• สีน้ำฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rimtarn_s@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 26367
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
สิรินทร์ จิตรเกษม
นวนิยาย เรื่องสั้น รังสรรค์หนังสือ สื่อความนัย หัวใจติดดิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamland
วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน 2551
Posted by สีน้ำฟ้า , ผู้อ่าน : 1098 , 17:30:01 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

             (“แม่คร๊าบ..ผมหิว”)

            (“แม่คร๊าบ..ผมหิว”)

            “แง่ว แง่ว..แง้ว..แง๊ว” เสียงเริ่มแผดดังขึ้นทุกที ๆ

            “มีใครได้ยินเสียงลูกแมวร้องบ้างไหมคะ”

            เด็กสาววัยสิบแปดปี สวมกางเกงยีนเข้ารูป กับเสื้อยืดคอโปโล ด้านหลังพิมพ์ชื่อเว็บไซต์ของร้าน ช่วงนี้ปิดเทอมต้องอยู่กับบ้านช่วยงานในร้าน ปกติก็ไม่ต้องอยู่โยงเฝ้ามากนัก แต่นี่แม่ทะเลาะกับพ่อ หนีไปนอนที่บ้านยายตั้งแต่เมื่อคืน

            เธอก้มมองตามใต้โต๊ะคอมพิวเตอร์ทุกตัวที่เรียงกันอยู่ข้างฝาอย่างเป็นระเบียบ ลูกค้าที่นั่งอยู่ สองโต๊ะแรกหันมามอง แล้วส่ายหน้า ก่อนจะหันไปสนใจสิ่งที่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ต่อ

            “แว๊ว..แว๊ว...”

            (“หิว ๆ ๆ”)

            เสียงของแมวยังดังมาเป็นจังหวะ สักพักก็เงียบไป น่าจะเป็นลูกแมวหลงทาง ซึ่งฟังดูเหมือนมีอยู่ตัวเดียว

            “เมี้ยว...เมี้ยว”     เธอส่งเสียงเลียนแบบ เผื่อมันจะส่งเสียงตอบ จะได้ตามหาต้นเสียงได้ถูก

            “แง่ว...แง่ว แง่ว แง้ว..แง้ว”

            (“ผมอยู่นี่..แม่ใช่ไหม.. แม่ แม่ แม่”)

            เล่นเจ้าล่อเอาเถิดกันอยู่อย่างนั้น ลูกค้าคนแรกคงจะเซ็งเลยเรียกเจ้าของร้านมาคิดเงินค่าบริการอินเทอร์เน็ต แล้วเดินหน้ามุ่ยออกไป

            ‘แหะ แหะ.. ก็คนมันสงสัยนี่นา ถ้าเกิดลูกแมวมันถูกอะไรทับอยู่แล้วไปช่วยไม่ทัน มันตายขึ้นมาจะว่าไงล่ะ’

            เธอค้อนตามหลังลูกค้า เข้าใจว่าเขาคงรำคาญกับเธอที่ส่งเสียงเหมียว ๆ อยู่ได้ คิดเงินลูกค้าเสร็จก็เดินหาต่อ จากหน้าร้านจรดหลังร้าน ตามซอกโต๊ะ ซอกตู้ ก็ไม่เห็นมี จนชักจะเซ็งแล้วบ้างเหมือนกันก็เลยนั่งแผละ อยู่ริมประตูทางเข้า ที่จัดเก้าอี้เรียงข้างฝาอีกด้านไว้สองตัว เอาไว้ให้ลูกค้านั่งรอ แต่ตาก็ยังมองหาที่มาของเสียงอยู่

            ร้านออกจะโล่ง ตรงกลางบ้านโล่ง มองเห็นสองข้างฝาได้ชัดเจน ฝั่งหนึ่งวางคอมพิวเตอร์เรียงกันแปดตัว อีกฝั่งหนึ่งของข้างฝา ก็มีเก้าอี้ที่เธอนั่งสองตัว ถัดไปเป็นตู้หนังสือเอาไว้ให้ลูกค้าอ่านเล่นบ้าง เช่าบ้าง ถัดไปก็ตู้กระจกยกพื้นสูง แต่ใต้ตู้ก็ไม่มีอะไร แล้วก็เครื่องถ่ายเอกสาร แมวคงไม่ไปอยู่ในเครื่องถ่ายหรอก มันตั้งเด่นเห็นสง่า ข้างหลังเครื่องมีซอกเล็ก ๆ เกือบติดฝานั่นก็โล่ง โต๊ะเก็บเงินหันหน้าเข้าข้างฝา ใต้โต๊ะโล่ง ในลิ้นชักก็ชักออกมาดูหมดแล้ว แม้จะขัดกับหลักความจริงไปบ้าง ว่าแมวอะไรจะหลุดไปอยู่ในลิ้นชักรก ๆ แบบนั้น

            ถัดไปเป็นโต๊ะวางของ วางเครื่องเข้าเล่มแบบสันห่วงกับเครื่องเคลือบ บนโต๊ะมีแต่อุปกรณ์ ใต้โต๊ะก็โล่ง ๆ แล้วก็เป็นผนังที่กั้นระหว่างหน้าบ้าน กับหลังบ้านออกจากกัน มีประตูที่เปิดโล่ง มองทะลุไปถึงไหน ๆ เลี้ยวซ้ายก็ขึ้นบันไดไปชั้นสอง ตรงไปอีกหน่อยมีอ่างล้างหน้า แล้วก็ประตูห้องน้ำ ถัดจากห้องน้ำ เมื่อก่อนเป็นครัวเดี๋ยวนี้ปรับเปลี่ยนเป็นเหมือนห้องโถงโล่ง ๆ มีแต่ตู้เย็น วางชิดข้างฝาอยู่มุมห้อง มีเครื่องซักผ้าวางติดอยู่กับผนังห้องน้ำ

            ‘เออ ! แล้วไอ้เหมียวน้อยมันจะไปอยู่ส่วนไหนของประเทศ เอ๊ย !ของบ้านหว่า’

            เธอถอนหายใจเฮือก ๆ ความสงสัยยังไม่จางหาย แต่ความเหนื่อยหน่ายเข้ามาแทรกด้วย เลยเดินออกประตู ที่ชั้นในเป็นประตูกระจก และชั้นนอกเป็นประตูเหล็กดัด มีซอกว่างระยะห่างจากประตูชั้นนอกถึงชั้นในอยู่ประมาณสักคืบหนึ่งเห็นจะได้

            (“แม่คร๊าบ..แม่คร๊าบ”)

            ‘นั่น ๆ มีตัวอะไรไม่รู้สูง ๆ ใหญ่ ๆ เดินมาที่ประตูจะ ไม่ใช่แม่หรอก แต่ต้องส่งเสียงไว้ก่อน ขู่ไว้ มันจะได้กลัวว่าเรายังมีแม่’   เจ้าเหมียวทำขนชี้ตั้งฟูข่มขู่สิ่งที่ตัวเองไม่รู้จักไว้ก่อน

            ‘นั่น ๆ ๆ ตัวสูง ๆ ใหญ่ ๆ หันมาแล้ว’

            สองสายตาประสานกัน ดวงตาสีเหลืองอำพันเบิกกว้าง ผิดกับอีกคู่หนึ่งที่น้ำตาลเข้มส่องประกายวาววาม สดใส

            “ฟื่อ...ๆ ๆ”

            (“อย่าเข้ามานะ เดี๋ยวกัดนะเฟ้ย”)

            ‘ตัวอะไรไม่รู้ ใหญ่ยักษ์ ทำท่านั่งคล้าย ๆ กับเราเลย แปลกทำไมขา กับแขนถึงไม่เท่ากันเหมือนเรานะ’     แมวน้อยได้แต่คิดไม่รู้จะสื่อสารกับใคร

            “โอ๋.. เจ้าเหมียว อยู่นี่เองมานี่มาม๊ะ”

            เธอนั่งยอง ๆ ยื่นมือไปในซอกระหว่างประตู หมายจะจับลูกแมว หน้าตาคล้าย ๆ กับลูกเสือดาว ลำตัวลายพร้อย หางที่ขดหนีบอยู่ฟู เหมือนกับคนกำลังขนลุกตั้งชันยังไง ยังงั้น มันนั่งขดตัวหงออยู่ ส่งเสียงขู่แฝ่ด ๆ ขยับถอยหลังไปจนสุดมุม

            “แง๊ว...”

            (“อย่าเข้ามานะ เดี๋ยวเค้าจะฟ้องแม่นะ”)

            “มาสิ.. ออกมาเร็ว เมี้ยว เมี้ยว”

            “แง๊ว ๆ ๆ ๆ”

            (“อะไรพูดอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง แม่ครับช่วยด้วย แม่ แม่ แม่ช่วยผมด้วย...”)   เหมียวตื่นตระหนก ร้องสุดเสียง

            “แง๊ว ๆ ๆ ๆ”

            “ออกมาสิเจ้าเหมียว ไปหลบอยู่ทำไมตรงซอกนั่น ฝุ่นเยอะจะตาย สกปรก มา..ออกมาเร็ว”

            “ง้าว...ง้าว ... ๆ ๆ ๆ”

            (“แม่ครับ..ช่วยด้วย.. แม่ แม่ ... แม่อยู่ไหน แม่...แม่”)

            เจ้าเหมียวน้อยร้องเสียงดัง จนน้ำตาคลอหน่วยตาสีเหลืองอำพัน จวนเจียนจะหยาดหยดลงมาทางร่องจมูก

            “เหมียว มานี่สิ หิวไหม”

            คนตัวสูงเอื้อมมือเข้าไป แต่ก็ยังไม่กล้าจับ

            “น้อง ๆ คิดเงิน”

            ‘แป่ว! แหว่ว! มันอะไรกันนักหนาฟระ ลูกค้าพวกนี้ คนกำลังยุ่งวุ้ย’

            ‘น้อง’ เงยหน้า ส่งสายตาขุ่น ๆ ไม่แพ้เจ้าเหมียวที่อยู่ในรู เอ๊ย! อยู่ตรงซอกประตูนั่น เดินไปดูนาฬิกาจับเวลาที่แขวนไว้

            “สามสิบบาท”

            'เร็ว ๆ ฉันจะไปลูกแมว ดู ๆ ชักช้า กว่าจะล้วงกระเป๋าออกมาได้ เอ๋า..ยังให้แบงก์ร้อยอีก'

            แค่คิดในใจ รีบเปิดลิ้นชักหยิบเงินทอนให้ลูกค้า

            “ขอบคุณค่ะ”

            'ไปเร็ว ๆ สิ ลีลาศอยู่ได้'

            ไม่กล้าพูดหรอก แค่ใช้สายตาสื่อความหมาย

            เจ้าของร้านที่ใจไม่อยู่กับงานเดินตามลูกค้าออกมานั่งอยู่ข้างประตูเหมือนเดิม ดูเหมือนจะไม่ได้เรื่องอะไร เรียกก็แล้ว อะไรก็แล้ว เจ้าเหมียวมันขู่แฟ่ด ๆ จึงเดินกลับมาหยิบเงินในลิ้นชัก รีบสาวเท้าออกไปยังร้านขายของชำที่อยู่ห่างออกไปอีกสองช่วงตึก กลับมาก็หาถ้วยเล็ก ๆ แต่ก็ไม่เจอ จึงไปรื้อถังขยะ หยิบขวดน้ำเปล่าที่ทิ้งไปแล้ว มาตัดเอาเฉพาะส่วนก้นขวด ไม่ลึกเท่าไหร่ เทนมลงไป แล้วเอาไปวางล่อไว้ตรงซอกประตู

            “เอ้า..หิวก็กินซะ ไม่ต้องเขิน”

            เธอวางมันไว้ใกล้ ๆ ตัวลูกแมว แล้วเดินหายลับขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน

0.0.0.0.0.0.0.0.0.0

 

            “ก๊อก ๆ”

            เธอเคาะประตูแล้วเปิดผลัวะเข้าไปตามประสาคนใจร้อน คุ้ย ๆ เอาร่างที่นอนคุดคู้จมอยู่ในกองผ้าห่ม บนเตียงนอนออกมาจนได้ ยืนปักหลักอยู่ที่ข้างเตียง

            อีกฝ่ายงัวเงีย อะไรฟระ ตูเพิ่งจะนอนเอานอนหกโมงเช้า แล้วนี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วล่ะ เขาลืมตาตื่น คนปลุกยิ้มหวานจ๋อย แต่อีกฝ่ายดวงตาแดงก่ำ พอเขาเห็นหน้าเธอก็ปิดตานอนต่อ

            “พ่อ ตื่น ๆ “

            เธอนั่งลงข้างเตียง เขย่าร่างเขาเบา ๆ

            “อือ”

            เขาพลิกหันหลังให้ แล้วเอาผ้าห่มคลุมมิดศีรษะ แต่ก็ถูกดึงเหมือนปอกเปลือกกล้วย

            “มีลูกแมว เหมือนเพิ่งคลอดเลย ตัวเล็ก ๆ มาจากไหนไม่รู้ มันหลบอยู่ตรงซอกประตูหน้าบ้านแน่ะค่ะ”

            ‘อ๊าก.. พระเป็นเจ้าช่วยด้วยเถิด ลูกต้องตื่นจากฝันหวาน ๆ เพราะลูกแมวหลงทางเนี่ยนะ’

            คนเป็นพ่อหลับตานอนนิ่ง

            “พ่อ”

            “อือ”   

            ‘ต้องตอบ ไม่งั้นไม่จบ’

            “พ่อ”

            “อือ”  

            ‘อะไรนักหนาว๊า คนจะนอน’

            “ฉัตรเลี้ยงมันไว้นะ”   เสียงเบา ๆ ออดอ้อน

            “อือ” 

            “เย้.. พ่อใจดีจัง ไปล่ะ งั้นพ่อนอนต่อเถอะ”

            “อือ”

 

            เด็กสาวเดินยิ้มย่องจากมา ส่วนคนบนเตียงนอนลืมตานึกแช่งชักหักกระดูกไอ้ลูกแมวบ้านั่น.. อะไรวะ คนจะนอน..ดันมาขัดจังหวะ เอ๊ะ.. หรือที่จริงต้องโทษยายฉัตรธิดา เออ ๆ ช่างมัน ๆ ยกให้มันคนหนึ่ง อ้ายลูกบังเกิดเกล้า เขายิ้มปิดเปลือกตา ชักผ้าห่มขึ้นคลุมโปง

            “พ่อ ๆ”

            เสียงเล็ก ๆ แหลม ๆ แว่วมาอีก

 

            “เออ..เวรกรรมของตรู”

            เขาเปิดเปลือกตามาใหม่

            ‘เสียงตะโกนเรียกมาแบบนี้ แสดงว่าต้องลุกไปดูมัน... เฮ้อ’

 

0.0.0.0.0.0.0.0.0.0

 

            สองเดือนถัดมาลูกแมวหลงแม่ตัวเดิม ที่เคยเดินตุปัดตุเป๋ เพราะแข้งขายังไม่แข็งแรง กระโดดผลุงขึ้นบนตักเด็กสาวที่กำลังนั่งพิมพ์งานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ตัวของมันยาวจนเกือบฟุต ไม่รวมหาง ที่ลายพร้อย มันตะกุยต่อจนไปพาดบ่าของเธอ..

            ฉัตรธิดาถอนใจ รามือจากการพิมพ์งานช้อนตัวนุ่มนิ่มของเจ้าตัวยุ่งลงจากบ่า เอาไปวางพื้น แล้วพิมพ์งานต่อ

            (“ไม่เอา..ผมจะอยู่กับแม่”)

            เจ้าตัวดีมันเดินไปที่เก้าอี้ตัวถัดไป กระโดดขึ้นเก้าอี้ ล้วงกระโดดขึ้นโต๊ะคอมพิวเตอร์ เดินหลบหลีกจอคอมพิวเตอร์กลับมาที่หญิงสาวอีกครั้ง ก้าวขาคู่หน้ามาเหยียบแป้นวางคีย์บอร์ดก่อน แล้วตามด้วยขาหลัง ส่งให้ขาหน้าสองข้างไปเกาะเกี่ยวที่ไหล่ของเธอ

            “อุ๊ย! เจ็บนะ”

            เธอร้องอุทธรณ์ เมื่อเล็บคม ๆ จิกผ่านเสื้อมาถูกเนื้อที่ไหล่ จนต้องรีบช้อนตัวเจ้าตัวยุ่งขึ้นไปพาดบ่า ให้มันพาดอยู่อย่างนั้นซะให้พอใจ แป๊บเดียว เล็บคม ๆ ก็เกี่ยวเอาเส้นผมที่เธอรวบไว้ด้วยยางรัดธรรมดาขยุกขยิก

            ฉัตรธิดาถอนหายใจ ลุกขึ้นเดินทั้งที่เจ้าเหมียวอยู่บนบ่า เดินตรงไปที่ตู้เย็นเปิดประตูตู้ หยิบขวดนมออกมา ดันเบา ๆ ให้ประตูตู้ปิด แล้วกอดเจ้าเหมียวไว้ ก้มลงหยิบชามเล็ก ๆ ใส ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ตู้ติดมือมาด้วย แล้วเอามาวางตรงขาเก้าอี้ โต๊ะคอมพ์ตัวที่เธอนั่งเมื่อกี้ วางขวดนมไว้บนโต๊ะ ก่อนจะยกเจ้าตัวยุ่งไปวางบนพื้น

            ดวงตาสีเหลืองอำพันคู่นั้น ใสแจ๋วจนเห็นภาพตัวเองปรากฏอยู่ในนั้น เธอยิ้มให้มันก่อนจะใช้นิ้วชี้ผลัก ก็ไม่เบานักหรอกเพราะมันไม่ทันตั้งตัว จึงล้มหงายท้องลงไป ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นมาใหม่ เธอขยับมาหยิบขวดนม แล้วเทลงไปในถ้วย

            “เมี้ยว...”

            (“ขอบคุณคร้าบ แม่”)

            มันรีบซุกหน้าไปที่ถ้วย แต่เธอผลักหัวมันออก เทนมเติมเข้าไปอีก แล้วก็ลุกขึ้นเอาขวดนมไปเก็บ กลับมาอีกที เห็นเจ้าตัวดีกำลังเลียแผล็บ ๆ คงจะหยุดกวนไปอีกนานล่ะ

            เธอกวาดสายตาอ่านทวนงานพิมพ์ที่ค้างไว้เมื่อครู่ เมื่อเทียบกับต้นฉบับลายมือเขียนได้แล้วก็ลงมือพิมพ์ต่อ ถึงแม้จะปิดร้านไปนานแล้ว พ่อกับแม่ไปงานแต่งของญาติ ก็เลยเป็นภาระของเธอที่ยังต้องพิมพ์งานต่ออีก เนื่องจากว่า ลูกค้าเร่งจะเอาตอนเช้าตรู่ของพรุ่งนี้ เธอชะงักมือ ก้มไปมองเจ้าเหมียวอีกที มันก็ยังก้มหน้าก้มตา จัดการกับนมที่เพิ่งเทลงไป จึงยักไหล่..ยิ้ม ๆ ตั้งสมาธิทำงานต่อไป

0.0.0.0.0.0.0.0.0.0

 

            ชั้นสองของตัวบ้าน มีอยู่สามห้องนอนเดินขึ้นบันไดมาก็เจอห้องโถงโล่ง ๆ บันได ถ้าเดินตรงไปก็เป็นห้องของฉัตรธิดา ซึ่งตอนนี้ประตูเปิดโล่งอยู่ห้องโถงนี้ถูกจัดไว้เป็นมุมพักผ่อน มีโซฟาสีเขียวเข้มราคาไม่แพงนักเป็นเฟอร์นิเจอร์หลัก วางอยู่ชิดราวบันได ถัดจากโซฟาไปเป็นตู้โชว์ที่ตั้งโทรทัศน์วางชิด ข้างฝาด้านใน ซึ่งเป็นฝาที่กั้นห้องโถงนี้กับห้องนอนของพ่อกับแม่นั่นเอง เจ้าของห้องที่เปิดประตูโล่งไว้กำลังนอนเอกเขนกอยู่ที่โซฟาตัวยาว เธอจ้องจอโทรทัศน์ตาแทบจะไม่กะพริบ แอบลุ้นตามเรื่องราวที่กำลังดูใจเต้นตึกตัก

            “บรู๊ว........”

            ‘อีกแล้ว อ้ายพวกไหนอีกฟระ ร้องเพลง’

            เจ้าเหมียวซึ่งกำลังเลียขนอยู่ไม่ไกลนัก ชะงัก มองหาต้นเสียง

            “อะ...บรู๊ว.....”

            ‘เผ่นสิครับอยู่ทำไมล่ะ’

            มันกระโดดทีเดียวตกปุ้กบนหน้าอกของหญิงสาวที่นอนดูทีวีอยู่ใกล้ ๆ กัน

            “อุ๊บ..อ้ายเหมียวบ้า โดดขึ้นมาได้”

            หญิงสาวขยับยกเจ้าเหมียวลงไปปล่อยบนพื้นห้อง

            “เหมียว...”

            (“โธ่ แม่ไม่ได้ยินหรือไง ไอ้พวกบ้านั่นมันส่งเสียงอีกแล้วอะ”)

            “อะไรอีกล่ะ แก”

            ตาก็ยังคงจับอยู่ที่จอทีวี เธอกำลังดูหนังฝรั่งซึ่งต้องอ่านข้อความที่ขึ้นหน้าจอประกอบไปด้วย ถ้าไม่งั้นจะไม่รู้เรื่อง เจ้าเหมียวตั้งคอหยั่งคะเนความสูงอีกที ยังไม่ทันจะกระโดดขึ้นไปอีกรอบ ก็ถูกมือใหญ่แข็งแรงคว้าลำตัวลอยอยู่กลางอากาศชักกระแด่ว

            “ดูหนังเรื่องอะไรฉัตร”

            พ่ออุ้มเจ้าเหมียววางไว้ในอุ้งมือ นั่งลงข้างลูกสาว ไอ้เหมียวเลิกดิ้นรน

            “เมียว...”

            (“ขอบคุณครับคุณตา”)

            เจ้าเหมียวหันไปมอง ฉัตรธิดาขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มันแลบลิ้นแผล็บ

            “งี๊ว…..”  ร้องครางสียงที่คิดว่าน่ารักที่สุดแล้ว

            (“แหวะ ไม่ง้อแม่ก็ได้”)

            หญิงสาวสบตาเจ้าเหมียวจอมซน เอื้อมมือมายีหัวมันเล่น

            “เมี้ยว เมี๊ยว...”

            (“ไม่ต้องมาแตะเค้าเลยนะ”)

            มันเลียขนตรงที่ถูกจับ ก่อนจะเอาหัวซุกไซ้ไปมาที่หน้าอกของชายหนุ่ม

            “หนังผีค่ะ แล้วพ่อปิดร้านแล้วหรือคะ”

            “อือ..”

             “งั้นดูด้วยกันไหม เดี๋ยวฉัตรกรอให้”

            “ก็ดี..”

            พ่อยกเท้าขึ้นพาดโต๊ะกระจกที่ตั้งข้างหน้า จับตัวเจ้าเหมียวนอนพาดเต็มความยาว แล้วเกาคางให้มันเบา ๆ

            “มิ้ว...มิ้ว...”

            (“รักตาเปรมจัง”)

            “เหมียวกินอะไรหรือยังอะฉัตร”

            “ค่ะ ฉัตรให้อาหารเปียกไปแล้วเมื่อเย็น”

            “แม๊ว ๆ ๆ ๆ”

            (“โห..แม่ขี้เหนียวจะตาย เทให้แค่นิดเดียวเอง จะกินอีก จะกินอีก หิว ๆ ๆ”)

            “สงสัยยังหิวอยู่มั้ง ไปเอามาอีกป๊ะ”

            “เมี้ยว”   มองหน้าแม่ฉัตรสบตาปิ๊ง ๆ ทำท่าที่คิดว่าน่าเอ็นดูที่สุด

            “ไอ้แมวตุ๊ด..” เธอค้อนให้

            “หน็อย..อ้อนนะ.. อ้อน เดี๋ยวก็จับไปปิ้งขายหน้าบ้านซะหรอก”

            “เมียว..”

            (“ช่างเถอะฮะ แม่ก็ปากร้ายไปแบบนั้นแหละ เนอะตาเนอะ”)

            ฉัตรธิดาแลบลิ้นให้ลูกแมววัยกำลังซนเกลือกกลิ้งศีรษะไปมาในอ้อมกอดของพ่อก่อนจะจัดการกับวีซีดีแล้วเดินลงไปชั้นล่าง เพื่อจะจัดอาหารมาให้ไอ้เหมียวเจ้าเล่ห์ ตามคำสั่ง

0.0.0.0.0.0.0.0.0.0

 

เจ้าเหมียวหันหน้าไปมองคุณตา       “เธอทำไม ไม่ยอมรับผิดนะฉัตร”

มันหันกลับมาทางแม่      “ก็ฉัตรไม่ผิด ลูกค้าบอกจะเอาแบบนี้นี่”

มองคุณตา      “ไม่ผิดยังไง แล้วนี่ยังไง ต้องทำใหม่ให้เขาหมดเลย เมนูเล่มหนึ่ง ๆ หลายบาทนะ วัตถุดิบที่ต้องลงทุนไปไม่ใช่น้อยเลย ไหนจะต้องออกแบบ ใหม่อีกล่ะ”

มองหน้าแม่      “พ่อจะบ้ารึไง ทำไมพ่อไม่ฟังฉัตร อีตาลูกค้าชีกอกับฉัตรนะ แล้วพอฉัตรไม่เล่นด้วย มันก็หาเรื่อง”

มองคุณตา       “ไม่รู้ล่ะ เธอต้องแก้ไขงานนี้ด้วยตัวเองนะฉัตรธิดา พรุ่งนี้ลูกค้าจะมารับแปดโมงเช้า”

มองหน้าแม่      “พ่อใจร้าย ฮือ ๆๆๆ”

            แม่ฉัตรลุกจากเก้าอี้ กระทืบเท้าวิ่งหนีขึ้นไปทางชั้นสอง เจ้าเหมียวมองคุณตาอีกที แล้วก้าวกระโดดตามเธอไป

            “เมี้ยว ๆ ๆ”

            (“แม่ครับ เปิดประตูให้ผมด้วย”)

            เจ้าเหมียวข่วนประตู แหย่ขาหน้าเข้าไปลอดเข้าใต้ช่องประตู

            “เมี้ยว ๆ ๆ”

            (“แม่ครับ เปิดประตูให้ผมด้วย”)

            “ไปให้พ้นนะ ไอ้แมวบ้า!”

            “เมี้ยว ๆ ๆ”

            (“แม่ครับ เปิดประตูให้ผมด้วย”)

             ยืนด้วยสองขาหลัง แล้วใช้สองขาหน้าข่วนประตูแกรกกราก ๆ

            “เมี้ยว”

            ลูกแมวตัวยาว ๆ คะมำไปข้างหน้าเมื่อประตูถูกกระชากเปิดมาจากข้างใน มันเดินหงอย ๆ ไปอยู่ข้างเตียง หญิงสาวกระแทกประตูปิดดังเดิมแล้วทิ้งตัวลงบนเตียงนอนร้องไห้สะอึกสะอื้น เจ้าเหมียวน้อยนอนเงียบ ๆ อยู่ที่พื้นห้อง จนเสียงสะอื้นนั้นแผ่วไป มันจึงกระโดดผลุงขึ้นไปบนเตียง เธอคว้าตัวมันไปกอดไว้

            “เมี้ยว”

            (“แม่อย่าร้องนะครับ โอ๋ .....”)

            เลียแผล็บ ๆ ที่แก้ม น้ำใส ๆ ยังหยาดรินออกมาเป็นทาง มีแต่เสียงกลั้นสะอื้นจนตัวโยน

            “เหมียว......”

            (“โอ๋ .....ไม่ร้องนะครับ แม่ฉัตรคนดีของผม”)

            เจ้าเหมียวเกลือกกลิ้งตัวบนหน้าอกของหญิงสาวไปมา มือเล็ก ๆ กับขนฟู ๆ เปะปะไปโดนปากของเธอเข้า

            “อี๊..”

            เธอผลักออก ผุดลุกขึ้นไปยืนทอดอารมณ์อยู่ริมหน้าต่าง เจ้าเหมียวตามมาเคล้าเคลียที่ขา

            “เฮ้อ... นี่นะเหมียว”

            เธอถอนหายใจ ก้มลงอุ้มมันมาแนบอก น้ำตาเหือดแห้งไปแล้ว จริง ก็แค่ทะเลาะกันเรื่องงาน เธอก็ไม่น่าจะใส่อารมณ์เสียมากมายขนาดนี้ อายุก็ปาเข้าไปตั้งสิบแปดแล้ว นี่ถ้าใครรู้เข้าคงอายเขาตาย

            “ความจริงฉันก็ผิดหน่อย ๆ ด้วยแหละ”

            “เมี้ยว”

            (“ไม่จริงหรอกครับ แม่ไม่ผิดหรอก แม่ฉัตรคนเก่ง ทำงานดี๊ดี”)

            ไอ้เหมียวทำตัวน่ารัก ใช้หัวหูซุกซุนบนตัวแม่ฉัตร

            “เดี๋ยวฉันจะลงไปขอโทษพ่อแล้วก็แก้ไขงาน จะได้เสร็จทันพรุ่งนี้”

            “เหมียว”

            (“ครับแม่..”)

            “รู้ไหม อีตาลูกค้าบ้านั่นก็เหลือเกิน”

            “ง๊าว.....”

            (“ผมเห็นมันโอบไหล่แม่ด้วย..ไอ้ลูกค้าลามก มันทำแบบนี้อะ”)

            เจ้าเหมียวซุกซบหน้าอกของเธอ ถูศีรษะเล็ก ๆ ซุกไซ้ไปมา

            “อื๋อ...”

            เธอปล่อยมันลงพื้น

            “ไอ้แมวลามก แกคิดอะไรกะชั้น...หน็อย……”

            เจ้าเหมียวแลบลิ้นแผล็บ ๆ กระโดดไปมา หลบปลายเท้าโต ๆ ที่ฉวัดเฉวียนนั่น

            “ก๊อก ๆ “

            คนกับแมวต่างก็ชะงัก แม้จะหายโกรธแล้ว แต่ก็ไม่วายปั้นปึ่ง อย่างน้อยพ่อก็ไม่น่าตะคอกเสียงใส่เธอแบบนั้น

 

            “ลูกค้าโทรมา บอกว่าที่ฉัตรทำให้น่ะถูกแล้ว ไม่ต้องแก้ไขก็ได้ เขาฝากขอโทษด้วยที่ทำให้ยุ่งยาก พอดีเขาสแกนเมนูส่งไปให้เจ้านายของเขาดูแล้วเจ้านายของเขาว่าไม่ต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ”

            “ค่ะ มีอะไรอีกไหมคะ”

            “ได้ยินเสียงอะไรตึงตัง ๆ ไล่ฟัดกะไอ้เหมียวอยู่รึไง”

            “เมี้ยว”

            (“อุ้ม ๆ คุณตา อุ้มหน่อย ๆ”)

            เหมียวน้อยมาคลอเคลียที่เท้าของเปรม จนเขาต้องอุ้มมันขึ้นมา

            “ก็ไม่มีอะไร”

            “ฉัตร”   พ่อใช้มือใหญ่แข็งแรงจับไหล่ลูกสาว

            “คะ”. ก้มหน้าหลบตา หางตาร้อนผ่าวอย่างไม่มีเหตุผล

            “พ่อเสียใจที่ว่าเราแรงไปหน่อย”

            ลูกสาวโผเข้ากอดพ่อ น้ำใสไหลออกตาพรั่งพรู

            “ฉัตรก็ขอโทษ”

            พ่อกอดตอบลูบผมลูกสาวด้วยความเอ็นดู

            “ไป..เราไปเช่าหนังมาดูกันดีกว่า”

            “อ้าว..แล้ว...”    เงยหน้ามองพ่อ เอามือปาดน้ำตา

            “ปิดร้านไวหน่อยจะเป็นไรไป.. ไป เข้าไปหาย่าด้วย”

            พ่อช่วยปาดน้ำตาบนร่องแก้ม จนเหือดแห้ง ดวงตาสาวน้อยเปล่งประกายอีกครั้ง

            “ฮั่นแน่ะ.. จะไปหาย่าหรือจะไปง้อภรรเมียอ่ะคุณเปรม ..โด่ ๆ “พ่อใช้มือที่ว่างมาเขกกะโหลกลูกสาว

            “เรื่องของผู้ใหญ่”

            “อิโธ่..ไป..จะไปหาภรรเมียก็ไปเลยพ่อ เดี๋ยวฉัตรเฝ้าร้านเอง แล้วอย่าลืมรับกลับมาด้วยนะ ฉัตรขี้เกียจหุงข้าวแล้ว”

            “แล้วไม่ไปด้วยเรอะ”

            “หึ... จะออนไลน์แช้ทกะหนุ่ม ๆ มั่ง พ่ออย่าด่าก็แล้วกัน”

            “ตามใจ เอ้า..ลูกเราไปด้วยไป”

            พ่อยัดเจ้าตัวขนฟู หน้าเหมือนลูกเสือดาว แต่ตัวดันเป็นลายกะรอกมาให้ เธอรับเจ้าตัวแสบมากอดไว้ มันเลียอีกแผล็บที่แก้ม เธอเลยจับมันโยนเข้าห้องนอน แล้วปิดประตูโครม

            “อยู่ในนั้นแหละ เจ้าแมวลามก”

            เด็กสาวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากวิ่งลงบันไดตามพ่อไป

 

                                    ~ ~ E n D ~ ~

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 31/10/2020 เวลา : 12.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

สวัสดีค่ะทุกท่าน ย่องมาแก้ไขเรื่องสั้นเรื่องนี้ อิอิ ปรับคำกับจัดบรรทัดเท่านั้นเองค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
กำหนัน วันที่ : 29/11/2009 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

ฉัตรธิดา...คนที่ผมยาว..ใช่บ่...

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 01/12/2008 เวลา : 17.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

สีน้ำฟ้า (ลดาวัลย์) นี่เอง เขียนกุ๊ก กิ๊ก ยังได้ตอนนี้ นับถือๆ ขะรับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

เรื่องนี้ใสๆ หน่อยๆ ค่ะ
ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามา..

ปล. ป้าก้อยอย่าโหมงาน จนป่วยไปนะคะ
เป็นห่วงค่ะ


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Nozz วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

สนุกนะครับเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
arekoy วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/arekoy
อนาคตและอดีตไม่สำคัญ ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด

แบ่งเวลามาอ่านเรื่องของแจมค่ะ
ป้าก้อยช้อบ ชอบ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นูเทลล่า วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MAENONGDD
นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชานักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน นักการเมืองคิดสั้นสั้น องค์ราชันย์นั้นคิดยาว(ขอบคุณผู้แต่งกลอนนี้)

มาลงชื่ออ่านด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 17.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

หลายคนอาจจะเคยได้อ่านแล้ว.. นำมาเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลก็แล้วกันค่ะ
นับวัน สีน้ำฟ้าชักจะขาดการติดต่อกับโลกอินเตอร์เน็ตมากขึ้นทุกที

ใช้อยู่บล็อกโอเค มากที่สุด



ขอบคุณที่แวะมาอ่านและลงชื่อค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]