• สีน้ำฟ้า
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : rimtarn_s@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-05-10
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 26918
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
สิรินทร์ จิตรเกษม
นวนิยาย เรื่องสั้น รังสรรค์หนังสือ สื่อความนัย หัวใจติดดิน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/dreamland
วันพฤหัสบดี ที่ 14 กรกฎาคม 2554
Posted by สีน้ำฟ้า , ผู้อ่าน : 837 , 18:15:21 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำหรับ "กลอนโนราห์" ที่ใช้ประกอบตอนนี้
ผู้เขียนดัดแปลงจากกลอนแปด 
ซึ่งอาจจะไม่ถูกต้องตามลักษณะกลอนโนราห์ทั้งหมด 

ขออภัยในความไม่ชำนาญและ
โปรดให้คำแนะนำด้วยค่ะ




รถชะลอจอดอย่างนุ่มนวล หน้าบ้านเดี๋ยวสองชั้นหลังในสุดของหมู่บ้านจัดสรรแห่งนี้ เมื่อรอจนทุกคนลงจากรถ ชายหนุ่มจัดการล็อครถเสร็จก็เดินตามกันไปในบ้าน บ้านนี้สองชั้น มีถนนซีเมนต์ลาดยาวตรงไปยังที่จอดรถ ตอนนี้มีรถเก๋งขนาดครอบครัวยี่ห้อดังสีครีมจอดอยู่ ถัดจากรถมีประตูเล็กเข้าบ้านได้ แต่วันนี้เขาต้องตรงไปเข้าประตูใหญ่เป็นไม้แกะสลัก ประตูเปิดกว้าง มองเห็นในตัวบ้านเป็นโซนรับแขก เคาน์เตอร์กั้นไว้กลางบ้าน ก่อนจะเป็นโซนครัว ทางซ้ายเป็นห้องครัว ด้านขวาเป็นโต๊ะรับประทานอาหารขนาดรับรองได้ถึงแปดที่ ข้างโต๊ะอาหารมีตู้เย็นสีกลมกลืนกับสีบ้านขนาดสองประตูตั้งเด่นอยู่

เสียงปี่ กลอง ดังออกมาจากโทรทัศน์ คุณประเทือง ชายร่างผอมสูง ผมยาว ไว้หนวดแต่ขลิบไว้เรียบร้อย กับคุณเดือนเต็ม ภรรยา ร่างสูง ผมยาวประบ่า ท้วม ผิวขาว ซึ่งก็ไม่ต้องแปลกใจ ที่ตวงพรถอดแบบแม่ออกมา ทั้งสองนั่งดูโทรทัศน์อยู่ คุณเดือนเต็มหรี่เสียงก่อนจะหันมารับไหว้จากเด็กๆ ส่วนคุณประเทืองลุกขึ้นรับไหว้ ขยับไปนั่งด้านใน ผายมือให้เด็กๆ เข้ามานั่ง

“น้าดูวีดีโองานแต่ง ที่ตวงเอามาวางไว้ให้จบแล้ว ก็เลยหยิบแผ่นของลีมาใส่ รำโนราห์ชุดนี้ สมัยที่ไปรำในงานของจังหวัดค่ะ สวยมาก กลอนก็เพราะ เนื้อหาเป็นเรื่องเกี่ยวกับให้อนุรักษ์วัฒนธรรมโนราห์” คุณเดือนเต็มเป็นฝ่ายชวนชายหนุ่มคุย

“เอ่อ..ขอแทรกนิดหนึ่งค่ะ ตวงเอาของไปเก็บก่อน เดี๋ยวมานะคะ พี่ลี นั่งกับแม่นั่นแหละ ตวงทำเอง” ตวงรีบดันพี่สาวไปนั่ง ซึ่งกำลังจะก้าวขาไปด้วย หลิ่วตาให้ส่งสัญญาณบอกว่าตนเองจะรับหน้าที่ยกน้ำมาบริการแขกเอง

“เป็นตัวอย่างที่ดีมากเลยนะ ลี อาว่าจะขอยืมไปเปิดให้เด็กในชั้นของอาดู” คุณประเทืองพยักหน้า มองมาทางดาราวลีอย่างชื่นชม เธอพนมมือไหว้อย่างอ่อนช้อย

“ลีขอบพระคุณค่ะ คุณอา ที่เราพยายามทำกัน ..เราหมายถึงตา แม่ และอาจารย์ที่โรงเรียน เราพยายามช่วยกันอนุรักษ์โนราห์ให้อยู่คู่ปักษ์ตลอดไป เส้นทางการเผยแพร่สมัยนี้มีมากขึ้น ก็มีบ้างค่ะที่เอาคลิปไปโพสต์ในอินเตอร์เน็ต แต่มรสพสมัยนี้ก็มากเหลือเกิน มีจำนวนคนเข้าชมน้อยกว่าคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลี ชนิดที่เทียบไม่ติด”

“อยากให้ทางรัฐบาลช่วยกันสนับสนุนด้วยเหมือนกัน อาเห็นด้วยอย่างมากเลยที่จะรักษาวัฒนธรรมไทยไว้ จะถิ่นไหนก็ไม่เกี่ยง”

“ที่ผมเห็นสมัยนี้ เขาเอาโนราห์มาร่วมกับคอนเสริ์ต อย่างวงคุณเอกชัย ศรีวิชัย ถือว่าสุดยอดเลยนะครับ” ดาราวลีมองมาทางคนตัวสูง 

‘ไม่น่าเชื่อว่าจะรู้จักศิลปินปักษ์ใต้ด้วย’ ถามด้วยสายตา

‘ผมรู้จักก็แล้วกัน’ เขาตอบทางสายตาเช่นกัน

“พี่เอก เป็นสุดยอดศิลปินในใจลีเหมือนกันค่ะ เขามีสอนเด็กๆ สืบต่อรุ่นลูก รุ่นหลานด้วยนะคะ ลีเคยมีโอกาสไปชมคอนเสริ์ต สมัยที่เขามาเล่นแถวบ้าน พี่เขาใจดีมาก ยังให้เบอร์โทรส่วนตัวไว้ อนุญาตให้โทรไปรบกวน หรือจะเข้าฝึกร่วมกับวงของเขาก็ยังได้เลยนะคะ” เธอเล่าด้วยสายตาเปี่ยมความชื่นชมไปยังบุคคลที่สาม

“อา เห็นหลายคนที่ออกมาเห็นต่างนะ โนราห์กับวงดนตรี จะทำให้วัฒนธรรมเสียหาย เขาว่ากันงั้น”

“ยุคสมัยเปลี่ยนไป ลีอยากสื่อให้เขายอมรับกันให้ได้ค่ะ แต่ก็ยังคิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไร ที่แน่ๆ คือลีกับอาจารย์ทำกันคือพยายามเผยแพร่ โดยรำมโนราห์ในท่าต่างๆ เพื่อโชว์ความอ่อนช้อยของพร้อมกลอนทอยสั้นๆ เป็นภาษาใต้ปนภาษากลาง เพื่อให้ทุกคนฟังออก”

“เดี๋ยวๆ คุณว่าอะไรนะ กลอนทอย” พีรวิชญ์ทักถาม

“ค่ะ กลอนทอย เป็นกลอนเฉพาะของโนราห์ ก็คล้ายๆ กับกลอนหกหรือกลอนแปด แต่มีสองพยางค์หลังซ้ำคำหน้าในวรรคที่สองหรือบาทโท”

“อืม.. คุณอาจจะไม่เข้าใจ เคยดูโนราห์กับเขาบ้างไหมคะ”

“มั่งๆ แต่ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ ปกติดูหนังตะลุงมากกว่าครับ”

“กลอนทอย ปกติเขาจะมีลูกคู่มาคอยรับสองพยางค์สุดท้ายของบาท คือ กลอนหนึ่งบทมีสี่วรรค์ สองวรรคคือหนึ่งบาท เราจะซ้ำตรงวรรคที่สองค่ะ และวรรคที่สี่ค่ะ แต่ลีร้องคนเดียว เดี๋ยวลีจะร้องซ้ำเลยนะเป็นการยกตัวอย่างให้ฟัง เอากลอนเก่ามาเล่าใหม่ละกันค่ะ คิดด่วนๆ ตอนนี้ไม่ออก เป็นกลอนแปดนะคะ.. ..” เธอก้มหน้ายิ้ม ซ่อนความเขินอาย แล้วเสียงหวานๆ ขับกลอนเป็นทำนอง

“ก.อากา ข.อาขา ชวนมาท่อง เหล่าเพื่อนพ้องมองตาอาขยาน...อาขยาน" เธอร้องเอง รับเอง

"โรงเรียนเราน่าอยู่แม้กันดาร ครูอาจารย์ใจดีกันทุกคน ..ทุกคน”

“อืม..”

“ค่ะ ประมาณนี้ ส่วนใหญ่กลอนโนราห์จะเป็นกลอนสด ที่โนราห์คิดมาด่วนๆ ตามสถานการณ์ตอนนั้นๆ เลย มีทั้งกลอนสี่ กลอนหก กลอนแปด แล้วแต่ใครถนัดแบบไหน กลอนของลีเมื่อกี้ใช้กับที่โรงเรียนแห่งหนึ่งค่ะ ไปเล่นโชว์วันเด็กหนะค่ะ”


“อาว่าน่าสนใจมากนะหนูลี หนูลีร้องกลอนเมื่อกี้ให้จบเลยได้ไหม” คุณประเทืองพยักหน้า ส่งสายตามองมาอย่างชื่นชม ในฐานะอาจารย์สอนศิลปะคนหนึ่ง

“กลอนนี้นานพอสมควรนะคะ”

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวศิริกับตวงเป็นลูกคู่รับให้พี่ลีเอง รับซ้ำสองพยางค์สุดท้ายของบาทใช่ไหมคะ จะลองดูค่ะ”

“ถ้าเต็มขั้นตอนจริงๆ ต้องมีกาดครู หรือไหว้ครูด้วย แต่ลีขออนุญาตตัดตอนแค่กลอนมาให้ฟังกันนะคะ กลอนนี้เป็นภาษากลาง สำเนียงใต้ คิดว่าคงพอฟังออกกันค่ะ”

“ก. อากา ข.อาขา ชวนมาท่อง เหล่าเพื่อนพ้อง มองตา อาขยาน”
“อาขยาน”.. ลูกคู่ร้องรับ พร้อมเริ่มเคาะจังหวะ

“โรงเรียนเรา น่าอยู่ แม้กันดาร ครูอาจารย์ ใจดี กันทุกคน”
“ทุกคน”.. ลูกคู่พยายามเลียนสำเนียงใต้ จากต้นฉบับ

พีรวิชญ์มองรอยยิ้มจากคนขับกลอน พร้อมกับฟังเสียงใสๆ อย่างตั้งใจ

“โผมเดะซาย โสศักดิ์ มาแล้คับ เสื้อผ้ายับ อย่างไร ใครจะสน”
“เอ้าใครจะสน..ใครจะสน” 

“หนูเดะยิ๋ง โสศรี ลูกคนจน เราทุกคน ชอบมา..ชอบมา “โรงเรีย”*
“ชอบมา..ชอบมาโรงเรียน”

“จบปอหก สมัยนี้ ต้องเรียนต่อ ไม่ต้องขอ รัฐบาล ก็ส่งเสีย”
“ส่งเสีย”

“แต่บ้านไกล ไป-กลับ ทั้งเหนื่อยเพลีย ชวนละเหี่ย เหลือใจ ไม่อยากทน”
“เอ้าไม่อยากทน.. ไม่อยากทน”

“ลูกยังเด็ก เล็กนัก พ่อแม่ห่วง คำทักท้วง เบาเบา เราขัดสน”
“ขัดสน”

“เร่งขอทุน “พมจ.หวังเปี่ยมล้น ให้หน้ามล ของแม่พ่อ พึงพอใจ”
“พอใจ ขอให้แม่พึงพอใจ”

“แสนสราญ บานจิต ดั่งคิดฝัน ทุนก้อนนั้น อนาคต คงสดใส”
“สดใส”

“ได้เล่าเรียน วิชา จากเยาว์วัย จนเติบใหญ่ ลูกขอ อยู่หอ..เมือง”
“อยู่หอเมือง..เอ้าอยู่หอในเมือง”

“น้องสมศรี หน้าใส สวยสะอาด เพราะผุดผาด งามขำ เจ้าทำเขื่อง”
“ทำเขื่อง”

“แล้วยิ่งมี ความรู้ มาประเทือง จึ่งฟุ้งเฟื่อง คนดี เริ่มมีแฟน”
“มีแฟน คนดีเจ้ามีแฟน”

“นายสมศักดิ์ คนเก่ง เร่งขยัน ทั้งด้นดั้น ยากเย็น คนเป็นแสน”
“เป็นแสน”

“สอบชิงทุน ทิ้งให้สิ้น ถิ่นยากแค้น ไปเรียนแดน ศิวิไลซ์ ดั่งใจปอง”
“ดั่งใจปอง..”

“สองนักเรียน ของครู อยู่เป็นสุข เจ้าสนุก ตามวัยวัน อันผยอง”
“ผยอง”

“แม้นสมใจ ตามนึก คึกคะนอง แต่....ศรีท้อง สมศักดิ์ ถูกดักฟัน”
“เอาศรีท้อง ศักดิ์ถูกดักฟัน”

“มาตุภูมิ อ้าแขนรับ ยังนับญาติ แต่ไม่อาจ ห้ามปราม คนหยามหยัน”
“หยามหยัน..เขาหยามยัน”

“สมศรีคลอด ฝากยายเลี้ยง ก็แล้วกัน ก่อนผลุนลัน จากไป ไม่กลับมา”
“ไม่กลับมา”

“กศน.รับสมัคร คนเรียนต่อ สมศักดิ์ท้อ สลด หมดแขนขา”
“แขนขา หมดแขนขา”

“เสียงท่องศัพท์ ของเด็กน้อย ลอยลมมา เรียกน้ำตา ลูกผู้ชาย ละอายตน”
“อายตน”

“โอ้ชีวิต หาใช่ ใครกำหนด เรื่องทั้งหมด แต่งมา อย่าสับสน”
“สับสน”

“แค่ว่าตาม ครรลอง เรื่องของคน มีปะปน กันทั่ว ทั้งชั่วดี”
“ชั่วดี”

“อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย” 
“อัตตา หะเว ชิตัง เสยโย”

“อยากเติบโต ร่ำรวย ด้วยศักดิ์ศรี”
“ศักดิ์ศรี”

“พรหมของลูก นั้นคือ บุพการี ใช้เรื่องนี้ เป็นข้อคิด สะกิดใจ”
“เอา..สะกิดใจ ใช้เรื่องนี้เป็นข้อคิดสะกิดใจ”

...

“เย้...” เด็กๆ ปรบมือ

“พวกเรารับถูกไหมคะ มีซ้ำหลายพยางค์ก็มี ซ้ำผิดบรรทัดก็มี”

“ก็ได้นะ พอยืดหยุ่นกันได้ ไม่ใช่ฉันทลักษณ์ที่เคร่งครัดขนาดนั้น”

“หนูลี ตกลงอายืมนะ ม้วนนี้ อาจะลองไปเปิดที่วิทยาลัย ให้นักศึกษาดูเผื่อเขาจะมีไอเดีย ไปทำกิจกรรมอะไรดีๆ กันบ้าง”

“ค่ะ คุณอา หนูลีมีต้นฉบับ”

“แล้วพอมีอีกไหมคะพี่ลี ศิริจะเอาไปให้แม่ดูด้วย”

“อืม..มีค่ะ เดี๋ยวพี่ไร้ท์ซีดีให้”


“เสียงพี่ลีเพราะมากเลย ฟังกันเพลินเลยนะคะ ว่าแต่ทานข้าวทานน้ำกันก่อนไหมคะ ตวงแอบไปดูในครัวมาแล้ว หิวจัง” ตวงพรยิ้มเขินๆ 

“นั่นสิ วันนี้ห้ามพลาดนะคะ เดี๋ยวน้าโทรไปขออนุญาตคุณสุรีย์ให้เอง ศิริไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวแม่จัดการให้” เธอกระวีกระวาดไปที่โทรศัพท์บ้าน ต่อสายไปยังอดีตเพื่อนบ้าน คนอื่นๆ เลยกระจายตัว ดาราวลีไปล้างมือ และลำเลียงอาหารมาขึ้นโต๊ะ ตวงพรไปหยิบจานตักข้าว โดยมีศิริเป็นลูกคู่คอยรับข้าวที่ตักแล้วไปวางที่โต๊ะอาหาร ส่วนสองหนุ่มถูกไล่ให้ไปนั่งอย่างเดียว 
คุณสุรีย์วางหูโทรศัพท์เสร็จเดินมานั่งด้วย โดยมีคุณประเทืองนั่งที่หัวโต๊ะ พรศิริรอให้เพื่อนนั่งก่อน เพราะเป็นที่ประจำ จึงนั่งลงข้างๆ กัน ดาราวลีเลยเดินอ้อมไปนั่งคู่กับชายหนุ่ม

“ทานเยอะๆ นะคะคุณวิชญ์ ตวงเขาโทรมาก่อนนี้แล้วหละ น้าเลยรีบทำกับข้าว วันนี้ง่ายๆ นะคะ กระเพราไก่ แกงจืด, ไข่เจียว กับน้ำพริกปลาทู เห็นว่าขับรถทางไกลมาจากระยอง นี่ก็ปาเข้าไปบ่ายโมงแล้ว น่าจะยังไม่ได้ทานกลางวัน”

“ครับ ขอบพระคุณมากครับคุณน้า งานยุ่งเพราะต้องออกไซต์ เจ้าพวกนี้ไม่มีใครโทรไปสักคน เมื่อคืนผมโทรหาพ่อ คุณน้าสุรีย์ฝากบอกว่าเด็กๆ กำหนดจะออกต่างจังหวัดกันพรุ่งนี้ ส่วนผมจำสัญญาของผมได้ ว่าขับรถไปส่ง เลยรีบเคลียร์งานแล้วบึ่งมา”

“รบกวนเปล่าๆ คุณ” คุณประเทืองเจ้าบ้านกล่าว

“ไม่ได้รบกวนครับ ผมซะอีกใช้น้องบังหน้า ฮะๆๆๆ” เขาหัวเราะจนเห็นฟันขาวเรียงกันเป็นระเบียบ ดาราวลีซึ่งลุกไปหยิบน้ำมาเสิร์ฟเป็นรายการสุดท้ายก่อนลงมือรับประทานอาหาร ส่งค้อนให้อย่างลืมตัว พีรวิชญ์ยิ้มกว้างกว่าเดิม

“มาๆ ลงมือกันเลย”

“ครับ..แจ้งคุณพ่อไว้เมื่อคน ว่าขอหยุดพักบ้าง ตั้งแต่ทำงานมา ยังไม่ได้พักบ้างเลย แล้วกำลังจะใช้เด็กบังหน้า หนีไปเที่ยวกระบี่ด้วยโดยการนั่งรถโดยสารไป จะได้หลับสบายมีคนขับรถให้”

“ก็ดีเหมือนกันนะคะ คุณวิชญ์ ทานเยอะๆ นะคุณ” ทุกคนประจำที่เรียบร้อยแล้ว

“คุณน้าทำกับข้าวอร่อยมากเลย หากผมขอเบิ้ล จะเลี้ยงไหวไหมครับนี่” เคี้ยวจนหมดคำแรกเขาเริ่มเปิดวงสนทนาใหม่ ทุกคนอมยิ้ม 

“ทานเยอะๆ เลยค่ะ น้าเตรียมไว้เยอะเลย” ทั้งหมดรับประทานกันไป คุยกันสรรพเพเหระ จนอาหารหมดเกลี้ยง เด็กๆ เริ่มทยอยเก็บจาน พีรวิชญ์ทำท่าจะช่วย แต่คุณประเทืองห้ามไว้ ชวนกันไปคุยต่อในห้องนั่งเล่น ปล่อยให้สาวๆ เข้าไปคุยกันในครัว เสียงล้างจาน ช้อน กระทบกันก๊องแก๊งพักเดียวก็ตามมาสมทบ จนได้เกือบมืด กว่าเขาจะลากลับ

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~



บ่ายสองโมงรถเก๋งคันเดิมมาจอดหน้าบ้าน ดาราวลี ตวงศิริ วางกระเป๋าไว้รอที่ริมประตูทางเข้า นายมนัสซึ่งเป็นคนขับรถของคุณพีระยศเป็นคนขับมาส่งพีรวิชญ์กับพรศิริ กุลีกุจอมายก กระเป๋าไปใส่หลังรถ คุณเดือนเต็มกอดลูกสาว หลานสาว และเพื่อนของลูก ก่อนจะอวยพรให้เดินทางกันโดยสวัสดิภาพ

ภายในรถเก๋งติดแอร์เย็นฉ่ำ สาวๆ นั่งกันแบบสบายๆ สามคนที่เบาะหลัง พีรวิชญ์นั่งคู่กับคนขับแอบยิ้ม ฟังเสียงคนข้างหลังคุยโวแข่งกันว่าเมื่อไปถึงสองสาวจะทำอะไรกันบ้าง

รถจอดที่หน้าอาคารหลักของสถานีขนส่งสายใต้ เมื่อพีรวิชญ์ตกลงราคากับผู้ชายที่ใส่เสื้อกั๊กสีม่วงที่ยืนอยู่ด้านหน้า เขาช่วยลุงมนัสคนขับยกกระเป๋าลงใส่ในรถเข็นของคนรับจ้างเข็นของที่รออยู่ 

“เดี๋ยวเราต้องขึ้นไปชั้นสองเพื่อซื้อตั๋ว ประมาณหกโมงกว่ารถจะออก เอากระเป๋าไปฝากไว้ที่ทางออกแล้วตามไปสมทบที่ชั้นสองนะคะ คุณวิชญ์ ถามหาเคาน์เตอร์ของบริษัท...” ดาราวลีบอกชื่อบริษัทเอกชนสำหรับรถโดยสารไปบ้านเธอ 

“ไปสาวๆ ไปกับพี่”

“ครับผม เดี๋ยวเจอกันครับบอส” เขายกมือตะเบ๊ะล้อเลียน เดินตามคนเข็นกระเป๋าไปทางหนึ่ง ส่วนสาวๆ แยกกันขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกทางหนึ่ง

“ทำไมเราไม่ไปเครื่องบินกันหละพี่ลี ตวงไม่เคยขึ้นเครื่องบินสักหน อยากนั่งดูบ้างจัง”

“ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมมั้ง พี่เข้าไปดูล่วงหน้าแล้ว ไม่มีตั๋วโปรเลย สองพันห้าแนะ รวมค่าภาษีสนามบิน โหลดกระเป๋า ค่าประกันภัยแล้วนะ ถ้าเราไปสี่คนหนึ่งหมื่น แต่ถ้าไปรถทัวร์สี่พัน เหลือเงินหกพันเราเอาไว้ไปจ่ายเป็นค่าเหมารถเที่ยวดีกว่าไหม เหลืองบคนละพันห้า ถ้ายังไงยังเหลือเงินซื้อของฝากคนกรุงเทพฯ ได้ตั้งหลายอย่างด้วย”

“โห..พี่สาวเรา ทะเลเรียกพี่แล้วเนี่ย”

“เขาเรียกว่าประหยัดต่างหากย่ะ” ตวงพรเดินโอบเอวพี่สาว ในขณะที่ศิริก็จูงมืออีกข้าง รูปร่างหน้าตาวัยของพวกเธอ ทำให้เด่นสะดุดตาคนที่นั่งรออยู่บนสถานีขนส่งนี้นัก

ดาราวลียิ้มให้คนขายตั๋วในช่องที่เธอใช้บริการประจำ ยกสี่นิ้วโชว์ความต้องการ
“วีนะคะ น้องลี” ใช้บริการกันบ่อยจนรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม

“ค่ะ พี่ปราง เที่ยวหกโมงนะ วันนี้ใครเป็นแอร์บนรถหละ”

“เที่ยวหกโมง รู้สึกเป็นปลื้มใจ” คนพูดก้มหน้าเขียนตั๋ว ส่งมาให้ มีเงินสี่พันส่งมาจากแขนยาวๆ ข้างหลัง ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าใคร เพราะกลิ่นน้ำหอมจางๆ เริ่มคุ้นจมูก แต่ก็ต้องหันไปอยู่ดีนั่นแหละ พอสบตากันก็รู้ว่าต้องรับเงินห้ามบิดพลิ้ว ไม่งั้นได้ขายหน้าประชาชีตรงนี้แน่

“ค่ะ พี่ปราง” พี่ปรางมองตามมายิ้มๆ ไม่พูดอะไร ทอนเงินมาให้สี่สิบบาท ดาราวลีรับมาส่งคืนให้เขา เขาส่ายหน้า เธอจึงส่งให้พรศิริเก็บไว้แทน

“เพิ่งสามโมงครึ่ง มีเวลาตั้งนานจะทำอะไรกัน”

“ช้อปปิ้งสิคะ ถามได้ ไป..พี่อยากได้หนังสือไปไว้อ่าน สองคนจะซื้ออะไรกันบ้างไหม” สองสาวสบตากันยิ้มๆ 

“เราจะไปซื้อกิ๊ฟชอปตรงนั้น เจอกันที่ไหนดีคะพี่ลี”

“ห้าโมงครึ่งตรงนี้เลยละกัน จะได้ไปเอากระเป๋า แล้วไปรอรถที่ช่องหกสิบหก หกสิบเจ็ด อาคารล่างทางโน้น” ดาราวลีชี้มือไปทางหนึ่ง

“โอเคนะ เจอกันห้าโมงครึ่งตรงนี้ พี่ไปร้านหนังสือตรงหัวมุมนั้น ซื้อเสร็จตามไปก็ได้นะ”

“ค่า” สองสาวจูงมือกันแยกไปทาง เธอหันไปมองชายหนุ่ม

“ห้าโมงครึ่งเจอกันค่ะ” พูดจบก็ออกเดิน เขาเดินตามทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ดาราวลีก็เก็บปากเก็บคำซะ เดินดุ่ยๆ เหมือนไปคนเดียว จนถึงร้านหนังสือก็เข้าไปหาหนังสือที่ตัวเองต้องการ พีรวิชญ์ยืนเตร่ๆ ดูหนังสืออีกมุมหนึ่ง เจ้าของร้านผู้หญิงสองคนสะกิดกันดู สาวสวยหนุ่มหล่อ ที่ช่างเป็นแฟนที่เหมาะสมกันจริงๆ 

หญิงสาวหอบหนังสือจำนวนห้าเล่มมาที่เคาน์เตอร์ เขารีบเดินมาสมทบและจ่ายเงินทันทีที่พนักงานบอกตัวเลข 

“ดิฉัน..ลีจ่ายเองดีกว่าคุณวิชญ์”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวถึงบ้านคุณต้องเลี้ยงดูปูเสื่อผมตั้งหลายวัน แค่นี้ยังไม่คุ้มค่าข้าวหรอกน่า” หญิงสาวเลยได้แต่ส่งค้อนไปกลางอากาศ

เดินออกจากร้านหนังสือ ยังเหลือเวลาอีกเป็นชั่วโมง กำลังจะตัดสินใจสองสาวก็เดินยิ้มร่ามาสมทบ ในมือถือถุงกระดาษเล็กๆ คนละใบ

“ได้อะไรกันมาหละ”

“ตวงซื้อปิ่นปักผมไปฝากคุณป้า ส่วนศิริซื้อเสื้อไปฝากคุณตา ของคุณลุงเรายกหน้าที่ให้พี่วิชญ์ค่ะ อิอิ เด็กน้อยก็ทุนน้อย ดังนั้นให้ผู้ใหญ่จัดการของผู้ใหญ่ดีกว่า”

“อย่างงี้พี่ว่าเรียกทะเลน้อยได้มั๊ง ไม่ใช่เรียกพี่ลีว่าทะเล เพราะประหยัดค่าตั๋วเครื่องบิน” สาวๆ หัวเราะ

“พี่มีของฝากทั้งสามท่านแล้ว ซื้อมาจากระยองตั้งแต่วันก่อน อยู่ในกระเป๋าแล้วไม่ต้องห่วงหรอก เราไปหาอะไรกินกันเบาๆ รองท้องดีกว่า”

“ตรงนั้นมีขนมจีนบุปเพ่ต์ค่ะ ข้างๆ กันมีร้านก๋วยเตี๋ยว โหวตสองหนมจีนค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้า

“เอาสิ โหวตสาม”

“แล้วให้พี่โหวตอะไรหละเนี่ย ไปๆ ดีเหมือนกัน กินขนมจีนน้ำยากะทิที่นี่กันแล้วเดี๋ยวจะได้ไปเปรียบเทียบขนมจีนน้ำยาใต้ รับรองว่าอร่อยไม่แพ้กันนะ” หนุ่ม-สาว ยกขบวนกันไปสี่คน นั่งถ่วงเวลาเวลากันจนถึงห้าโมงสี่สิบห้า จึงไปรับกระเป๋าที่ฝากไว้ลากๆ หิ้วๆ กันไปที่ชานชาลาหมายเลขหกสิบเจ็ด

รถจอดเรียงรายกันเต็มช่อง ผู้คนนั่งรอกันเป็นจำนวนมาก ดาราวลีเป็นผู้นำไปยื่นตั๋วให้พนักงาน เขาถามว่ามีกระเป๋ากี่ใบ ก็จัดการแปะสติ๊กเกอร์เลขที่นั่งแล้วให้ทิ้งกระเป๋าไว้ตรงที่เช็คกระเป๋า ให้ขึ้นไปนั่งตามเลขที่ได้เลย สองสาวจูงมือกันเหนียวแน่นไม่ยอมแยกจาก นั่งผลุงลงบนเก้าอี้ที่โฮสเตสสาวชี้ให้ ดาราวลีจำต้องนั่งกับชายหนุ่มคนเดียวที่ร่วมทริปไปด้วย เขาผายมือให้เธอเป็นคนนั่งติดหน้าต่าง ก่อนเขาจะนั่งลงตาม

“น้องลีพาใครไปด้วยคะเนี่ย” เป็นปลื้มใจจริงๆ ที่เป็นโฮสเตสประจำรถเที่ยวนี้ เธอเป็นคนบ้านเดียวกันและคุ้นเคยกันดีกับดาราวลี สาวใหญ่ปรายตาไปทางชายหนุ่มรูปหล่อที่มาด้วย เพราะตั้งแต่มาเรียนที่กรุงเทพฯ ไม่เคยเห็นเธอพาใครไปด้วยเหมือนคราวนี้

“น้องสาว, เพื่อนของน้อง กับพี่ชายของเธอค่ะ ปิดเทอมใหญ่ขอไปเที่ยวด้วย” ปลื้มใจหันไปทางสองสาวซึ่งพร้อมใจกันยกมือไหว้ ผู้ที่อาวุโสกว่า

“สวัสดีค่ะ” ปลื้มใจรับไหว้

“มีกันเป็นคณะแบบนี้คงสนุก ถ้าไงวันหยุดพี่ จะไปหาที่บ้านนะคะ จะได้เหมารถไปเที่ยวกัน” อาศัยที่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวด้วยรีบเสนอแนะ

“ได้ค่ะพี่ใจ” 

“จ้ะ เจอกันนะ”

กว่ารถจะเคลื่อนตัวออกจากสถานี ก็ช้าไปประมาณเกือบยี่สิบนาที เพราะผู้โดยสารคนสุดท้ายเป็นคนที่โทรมาจองและมาช้ากว่ากำหนด ทางโฮสเตสได้ประกาศขอโทษและเมื่อเจ้าตัวมาถึงก็แสดงความขอโทษกับทุกคนที่รอ เนื่องจากเธอจำเป็นต้องกลับไปเยี่ยมญาติอย่างเร่งด่วน ทำให้จำเป็นต้องไปรถเที่ยวนี้ ทุกคนไม่มีใครติดใจหรือโกรธเคือง กลับจะเห็นใจด้วยซ้ำ 

เสียงเพลงท้องถิ่นใต้จากน้องร้องชื่อดัง พร้อมมิวสิควีดีโอบนจอโทรทัศน์หันเหความสนใจผู้คน กลบเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังเบาๆ โฮสเตสประกาศวิธีปรับเบาะ และการใช้ห้องน้ำตามกฎของบริษัท ก่อนจะเริ่มเปิดแผ่นวีดีซีหนังเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้แก่ผู้โดยสารที่ต้องเดินทางระยะไกล ไฟในรถหรี่ลงจนดับ พร้อมๆ กับเบื้องนอกสีเทาแผ่ปกคลุมท้องฟ้าจนดำมืดสนิทไปทั้งผืนผ้า ในขณะที่ไฟฟ้าจากบ้านเรือนและไฟถนนส่องสว่างวาบเข้ามาเป็นระยะๆ สลับกับไฟรถอีกฟากฝั่งถนนที่สวนทางมา

ดาราวลีแตะแขนเขาเบาๆ เมื่อไฟในรถเปิดสว่าง คนที่หลับศีรษะพิงอยู่กับไหล่บางรู้สึกตัว ลมหายใจอุ่นรดพวงแก้มนวลอย่างไม่ได้ตั้งใจเมื่อเขาเงยคอมอง ผิวใสเนียนของสาวร้อนวูบ เอียงตัวหนีไปทางกระจก เขาแกล้งทำเป็นไหลลู่ตกตามไป
“เราจะจอดพักยี่สิบนาที เพื่อรับประทานอาหาร ห้องอาหารอยู่ทางซ้ายมือของอาคาร เชิญร่วมรับประทานอาหารและพักผ่อนตามอัธยาศัย ก่อนจะออกรถเราจะประกาศเตือนให้ทราบอีกรอบ รถของเราหมายเลขเก้าเก้าหกนะคะ เก้าเก้าหก เชิญค่ะ”

ผู้โดยสารทยอยลงจากรถสองสาวซึ่งลงมาก่อนยืนรออยู่ข้างล่างแล้ว เมื่อดาราวลีมาถึงก็พยักหน้าพากันไปเข้าห้องน้ำ ชายหนุ่มคนเดียวก็แยกตัวไป และรีรอกันจนครบทีม ก่อนจะเดินเข้าสู่อาคาร

“หิวไหม” ดาราวลีเอ่ยถามไม่เจาะจง

“ยังอิ่มอยู่เลยค่ะพี่ลี”

“ศิริก็เหมือนกัน อัดขนมจีนไปสองจานซ้อน อิอิ งก กลัวไม่คุ้มค่าหัวบุปเฟ่ต์” 

“งั้นไปเดินดูกันดีกว่า เผื่อมีขนมจะได้ซื้อติดไปทานกันที่โน่น”

“ไม่ต้องขนซื้ออะไรกันไปมากมายอีกนะ ที่โน่น ไม่ถึงกับบ้านป่าเมืองเถื่อนที่หาของกินยากหรอกนะ” เจ้าถิ่นปรามอย่างรู้ทัน สรุปก็เลยไปเดินๆ ดูไม่ได้อะไรติดมือกันมา และขึ้นไปนั่งรอบนรถก่อนเวลา เพราะเม็ดฝนหลงฤดูปลิวว่อนไปในสายลม

รถออกจากร้านอาหารที่จอดพักในเวลาไม่นาน ฝนนอกหน้าต่างรถโปรยปราย แอร์ในรถจึงเย็นฉ่ำกว่าปกติ ดาราวลีส่ายศีรษะเมื่อคนข้างกายเริ่มหลับตาตั้งแต่ไฟในรถปิดลง เธอเอื้อมมือไปปรับปิดช่องแอร์ที่ส่องตรงลงมาเสียทั้งสองช่อง 

อาศัยแต่แอร์ช่องกลางรถแค่นั้นก็เย็นมากแล้ว เธอเหม่อมองออกไปเบื้องนอก ตอนนี้แทบมองไม่เห็นอะไรเลย รถสวนก็มีไม่มากนัก แสงไฟจากข้างทางห่างออกไป กระจกเป็นฝ้าขุ่นมัว เธอจึงปิดตาเพื่อจะได้พักผ่อนสายตาด้วยเหมือนกัน

ไม่นานเสียงลมหายใจคนข้างตัวก็สม่ำเสมอ ผ่านไปหลายนาที พีรวิชญ์ค่อยลืมตามามองนิ่งๆ โครงหน้าในความมืดเข้ารูปชัดเจน เมื่อเธอเริ่มเอียงเข้าหากระจก เขาตัดสินใจประคองศรีษะเล็กๆ อย่างเบามือ เปลี่ยนให้เธอเอียงมาพิงไหล่ของตัวเอง ขยับผ้าห่มให้เข้าที่ก่อนจะปิดตาลงพักผ่อนด้วยเหมือนกัน 

ฟ้าเริ่มสาง แสงสีทองเรื่อเรืองที่ปลายขอบฟ้าไกล ดาราวลีกระพริบตาสองสามครั้ง พอชินกับแสงสว่างและจำได้ว่าอยู่ที่ไหนก็รีบผงกศรีษะ ชนกับขอบคางของคนข้างๆ ดังกึก เธอขยับตัวออกห่าง รถกำลังโขยกเขยกผ่านหลุมบ่อทางเข้าเพื่อไปจอดนิ่งสนิทที่ชานชาลา คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสองแถว มาเข้าคิวจ่อรอรับผู้โดยสาร

ดาราวลีนำทีมทุกคนลงมาจากรถไปรับกระเป๋าก่อนจะมองหาคนมารับ เห็นน้าชาตินั่งรออยู่ที่ร้านกาแฟข้างสถานีขนส่ง ให้ทุกคนยกกระเป๋าไปวางรวมกันที่ชายคาอาคารผู้โดยสาร กลิ่นดินหลังฝนตกใหม่ๆ ชวนให้สดชื่น พีรวิชญ์ในฐานะชายหนุ่มคนเดียวบอกให้สาวๆ เดินไปก่อน เขายกระเป๋าตามไปทีละใบจนครบจำนวน ดาราวลีเดินตรงดิ่งเข้าไปหาน้าชาติ ยกมือไหว้ น้ารีบจ่ายเงินแล้วตามมาสมทบ

“แค่นี้เหรอะ” น้าชาติ ซึ่งเป็นน้องชายของแม่ถาม ระหว่างเดินมาหากลุ่มที่ยืนรอ

“ข่ะ หน้าชาติ” เธอพูดภาษาใต้กับน้าชาย ทุกคนยกมือไหว้น้าชาติ ที่เดินมาพร้อมหญิงสาว

“รถจอดแค่โหน้น” น้าชายชี้ไปยังกระบะสองตอนสีขาวสภาพดี ที่จอดอยู่หน้าร้านกาแฟแล้วหันไปถาม

“หน้าแหลงใต้ ฟังได้หม้ายเด้กๆ” น้าพูดใต้ฟังออกไหมเด็กๆ เด็กในที่นี้พยักหน้ารับ โดยมีตวงพรยกมือถามน้าชาติบ้าง

“ฟังได้ค่ะ น้าไม่ได้พูดเร็ว แต่ถ้าไม่เข้าใจหนูขอยกมือฉายไฟถามนะคะ” 

“พรรค์นั้นแล้ะ” น้าชาติตอบ

“คนที่พูดไม่เร็ว ฟังไม่ยากหรอกค่ะ แต่ถ้าเป็นศัพท์พื้นบ้าน เช่น แขบแข้บตะ คำว่าแขบในที่นี้หมายถึงให้เร็วๆ หน่อย แบบนั้นก็ต้องเรียนรู้เอา ไม่ยากเหมือนกัน”

“พวกหนูจะหัดแหลงใต้มั่ง พี่ลีสอนด้วยก็แล้วกันนะคะ”

“ได้” พี่สาวลากเสียงสำเนียงใต้ชัดเจน ชายหนุ่มได้แต่ยิ้ม ยกกระเป๋าเดินตามไปที่รถ เด็กสองคนหามกระเป๋าใบใหญ่ ดาราวลีรับผิดชอบของตัวเอง น้าชาติช่วยยกไปหนึ่งไป จัดการวางกระเป๋าไว้ที่กระบะ คนก็ไปทยอยกันเข้าไปนั่งในรถ สาวๆ ยังตอนหลังให้ชายหนุ่มซึ่งขายาวกว่าใครเพื่อนนั่งคู่กับคนขับ 

รถเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่ง ถนนยามเช้าแถมยังเป็นต่างจังหวัด โล่งสบายๆ สองข้างทางเป็นอาคาร บ้านเรือนผู้คนเหมือนตัวเมืองทั่วไป และเริ่มออกนอกเมือง สองข้างทางเริ่มมีต้นไม้มากขึ้น สลับกับสวนปาล์ม สวนยางพาราที่ติดริมถนน
ประมาณสามสิบนาที รถกระบะก็พาผู้โดยสารมาจอดหน้าบ้านหลังหนึ่ง อยู่ลึกจากถนนใหญ่พอสมควร

ครอบครัวชลาศัยนั่งกันที่ระเบียงหน้าบ้าน เทพ ชลาศัย ชายรูปร่างสมบูรณ์นั่งเป็นประธานอยู่โดดเด่น เมืองแมนลูกเขยร่างผอมสูงมีส่วนคล้ายคุณประเทืองบิดาของตวงพร ส่วนลูกสาวตาเทพ ดวงดาว ชลาศัยเป็นสาวใหญ่หน้าตางดงาม ร่างกลมกลึง อรชร สมกับเป็นนางรำมโนราห์
ดาราวลีลงจากรถก็ถลาเข้าไปหาทุกคน แม่ลูกกอดกันกลม น้ำตาของความดีใจรื้นหล่อเลี้ยงเต็มดวงตาจนพร่ามัว

พีรวิชญ์, พรศิริและตวงพร ตามมาทำความเคารพผู้ใหญ่ ก่อนพีรวิชญ์จะเดินกลับไปที่รถ ช่วยน้าชาติเอากระเป๋ามาวางเรียงไว้มุมหนึ่งของบ้าน

ดวงดาวจับมือสองสาวให้มานั่งด้วยกัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ก่อนจะให้ทุกคนนำของไปเก็บ ห้องนอนมีเพียงพอสำหรับแขก พีรวิชญ์ได้ครอบครองห้องรับแขก ส่วนสองคนเมืองแมนซื้อเตียงสองชั้นมาเสริมไว้ในห้องรับแขกอีกห้องหนึ่ง เมื่อรู้ว่าเด็กสาวมาสองคน บ้านนี้มีห้องเตรียมไว้ต้อนรับลูกหลาน และบางทีลูกศิษย์ลูกหาของตาเทพ ที่มักมาเยี่ยมเยียนกันเสมอๆ 

เจ็ดโมงถือว่ายังเช้าอยู่มาก แต่ไม่มีใครคิดยอมแพ้อากาศเย็นๆ ดาราวลีจึงชวนสาวๆ ออกไปเดินตลาดเช้าของหมู่บ้าน ทิ้งให้ชายหนุ่มคนเดียวอยู่บ้านไม่ยอมให้ไปด้วย 

น้าชาติอาสาขับรถพาไปส่งให้ แล้วจะเลยไปทำงาน

“ค่ะ ไม่ผรือค่ะ เดี๋ยวหนูลีพาเด็กๆ กลับสองแถวเองค่ะ น้า”

“ขอบคุณค่ะน้าชาติ” เด็กๆ ไหว้น้าชาติขอบคุณอีกรอบ ที่เป็นมาส่ง

“ไป..ลุยตลาดเช้ากระบี่ดูสักทีเด็กๆ”

สองสาวพยักหน้า..ตั้งท่าเตรียมพร้อม โดยเฉพาะตวงพร ทำท่าเดินเป็นหุ่น เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคน


 ขอบคุณที่สละเวลามาอ่าน 
พบกันใหม่ พฤหัสที่ 28 โดยประมาณค่ะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 22/07/2011 เวลา : 14.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

เขียนตั้งเยอะ กดผิดหายหมดเลย

.. จะบอกว่า เดิมชื่อ อิมพีเรียลทัวร์ ตอนนี้ชื่อ พีพีทราเวลแอนด์ทัวร์ค่ะ

จำได้ถึงเรื่องที่จะบอกเล่าแล้วหายไป เดี๋ยวค่อยมาเล่าให้ฟังใหม่นะคะ ไปทำใจก่อน (พิมพ์ตั้งเยอะแล้วหายนี่เศร้าชะมัด)


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ฅนริมเขาหลวง วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 00.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tourkhaolaung
"คือป่าฝนฅนเดินทาง" เราจะไม่เก็บอะไรไปนอกจากภาพถ่าย เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า และ ความทรงจำ

ผมว่าผมน่าจะเคยเห็นคุณสีน้ำฟ้าน่ะ ....ตอนอยู่พีพี ผมเดินไปเที่ยวในอ่าวบ่อยมาก ...เป็นช๊อบแบบไหนน่ะ ชื่อช๊อปอะไรครับ
ผมไปอยู่พีพี เกือบปีครับ เที่ยวซ่ะเกือบทั่ว ทั้งทางบกทางน้ำ พอดีพี่ชายไป ทำรีสอทร์ที่นั่น ผมไปช่วยเรืองพาแขกไปไดวิ่ง และ ทำบาร์ตอนกลางคืนกลางวันหากไม่มีโปรแกรมไดวิ่งเวลาว่างผมจะเดินตัดวิวพ้อยต์ไปเที่ยวในอ่าว และ ตามหาดต่างๆบ่อยครับ บอกตรงๆครับ หลายเกาะแล้วที่เคยไปไดวิ่ง ธรรมชาติของพีพี นี่ไม่เป็นรองใครในโลกเลยเรื่องความสวย คงเสียดายแย่เลย หากพีพี คงเหลือแต่วันวาน ตอนนี้ผมจเขียนเรื่อง ความเปลี่ยนแปลงของชาวเลด้วย หากมีโอกาศคงได้ลงให้อ่านและขอความกรุณาคุณสีน้ำฟ้าช่วยวิจารณ์งานเขียนด้วยครับ ...ผมเป็น ยิ่งกว่ามือใหม่หัดเขียนอีก ...ขอบคุณที่แบ่งปัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 23.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

พี่บ่าวเอ้อ..หว่างนี้ นุ้ยไม่หว่างจริงๆ ค่ะ..
วันนี้ก็อ่านหนังสือ ทำงาน..

ป่านนี้ยังไม่เลิกงานเลยค่ะ ลูกค้าไม่เยอะนัก แต่ต้องใช้เวลานั่งเฝ้าร้าน นานมากๆ เลย..

ขอบคุณที่แวะมาร้องโนราห์นะคะ เอาไว้จะก็อปทำนองหละ อิอิ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฅนริมเขาหลวง วันที่ : 17/07/2011 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tourkhaolaung
"คือป่าฝนฅนเดินทาง" เราจะไม่เก็บอะไรไปนอกจากภาพถ่าย เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า และ ความทรงจำ


เสียดายจังจบตอนเสียแล้ว ...ว่าเอ้ว่าเห้จบตอนเสียแล้ว... ว่าคงไม่แคล้วต้องถ้าหล่าว...น่อยฉ่าฉ่าเห้อถ้าล่าว...วันนี้ต่อเช้าสาวก้าไม่ว่าง...ว่าน่อยช้าฉ่าเห้อไม่ว่าง....แต่นานหนาดไหนพี่บ่าวก้าอี่ถ้าน้องนาง...ว่าเอ้อว่าเห้อถ้านาง....ถ้าแม่นวลปรางค์ลงให้อ่านตอนต่อไป...ว่าเอ้อว่าเห้อถ้าตอนต่อไป.............หรอยๆๆๆๆๆๆ
...ขอบคุณที่แบ่งปัน......

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สีน้ำฟ้า วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prettybluesea
จิ้มเม้าส์ที่ชื่อล็อกอินแวะไปบ้านริมธาร และบ้านสิรินทร์ จิตร์เกษมบ้างนะคะ

ขอบคุณค่ะพี่หลิง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
หญิงหลิง วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 19.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruanglao

สนุกคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]