• TangDrama
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 10998
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
นกสีเทาบินในโลกสีเทา
ไม่มีอะไรขาว ไม่มีอะไรดำจริงบนโลกใบนี้ ยินดีต้อนรับสู่วาทกรรมสีเทาๆ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dramatu
วันเสาร์ ที่ 28 มิถุนายน 2551
Posted by TangDrama , ผู้อ่าน : 918 , 10:11:16 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ในทุกๆครั้งที่เราเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้าแล้วเดินย่ำไปเรื่อยๆ  เราคงได้เห็นการตกแต่งประดับประดาที่งดงาม  เห็นร้านอาหารจานด่วนจากต่างชาติ เห็นร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์ดัง มีโรงภาพยนตร์ชั้นหรู ห้องร้องคาราโอเกะ ไปจนถึงเกมส์โซน และอื่นๆอีกมากมาย  เราเห็นสภาพต่างๆเหล่านี้มานานตั้งแต่ที่ยังไม่เริ่มคิดอะไรนอกจากเพียงรับรู้สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า  เราได้เห็นภาพเหล่านั้นจนคุ้นชินกับมัน

  แล้ววันหนึ่งมีคนมาประกาศให้เราฟังว่า เสื้อผ้ายี่ห้อระดับโลกที่ขายอยู่นั้นผลิตมาจากการใช้แรงงานเด็ก การเอาเปรียบสตรีมีครรภ์ หรือจากการยัดเยียดทางเลือกอย่างเดียวที่จะให้ทำให้คนงานต้องประกอบอาชีพเช่นนั้น  ต่อจากนั้นข้อความที่ประกาศก็กล่าวกับเราอีกว่า หากเราไม่ตระหนักถึงที่มาให้มากกว่านี้ เราก็ไม่ต่างจากผู้สนับสนุนของการใช้แรงงานเช่นนั้น

  เขาบอกขั้นตอนของการเอารัดเอาเปรียบทั้งหลายให้แก่เรา เรารู้สึกเจ็บปวดกับความอยุติธรรมนั้น เราตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น  และเราก็ลืมมันไป

  ความรู้สึกเช่นนี้คงไม่ต่างอะไรไปจากการเปิดโทรทัศน์แล้วพบกับโศกนาฏกรรมที่เจ็บปวดกับเหล่ามวลมนุษย์ เช่น  พายุนากีส  แผ่นดินไหวที่ประเทศจีน  สึนามิ  เฮอร์ริเคนแคทรีน่า  หรือเหตุการณ์ 9/11  เมื่อเราเจ็บปวดกับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น สัมผัสมัน จินตนาการว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของหายนะนั้น เราเศร้าสลด เราเสียใจประหนึ่งว่าญาติผู้เป็นที่รักของเราเสียชีวิตไปพร้อมกับเหตุการณ์นั้น  จนกระทั่งเรากดรีโมทเปลี่ยนช่องเราก็ทำเหมือนกับว่าญาติสนิทอันเป็นที่รักของเรานั้นไม่เคยมีชีวิตตรงนั้นมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว 

  เราไม่ได้เป็นผู้สูญเสียเช่นกับผู้ประสบเหตุนั้นมาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เราเพียงจินตนาการไปเท่านั้นเองว่าเขารู้สึกเช่นไร หรือถ้าหากถึงเวลาที่เราเห็นเสื้อผ้าสวยๆราคาถูกๆแล้วเราตั้งคำถามว่าสินค้าเหล่านี้มาจากที่ใด?  เราจะได้คำตอบจริงๆหรือไม่? แล้วเราจะทำอะไรได้? ไม่ซื้อสินค้ามียี่ห้อ? ไม่ซื้ออาหารจากร้านอาหารจานด่วน? ไม่เดินเข้าห้างสรรพสินค้า?

  เราทำเช่นนั้นได้จริงหรือ? เรามีอุดมการณ์ที่หนักแน่นพอหรือ? ถ้าเพื่อนไม่เข้าใจเรา เราจะทำหรือ? ถ้าครอบครัวเราไม่เข้าใจเรา เราจะทำหรือ? หรือเราจะอธิบายให้พวกเขาเข้าใจเรา?

  ถ้าเรามีอุดมการณ์ที่จะทำเช่นนั้น เราจะไม่ซื้อแหวนเพชรแต่งงานด้วยหรือไม่? เพราะแหวนเพชรร้อยละ 70 ของตลาดโลกเป็นแหวนที่เปื้อนเลือดมาแล้วทั้งสิ้น หรือเราจะบอกว่าแหวนเพชรสำหรับการแต่งงานนั้นถือว่าเป็นข้อยกเว้น เพราะนี่คือเครื่องหมายที่สื่อถึงความรักอันเป็นนิรันดร์ แล้วถ้าเรารู้ว่าวาทกรรมความหมายของเพชรคือความรักอันเป็นนิรันดร์นี้ถูกสร้างขึ้นมาจากบริษัทผู้ควบคุมตลาด  90 เปอร์เซ็นต์โดยการกว้านซื้อเพชรแทบจะทั่วโลกและค่อยๆปล่อยขายไปทีละน้อยเพื่อควบคุมให้อุปสงค์และอุปทานมีราคาไม่ต่างจากเมื่อ 60 ปีที่แล้วมากนัก(รวมอัตราเงินเฟ้อ 60 ปี)

  เราจะกล้าประกาศกร้าวกับครอบครัวของคู่ชีวิตเราไหมว่าเราจะไม่ซื้อแหวนเพชรให้เธอเพราะว่าเพชรทำให้พลเมืองของประเทศ Sierra Lione ต้องโดนฆ่า โดนตัดหู โดนตัดขา โดนตัดมือ โดนข่มขืนต่อหน้าสามี ต่อหน้าลูกๆ ต่อหน้าพ่อแม่ของตน โดนเอาท่อนไม้คว้านไปในอวัยวะเพศขณะตั้งครรภ์ โดนสั่งให้ฆ่าพ่อแม่ตัวเองตั้งแต่อายุ 7-12 ปี แล้วถูกบังคับให้เรียกกลุ่มก่อการร้ายนั้นว่า “พ่อ”

  และเราก็คงจะตอบไปว่า ไม่เป็นไร เพชรมันทารุณเกินไป แหวนทองก็ได้ พลอยก็ได้ ต่อมาเกิดวาทกรรมชิ้นหนึ่งขึ้นมาทำให้แหวนเพชรไม่เหมาะกับการให้คู่สมรส วาทกรรมต่อมาสมมติว่าเป็นแหวนพลอย ราคาพลอยในตลาดพุ่งกระฉูดอย่างรวดเร็ว เจ้าของเหมืองพลอยใช้แรงงานคนงานอย่างหนักและระมัดระวังการขโมยด้วยการจ้างทหารรับจ้างมาตรวจตรา มีการกว้านซื้อเหมืองพลอยจำนวนมากเพื่อทำการผูกขาดตลาด มีกลุ่มก่อการร้ายปล้นเหมืองพลอยแล้วขายทางตลาดมืดเพื่อแลกกับอาวุธ สุดท้ายก็กลับไปสู่วงกลมเดิมแค่เพียงเปลี่ยนจากเพชรมาเป็นพลอย

  จะเสื้อผ้าก็ดี จะเพชรก็ดี จะพลอยก็ดี เราไม่รู้เลยสักนิดว่าต้นทางของมันผ่านอะไรมา  เมื่อเราทำอะไรไม่ได้ เมื่อเราไม่รู้ที่มา เราจะยึดมั่นอุดมการณ์ต่อไปไหม?

  สมมติว่าคนทุกคนยึดมั่นอุดมการณ์ร่วมกันว่าจะไม่ซื้อเสื้อผ้าจากแบรนด์ดังที่เอาเปรียบแรงงาน  ผลปรากฏว่าการบอยคอตต์สิ้นค้ายี่ห้อพวกนี้ส่งผลให้มีแรงงานผลิตเสื้อผ้าจำนวนนับหมื่นคนจากหลายประเทศต้องตกงานพร้อมกัน  หรือสมมติว่าทุกคนบอกว่าจะไม่ซื้อเพชรเพราะเป็นการสนับสนุนทางอ้อมต่อการทำสงครามก็จะส่งผลให้ประเทศ Sierra Lione ยากจนลงยิ่งกว่าเดิมเพราะประเทศนี้ไม่มีอะไรเลยนอกจากทรัพยากรชนิดนี้

 

  หรือบางคนคิดว่าเพราะมีการจำกัดสินค้าชนิดนี้โดยการทยอยขายสินค้าเพื่อควบคุมอุปสงค์/อุปทานของตลาดทำให้ราคาสูงและส่งผลให้คนต่างเอารัดเอาเปรียบกัน  ดังนั้นถ้าจัดการทำลายตลาดโดยการปล่อยสินค้าออกมาให้ล้นตลาดก็จะทำให้ราคาสินค้าตกลงจนแทบจะไม่มีค่า คนจะได้ไม่ต้องเอารัดเอาเปรียบกัน  หากเลือกทางนี้ก็ไม่ต่างจากการเปลี่ยนวาทกรรมเช่นกัน  แต่หนักข้อกว่าที่กลายเป็นการเร่งเร้าให้ผลาญทรัพยากรไปอย่างฟุ่มเฟือยที่สุดหากอยู่ภายใต้วาทกรรมชุดเดิม

 

  ดังนั้นเราจึงเปลี่ยนมาเป็นการสร้างแบรนด์อีกลักษณะหนึ่งแทนคือ สร้างแบรนด์ชนิดหนึ่งขึ้นมาอย่างกลุ่มคนงานสมานฉันท์ที่สร้างแบรนด์ Dignity Return ที่กล่าวว่าจะไม่มีการกระทำที่เอารัดเอาเปรียบกันและกันในโรงงานแห่งนี้หรือ ทำกฎปฏิญาณร่วมกัน เช่น ข้อตกลงเบิร์ลกเล่ย์ ที่ตกลงกันว่าผู้ค้าเพชรจะไม่ซื้อขายเพชรที่ไม่ทราบที่มาเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบคนงานหรือสนับสนุนผู้ก่อการร้าย

 

  ต่อจากการสร้างแบรนด์คือ การพัฒนาตลาดให้คุ้นชินกับแนวคิดของแบรนด์ที่ก่อตั้ง ด้วยการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้กลไกราคานำผลกำไรกลับมาสู่ผู้ลงทุนหวังให้ความต่างของสิ้นค้าระหว่างต้นทางกับปลายทางนั้นลดน้อยลงที่สุด เช่น เพชรเมื่อซื้อที่ Sierra Lione จะได้ราคาประมาณ 20-30 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อไปถึงออสเตรเลียหรือยุโรปจะมีมูลค่าประมาณ 1,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ  ความต่าง 50 เท่าของราคาต้นทางและปลายทางจะต้องลดลง

 

  ดังนั้นต่อมาเราก็จะได้ยินเรื่องดังต่อไปนี้  เนื่องจากต้นทุนมีราคาสูงขึ้น บริษัทจึงเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องปรับราคาให้สูงขึ้นเพื่อรักษาสิทธิมนุษยชนของที่มาของสินค้าและหากคุณซื้อสินค้าเราก็จะเป็นการสนับสนุนให้แรงงานได้รับศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ต่อมาสินค้าอีกหลายยี่ห้อเริ่มขึ้นราคาขึ้นมา

 

  ภายใต้วาทกรรมกระแสหลักปัจจุบันต่อการบริโภคสินค้าคือ มีประโยชน์ มีคุณค่า ราคาไม่แพง เมื่อประสบกับสภาพที่สินค้าขึ้นราคาแต่คุณภาพสินค้าเท่าเดิม เราย่อมหันไปหาสินค้าที่มีลักษณะใกล้เคียงกันและราคาเท่าเดิมโดยไม่ได้สนใจที่มาของมัน 

 

  แต่หากจะลองสมมติว่าสินค้าทุกชนิดปรับราคาสินค้าขึ้นเหมือนกันหมดและก็ปฏิบัติตามข้อตกลงเหมือนกันทั้งสิ้นนั้น  เราก็จะพบกับภาวะเงินเฟื้อขนาดหนัก  และอาจจะมีบางคนที่มีความคิดขบขันนำสินค้าผ่านเลือดไปขายในตลาดมืดแล้วกล่าวว่า สินค้าชนิดนี้ผ่านชีวิตคนมานับร้อยนับพันกว่าจะได้มาหากมีไว้ข้างกายจะช่วยเสริมบุญบารมี ฯลฯ เหมาะแก่การสะสมเป็นอย่างยิ่ง

 

  เรามีอุดมการณ์มากขนาดนั้นเชียวหรือ?  เราเจ็บปวดและเป็นเดือดเป็นร้อนหรือใฝ่ฝันถึงขนาดที่จะทำให้ทุกจังหวะชีวิตของเรามุ่งเป้าไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมไปยังอุดมการณ์นั้นแล้วหรือยัง?  หรือว่าตอนนี้เราเผลอกดรีโมทโทรทัศน์เปลี่ยนความสนใจของเราไปยังเรื่องอื่นเสียแล้ว?

 

  ดูเหมือนจะหาจุดจบของการแก้ปัญหาการเอารัดเอาเปรียบไม่ได้เลย  และเสมือนว่าไม่มีทางออกเลยแม้แต่ทางเดียว  อาจเพราะว่าเราคิดบนฐานคิดของทุนนิยมประชาธิปไตยของรัฐก็เลยไม่สามารถหาทางออกได้  แต่ถ้าจะแก้ปัญหาทุนนิยมด้วยมาร์กซิสก็ค่อนข้างมัดมือชกเกินไป  ดังนั้นเราจะมาลองมองจากฐานคิดของทุนนิยมประชาธิปไตยโดยไม่มีรัฐ ไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีเผ่าพันธุ์ ไม่มีครอบครัวและศาสนาแล้วกัน

 

  ผมไม่สามารถคิดขึ้นมาได้เพราะถึงผมคิดขึ้นมามันก็มีความเกี่ยวโยงกับความเป็นมาร์กซิสเกินไป และความไม่มีครอบครัวหรือศาสนาก็ไม่ใช่วาทกรรมของทุนนิยมและประชาธิปไตยอีกต่อไปด้วยเช่นเดียวกัน

  

  หากเราจะกดรีโมทก็ไม่แปลกใจ และก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร เพราะวาทกรรมการใช้ชีวิตของเราอาจจะแตกต่างกัน  และเราเองก็ไม่ใช่ศัตรูเพียงเพราะว่าวาทกรรมของเรานั้นแตกต่างกัน




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กู่ วันที่ : 28/11/2008 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

อืมม ถอนหายใจยาว

อ่านเรื่องนี้แล้วนึกถึงการให้และการรับ

วงกลมของการให้และการรับ คุณคงเข้าใจ
รับจากคนหนึ่ง...จึงต้องมอบให้กับอีกคนหนึ่ง
ความจริงจะเป็นนี้อย่างเสมอ
เพราะความยุติธรรมไม่ได้ตรงไปตรงมาแบบไม้บรรทัด

ขออภัย ถ้าล่วงละเมิดความคิดของคุณ


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
toujaa วันที่ : 02/07/2008 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toujaa

หายไปไหนมาคะ ไม่เห็นPost เรื่องเลย รออ่านอยู่นะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
toujaa วันที่ : 30/06/2008 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toujaa

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]