• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-31
  • จำนวนเรื่อง : 762
  • จำนวนผู้ชม : 942011
  • ส่ง msg :
  • โหวต 158 คน
Bin humzah
เขียนจดหมายคุยกัน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dragonball
วันพฤหัสบดี ที่ 5 กรกฎาคม 2555
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 10723 , 11:05:24 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน Cat@ , ni_gul และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้


ภาชนะใส่น้ำที่เป็นของใช้ของท่านศาสดามูฮัมหมัดที่ถูกรักษาไว้



                                      การล้มป่วยของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด

 กองทัพของอุซามะฮ์ ตั้งค่ายอยู่ที่เมือง อัลญุรฟ์ติดกับเมืองมะดีนะฮ์เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนไปยังปาเลสไตน์ ยังมิทันที่จะเคลื่อนทัพออกไปข่าวการป่วยของท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัดก็มาถึง และเป็นการป่วยที่ดูสาหัสอย่างที่บรรดาสาวกไม่เคยเห็นท่านป่วยหนักขนาดนี้มาก่อนตลอดเวลาที่พวกเขาได้รู้จักท่าน

                ในสงครามครั้งนี้ผู้คนหลายรุ่นทั้งสหายสนิทรุ่นอาวุโสและคนรุ่นใหม่ต่างก็ถูกเกณฑ์ให้เคลื่อนทัพ เราต้องตระหนักว่า ท่านนบีนั้น อยู่ในฐานะของศาสทูตของพระเจ้า และกษัตริย์จอมทัพแห่งเมือง เป็นผู้อาวุโสแก่คนรุ่นใหม่ เป็นสหายที่ร่วมเป็นร่วมตายเคียงบ่าเคียงไหล่กับสหายทั้งในสมรภูมิยามสงครามหรือความวุ่นวายด้านการเมืองและยามปกติสุข ท่านเป็นที่รักยิ่งสำหรับมุสลิมทุกรุ่นและเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นศูนย์กลางทุกอย่างของบรรดาผู้คน ดังนั้นการล้มป่วยของท่านจึงนำความเป็นห่วงและหวั่นไหวมาสู่ผู้คน จนกองทัพไม่อาจเคลื่อนออกไปจากเมืองได้ ที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของท่าน ก็มีไม่กี่ครั้งซึ่งไม่เกี่ยวกับการรบเลยก็คือ ในช่วงที่ท่าน ผู้คนของท่านและครอบครัวถูกกักขังอยู่ในหุบเขาบนูฮาซิมนับแรมปีที่ชาวเมืองมักกะฮ์คว่ำบาตรห้ามบุคคลภายนอกติดต่อค้าขายหรือทำกิจการช่วยเหลือใดๆต่อท่านและผู้คนในตระกูลของท่าน จนไม่มีอาหารกินแทบจะอดตายถึงขั้นเริ่มกินใบไม้ประทังชีวิตอยู่นาน อีกครั้งหนึ่งก็คือการถูกลอบวางยาพิษชนิดที่รุนแรงที่สุดจากสาวยิว เพราะความไว้ใจผู้คนและไม่ถือตัวของท่านว่าท่านอยู่ในฐานะใดซึ่งท่านทำตัวปกติเสมือนเมื่อท่านมิได้มีแผ่นดินใดอยู่ในการปกครอง สาวกของท่านบางคนกินเพียงแค่คำเดียวก็ถึงแก่ชีวิตทันที แต่ท่านคายอาหารออกมาทัน หลายคนสันนิฐานว่าพิษในครั้งนั้นมิได้หมดไปจากตัวท่าน

                   ตลอดเวลาท่านนั้นเป็นผู้ทานแต่น้อยและเป็นผู้ที่ดูแลสุขภาพรักษาความสะอาดเป็นแบบอย่างเสมอ จนผู้คนแทบจะไม่เคยเห็นท่านล้มป่วยเลย ดังนั้นการล้มป่วยที่ดูรุนแรงครั้งนี้ของท่าน จึงมีผลให้ทุกคนหวั่นไหวเป็นอย่างยิ่ง เป็นเหตุผลเพียงพอที่มันจะทำให้กองทัพต้องชะลอการเคลื่อนทัพออกไปเพราะทุกคนต่างเป็นห่วงใย และต้องการทราบข่าวเกี่ยวกับอาการของท่าน  และต้องการจะรู้ถึงพระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวท่านอย่างแท้จริง



มัสยิดมะดีนะฮ์ บริเวณนี้เคยเป็นบ้านของท่านศาสดามูฮัมหมัดที่สร้างติดกับมัสยิด

 

เช้าวันรุ่งขึ้น ท่านนบีมูฮัมหมัดได้พบกับท่านหญิงอาอีซะฮ์ ซึ่งท่านมิได้แสดงอาการเจ็บปวดใดๆแก่เธอ ท่านหญิงอาอีซะฮ์เอามือกุมศีรษะของเธอและบ่นว่า

                  “โอ๊ย ปวดหัว”

                ในภาวะที่ท่านไม่สบายนั้นท่านก็ยังมีอารมณ์ขันหยอกล้อกับบรรดาภรรยาของท่านตามปกติ ซึ่งอาการของท่านยังไม่หนักจนถึงขั้นหยุดทำงานหรือต้องไปนอนพัก ท่านได้ตอบไปว่า

                     “แต่โอ้ อาอีซะฮ์ ฉันก็ปวดหัวเหลือเกิน”

                ท่านหญิงอาอีซะฮ์ ยังคงบ่นปวดหัวต่อไปโดยมิได้คิดว่าท่านนบีนั้นเจ็บป่วยจริงๆ จนท่านนบีพูดกับเธอว่า

                      “ก็ไม่เลวเลยนะ ถ้าเธอจะตายไปก่อนฉัน เพราะฉันจะได้ละหมาด(นมัส)ให้เธอและทำพิธีฝังศพให้เธออย่างไรล่ะ”

                ท่านหญิงอาอีซะฮ์นั้น แม้เธอจะเป็นภรรยาคนแรกที่สมรสกับท่านหลังจากที่คอดียะฮ์ภรรยาคนแรกของท่านเสียชีวิตไป และถัดจากอาอีซะฮ์ท่านก็มีภรรยาอีกหลายคนด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง แต่ๆละคนนั้นก็มีอายุมากกว่าเธอทั้งสิ้นเป็นหญิงหม้ายทั้งหมดและบางคนก็อยู่ในวัยชรา ในวัยที่ท่านนบีอายุ63 นี้ เธอน่าจะมีอายุราว 25-26 ปี ซึ่งเป็นที่รู้กันในประวัติศาสตร์ว่าท่านนั้นใช้ชีวิตอยู่กับท่านหญิงอาอีซะฮ์เป็นส่วนใหญ่ และเธอได้รายงานวจนะเกี่ยวกับพฤติกรรมส่วนตัวของท่านนบี ที่สาวกท่านอื่นไม่ได้เห็นมากที่สุดคนหนึ่ง ด้วยวัยของเธอในเวลานั้น คำพูดนี้ของท่านทำให้เธอรู้สึกหึงหวงขึ้นมา นางจึงตอบท่านว่า

                     “ขอให้นั่นเป็นโชคดีของคนอื่นเถิด ถ้าเรื่องอย่างนั้นเกิดขึ้นแก่ดิฉัน ท่านก็ยังมีภรรยาคนอื่นๆคอยอยู่เป็นเพื่อนท่านนี่นะ”

                ท่านนบีได้แต่ยิ้มแต่ก็มิได้กล่าวสิ่งใดต่อ เนื่องจากอาการปวดมากขึ้น และเมื่ออาการทุเลาท่านก็ออกไปเยี่ยมเยือนภรรยาคนอื่นๆดังที่ท่านทำมาเสมอในยามปกติ แต่ต่อมาอาการปวดเริ่มทวีมากขึ้นจนท่านทนที่จะทำเป็นปกติอยู่ต่อไปไม่ไหว ซึ่งในตอนนั้นท่านอยู่ที่ห้องของท่านหญิงมัยมูนะฮ์ ภรรยาอีกคนหนึ่งของท่าน ท่านตัดสินใจบอกแก่สมาชิกในครอบครัวของท่านให้นำท่านไปพยาบาลที่ห้องของ อาอีซะฮ์ ภรรยาทุกคนของท่านก็เห็นด้วยเช่นนั้น

                 ท่านออกจากห้องของท่านหญิงมัยมูนะฮ์ ในสภาพที่มีผ้าพันที่ศีรษะ ท่านอาลี ผู้มีศักดิ์เป็นหลานและบุตรเขยของท่านพยุงร่างของท่านข้างหนึ่ง ท่าน อับบาส ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของท่านแต่อายุเท่ากับท่านได้พยุงอีกด้านหนึ่ง พาท่านเข้าไปนอนพักยังห้องของท่านหญิงอาอีซะฮ์  แล้วอาการปวดศีรษะและไข้ได้รุมเร้าท่านอย่างหนัก

              

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Cat@ วันที่ : 02/01/2017 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

สวัสดีปีใหม่ค้า

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศิษย์กวง วันที่ : 02/10/2012 เวลา : 01.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sitthi

หวัดดีศิษย์พี่ ยู้ฮู

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
musachiza วันที่ : 28/08/2012 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

หวังว่าคุณvii6 คงได้อ่านคำตอบแล้วนะครับ
และคงได้เห็นว่าประเด็นของการแต่งงาน
ระหว่างท่านหญิงอาอีซะฮ์ และท่านนบีมูฮัมหมัดนั้น
"เซ็ก" ไม่ใช่ประเด็นของเรื่องเลย แต่ความรักของทั้งสองคนนั้น
มีอย่างเต็มเปี่ยมโดยไม่มีเรื่องอายุเข้ามาขวางกั้นเลย
หากดูกันตามประวัติศาสตร์ และยังมีเรื่องภารกิจอื่นๆ
ทั้งทางการเมือง สังคมและศาสนาเข้าเกี่ยวกันพันอีกมากมาย
ท่านหญิงอาอีซะฮ์นี่แหละที่เป็นคนรายงานเรื่องการเป็นอยู่อย่าง
ยากจนอดมื้อกินมื้อกับท่านนบี ด้วยความรักและอดทนต่อท่านนบี
เธอเคยรายงานว่า"ท่านนบีเป็นคนขี้อายอย่างมาก และเธอไม่เคยเห็น
อวัยวะเพศ ของท่านนบีเลยตลอดการแต่งงาน"
อย่างที่ผมบอกนั่นแหละครับ เพราะมุสลิมนั้นซักถามทุกเรื่อง
ทุกอิริยาบทของท่านนบีทุกซอกมุม จนมุสลิมมิได้เหลือปมสัยใดๆ
ในตัวท่านนบีเลยเพราะมีคำตอบให้หมด แต่คนที่อ่านเรื่องของท่าน
แบบคร่าวๆ หรือนักบูรพาคดีที่มากับยุคล่าอาณานิคมนั้นแต่งหนังสือ
ไว้มากมายเพื่อทิ้งปมให้คนที่อ่านเรื่องอิสลามจากฝรั่งได้ตั้งแง่
ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ด้วยประเด็นเดิมๆที่เอามาเหลากันใหม่เสมอมา
จะเปลี่ยนก็คงจะเป็นเพียงสื่อที่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆให้ใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น...ขอบคุณครับที่ให้ผมได้ตอบในที่นี้ เพราะผมเคยคิดจะไล่ตอบตามยูทูบและเวปต์อื่นๆ คงเหนื่อยแย่เชียวถ้าผมต้องทำอย่้างนั้น


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
musachiza วันที่ : 23/08/2012 เวลา : 03.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ต่อครับ


“เรื่อง.. มันมีในอินเตอร์เน็ตโพสเกี่ยวกับเรื่องท่านมูฮัมหมัดแต่งงานกับเด็กอายุเก้าขวบ ซึ่งเค้ามองว่าเป็นเรื่องของการบังคับใจ และขมขื่นใจเด็กที่อายุยังน้อย”
ตานี้เรามองย้อนกลับไปเมื่อกาลเวลาเมื่อ 1400 ปีที่แล้ว ในยุคของท่านนบีมูฮัมหมัด ในทะเลทรายอารเบียอันแห้งแล้งที่อยู่กันด้วยระบบเผ่า เป็นยุคที่สตรีต้องการการปกป้องดูแล และสตรีมิได้เป็นเพศที่มีอิทธิพลใดๆนักในสังคมนอกจากการเป็นเพศแม่ของเธอ คุณลองนึกดูว่าอาหรับในยุคก่อนอิสลามนั้น หากพวกเขามีลูกสาวเขาก็จะถือว่าเป็นเรื่องอัปยศ และมีการฝังลูกสาวทั้งเป็น และฝังตอนที่เธออายุได้แปดขวบถึงสิบกว่าขวบ เพื่อแสดงถึงความกล้าหาญของพ่อ เมื่ออิสลามมีชัยชนะเด็ดขาดเหนือดินแดนอารเบีย ได้มีบัญญัติให้เลิกประเพณีนี้โดยเด็ดขาด
เรามาดูว่า อาอีซะฮ์ เด็กหญิงที่มักจะถูกยกขึ้นมาโจมตีท่านนบีมูฮัมหมัดเสมอๆนี้ว่าเธอเป็นใคร?
เธอเป็นลูกสาวของอบูบักร เพื่อนสนิทของท่านนบี เท่าที่ผมอ่านประวัติของท่านในช่วงนี้นั้น เป็นช่วงที่ ภรรยาคนแรกของท่านนบีตายไปได้ 3 ปี ซึ่งภรรยาคนแรกที่เป็นคู่ทุกข์คู่ยากที่อยู่กับท่านมานั้น แก่กว่าท่านนบี 15 ปี คือนางคอดียะฮ์อายุ 40 ส่วนท่านนบีอายุ 25 ในตอนที่แต่งงานกัน จนท่านนบีอายุ 40 ได้รับรับการแต่งตั้งให้เป็นศาสนทูตของพระเจ้าและฝ่าฟันอุปสรรคมากมายโดยมี ท่านหญิงคอดียะฮ์ร่วมทุกข์สุขมาตลอด 25 ปี
วันที่ท่านขอ อาอีซะฮ์จาก อบูบักร บิดาของนางนั้นเป็นวันที่ท่านได้สถาปนาเป็นกษัตริย์ขึ้นปกครองเมือง ยัซริบ ที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองมะดีนะฮ์(ในซาอุดิอารเบีย)
( การทำสนธิสัญญาร่วมกับเผ่าต่างๆเพื่อสร้างเมือง มะดีนะฮ์(Madinah) ที่ทำให้ศาสดามูฮัมหมัดเข้ามาเกี่ยวพันธ์กับการเมืองการปกครองอย่างเต็มตัว http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/03/05/entry-1/comment#read)
เรามาดูว่า อบูบักรเป็นคนอย่างไร อบูบักรนั้น ถือได้ว่า เป็นผู้ที่ได้ฉายาว่าเป็นผู้ที่มีความศรัทธาอย่างแน่นแฟ้นที่สุดในยุคของท่านนบี จากหลายสถานการณ์ที่ได้พิสูจน์มา เช่น
(ปาฏิหาริย์เรื่องการเดินทางข้ามเวลาของท่านศาสนทูตมูฮัมหมัด ที่ทำให้มุสลิมใหม่บางคนเลิกนับถือศาสนาอิสลาม
http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/02/14/entry-1/comment#read)
อบูบักรนั้นเป็นผู้ชายคนแรกจากคนภายนอกครอบครัวของท่านนบี ที่เข้ารับอิสลามเป็นคนแรก เขาเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย และทุ่มเทจนเงินเหรียญสุดท้ายในบ้านเพื่อรักษาศาสนาอิสลามไว้ ในขณะที่อิสลามจะได้ถูกสถาปนาขึ้นปกครองแผ่นดินอารเบียนั้น เขาเป็นเสมือนขุนพลด้านขวาฝ่ายบุ๋น ของท่านนบี ออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านนบี และคอยให้คำปรึกษาที่สุขุมลุ่มลึกด้วยความที่เป็นคนใจเย็น และหลังจากการอสัญกรรมของท่านนบี เขาได้ขึ้นเป็น คอลีฟะฮ์หรือกาหลิบ(ตัวแทน)คนแรก ขึ้นปกครองแผ่นดินอารเบียต่อจากท่านนบี
หากมองจิตวิทยาทางการเมืองในการแต่งงานครั้งนี้ของท่านนบี นั่นก็คือ ความแน่นแฟ้น ต่อบังลังก์แห่งการขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งอารเบีย อย่างไม่ต้องมีสิ่งใดให้ระแวงในเชิงภาวะวิสัย (อันนี้ไม่ขอพูดถึงขุนพลฝ่ายบู้ ที่อยู่ด้านซ้ายของท่านนบีนะครับ เพราะจะนอกประเด็นไปไกล)
หากจะมามองเรื่องจิตใจของ สาวน้อย อาอีซะฮ์ เธอเป็นคนที่รักและกตัญญูเชื่อฟังพ่อแม่ของเธออย่างมาก เธอยังไม่มีเรื่องด่างพร้อยในเรื่องความรักใดๆและยังอยู่ในสายตาพ่อแม่ตลอดเวลา จริงอยู่เธอเข้าพิธีแต่งงานตามความประสงค์ของพ่อแม่ แต่ก็มิได้มีข้อกังขาใดในประวัติศาสตร์เลยว่า เธอไม่พอใจ ประเด็นของเรื่องมันอยู่ที่ว่า ชีวิตคู่ของเธอดำเนินไปอย่างไร เธอมีความสุขหรือเปล่า ตลอดการแต่งงาน กาลเวลาของประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วจากเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ทั้งตอนที่เธอใช้ชีวิตร่วมกับท่านนบี และหลังจากที่ท่านนบีจากไป เธอทำตัวได้สมศักดิ์ศรีกับการเป็นมารดาของศรัทธาชน
แต่ใครเล่าจะรอดพ้นจากการนินทา จริงอยู่ ในประวัติศาสตร์บางตอนนั้น ที่เธอหลงกับกองทัพของท่านนบี เหตุการณ์นั้นนำมาซึ่งข้อครหา แต่มันก็เป็นเรื่องที่ทำให้เห็นว่าเธอนั้นปวดร้าว และท่านนบีก็เจ็บปวด จนกลายเป็นข้อพิสูนจ์ว่าทั้งสองนั้นต่างก็รักกันอย่างจริงใจเยี่ยงชายหญิงทั่วไปแม้จะต่างวัยกัน เป็นอุทาหารณ์มากมายให้เรียนรู้ในเรื่องความละเอียดอ่อนด้านอารมณ์ระหว่างชายหญิงที่พึงระวัง และไม่มีนักประวัติศาสตร์ที่พิสูจน์ด้วยข้อมูลมาตรฐานคนใดกล่าวหาเธอเลย ทั้งที่เป็นมุสลิมและต่างศาสนาว่าเธอทำผิด
(จุดเริ่มคำนินทาต่อท่านหญิงอาอีชะฮ์ภรรยาของศาสดามูฮัมหมัดหลังสงครามอัลมุศเฏาะลิก
http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/06/26/entry-1/comment#read
เมื่อท่านศาสดามูฮัมหมัดรู้เรื่องคำนินทาเกี่ยวกับภรรยาของท่าน

http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/06/29/entry-1/comment#read
เมื่อเสียงนินทามาถึงหูภรรยาของท่านนบีมูฮัมหมัด(1)

http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/07/01/entry-1
อ่านต่อ

เมื่อเสียงนินทามาถึงหูภรรยาของท่านนบีมูฮัมหมัด(2)
http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/07/02/entry-1
อ่านต่อ

การตอบโต้ต่อท่านศาสดามูฮัมหมัด จากภรรยาของท่าน(1)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/07/03/entry-1
การตอบโต้ต่อท่านศาสดามูฮัมหมัด จากภรรยาของท่าน(2)


Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/07/06/entry-1
อ่านต่อ

โองการในคัมภีร์อัลกุรอานในเรื่องความบริสุทธิ์ของท่านหญิงอาอีชะฮ์


Permalink : http://www.oknation.net/blog/dragonball/2010/07/07/entry-1)
อ่านต่อ


ประเด็น ที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ท่านหญิง อาอีซะฮ์นั้น เธอเป็นคนที่รายงาน ฮาดิษ(วจนะ)ต่างของท่านนบีมากมาย เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของท่านที่สาวกหลายคนไม่รู้ เช่นท่านนบีนอนอย่างไร กินอย่างไร พฤติกรรมเรื่องเพศเป็นอย่างไร อาบน้ำแปรงฟันขับถ่ายอย่างไร ตอนกลางคืนท่านตื่นขึ้นมาทำอะไรบ้าง ฯลฯ
สิ่งที่หนึ่งเราต้องไม่ลืมก็คือว่า มูฮัมหมัด ถูกส่งมาให้เป็นโมเดล ในเชิงการปฏิบัติในการใช้คัมภีร์ของพระเจ้าให้เป็นแบบอย่างแก่มนุษย์ว่า อักษรในคัมภีร์ที่พระเจ้าทรงดำรัสมานั้น มีวิธีปฏิบัติจริงเช่นไรในความธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนทำได้ ผมจึงได้กล่าวว่า มูฮัมหมัด น่าจะเป็นมนุษย์ ที่ถูกบันทึกพฤติกรรม ไว้อย่างมากที่สุด จากผู้คนมากมายในหลายแง่มุม
และหลังจากที่ท่านนบีจากไปแล้ว ด้วยวัยไม่ถึงสามสิบ เธอยังเคยคุมกองทัพเพื่อเข้าไปยุติปัญหาทางการเมืองในอีรัค ที่มุสลิมขัดแย้งกัน
หากสงสัยว่าจริงเท็จแค่ไหน ในวิชาการศาสนาอิสลามก็มีการสืบค้น โดยผ่านห่วงโซ่ ของผู้คนและกาลเวลาที่ทุกข้อร้อยต่อกันจากที่เรารู้ต่อเนื่องไปถึงอดีต และแยกระดับเรื่องของวจนะในระดับความน่าเชื่อถือตามลำดับขั้นตามข้อร้อยของห่วงโซ่สายรายงานที่ต่อกันตามความต่อเนื่อง หากสายรายงานใดขาดช่วงประวัติศาสตร์ก่อนที่จะสืบไปถึงยุคของท่านนบีได้ ลำดับความน่าเชื่อถือในคำพูดที่อ้างว่าเป็นวจนะของท่านนบี ก็จะลดขั้นลงไป(เป็นอีกวิชาการหนึ่งของศาสนาที่ต้องเรียนกันจริงจัง จึงขอกล่าวเพียงเท่านี้เดี๋ยวจะออกนอกประเด็น)
ขอบคุณครับกับคำถามที่จริงใจผมตอบยาวๆอยู่นะครับแต่หากอ่านไม่หมดก็ไม่เป็นไรครับค่อยอ่านวันละหน่อยก็ได้ครับ และผมยินดีที่จะรับฟังข้อคิดเห็นของคุณในมุมมองอื่นๆ ที่ผมอาจจะตอบได้ไม่ละเอียดนัก ยินดีร่วมสนทนาเสมอครับเพราะตรงวัตถุประสงค์ของบล็อกนี้เลยครับ แล้วแวะมาอีกนะครับ


ความคิดเห็นที่ 9 (0)
musachiza วันที่ : 23/08/2012 เวลา : 03.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ต่อครับ

ต่อคำถามของคุณนั้น ผมได้ตอบทางจดหมายน้อยไปบางส่วนแล้วหวังว่าคุณคงได้รับแล้วนะผมจึงขออนุญาติคุณตอบในบล็อคนี้นะครับเพราะเกี่ยวข้องกันโดยตรงอีกอย่างหนึ่งการตอบทางจดหมายน้อยนั้นจำกัดเพียงแค่ 300 อักษรจึงยากต่อการอธิบายความให้ต่อเนื่อง
ตามเวปต์และคลิปในยูทูบทั้งไทยและฝรั่ง มักจะกล่าวว่า ท่านหญิงอาอีซะฮ์ แต่งงานกับท่านตอนที่ นบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด(ขอพระเจ้าทรงประทานพร)ตอนที่เธออายุเก้าขวบ อันนี้ในทางประวัติศาสตร์อิสลามนั้นเธอแต่งงานกับท่านนบี ตอนอายุ 12-13 อันนี้ประวัติศาตร์ในเชิงสากลนั้นชัดเจน เพราะนักประวัติศาสตร์โดยทั่วไป ต่างก็ยอมรับว่า ไม่มีประวัติของศาสดาองค์ใดหรืออาจกล่าวได้ว่าไม่มีบุคคลใดในโลกที่ถูกบันทึกโดยละเอียดเท่าท่านนบี(ศาสนทูต)มูฮัมหมัด เพราะ
1.ท่านถูกฝ่ายมุสลิมบันทึกทุกกระเบียดนิ้วของการกระทำในทุกอิริยาบท และเป็นมาตรฐานของการบันทึกและสืบประวัติศาสตร์ที่ใช้กันมาจนถึงทุกวันนี้
2.ประวัติของท่านนบีมูฮัมหมัด(ขอพระเจ้าทรงประทานพร)นั้นมีอายุเพียง 1400ปีเศษเท่านั้น มิได้ยาวนานเหมือนศาสดาองค์อื่นๆ จึงมีหลักฐานในสืบค้นได้ง่ายกว่า
3. ช่วงอายุของท่านนั้น ตรงกับยุคของกษัตริย์ เฮราคลิอุส แห่งคริสตจักรโรมันตะวันออก (ไบเซนไทน์) ที่สามารถมีชัยชนะอย่างเด็ดขาดต่อเปอร์เชียร์ ที่สู้รบกันมายาวนาน ซึ่งเป็นยุคที่ถูกจดจำในประวัติศาสตร์รายล้อมที่มีบันทึกไว้อย่างกว้างขวาง
4.ด้วยภาวะรายล้อมที่กล่าวมานี้ ทำให้นักประวัติศาสตร์ในสาขาอื่นสืบค้นและเทียบเคียงปะติดปะต่อเรื่องของท่านนบีมูฮัมหมัดได้ง่าย เพราะท่านเคยส่ง สาส์นไปเชิญชวนอาณาจักรต่างๆให้หันมานับถือศาสนาอิสลาม พร้อมตราประทับในสาส์น และเคยส่งกองทัพเข้าปะทะกับกองทัพของกษัตริย์เฮราคลีอุส
5. คัมภีร์อัลกุรอาน ของมุสลิมได้กล่าวประวัติของท่านเป็นระยะ ซึ่งคัมภีร์นี้เป็นที่ยอมรับว่ามิได้ถูกเปลี่ยนแปลงเลยตลอดเวลา 1400ที่ผ่านมา ยักคงรักษาทุกอักษรตามต้นฉบับที่ท่านนบีได้รับจากพระเจ้านำมาถ่ายทอด และมุสลิมทั่วโลกยังคงอ่านด้วยภาษาอาหรับตามต้นฉบับเดิม ไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีเชื้อสายใด เช่น จีน ไทย ฝรั่ง แขก ฯ
จึงเป็นข้อยืนยันว่าประวัติศาสตร์ที่อิสลามยกมานั้น เชื่อถือได้ในเชิงสากล ส่วนประวัติที่กล่าวในเชิงกล่าวหานั้นขาดข้อยืนยันแบบสากล แต่ก็เอาละ ฝ่ายโต้แย้งก็คงจะยืนยันว่า ถึงอย่างไรเธอก็ยังเด็กอยู่ดี
ส่วนฝ่ายอิสลามนั้น ถือว่าคำว่าบรรลุนิติภาวะตาม ศาสนบัญญัตินั้น เริ่มจากที่ผู้หญิง เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก ซึ่งหมายถึงเธอพร้อมจะเป็นแม่คน ส่วนฝ่ายชายนั้นเริ่มที่เขามีการฝันเปียกครั้งแรก ดังนั้นคำว่าเด็กในกฎหมายแบบฝรั่งที่เราใช้กัน จึงต่างจากกฎหมายทางศาสนาอิสลาม อิสลามมิได้ให้ความสำคัญว่า คู่รักจะต่างวัยกันแค่ไหน และยอมรับได้ว่าชายจะแก่กว่าหญิงหรือหญิงจะแก่กว่าเท่าไรนั้นไม่ใช่ปัญหาของการแต่งงาน แต่ประเด็นตามกฎหมายทางศาสนานั้น ฝ่ายชายต้องเป็นผู้เลี้ยงดูฝ่ายหญิง เว้นแต่ว่าเมื่อแต่งงานกันไปแล้วฝ่ายชายทุกพลภาพไม่สามารถทำมาหากินได้อันนี้ก็ต้องว่ากันไปอีกประเด็นหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
musachiza วันที่ : 23/08/2012 เวลา : 03.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

" ความคิดเห็นที่ 15 (จากบล็อก musachiza)
vii๖ วันที่ : 22/08/2012 เวลา : 16.08 น.
http://www.oknation.net/blog/gutswallow

สวัสดีค่ะ พี่ ขอโทษที่ต้องมาตอบในนี้ ในแมสเสส มันบอกว่าพี่บล๊อกไม่ให้ส่งหา เลยไม่รู้จะติดต่ออย่างไรดี คือเรื่องของเรื่อง.. มันมีในอินเตอร์เน็ตโพสเกี่ยวกับเรื่องท่านมูฮัมหมัดแต่งงานกับเด็กอายุเก้าขวบ ซึ่งเค้ามองว่าเป็นเรื่องของการบังคับใจ และขมขื่นใจเด็กที่อายุยังน้อย เรา เพื่อน และอาจารย์ที่เคยเรียนด้วยกัน จึงเกิดข้อสงสัย และ ถกกันถึงประเด็นนี้ เพราะว่าอยากจะฟังความจริงอีกด้านหนึ่ง ที่ไม่ใช่มีเรื่องของความอคติทางด้านศาสนาของคนบางคน คือมองเห็นแบบนี้ ก็ตีความไปเลยว่าท่านข่มขื่นเด็ก

ุรบกวนพี่ช่วยตอบข้อสงสัยภายในแมสเสสให้ด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ"

สวัสดีครับคุณ vii๖ ขอบคุณครับที่คุณกลับมาตั้งคำถามที่ชัดเจน
และเปิดโอกาสให้ผมได้ตอบ ซึ่งผมเห็นเวปต์ ที่มีผู้ที่อคติต่ออิสลามลงทุนทุ่มเวลาสร้างเอามาโจมตีหลายข้อมากมาย ทั้งภาษาไทย อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส มาลายู ฯลฯ ทั้งในแบบภาพนิ่งประกอบบทความและนักพูด ที่ยืนยันว่าตัวเขาอยู่ในศาสนานั้นนี้ และผู้ที่ไม่นับถือศาสนาใดๆ และผู้นับถือวิทยาศาสตร์แบบชาล์ดาวินและซิกมุนฟลอย
ผมสนุกนะครับกับการที่จะได้พูดคุยเรื่องนี้อย่างมีสติและเหตุผล ผมเฝ้าท่องเวปต์ต่างๆมากมายก่อนที่จะเปิดบล็อคดราก้อนบอลนี้เพื่ออ่านและตอบโต้ผู้คนที่ ไม่เข้าใจอิสลาม หรือเข้าใจแบบผิดๆ หรือ อคติกล่าวร้ายโจมตีและตั้งตนเป็นศัตรูต่อศาสนาอิสลามอย่างชัดเจนด้วยคำพูดที่หยาบคาย แต่สุดท้ายผมก็ต้องยอมรับว่าผมคงตามไปแก้ข้อกล่าวหาหรือสร้างความเข้าใจได้ไม่หมด เป็นแน่ และบางคนก็หยาบคายจนบางทีผมเองเกิดอารมณ์และก็ละเลงคำหยาบกับเขาไปด้วย ก็เคยมี นานพอควรกว่าจะดึงสติกลับมาได้ เพราะต้องถกเถียงหลายเรื่องหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องพระเจ้า ประวัติศาสตร์ แผ่นดินประปาเลสไตน์อิสราเอล ยิวอาหรับ ศาสดา การก่อการร้ายฯลฯ
ผมจึงตัดสินใจเปิดบล็อกนี้ขึ้นมาเพื่อที่จะ ค้นหาและเก็บข้อมูลมาเรียงร้อยลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เรื่องพระเจ้า การสร้างจักรวาลและโลก สร้างมนุษย์ จนถึงเส้นทางศาสนาของพระเจ้า ที่เหลือให้คลำทางปะติดปะต่อเนื้อหาและกาลเวลาเข้าด้วยกัน จนกระทั่งมาถึงศาสดาองค์สุดท้ายที่พระเจ้าทรงประทานมาให้แก่โลกเพื่อนำคัมภีร์เล่มสุดท้ายจากพระองค์ มาปิดซีรีย์เรื่องศาสนาและคัมภีร์ของพระเจ้า ซึ่งเรื่องราวที่เรียงลำดับนั้นก็เริ่มตั้งแต่ภาคสอง ตั้งแต่ฉบับที่11 ตามสารบัญที่อยู่ทางซ้ายมือ ผมได้ดำเนินเรื่องมาจนถึง ศาสดา มูฮัมหมัดจนจะถึงบทที่อสัญกรรมของท่านในอีกไม่กี่ตอนนี้

ความคิดเห็นที่ 7 musachiza ถูกใจสิ่งนี้ (1)
popladda วันที่ : 14/07/2012 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lamjuan

เข้ามาอ่านแล้วเห็นว่ามีเรื่องที่ต้องย้อนอ่านอีกหลายเรื่อง คงต้องโอกาสมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
musachiza วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 5
พิทักษ์ วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 09.48 น.
ขอบคุณครับที่เข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจเสมอ

ความคิดเห็นที่ 5 musachiza ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พิทักษ์ วันที่ : 07/07/2012 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jaopad

แวะมาอ่านเรื่องน่าสนใจเหมือนเคย หาเรื่องอื่นๆมาลงอีกนะครับขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
musachiza วันที่ : 06/07/2012 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 3
นานาทัศนะ วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 19.52 น.
ขอบคุณครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนมุมมอง

ความคิดเห็นที่ 3 musachiza ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นานาทัศนะ วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaidung

เรื่องบางเรื่องเมื่อศึกษาดูทำให้มีความเข้าใจอะไรมากขึ้น

บนความแตกต่างที่ไม่แตกแยก

สังคมใดๆก็มีความสุข

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
musachiza วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 11.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
driftworm วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 11.26 น.
สวัสดีครับท่าน..ยินดีต้อนรับครับ
ขอบคุณครับที่กลับมาเยี่ยมบ้านดราก้อนบอลนี้
ตอนนี้เริ่มเป็นยุคท้ายๆของท่านศาสดามูฮัมหมัดแล้วครับ
ซึ่งจะมีเงื่อนปมของการแตกแยกเกิดขึ้นในระยะนี้จนทำ
ให้เกิดนิกายแตกแยกทางความคิดขึ้นหลังจากที่ท่านจากไป

ความคิดเห็นที่ 1 musachiza ถูกใจสิ่งนี้ (1)
driftworm วันที่ : 05/07/2012 เวลา : 11.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/driftway
ซักผ้า..เจอแบ๊งค์ห้าร้อยในกระเป๋า...ฮิ้ววว

ขอลงชื่อก่อนครับ
เพิ่งแค่อ่านปราดๆๆๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]