• TangDrama
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 10998
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
นกสีเทาบินในโลกสีเทา
ไม่มีอะไรขาว ไม่มีอะไรดำจริงบนโลกใบนี้ ยินดีต้อนรับสู่วาทกรรมสีเทาๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dramatu
วันจันทร์ ที่ 16 มิถุนายน 2551
Posted by TangDrama , ผู้อ่าน : 917 , 02:22:04 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จากฟาเรนไฮ 9/11 ของ ผู้กำกับ ไมเคิล มัวร์

            ฉากหนึ่งในหนังเรื่องนี้ที่มีชายคนหนึ่งอุ้มศพเด็กผู้ชายแล้วถามผ่านกล้องของผู้สื่อข่าวว่า  “เด็กคนนี้เป็นผู้ก่อการร้ายอย่างนั้นหรือ?”  ด้วยมโนสำนึกของเรา เราตอบได้ทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่คนที่สมควรจะมาตายตรงนี้  และลูกชายของครอบครัวอเมริกันที่ถูกส่งตัวไปรบก็ไม่สมควรจะตายด้วย  ทุกๆคนในภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ไม่มีใครสมควรประสพกับผลพวงจากสงครามทั้งสิ้น

            ทำไมนะ  ทำไมคนกลุ่มหนึ่ง ถึงตัดสินชีวิตคนจำนวนมากได้ เพื่ออำนาจ?  เพื่อการค้า?  เพื่อศรัทธา?  เพื่อสิ่งแวดล้อม?  เพื่อประชาธิปไตย?  เพื่อมนุษย์?  และคนตั้งมากมายทำไมถึงไม่อาจลิขิตชีวิตตัวเองได้เลย?  แล้วคนทั่วโลกไม่มีใครมองเห็นเหตุการณ์นี้หรอกหรือ?  ทำไมคนทั้งโลกถึงปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้?  และเรา...เราเกิดมาเพื่อตายแล้วปล่อยให้โลกเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้งในช่วงชีวิตเราโดยที่เราได้แค่มองมันเกิดขึ้นและจบลงเท่านั้นหรือ?

            เหตุผลง่ายๆที่ทำให้เกิดสงครามขึ้นซึ่งเราไม่อยากจะยอมรับมันแม้เหตุผลนั้นจะเป็นสัจนิรันดร์ก็ตามคือ  “คนเรามีความคิดที่แตกต่างกัน”  และจากความคิดที่แตกต่างกันนั้นนำไปสู่สงคราม  หากกล่าวเช่นนี้ก็คงไม่ต่างจากกำปั้นทุบดิน  ไม่จำเป็นต้องดูสารคดีเรื่องนี้ก็สามารถพูดได้

            ด้วยเหตุว่าสารคดีเรื่องนี้ได้ทำให้เราเห็นเส้นทางของการเดินทางทางความคิดแบบหนึ่งของคนที่มีอำนาจ  ไปสู่เครื่องมือในการทำให้คนจำนวนมากคิดเช่นเดียวกับเขา  อุดมการณ์ของเขาเป็นที่รักของมวลชนผ่านกระบวนการสื่อสารมวลชนที่มีการควบคุม  ผ่านการนำเสนอด้านหนึ่งโดยไม่พูดถึงอีกด้านหนึ่ง  โดยมีผู้สนับสนุนจากแหล่งธุรกิจมากมายที่จะไปเปิดตลาดที่ประเทศซึ่งระอุจากสงครามนั้น

            เสมือนว่าไร้เหตุผลหากจะอธิบายว่าทำไมคนกลุ่มหนึ่งถึงได้ก่อสงครามและสามารถตัดสินชีวิตคนได้อย่างอยุติธรรม  และยิ่งไร้เหตุผลเมื่ออธิบายเล็กลงไปที่ระดับกลุ่มคนหรือปัจเจกบุคคล 

            ดังนั้นเราจะลองมองทั้งสองด้านพร้อมกันจากจุลภาคที่สุดคือ ปัจเจกบุคคล และมหภาคที่สุดคือ โครงสร้างสังคม พร้อมๆกัน 

            ถ้าเราตั้งสมมติฐานว่ากลุ่มคนที่มีอำนาจนั้นเป็นผลพวงมาจากโครงสร้างสังคมแบบหนึ่งซึ่งได้รับความคิด/ความเชื่อและอุดมการณ์ที่เรียกว่าทุนนิยม  ซึ่งแอบแฝงมาพร้อมกับประชาธิปไตยโดยสนับสนุนให้คนแข่งขันกันอย่างเสรีเพื่อสร้างเสริมและปกป้องทรัพย์สิน,สิทธิและเสรีภาพของแต่ละคนและจากการแข่งขันเสรีที่ทุกคนมีศักยภาพและโอกาสเท่ากันอย่าง ประธานาธิบดีที่มีพ่อเป็นอดีตประธานาธิบดี กับ เด็กวัยรุ่นในย่านเสื่อมโทรมที่แม้ไม่มีสงครามก็มีสภาพสังคมที่ย่ำแย่ไม่ต่างจากเผชิญสงครามมานานปี  ทำให้แต่ละคนล้วนต้องปกป้องและแสวงหาเพื่อให้ได้เป็นผู้ชนะของการแข่งขันตามบรรทัดฐานของสังคม (แม้ว่าเป้าหมายของสองคนนี้จะแตกต่างกันตามการปลูกฝังของครอบครัว แต่ก็ต้องไปให้ถึงเป้าหมายนั้นเพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ชีวิตตนเอง)

            จากค่านิยมกระแสหลักของสังคมนี้ที่ประกอบสร้างให้สังคมไขว่คว้าหาทรัพยากรที่จะนำพาพวกเขาไปสู่เป้าหมายนั้นให้ได้  ความคิดที่แตกต่างกันนั้นเมื่ออยู่ภายใต้โครงสร้างของสังคมที่ปกป้องให้สังคมอยู่ในภาวะสมดุลได้นั้นจึงเสมอเหมือนว่าไร้ความหมายเมื่อปะทะกับเครื่องมือของโครงสร้างนี้  ไม่ว่าจะเป็นสื่อสารมวลชนที่กระตุ้น กระตุกเร้ามวลชนให้เห็นว่านี่คือโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนหรือของผู้อื่นให้ดีขึ้นและปลอดภัยขึ้น  หรือกฎหมายที่ออกมาเพื่อสนับสนุนการกระทำต่างๆที่จะรักษาโครงสร้างนี้ให้เกิดความสมดุลโดยเอารัดเอาเปรียบผู้ที่ไม่สามารถต่อสู้กับโครงสร้างดังกล่าวได้เนื่องจากไร้เครื่องมือในการต่อรอง  ไร้โอกาสในการเห็นภาพที่ชัดเจนของโครงสร้าง  ไร้เสียงที่จะตะโกนให้ผู้มีอำนาจได้เห็นตนทุรนทุรายใต้การกระทำของพวกเขา  และที่น่าตลกขบขันประสมเวทนาที่สุดคือ ผู้อยู่ภายใต้โครงสร้างนั้นอาจไม่ทราบเสียด้วยซ้ำว่าตนอยู่ภายใต้ความคิดและอุดมการณ์ทางสังคมแล้วก็เต้นเร่าๆไปเพื่อสร้างผลผลิตของโครงสร้างซึ่งดำเนินได้ด้วยตัวของมันเองและมีผลิตผลทั้งหลายออกมาเพื่อรักษาสมดุลของตัวมันเอง

            เมื่อเราเกิดมาภายใต้สังคมเช่นนี้  เราจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้อย่างไร  เราอาจจะเป็นผลผลิตที่ผิดพลาดของสังคมจึงทำให้เราคิดว่าความยุติธรรมคือคนทุกคนมีความเท่าเทียมกันในเรื่องของโอกาส,สิทธิและเสรีภาพ  ในขณะที่ผลผลิตของสังคมมองว่าสังคมนี้ยุติธรรมอยู่แล้ว  หรือไม่ก็มองว่ามันเป็นเรื่องที่รับได้  หรือไม่ก็คิดว่าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งสิ้นจึงทำใจให้มีความสุขกับสภาพเช่นนี้ดีกว่า และที่ขบขันที่สุดคือเรามักจะคิดว่าพวกเขาเป็นคนเลว คนไม่ดี คนที่ชอบเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น  ซึ่งเมื่อเรารู้จักกับคนเหล่านั้นมากขึ้นเราได้พบว่าเขาไม่ได้เลวและเอารัดเอาเปรียบคนอื่นอย่างที่เราคิด  แต่คนเหล่านั้นกลับมีมุมมองของความเป็นมนุษย์ไม่น้อยไปกว่าเรา  เขาไม่ได้พูดว่าเขาทำเพราะเขาอยากรวย  แต่เขาทำเช่นนั้นเพราะเขาต้องการให้คนอื่นได้รับสิ่งที่ดีขึ้นจริงๆ  แม้ว่าเขาจะได้ประโยชน์จากการกระทำนั้นไม่น้อยก็ตามแต่เขาทำไปเพราะเขาเชื่ออย่างสุดหัวใจว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและคนจำนวนมากได้ประโยชน์จากสิ่งที่เขาทำจริงๆ

            เรามีสิทธิอะไรไปตัดสินเขาว่าสิ่งที่เขาทำนั้นไม่ถูกต้อง

            และที่เราพูดได้เต็มปากว่าเขาทำไม่ถูกเพราะเรากับเขาอยู่บนฐานความคิดที่ต่างกัน  ถ้าเราอยู่บนฐานความคิดเช่นเดียวกับเขา  เป็นผลผลิตของสังคมซึ่งไม่เคยได้พบพานความเจ็บปวด ทุกข์ทรมานของผู้อื่นเหมือนกับเขา  เราจะทำเหมือนเขาไหม?  แล้วเราเกิดมาเพื่ออะไร?  เราทำอะไรได้บ้าง?  เราจะทำอย่างไรให้คนที่เชื่อว่าสิ่งที่เขาทำถูกต้องมาตลอดชีวิตนั้นได้รับรู้ว่าเขาทำร้ายและทำลายชีวิตคนมานับไม่ถ้วนโดยที่เขาไม่รู้ตัวและไม่ทำให้เขาเสียคุณค่าในชีวิตจนไม่อาจมีชีวิตต่อไปได้อีก? 

            เราตัวเล็กเกินไปจนไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งสิ้นและถ้าเราทำได้  เราจะทำไหม?  เราแน่ใจได้อย่างไรว่าแท้ที่จริงแล้วเราไม่ได้เป็นผลผลิตที่ผิดพลาดของสังคม ของมวลมนุษย์ และของโลก?  เหมือนกับที่เราบอกเค้าว่าเค้าทำผิดนั้น  ถ้ามีคนมาบอกว่าสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่เลวที่สุดของมนุษยชาติและจะนำพาให้โลกไปสู่จุดจบเร็วขึ้น เราก็ไม่อยากที่จะเชื่อเช่นกันเพราะนั่นคือสิ่งที่เราศรัทธาและกระทำมาตลอดชีวิต แล้วถ้าเราเชื่อเราจะเอาชีวิตของเราไปอยู่ตรงไหน?

            สุดท้ายเราก็ยังคงมีชีวิตอยู่และกระทำในสิ่งที่เราเชื่อมั่นและศรัทธา  เขาก็คงไม่ต่างจากเรา  และเราก็คงต้องต่อสู้กับพวกเขาต่อไป

            จนกว่าเราจะเหนื่อย

            จนกว่าเราจะตาย

            จนกว่าเขาจะตาย

            จนกว่าโครงสร้างสังคมจะพินาศ

            จนกว่าโครงสร้างสังคมนี้จะเปลี่ยนแปลงไป

                ในช่วงชีวิตของเราคงไม่มีโอกาสได้เห็น  แต่ขอให้ตัวเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ตรงนั้น




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กู่ วันที่ : 28/11/2008 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

อ่านแบบลืมหายใจเลยค่ะ
เขียนได้ดีจริงๆ

เป็นหัวข้อที่ฉันครุ่นคิดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
แต่มันไม่กระจ่างใจอย่างที่คุณเขียน

เหมือนเจอคนรู้จัก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Kati วันที่ : 16/06/2008 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kati1789

สวัสดี แตง

อำนาจ
แตง คำว่า อำนาจเป็นคำตอบสำคัญ
ในท่ามกลางวิถีชีวิตของผู้คน ทั้งระดับจุลภาค มหภาค
อำนาจกำหนดชะตาชีวิตของผู้คน และชี้นำทิศทาง

แม้เราไม่อยากสัมผัสอำนาจ
แต่อำนาจ ก็มักจะอยากสัมผัสสัมพันธ์
และชื่นชอบที่จะกำหนดชีวิตของเรา อยู่เสมอ
สุดท้าย เราคงต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับอำนาจ

เพื่อบอกกล่าว ต่อ อำนาจ เหล่านั้น
ว่าเราคิด เข้าใจ และตอบคำถามของชีวิต เช่นไร
บางครั้ง เราคงต้องสร้างทิศทางของเรา เพื่อตอบอำนาจ
ว่าชีวิตของเรา มีคุณค่า และ งดงาม เพียงใด
มากกว่าให้อำนาจ คอยกำหนด

ความเรียงเรื่องนี้ ตั้งคำถาม ได้ตรงมาก แตง
เขียนบ่อยบ่อย และเขียนตลอดนะ แตง
สุดท้าย งานเขียนจะช่วยเราได้
ในแต่ละการทบทวน
แต่ละมุมมองชีวิต

ปล. ตัวอักษรอ่านสบายตา อย่างมาก
เขียนบ่อยบ่อย นะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]