธรรม อย่างมีแบบอย่างการปฏิบัติของท่านศาสดาและคัมภีร์ที่พระเจ้าประทานมา






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
musachiza วันที่ : 16/04/2012 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 5
Maira วันที่ : 16/04/2012 เวลา : 10.55 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาเยี่ยม
เป็นธรรมดาครับที่คนส่วนใหญ่มักชอบที่จะอ่าน
ในสิ่งที่ตนสนใจ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Maira วันที่ : 16/04/2012 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะคุณ musachiza

แวะมาขอบคุณที่ไปเยี่ยมเยียนบ่อยๆ
ระยะนี้มัยราไม่ค่อยได้มาอ่านเพื่อนบ้านเลย

แต่ก็ส่งกำลังใจให้เสมอนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
musachiza วันที่ : 16/04/2012 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 3
ฅนสยาม วันที่ : 13/04/2012 เวลา : 03.5
ขอบคุณครับที่มาเยี่ยมเยือนและเป็นกำลังใจให้เสมอ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 13/04/2012 เวลา : 03.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

โหวต 1 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว...

สวัสดีวันปีใหม่ไทยครับ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
musachiza วันที่ : 11/04/2012 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
พิทักษ์ วันที่ : 11/04/2012 เวลา : 20.37 น.
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยมบ้านนี้อย่างสม่ำเสมอ


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พิทักษ์ วันที่ : 11/04/2012 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

มาเยี่ยมชมด้วยความเคารพครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]